- หน้าแรก
- จักรวรรดิเหล็ก ข้าคืออ๋องผู้สร้างอารยธรรม
- บทที่ 30 น้ำหอมพิษ (เสน่หา)
บทที่ 30 น้ำหอมพิษ (เสน่หา)
บทที่ 30 น้ำหอมพิษ (เสน่หา)
ค่ำวันนั้น ฉินมู่รีบนำเครื่องเทศมาส่งมอบที่จวนอ๋อง
“หอมจังเลย!”
ลู่หลัวกำเครื่องเทศขึ้นมาสูดดม พริ้มตาลงอย่างมีความสุขกับกลิ่นหอมที่อบอวล
จื่อวั่นแจกแจงรายละเอียด “องค์ชาย ในนี้มีไม้กฤษณ, ยางไม้หอม, ดอกมะลิแห้ง, ดอกทิวลิปแห้ง และพิมเสน ล้วนเป็นเครื่องหอมชั้นดีที่ในวังนิยมใช้กันเพคะ”
“ดีมาก ถ้าจะเอาไปถวายฮองเฮา ของต้องดีไม่มีที่ติ” เซียวหมิงพยักหน้าพอใจ
ลู่หลัวถามด้วยความสงสัย
“องค์ชายจะส่งเครื่องเทศพวกนี้ไปถวายฮองเฮาหรือเพคะ? แต่ฮองเฮาทรงมีเครื่องหอมสะสมมากมาย ของพวกนี้แม้จะดี แต่ก็ไม่แน่ว่าจะถูกพระทัยนะเพคะ”
จื่อวั่นค้อนควักใส่ลู่หลัว
“ยัยบื้อ! องค์ชายสั่งซื้อทั้งเหล้าทั้งเครื่องเทศ พระองค์คงไม่ได้คิดจะส่งไปทั้งดุ้นแบบนี้หรอก”
เซียวหมิงพยักหน้า
“แน่นอน อีกสองวันพอกองศาสตราส่งของมา ข้าจะให้พวกเจ้าดูของดี”
สามวันต่อมา เฉินฉีนำเครื่องกลั่นที่เซียวหมิงสั่งทำมาส่ง ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือโอ่งดินเผา 3 ใบที่เชื่อมต่อกันด้วยท่อดินเผา
ในระหว่างรอ เซียวหมิงไม่ได้อยู่เฉย เขาเรียกบ่าวไพร่มาอบรมเรื่องขั้นตอนการกลั่นแอลกอฮอล์และการสกัดน้ำมันหอมระเหยอย่างละเอียด
ทันทีที่เครื่องกลั่นมาถึง บ่าวไพร่ก็ช่วยกันติดตั้งเครื่อง และเริ่มจุดไฟเตาถ่านอัดก้อนเพื่อต้มกลั่น
งานนี้ทุกคนในจวนวุ่นกันหมด นอกจากเฉียนต้าฟู่ที่นำคนออกไปขุดแร่ดินสอดำแล้ว ลู่หลัวและจื่อวั่นก็ถูกเกณฑ์มาช่วยด้วย
สองสามวันที่ผ่านมา สองสาวก็หนีไม่พ้นการ ‘ถ่ายทอดความรู้’ จากเซียวหมิง เมื่อแอลกอฮอล์และน้ำมันหอมระเหยไหลออกมาจากเครื่องกลั่น พวกนางก็รับหน้าที่นำส่วนผสมทั้งสองมาบรรจุลงขวดกระเบื้องเคลือบใบสวย แล้วเขย่าให้เข้ากัน
ในสมองของเซียวหมิงมีสูตรน้ำหอมนับหมื่นชนิด
โดยหลักการแล้ว น้ำหอมประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ หัวน้ำหอม, สารตรึงกลิ่น และแอลกอฮอล์
สัดส่วนของทั้งสามอย่างนี้เซียวหมิงรู้ดีอยู่แล้ว การผลิตครั้งแรกจึงราบรื่นโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก
ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำส่วนผสมทั้งสามมาผสมและเขย่าให้เข้ากัน
เครื่องกลั่นสองชุดทำงานพร้อมกัน ชุดหนึ่งกลั่นเหล้าขาว ชุดหนึ่งสกัดน้ำมันหอมระเหย คนที่เหลือช่วยกันเขย่าขวด
เซียวหมิงเองก็คว้าขวดมาเขย่าด้วย อากาศหนาวแบบนี้ ขยับตัวหน่อยจะได้อุ่นขึ้น
“องค์ชาย ต้องเขย่าถึงเมื่อไหร่เพคะ?”
