เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 พะ...คุณลุง!

บทที่ 32 พะ...คุณลุง!

บทที่ 32 พะ...คุณลุง!


บทที่ 32: พะ...คุณลุง!

หลินเยียนหว่านนั่งลงบนขั้นบันไดของหมู่บ้าน เจียงเซี่ยถอดรองเท้าและถุงเท้าของเธอออก พลางใช้มือหมุนข้อเท้าเบาๆ

"เจ็บไหมแบบนี้?"

"อืม ไม่ค่อยเจ็บเหมือนเมื่อกี้แล้ว"

"โชคดีนะ ไม่โดนข้อต่อ แล้วก็ไม่มีเนื้อเยื่อส่วนไหนบวมชัดเจน สองสามวันนี้นิ่งๆ ไว้ก่อน อย่าไปกระโดดโลดเต้นก็พอ"

"อื้อ"

เจียงเซี่ยสวมถุงเท้าและรองเท้าให้เธอ ค่อยๆ พยุงเธอให้ยืนขึ้น "ลองดูสิ เดินไหวไหม?"

หลินเยียนหว่านเดินกะโผลกกะเผลกไปสองก้าว เจียงเซี่ยเห็นแล้วก็แอบขำ

"เดินได้ แค่เดินไม่เร็ว" เธอบอกอย่างจริงจัง

"ก็บอกแล้วว่าให้เดินระวังๆ" เจียงเซี่ยดุเบาๆ "นั่งรอแป๊บนะ เดี๋ยวผมไปเรียกรถ"

มีรถแท็กซี่คันหนึ่งขับสวนมาพอดี เขากวักมือเรียก พอมองเห็นรถเปิดไฟเลี้ยว เจียงเซี่ยก็หันกลับไปพยุงภรรยาของเขาให้ลุกขึ้น

กระจกรถเลื่อนลง เจียงเหวินเต๋อชะโงกหน้าออกมา เพ่งมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มคนนั้นชัดๆ ก่อนจะลองเรียกหยั่งเชิงดู "เจียงเซี่ย?"

พอได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของเจียงเซี่ยก็แข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันหน้ากลับมาอย่างฝืดเคือง พอมองทะลุกระจกรถเข้าไป ก็เห็นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองทันที

"พ่อ... พ่อนั่นเอง" มุมปากเขากระตุกแรงมาก ฝืนปั้นหน้ายิ้มออกมา แต่ในใจนี่หนาวไปครึ่งซีกแล้ว

ซวยแล้วไง งานเข้าเต็มๆ

ทำไมถึงลืมไปได้นะว่าพ่อตัวเองขับแท็กซี่

ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ปกติก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ใกล้จะเข้าเรียนแล้วเขายังมาเดินเตร่อยู่ข้างนอก ที่สำคัญคือข้างกายมีผู้หญิงอยู่ด้วยหนึ่งคน ดูยังไงก็ผิดปกติสุดๆ

พอได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ หลินเยียนหว่านก็ลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า เธอไม่คาดคิดเลยว่าจู่ๆ จะมาเจอพ่อสามีที่นี่

ทำไงดี ทำไงดี?!!

ต้องทักทายก่อนไหม?

ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด สมองตื้อไปชั่วขณะ

เจียงเหวินเต๋อเหลือบมองเวลาแล้วขมวดคิ้ว "จะบ่ายโมงอยู่แล้ว แกมาทำอะไรที่นี่"

"เอ่อ พ่อครับ พ่อมาได้จังหวะพอดีเลย ผมกำลังจะไปโรงเรียนครับ"

"ขึ้นรถมาเดี๋ยวพ่อไปส่ง..." สายตาของเขาเลื่อนจากเจียงเซี่ยไปยังเด็กสาวข้างๆ ดูแล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่น่าจะไม่ธรรมดา เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "...ไปส่งพวกแกที่โรงเรียน"

"คุณขึ้นรถเองได้ใช่ไหม?" เจียงเซี่ยกระซิบถาม

ต่อหน้าพ่อบังเกิดเกล้า เขาไม่มีความกล้าพอที่จะเดินใกล้ชิดกับผู้หญิงหรอก ยังไงซะเขาก็ต้องไปนั่งเบาะข้างคนขับอยู่แล้ว

