เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อนธรรมดา

บทที่ 26 จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อนธรรมดา

บทที่ 26 จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อนธรรมดา


บทที่ 26:จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อนธรรมดา

สีแดงระเรื่อดุจเมฆอัสดงค่อยๆ ลามเลียขึ้นบนแก้มของเด็กสาว

นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เรียกเธอว่าที่รัก? ดูเหมือนจะตั้งแต่ตอนที่เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น จบลงด้วยสงครามเย็นทุกครั้ง จนคำเรียกขานที่สนิทสนมเหล่านั้นก็ไม่เคยได้ยินอีกเลย

แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลินเยียนหว่านสัมผัสได้ชัดเจนว่าหลังจากเกิดใหม่ ความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่มลายหายไป การอยู่ด้วยกันกลับดูผ่อนคลายยิ่งกว่าชาติก่อนเสียอีก

คำเรียกที่แสนสนิทนี้ คงเป็นเพราะเขาอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายมาก จนเผลอหลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับตอนที่ยังรักกันหวานชื่นไม่มีผิด

"เอ่อ... คือ... ผมน่าจะเผลอพูดผิดไปหน่อยน่ะ" เจียงเซี่ยเขินจนอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองฉาด แบบนี้จะไม่ทำให้เธอเข้าใจผิดว่าเขายากจะขอคืนดีหรอกเหรอ?

"นายพูดผิดน้อยซะที่ไหนล่ะ? เมื่อคืนยังหลุดเรียกแม่ฉันว่า 'แม่' เลยไม่ใช่เหรอ?" หลินเยียนหว่านสูดลมหายใจเบาๆ พยายามสงบสติอารมณ์ แต่รอยแดงบนใบหน้ากลับไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ

"คือว่าเรื่องนั้น..."

เจียงเซี่ยอ้ำอึ้ง พูดอย่างแหยๆ ว่า "มันเป็นความผิดของความเคยชินน่ะ ความเคยชินนี่น่ากลัวจริงๆ"

"อืม..."

ความเคยชินน่ากลัวจริงๆ นั่นแหละ

เธอตอบรับเบาๆ ก้มหน้ากินเกี๊ยวในชามต่อ เส้นผมที่ทิ้งตัวลงมาช่วยพรางแก้มแดงๆ ไว้ ทำให้มองไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

บรรยากาศพลันกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง เจียงเซี่ยใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวเข้าปากคำแล้วคำเล่า ปริมาณแค่นี้สำหรับเด็กมัธยมปลายที่ใช้พลังงานเยอะในแต่ละวัน แป๊บเดียวก็หมด

เขาประคองชามขึ้นมาเป่าพริกและน้ำมันพริกที่ลอยอยู่ข้างบนเบาๆ พอซดเข้าไปคำหนึ่งก็เกิดสำลักจนถึงลำคอ

เขาเบือนหน้าหนีแล้วไอออกมาอย่างรุนแรง หลินเยียนหว่านมองเขาพลางเบะปาก "กินเผ็ดไม่ได้ยังจะอวดเก่ง สมน้ำหน้า"

"ที่คุณพูดก็ถูก... แต่รสชาตินี้มันทั้งชาทั้งเผ็ด... อร่อยจริงๆ... แค่กๆ..." ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ต้องก้มตัวลงเอามือปิดปากไอต่อ

หลินเยียนหว่านถอนหายใจ เลื่อนชามของตัวเองที่เหลือเกี๊ยวอยู่ไม่กี่ตัวไปให้

"ของฉันไม่เผ็ด ดื่มน้ำซุปนี่แก้สำลักหน่อยสิ"

เขาไม่ลังเลเลยสักนิด เพราะปกติข้าวปลาอาหารที่ภรรยากินไม่หมดก็มักจะมาลงที่กระเพาะเขาอยู่แล้ว เจียงเซี่ยยกชามซดดังอึ๊กๆ จนคอเริ่มสบายขึ้น แล้วก็กินเกี๊ยวที่เหลือจนหมด

หวังหมิง ปกติจะชอบมาโรงเรียนแบบเฉียดฉิว แวะซื้อซาลาเปากับน้ำเต้าหู้ที่ร้านอาหารเช้า เดินกินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องเรียนพอดี

แต่วันนี้พอซื้อเสร็จกำลังจะเดินจากไป สายตาก็เหลือบไปเห็นไอ้หมอนั่นที่นั่งหันหลังกินอย่างเมามันอยู่ในมุมร้าน หน้าตามันคุ้นๆ เหมือนเจียงเซี่ยเลยแฮะ?

