- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ทั้งผมกับภรรยาต่างได้เกิดใหม่
- บทที่ 46 ใบไม้พร่างพรมสู่ยามเย็น
บทที่ 46 ใบไม้พร่างพรมสู่ยามเย็น
บทที่ 46 ใบไม้พร่างพรมสู่ยามเย็น
บทที่ 46: ใบไม้พร่างพรมสู่ยามเย็น (เยียนหว่าน)
"ที่แท้พวกคุณก็รู้จักกันอยู่แล้วนี่เอง"
"ใช่ค่ะ"
จี้หว่านชิวพยักหน้าพลางยิ้มแย้ม: "ลูกสาวคนโตของฉัน เยียนหว่าน เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเขาค่ะ คราวก่อนตอนไฟดับก็ได้เสี่ยวเจียงนี่แหละช่วยมาส่งเยียนหว่านที่บ้าน ไม่เพียงเท่านั้น วันก่อนเสี่ยวหม่านโดนสุนัขกัดมือที่ถนน เสี่ยวเจียงก็เข้าไปช่วยแล้วพาไปส่งโรงพยาบาลด้วยค่ะ"
ได้ยินคำชมเหล่านั้น เซี่ยซานซานแอบใช้หางตาเหลือบมองเจียงเซี่ยทีหนึ่ง
ร้ายนักนะเจ้าลูกชายคนนี้ ช่างหาโอกาสได้เก่งจริงๆ สองเหตุการณ์นี้ดึงคะแนนความประทับใจจากว่าที่แม่ยายไปได้เต็มๆ เลย
"ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกค่ะ เป็นเพื่อนกันช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"
ขณะที่แม่ทั้งสองคนกำลังสนทนาปราศรัยกัน เจียงเซี่ยก็แอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาภรรยาเงียบๆ
เจียงเซี่ย: 【ที่รัก ผมเจอ 'แม่เรา' ที่ตลาดล่ะ】
หลินเยียนหว่าน: 【คุณก็อยู่กับแม่คุณไม่ใช่เหรอ?】
เจียงเซี่ย: 【ผมหมายถึงแม่คุณน่ะ ตอนนี้พวกท่านกำลังคุยกันจ้อเลย】
หลินเยียนหว่าน: 【คุณไม่ได้เรียกผิดอีกใช่ไหม?】
เจียงเซี่ย: 【วางใจได้ ผมเรียก 'คุณน้า' ครับ】
เห็นประโยคนี้หลินเยียนหว่านก็ใจชื้นขึ้นมา ถ้าเจียงเซี่ยเรียกผิดอีกรอบ เธอคงไม่รู้จะอธิบายกับแม่ยังไงจริงๆ
"อาจารย์เซี่ยคะ ช่วงนี้เสี่ยวหม่านที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?"
"เสี่ยวหม่านเหรอคะ ดีมากเลยค่ะ ลายมือเป็นระเบียบ ทำการบ้านเรียบร้อยตลอด ในห้องก็ตั้งใจตอบคำถาม ครูหลายคนชอบเธอมากค่ะ" เซี่ยซานซานตอบด้วยรอยยิ้ม
"คุณน้าจี้ครับ ผมไม่ได้โม้นะครับ เสี่ยวหม่านสอบวิชาภาษาจีนได้ 100 เต็ม และในบรรดาเด็กทั้งหมด ลายมือของเสี่ยวหม่านสวยที่สุดเลยครับ" เจียงเซี่ยแทรกขึ้นมาทันควัน
"จริงเหรอจ๊ะ?" ใบหน้าของจี้หว่านชิวปรากฏแววปลาบปลื้ม รีบหันไปมองเซี่ยซานซานเพื่อขอคำยืนยัน
ถึงแม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวหม่านเป็นเด็กดี แต่ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบเวลาที่มีคนมาชมลูกตัวเอง?