ผ่านไปเกือบชั่วโมง ลู่หลัวหอบแฮกๆ ไอร้อนพวยพุ่งออกจากปาก แก้มแดงปลั่งเพราะความเหนื่อย
“ลองเปิดจุกดมดู ถ้ากลิ่นมันเข้ากันดีแล้วก็ใช้ได้”
เซียวหมิงบอก
ลู่หลัวพยักหน้าหงึกๆ เปิดจุกขวดออกดม ทันใดนั้นนางก็ตาโต
“องค์ชาย! กลิ่นหอมมากเลยเพคะ!”
จื่อวั่นรีบเข้ามาดมบ้าง ทำหน้าตื่นเต้น
“เครื่องเทศปกติก็หอมอยู่แล้ว แต่กลิ่นนี้มันพิเศษและละมุนกว่ามาก... ว่าแต่องค์ชาย ของสิ่งนี้ใช้ยังไงหรือเพคะ?”
ในแคว้นต้าอวี้ เครื่องหอมมักทำเป็น ‘ก้อนเครื่องหอม’ วิธีใช้คือพกติดตัวหรือจุดรมควัน น้ำหอมของเซียวหมิงจึงเป็นของแปลกใหม่
“ง่ายมาก แค่เทใส่มือเล็กน้อยแล้วแตะตามตัวก็พอ”
ผู้หญิงกับความหอมเป็นของคู่กัน ลู่หลัวรีบเทน้ำหอมกลิ่นมะลิลงบนฝ่ามือแล้วแตะที่แก้ม กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
จื่อวั่นเห็นแล้วอิจฉา รีบเทมาทาบ้าง
“เป็นไง สบายตัวกว่าพกก้อนเครื่องหอมเยอะเลยใช่ไหม แถมกลิ่นยังติดทนนานทั้งวันด้วยนะ”
เซียวหมิงยิ้ม
ลู่หลัวหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ผลัดกันดมตัวเองดมจื่อวั่นไปมาเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
จื่อวั่นยิ้มแก้มปริ สิ่งที่อ๋องฉีเรียกว่า “น้ำหอม” นี้ช่างวิเศษนัก เทียบกับก้อนเครื่องหอมที่ต้องพกพารุงรังและกลิ่นจางง่ายแล้ว น้ำหอมเหนือชั้นกว่ามาก
“องค์ชาย ถ้านำสิ่งนี้ไปถวายฮองเฮา พระนางต้องทรงโปรดปรานแน่นอนเพคะ”
จื่อวั่นมั่นใจ
เซียวหมิงโล่งใจ ลู่หลัวกับจื่อวั่นเคยอยู่ในวังมาก่อน ย่อมรู้รสนิยมของคนในวังดีที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็เบาใจ น้ำหอมล็อตนี้ผลิตได้เกือบร้อยขวด ขวดยกให้พวกเจ้าคนละขวดไปเลย”
“ขอบพระทัยองค์ชาย!”
ลู่หลัวยิ้มจนตาหยี รีบย่อตัวคารวะ ส่วนจื่อวั่นกอดขวดน้ำหอมไว้แน่นราวกับสมบัติล้ำค่า กลัวเซียวหมิงจะเปลี่ยนใจ
การผลิตครั้งนี้ใช้วัตถุดิบที่เป็นเหล้าขาวเยอะกว่าเครื่องเทศ หลังจากสกัดน้ำมันหอมระเหยจนพอแล้ว ยังเหลือเหล้าขาวอีกเพียบ
ด้วยคติพจน์ที่ว่า ‘ความฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องน่าละอาย’ และรสชาติเหล้าเดิมที่ ‘ห่วยแตก’ เกินรับไหว เซียวหมิงจึงตัดสินใจเปลี่ยนเหล้าขาวราคาถูกให้เป็น ‘สุรากลั่น’
“หลี่ซาน!”