"อืม... ไม่ต้องห่วงฉันหรอก"

เขาถอนหายใจเบาๆ เดินไปทางเบาะข้างคนขับอย่างมาดมั่น แต่คาดไม่ถึงว่าเจียงเหวินเต๋อจะลอบสังเกตเด็กสาวที่มากับลูกชายตัวเองมาตั้งแต่ต้น

เธอดูเดินกะเผลกๆ ขาไม่ดีหรือว่าขาเจ็บกันแน่? มิน่าล่ะเจียงเซี่ยถึงพยายามพยุงเธอขึ้นมาเมื่อกี้

ไอ้ลูกชายคนนี้ พอเห็นพ่อมาหน่อยล่ะก็ ไม่ดูแลคนที่ลำบากกว่าเลยนะ

เจียงเหวินเต๋อกดล็อคประตูรถนิ่งๆ เจียงเซี่ยดึงที่เปิดแล้วแต่เปิดไม่ได้

"พ่อครับ ประตูเปิดไม่ได้"

"อ๋อ ประตูมันเสีย พวกแกไปนั่งข้างหลังเถอะ"

เจียงเซี่ย: "???"

เขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม คำพูดหลอกเด็กแบบนี้เขาจะเชื่อก็บ้าแล้ว จะหาข้ออ้างก็ช่วยทำให้มันเป็นมืออาชีพหน่อยได้ไหม?

ถึงจะไม่รู้ว่าพ่อตัวเองจินตนาการความสัมพันธ์ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่พ่อครับ... พ่อเล่นสวมบทกามเทพจับลูกชายกับลูกสะใภ้มานั่งเบียดกันแบบนี้ มันอาจจะเกิดเรื่องขึ้นได้นะครับ

เขามุมปากกระตุกเบาๆ ในมุมอับสายตาที่กระจกมองหลังมองไม่เห็น เขาพยุงแขนหลินเยียนหว่านแล้วพาเธอเข้าไปนั่งที่เบาะหลังด้วยกัน

เครื่องยนต์สตาร์ท รถแท็กซี่มุ่งหน้าสู่โรงเรียนอย่างรวดเร็ว แต่อากาศภายในรถกลับกดดันอย่างบอกไม่ถูก

ความบังเอิญในโลกนี้มันช่างไร้สาระจริงๆ เมื่อคืนเจียงเซี่ยเพิ่งเจอแม่ของเธอ วันนี้กลับกันเป๊ะ ทั้งคู่โดนพ่อของเขาจับได้คาหนังคาเขา

จุดที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่นั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถเหมือนกันเป๊ะ

หลินเยียนหว่านหยิกเนื้อต้นขาของเจียงเซี่ยผ่านเนื้อกางเกง นี่เป็นนิสัยที่ติดมาหลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตราบใดที่อารมณ์ตื่นเต้นหรือประหม่า เธอจะอยากออกแรงบีบหรือกัดเขาแรงๆ สักทีเสมอ

เจียงเซี่ยได้แต่ทนเจ็บอย่างจนปัญญา รู้ดีว่าโรคประจำตัวของเธอเริ่มกำเริบอีกแล้ว

"สรุปคือ เวลานี้ทำไมไม่อยู่ที่โรงเรียน มาทำอะไรที่นี่?"

เจียงเหวินเต๋อเหลือบมองกระจกมองหลัง เด็กสาวก้มหน้าลง ลูกชายมองออกไปนอกหน้าต่าง ทั้งคู่นั่งห่างกันไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ขาดูเหมือนจะแนบชิดติดกัน

ในฐานะคนขับรถที่มีประสบการณ์มากว่าสิบปี เขาสังเกตอาการคนเก่งมาก ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเด็กสาวกำลังประหม่าสุดขีด

ต่อให้เจอพ่อของเพื่อนร่วมชั้น ก็ไม่น่าจะตื่นเต้นขนาดนี้นะ?

ยกเว้นเสียแต่ว่า...

"ตอนเที่ยงออกมาหาข้าวกินกับเพื่อนๆ หลายคนครับ แล้วพอดีเธอทำเท้าพลิก" เจียงเซี่ยหาข้ออ้างไว้เรียบร้อยแล้ว

"แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?"