"เป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ ข้อสอบปึกนั้นเจียงเซี่ยก็เป็นคนช่วยตรวจ เสี่ยวหม่านเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมในทุกๆ ด้านจริงๆ ค่ะ"
เซี่ยซานซานรู้สึกระอาเล็กน้อย เจ้าลูกชายคนนี้ทำตัวเหมือนกำลังพยายามทำคะแนนต่อหน้าแม่ยายยังไงยังงั้น
"นั่นคงเป็นเพราะอาจารย์เซี่ยสอนดีด้วยค่ะ" จี้หว่านชิวหัวเราะจนหุบปากไม่ลง ตัดสินใจว่าเดี๋ยวกลับบ้านไปจะทำของอร่อยๆ เป็นรางวัลให้สองพี่น้องเสียหน่อย
เธอเริ่มรู้สึกว่า ถ้าลูกสาวเธอกำลังคบกับเจียงเซี่ยอยู่จริงๆ มันก็ดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างดีทีเดียว
ข้อแรก พ่อหนุ่มคนนี้บุคลิกดี นิสัยใช้ได้ หน้าตาก็หล่อเหลา ภูมิหลังครอบครัวก็พอจะรู้หัวนอนปลายเท้า ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตเยียนหว่านจะพาใครที่เธอไม่ชอบเข้าบ้าน
ข้อสอง การที่ทั้งคู่คบกัน หมายความว่าเธอจะได้เกี่ยวดองกับครูเซี่ย ในเรื่องการเรียนปกติ ครูเซี่ยคงจะใส่ใจและรับผิดชอบต่อเสี่ยวหม่านมากขึ้นไปอีก และไม่ต้องห่วงว่าเธอจะโดนใครรังแกที่โรงเรียนด้วย
ถือว่าพี่สาวใช้ความสุขของตัวเองช่วยปูทางชีวิตให้น้องสาวไปในตัว
หลังจากนั้น แม่ทั้งสองก็เข้าสู่โหมดผลัดกันชมลูกอีกฝ่าย บทสนทนาค่อยๆ เปลี่ยนจากเรื่องหลินเสี่ยวหม่านไปเป็นเรื่องของเจียงเซี่ยและหลินเยียนหว่าน
"ที่แท้เสี่ยวเจียงเป็นนักเรียนสายศิลป์เหรอคะ?" จี้หว่านชิวประหลาดใจเล็กน้อย
เซี่ยซานซานพยักหน้า: "ใช่ค่ะ เจ้าเด็กนี่สนใจเรื่องวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก พวกเราคนเป็นพ่อเป็นแม่เห็นลูกมีความชอบก็ต้องส่งเสริม เลยส่งไปเรียนกวดวิชา ไม่นึกว่าเขาจะก้าวหน้าเร็วขนาดนี้"
"อย่างนี้นี่เอง เยียนหว่านบ้านฉันเรียนดนตรีมาตั้งแต่ประถมค่ะ เพียงแต่ไม่ได้ยึดถือเป็นอาชีพเหมือนเสี่ยวเจียง เธอเล่นเป็นแค่งานอดิเรกเฉยๆ"
"นั่นเป็นเพราะเยียนหว่านเรียนเก่งนี่คะ ฉันได้ยินมาว่าได้ที่หนึ่งของสายชั้นเลย ไม่เหมือนเจ้าลูกชายคนนี้ อันดับน่ะมองไม่เห็นเลยล่ะค่ะ"
"อาจารย์เซี่ยถ่อมตัวเกินไปแล้วค่ะ คะแนนวิชาสามัญสำหรับนักเรียนศิลป์ไม่สำคัญเท่าไหร่ ขอแค่สอบศิลปะผ่านและคะแนนวิชาสามัญถึงเกณฑ์มาตรฐาน ก็เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้แล้ว ง่ายกว่านักเรียนทั่วไปตั้งเยอะค่ะ"
"ไม่แน่นะ เด็กสองคนนี้อนาคตอาจจะได้เป็นศิษย์เก่าสถาบันเดียวกันก็ได้"
ผู้ใหญ่ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ต่างฝ่ายต่างเดาใจลูกๆ ของตนออกไม่มากก็น้อย
เจียงเซี่ยยืนฟังอยู่ข้างๆ จนเหงื่อตก ถ้าเป็นไปตามเส้นเรื่องในชาติก่อน หลังจบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขากับหลินเยียนหว่านแม้จะไม่ได้อยู่สถาบันเดียวกัน แต่ที่ตั้งก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่นัก
"อุ๊ย จะห้าโมงแล้ว ฉันต้องรีบกลับไปทำกับข้าวให้เด็กๆ แล้วล่ะค่ะครูเซี่ย ฉันไม่รบกวนเวลาคุณแล้วนะคะ"
จี้หว่านชิวมองเจียงเซี่ยพลางยิ้ม: "เสี่ยวเจียง ว่างๆ ก็มาเล่นที่บ้านบ่อยๆ นะ เสี่ยวหม่านบ่นถึงเราทุกวันเลย"
เขาพยักหน้ารับแบบขอไปที: "รับทราบครับคุณน้า เดินทางปลอดภัยนะครับ"
เซี่ยซานซานนิ่งเงียบไม่พูดอะไร บางทีจี้หว่านชิวอาจจะยังไม่รู้ว่าเจ้าเด็กแสบคนนี้อาจจะแอบไปบ้านเธอมาแล้วก็ได้ แค่ไม่รู้ว่าได้ทำอะไรเกินเลยไปหรือเปล่าเท่านั้นเอง
พอมองส่งจี้หว่านชิวลับสายตาไปแล้ว เธอจึงหันไปถามพ่อค้า: "เถ้าแก่ ซี่โครงหมูกับหมูสามชั้นนี่ขายยังไงคะ?"
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เซี่ยซานซานก็หิ้วของสดเข้าครัวเตรียมทำมื้อเย็นทันที
"แม่ครับ ผมขอใช้คอมพิวเตอร์หน่อยนะ"
"ตกลงกันก่อนนะ ห้ามเล่นเกมเด็ดขาด" เสียงคำเตือนของเซี่ยซานซานดังมาจากในครัว
ในเมื่อเธอยอมรับเรื่องที่เขาคบกับแฟนแล้ว เกมที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนย่อมถูกสั่งห้ามเด็ดขาด
"ทราบแล้วครับ ผมเลิกเล่นเกมนานแล้ว"
"ไปใช้เถอะ มื้อเย็นน่าจะอีกสักพัก"
เจียงเซี่ยเดินเข้าห้องหนังสือ เปิดคอมพิวเตอร์ เสียบแฟลชไดรฟ์ แล้วเริ่มส่งไฟล์เส้นร่างที่สแกนไว้ขึ้นเครื่องเพื่อลงสีต่อ เมื่อเข้าสู่โหมดสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานของเขาก็สูงลิบลิ่ว
เส้นร่างง่ายๆ อย่างทอมกับเจอร์รี่เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อหนึ่งภาพ ในหนึ่งชั่วโมงเขาสามารถลงสีได้มากกว่าสิบภาพ
กลิ่นหอมของซี่โครงหมูน้ำแดงค่อยๆ ลอยมาจากในครัว เจียงเซี่ยสูดลมหายใจลึกพลางลอบกลืนน้ำลาย
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็สั่น
หลินเยียนหว่าน: 【ฉันอัดเพลง Hungarian Rhapsody (แรปโซดีฮังการี) เสร็จแล้ว คุณอยากลองฟังไหม?】
เจียงเซี่ย: 【ได้เลย ส่งมาใน QQ นะ】
หลังจากส่งข้อความนี้ออกไป เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะนึกได้ว่าเขายังไม่มี QQ ของเธอเลย จึงรีบส่งตามไปอีกประโยค:
【เดี๋ยวผมแอดไป】
เขาไม่ได้ล็อกอิน QQ มานานมาก พอออนไลน์ปุ๊บ ข้อความขยะจากหวังหมิงที่ชวนเขาไปร้านเน็ตก็เด้งรัวจนเสียงเตือนไม่หยุด
เขาตัดสินใจกดปิดการแจ้งเตือนทันที โลกทั้งใบพลันสงบลง
แต่ก่อนที่เขาจะค้นหาเพื่อน เสียงไอค่อกๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของโปรแกรมก็ดังขึ้น
【ข้าคือจันทร์มีมืดมีสว่าง ขอเพิ่มท่านเป็นเพื่อน】
เมื่อเห็นชื่อเล่นที่คุ้นเคย เจียงเซี่ยก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ในยุคที่เต็มไปด้วยฟอนต์ประหลาดๆ และชื่อแนวแปลกๆ ชื่อที่เรียบง่ายสะอาดตาแบบนี้กลับดูโดดเด่นเหมือนสายน้ำที่ใสสะอาด
หันไปมองชื่อเล่นของหวังหมิง ‘เทพผู้ทะนง ใครจะทำไม’ ช่างดูแสบตาเหลือเกิน
เขากดตกลงทันที แล้วเช็คโปรไฟล์ของเธอตามความเคยชิน คำคมใต้ชื่อเขียนไว้ว่า "ยามเผชิญเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้ ให้ถามสายลมดู"
ส่วนชื่อเล่นของเขาคือ 【ลมโชยโอบจันทรา】 และคำคมส่วนตัวคือ "ใบไม้พร่างพรมสู่ยามเย็น (เยียนหว่าน)"
หลายสิ่งหลายอย่างดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ต้นอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อดึงสติกลับมา เจียงเซี่ยก็ดึงดันที่จะเปลี่ยนชื่อบันทึกของภรรยาให้เป็น "หลินเปาเป่า (ที่รักหลิน)"
【หลินเปาเป่า】: ฉันส่งเพลงไปให้แล้วนะ ลองฟังดูว่าใช้ได้ไหม
……….