"เหล่าเจียง?" เขาแกล้งลองเรียกดู

เจียงเซี่ยหันกลับมาตามสัญชาตญาณ หวังหมิงตาโต เดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า "ใช่นายจริงๆ ด้วย ปกตินายไปถึงห้องก่อนฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมวันน..."

พอเห็นชัดๆ ว่าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือใคร เสียงของเขาก็หายลงคอไปทันที

เชี่ย... มิน่าล่ะวันนี้ถึงมีอารมณ์มานั่งกินบะหมี่ที่ร้าน ที่แท้ก็มากับเทพธิดานี่เอง

พอมองดูอีกที เจียงเซี่ยมีชามวางอยู่ตรงหน้าสองใบ ใบหนึ่งวางตะเกียบไว้ ผิวน้ำมันพริกสีแดงฉาน อีกใบเป็นน้ำซุปใสที่เหลือเกี๊ยวตัวสุดท้ายอยู่ และในช้อนที่เขาถือก็มีเกี๊ยวที่กินค้างไว้ครึ่งตัว

ส่วนตรงหน้าหลินเยียนหว่านไม่มีอะไรเลย นอกจากทิชชูที่ใช้เช็ดปากไปสองแผ่น

หวังหมิงเงียบไป ในใจพลันเข้าใจทุกอย่าง

ไอ้เพื่อนทรยศ ปากก็บอกว่าไม่สนใจใคร แต่ที่ไหนได้ ทั้งไปส่งเขาถึงบ้าน ทั้งมานั่งกินมื้อเช้าด้วยกัน แถมตอนนี้ยังรับหน้าที่ 'เทศบาล' จัดการเกี๊ยวที่สาวสวยกินไม่หมดอีก

ที่สำคัญคือ สาวสวยเขาก็ยอมด้วยเนี่ยนะ!?

ไหนล่ะมาดเย็นชาที่ลือกัน? ไม่ต้องไว้ตัวหน่อยเหรอ?

ความสัมพันธ์แบบนี้มันเกินคำว่าเพื่อนธรรมดาไปไกลแล้ว นี่มันคนรักกันชัดๆ! พัฒนาการมันจะไม่รวดเร็วเกินไปหน่อยเหรอ?

พอมองดูเพื่อนรักที่แอบคว้าดาวโรงเรียนห้องข้างๆ ไปครองเงียบๆ ในขณะที่ตัวเองทำได้แค่ดูอาจารย์อาโออิระบายอารมณ์ไปวันๆ เขาก็อิจฉาจนฟันแทบจะแตก

"นายมาได้ไงเนี่ย?"

เมื่อโดนเพื่อนซี้จับได้คาหนังคาเขา เจียงเซี่ยก็แอบเขิน แต่ด้วยหลักการไม่กินทิ้งขว้าง เขาจึงรีบยัดเกี๊ยวสองตัวสุดท้ายเข้าปาก แล้วซดน้ำซุปดังอึ๊กๆ จนหมดเกลี้ยง

หวังหมิงตาโตเท่าไข่ห่าน ไอ้หมอนี่จงใจโชว์หวานต่อหน้าเขาใช่ไหม? เห็นเขามาแล้วยังจะกินคำสุดท้ายโชว์อีก น้ำลายสาวสวยมันหอมขนาดนั้นเลยเหรอ? แม้แต่น้ำซุปก้นชามก็ไม่เว้น

"คิดว่าฉันเป็นก้างขวางคอ รบกวนเวลาเดทของพวกนายงั้นสิ?" หวังหมิงทำหน้าเศร้าสร้อย ไอ้เพื่อนเวร พอมีเมียแล้วลืมเพื่อนเลยนะ

"ไม่ใช่... ฉันกับเอ่อ... แค่ก ฉันกับเยียนหว่านไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด" เจียงเซี่ยรีบแก้ตัว

หลินเยียนหว่านเอามือกุมขมับอย่างไร้คำพูด หมอนี่ถ้าพูดดีๆ ไม่ได้ก็หุบปากไปเลยดีไหม อธิบายแบบนี้มันยิ่งกว่าการราดน้ำมันบนกองไฟเสียอีก!

ได้ยินคำอธิบาย หวังหมิงถึงกับสั่นไปทั้งตัว

เดี๋ยวเรียก 'ที่รัก' (หลุดออกมาตอนแรก) เดี๋ยวเรียก 'เยียนหว่าน' เรียกซะสนิทสนมขนาดนี้ จะบอกว่าไม่แสดงละครตบตาเพื่อนหน่อยเหรอ?