"กลับโรงเรียนไปก่อนแล้วครับ" เจียงเซี่ยโกหกหน้าตาย "ตอนนั้นเธอเจ็บจนเดินไม่ไหว คนอื่นเลยล่วงหน้ากลับไปลาครูให้พวกเราก่อนครับ"

เจียงเหวินเต๋อถอนสายตากลับมาเงียบๆ ไม่ต้องพูดถึงความจริงของคำพูดเจียงเซี่ยเลย นักเรียนที่ไหนจะถ่อมาหาข้าวกินไกลถึงแถวจิ่นซิ่วหัวเฉิงตอนพักเที่ยง แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยๆ ด้วยเหรอ? เขาเป็นคนขับแท็กซี่ยังไม่รู้เลย

ริจะมาโกหกหลอกพ่อตัวเอง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าปลอม!

"เจ็บมากไหม? ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า?"

"ไม่เป็นไรค่ะ พะ..." หลินเยียนหว่านรีบปฏิเสธ เกือบจะหลุดปากเรียกคำนั้นออกมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสียงกระทันหันจนฟังดูแปลกเข้าไปใหญ่

"...พะ...คุณลุง! ไม่ต้องรำบากขนาดนั้นหรอกค่ะ เท้าหนูเกือบจะหายดีแล้ว" เธอหยิกเนื้อต้นขาเจียงเซี่ยแน่น ติ่งหูเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา

พอได้ยินคำเรียกขานนี้ เจียงเซี่ยก็อดใจไม่ไหวจนไอคอกแคกออกมา

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนเขาถึงเรียกแม่ยายว่าแม่ทันที เพราะพอบรรยากาศมันส่ง บางครั้งปากมันก็ควบคุมไม่อยู่น่ะสิ

เจียงเซี่ยสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าไปลึกๆ กำหมัดแน่น รูม่านตาขยายกว้าง แต่ห้ามร้องออกมาเด็ดขาด ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ต้องทน

ยัยผู้หญิงคนนี้ช่างไม่เกรงใจกันเลยจริงๆ เนื้อตรงนั้นคงเขียวคล้ำไปหมดแล้วมั้ง

เมื่อเห็นสัญญาณไฟแดงข้างหน้า เจียงเหวินเต๋อเกือบจะลืมเหยียบเบรก ถ้าเขาหูไม่ฝาดล่ะก็ เมื่อกี้เด็กสาวคนนี้เกือบจะเรียกเขาว่าพ่อใช่ไหม?!

พับผ่าสิ เด็กสองคนนี้อายุเท่าไหร่กันเอง?

ยังไม่จบมัธยมปลายเลยนะ!!

จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเซี่ยซานซานบอกเขาว่า ลูกชายไปส่งเพื่อนนักเรียนหญิงที่บ้านมา ก็เลยกลับบ้านช้า

หรือว่าจะเป็นเธอกันนะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเหวินเต๋อก็แอบมองเด็กสาวอีกครั้ง เครื่องหน้าประณีต คิ้วเรียวสวย ใบหน้าดูแดงระเรื่ออย่างน่ามอง ดูเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เหมือนพวกเด็กเกเรหัวรั้น

แต่ก็นะ... ไอ้ลูกชายคนนี้รสนิยมดีใช้ได้เลยแฮะ

พอผ่านไฟแดงข้างหน้ามาได้ รถแท็กซี่ก็จอดเทียบข้างทาง หลินเยียนหว่านหยิบเงินยื่นให้อย่างลนลาน "คุณอาคะ..."

เมื่อกี้เรียกคุณลุง ตอนนี้เรียกคุณอา แสดงว่าอยากเรียกพ่อจริงๆ สินะ

เจียงเหวินเต๋อโบกมืออย่างไม่ถือสา "ไม่ต้องหรอก ไอ้ลูกชายคนนี้จ่ายแล้ว พวกแกสองคนรีบไปเข้าเรียนเถอะ"

"ผมจ่ายตอนไหน?" เจียงเซี่ยอึ้งกิมกี่ไปทันที

"หักจากเงินค่าขนมแกไง!"

"..."

………..

จบบทที่ บทที่ 32 พะ...คุณลุง!

คัดลอกลิงก์แล้ว