เซียวหมิงยังจำบ่าวไพร่ในจวนได้ไม่หมด แต่จำ ‘หลี่ซาน’ ได้แม่น เพราะหมอนี่ช่างพูดและทำงานคล่องแคล่ว จื่อวั่นเองก็ชมเชยบ่อยๆ
ช่วงนี้เฉียนต้าฟู่งานยุ่ง เซียวหมิงจะไปไหนมาไหนกับสาวๆ ตลอดก็ไม่เหมาะ บางงานต้องใช้ผู้ชาย
“ขอรับองค์ชาย” หลี่ซานวิ่งเหยาะๆ เข้ามา
“องค์ชายมีอะไรให้รับใช้ขอรับ?”
มองหน้าหลี่ซานที่ดูคล้าย ‘ซานเต๋อจื่อ’ (ขันทีคู่ใจฮ่องเต้คังซีในหนังจีน) เซียวหมิงก็สั่งว่า
“ไปเตรียมไหเหล้ามา แล้วเอาน้ำเหล้าที่เหลือทั้งหมดไปกลั่นซะ”
“ได้เลยขอรับ!” หลี่ซานรีบเกณฑ์คนงานไปขนไหเหล้าจากโรงเก็บของ ส่วนทางนี้ก็เริ่มเดินเครื่องกลั่นเหล้าต่อ
ตอนทำน้ำหอม ต้องกลั่นเหล้าซ้ำหลายรอบเพื่อให้ได้แอลกอฮอล์เข้มข้น
แต่คราวนี้ต่างกัน แค่กลั่นครั้งเดียวก็ได้เรื่อง จากเหล้าหมักสีเขียวขุ่น กลายเป็นน้ำใสแจ๋วบริสุทธิ์
แม้จะยังมีกลิ่นหอมหวานของข้าวหมักเจือปน แต่ดีกรีความแรงนั้นพุ่งกระฉูด
คนโบราณที่คุยโม้ว่า ‘คอทองแดง พันจอกไม่เมา’ ก็เพราะกินแต่เหล้าหมักดีกรีต่ำ แต่ถ้ามาเจอเหล้ากลั่นของเซียวหมิง รับรองว่าไม่กี่จอกก็ร่วง
ตลอดทั้งวัน ทุกคนในจวนช่วยกันกลั่นเหล้าและน้ำหอมจนวัตถุดิบหมดเกลี้ยงในตอนค่ำ
“หลี่ซาน เก็บเครื่องกลั่นให้ดี อย่าให้ใครเห็น และห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด”
เซียวหมิงกำชับ เทคโนโลยีของตัวเองต้องรักษาความลับให้ดี
หลี่ซานตบหน้าอกรับประกัน
“องค์ชายวางใจได้ขอรับ ให้ตายบ่าวก็ไม่พูด”
เซียวหมิงพยักหน้า
“ดีมาก ยังมีอีกเรื่องที่ข้าจะมอบหมายให้เจ้าทำ น้ำหอมพวกนี้ข้าต้องการให้เจ้าส่งไปให้เสด็จแม่ของข้าที่ฉางอัน”
“ฉางอัน? องค์ชาย หนทางไกลนับพันลี้ ให้บ่าวไปคนเดียวถ้าเจอโจรดักปล้น...”
หลี่ซานหน้าถอดสี
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง รอบนี้ข้าจะให้เจ้าเดินทางไปพร้อมกับเรือสินค้าของตระกูลฉิน”
เซียวหมิงวางแผนไว้แล้ว
เมื่อวันก่อนเขาเพิ่งฟาดหัวตระกูลฉินไปทีหนึ่ง คราวนี้ถึงเวลาต้องให้ขนมหวานปลอบใจบ้าง ไม้อ่อนไม้แข็งต้องใช้สลับกันไป
(จบตอน)