พึ่งจะเริ่มเองไม่ใช่เหรอ ทำไมทำตัวเหมือนคู่รักที่คบกันมานาน กลิ่นอายความรักโชยมาเตะจมูกขนาดนี้

"เพื่อนคนนี้คะ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเจียงเซี่ยบังเอิญเจอกันที่นี่จริงๆ" หลินเยียนหว่านสูดลมหายใจลึกช่วยอธิบาย

"ใช่ๆ บังเอิญจริงๆ นะ" เจียงเซี่ยพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ได้ยินเหตุผลนี้ หวังหมิงถึงกับหน้ากระตุก

บังเอิญ?

บังเอิญบ้านนายน่ะสิ!

ท่าทางหน้าแดงๆ ของหลินเยียนหว่านตอนอธิบาย ในสายตาเขาดูเหมือนอาการเขินอายชัดๆ

วันนี้ต่อให้พระยูไลเอาฝ่ามือเบญจคีรีมาวางตรงหน้า ฉันก็จะฟันธงว่าพวกนาย คบ! กัน! อยู่!

เขาดูดน้ำเต้าหู้ที่แสนจืดชืดอย่างรันทด พลางมองดูทั้งคู่ส่งสายตาหวานซึ้งให้กัน (ในความคิดเขา) เชี่ย... ไหนว่าเราจะครองโสดไปด้วยกันไง แต่นายดันแอบไปหาแฟนซะงั้น

สุดท้ายตัวตลกก็คือตัวเขาเองงั้นเหรอ!?

"เร็วเข้า เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้สายแน่" เจียงเซี่ยดูเวลา แล้วหยิบเงินยี่สิบหยวนออกมาจ่ายค่าอาหารเช้าส่วนของภรรยาไปด้วยเลย

ทั้งสามคนเดินออกจากร้าน เจียงเซี่ยกับหวังหมิงเดินนำหน้า ส่วนหลินเยียนหว่านเดินตามหลังมาห่างๆ อย่างมีชั้นเชิง เว้นระยะไว้ไม่ให้ดูใกล้จนเกินไปและไม่ไกลจนเกินไป

เธอนึกถึงเรื่องเมื่อกี้แล้วปวดหัวจริงๆ จบวันนี้ไป ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเจียงเซี่ยจะถูกลือไปถึงไหน

หวังหมิงกอดคอเจียงเซี่ยแน่น แล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เหล่าเจียง มีแฟนแล้วยังจะปกปิดอีกนะ ไม่ยอมบอกข่าวดีกับเพื่อนเลยนะ เร็วๆ สารภาพมาซะดีๆ ตอนนี้พวกนายเป็นอะไรกัน?"

เมื่อเห็นเพื่อนรักกัดฟันพูดขนาดนี้ เจียงเซี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจ "เหล่าหมิง มันไม่ใช่แบบที่นายคิดจริงๆ ฉันกับเธอเป็นแค่เพื่อนธรรมดากัน"

"แถ! แถต่อไป! เพื่อนธรรมดาที่ไหนจะอาสาไปส่งสาวถึงบ้านตอนกลางคืนล่ะ?" หวังหมิงแค่นหัวเราะ

เจียงเซี่ยตัวแข็งทื่อ ไอ้หมอนี่เห็นเมื่อคืนด้วยเหรอ?

"หึๆ พูดไม่ออกล่ะสิ? อย่ามาบอกนะว่าสาวเขาแค่กลัวมืดเลยชวนนายไปเป็นบอดี้การ์ดน่ะ"

เขาพ่นลมหายใจออกจมูกแล้วพูดต่อ "ต่อให้ใช่ ความสัมพันธ์ของพวกนายมันก็ไม่ปกติอยู่ดี เมื่อคืนไฟดับ ทำไมไม่เห็นสาวสวยมาเรียกฉันไปส่งบ้างล่ะ?"

"แล้วเมื่อกี้อีก เจริญอาหารดีนะ กินคนเดียวสองชาม ว่าแต่... น้ำลายสาวสวยมันอร่อยไหมล่ะ?" เขาแกล้งแหย่พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เจียงเซี่ยพูดไม่ออก เขาจะบอกไปได้ยังไงว่าเขากินมาต่อเนื่องเป็นสิบปีจนชินแล้ว ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

เห็นสีหน้าอ้ำอึ้งของเพื่อนรัก หวังหมิงก็หันไปมองหลินเยียนหว่านที่เดินอยู่ข้างหลัง พอนึกถึงภาพความสนิทสนมเมื่อกี้ ซาลาเปาในมือเขาก็กลายเป็นอาหารหมาที่กลืนแทบไม่ลง มันช่างรันทดใจเสียนี่กะไร

พระเจ้าครับ ช่วยผ่าสายฟ้าลงมาจัดการไอ้เพื่อนทรยศคนนี้ทีเถอะ!

……….

จบบทที่ บทที่ 26 จริงๆ แล้วก็แค่เพื่อนธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว