เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 มีอะไรเหรอที่รัก?

บทที่ 25 มีอะไรเหรอที่รัก?

บทที่ 25 มีอะไรเหรอที่รัก?


บทที่ 25:มีอะไรเหรอที่รัก?

"มาแล้วจ้า ทั้งเกี๊ยวน้ำและเกี๊ยวเผ็ด ระวังร้อนนะ เชิญทานให้อร่อยนะ~"

เสียงเถ้าแก่ตะโกนบอกพร้อมกับยกชามมาวางบนโต๊ะ

"เถ้าแก่ครับ เกี๊ยวกุ้งสดถ้วยนี้..."

"...ผมบอกว่าเกี๊ยวเผ็ดใส่ผักชีเยอะๆ ไงครับ?" เจียงเซี่ยปากกระตุก มองดูชามของตัวเอง ทำไมผักชีทั้งหมดมันถึงไปอยู่ในชามเกี๊ยวกุ้งสดยกเข่งแบบนั้นล่ะ?

ได้ยินคำนั้น หลินเยียนหว่านก้มลงดมกลิ่นแล้วพูดว่า "มีกระเทียมด้วย"

เถ้าแก่ชะงักไปครู่หนึ่ง ทำสีหน้าเจื่อนๆ "ต้องขออภัยจริงๆ สงสัยเมื่อกี้วุ่นๆ เลยทำสลับกัน ให้ผมทำให้ใหม่ไหมครับ?"

"ไม่เป็นไรค่ะ เอาแบบนี้แหละ หนูก็พอทานกระเทียมได้"

"ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ..." เถ้าแก่ขอบคุณยกใหญ่

"เถ้าแก่ครับ รบกวนขอช้อนหน่อยได้ไหมครับ? พอดีเธอไม่ถนัดใช้ตะเกียบกินเกี๊ยวน้ำน่ะ" เจียงเซี่ยพูดขึ้นมาทันที

"ได้เลย" เถ้าแก่รับคำอย่างรวดเร็ว

หลินเยียนหว่านแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่หมอนี่ยังจำเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ได้

เธอก็หยิบตะเกียบออกมาจากกระบอก คีบผักชีที่ลอยอยู่บนหน้าออก เจียงเซี่ยก็เลื่อนชามของตัวเองไปรอรับตามสัญชาตญาณ พอเธอคีบออกจนหมด เขาก็ยื่นตะเกียบให้รับช่วงต่อ

ตั้งแต่ออกเดทกันมา อะไรที่ภรรยาไม่กิน เขาก็จะรับผิดชอบกินแทนให้หมด ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ทั้งคู่จึงคุ้นเคยกับมารยาทบนโต๊ะอาหารแบบนี้ไปแล้ว และไม่รู้สึกเลยว่าการกระทำที่คนนอกมองว่าสนิทสนมเกินเบอร์นี้มีอะไรผิดปกติ

ชายหนุ่มที่ทักหลินเยียนหว่านเมื่อกี้ถึงกับอึ้งกิมกี่ ยืนถือถุงน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ค้างอยู่อย่างนั้น รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวตลก

หมอนั่นเป็นใคร?

เทพธิดาที่เขาแอบรักมีแฟนแล้วเหรอ?

ข่าวใหญ่ขนาดนี้ทำไมเขาถึงไม่รู้เลย?

โลกทั้งใบดูเหมือนจะกลายเป็นสีเทาในพริบตา ชายหนุ่มผู้สิ้นหวังคนนั้นไม่เชื่อในความรักอีกต่อไป

เขามองหลินเยียนหว่านด้วยสายตาเศร้าสร้อย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันหลังเดินหน้าเชิด 45 องศามองท้องฟ้าที่ยังไม่สว่างดี ภายในใจที่กำลังร่ำไห้ได้คิดสเตตัสที่จะโพสต์ใน QQ ไว้แล้ว: 「ความรักที่ฉันมอบให้มันผิดคน ทำอะไรไปก็เป็นแค่การเพ้อเจ้อไปเอง」 (ภาษาวัยรุ่นยุคนั้น)

เจียงเซี่ยแอบเห็นเขาเดินคอตกออกจากร้านไปอย่างหมดสภาพ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำ เด็กผู้ชายยุคนี้จิตใจเปราะบางขนาดนี้เลยเหรอ?

แค่เห็นผู้หญิงที่ตัวเองชอบนั่งกินข้าวกับผู้ชายคนอื่น ถึงกับเกิดบาดแผลทางใจเลยเหรอ? แบบนี้ไม่ได้นะ การจะจีบหญิงถ้าไม่รู้จักคำว่าเลียก็ไปไม่รอดหรอก ไม่ใช่ทุกคนที่จะหล่อจนเทพธิดามาตื๊อเองแบบเขาสักหน่อย

เขาถอนหายใจในใจพลางกดผักชีให้จมลงไปในน้ำซุปน้ำมันพริก พอผักชีดูดน้ำซุปจนชุ่ม เขาก็เอาเข้าปากพร้อมกับเกี๊ยวทันที

"ว่าแต่ คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเขาเป็นใคร?"

หลินเยียนหว่านใช้ช้อนตักเกี๊ยวขึ้นมา ห่อปากจู๋เป่าลมเบาๆ พอเริ่มอุ่นเธอก็ค่อยๆ จิบน้ำซุปและกินเข้าไปคำเล็กๆ

ได้ยินเจียงเซี่ยถาม เธอหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วตอบอย่างจริงจังว่า "เหมือนจะเป็นเพื่อนในห้องนะ แต่ลืมชื่อไปแล้ว"

ตอนนั้นมีคนแอบชอบเธอเยอะแยะ แถมเวลาผ่านมานานขนาดนี้ ใครจะไปจำชื่อได้หมด

ได้ยินแบบนั้น เจียงเซี่ยก็รู้สึกเวทนาพ่อหนุ่มเมื่อกี้อีกรอบ ในสายตาภรรยาเขา หมอนั่นเป็นแค่ตัวประกอบที่จืดจางสุดๆ

ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนตัวเขาเองจะเก่งเหมือนจูล่งกลับชาติมาเกิดจริงๆ ที่ฝ่าฝูงคู่แข่งที่รับมือยากพวกนั้นไปคว้าตัวเธอมาครองได้ หล่อระเบิดระเบ้อจริงๆ เลยเรา

"น่าสงสารเขานะ ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อในความรักอีกต่อไปแล้ว" เจียงเซี่ยยิ้มกริ่ม "คุณทำหัวใจผู้ชายสลายนะเนี่ย"

หลินเยียนหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอกับเจียงเซี่ยดูจะสนิทสนมกันเกินไปจริงๆ ต่อให้ตกลงจะเป็นแค่เพื่อนกัน แต่มันก็ไม่ควรจะสนิทกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ

หรือว่าจะต้องเลื่อนระดับเป็น ‘เฟรนด์โซน’ ขั้นสุด?

เธอสูดลมหายใจเบาๆ สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จะโทษก็ต้องโทษความเคยชินในการใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายปีนั่นแหละ ที่ทำให้พออยู่ด้วยกันแล้วมันเปลี่ยนยากในทันที

คิดได้อย่างนั้น เธอจึงค้อนใส่เจียงเซี่ยด้วยความเคืองเล็กน้อย เหมือนกับว่าพออยู่กับหมอนี่ทีไร เรื่องต่างๆ มักจะออกนอกลู่นอกทางที่เธอวางไว้เสมอ

"ค้อนใส่ผมทำไม ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ" เจียงเซี่ยทำหน้าละเหี่ยใจ "หรือจะให้ผมวิ่งตามไปอธิบายกับเขาดีว่า จริงๆ แล้วพวกเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด?"

ไม่รู้ทำไม เห็นหมอนั่นเดินจากไปอย่างหมดหวังแล้วรู้สึกสะใจแปลกๆ อารมณ์ประมาณว่า เมียข้า ใครอย่าแตะ ไม่หัดตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเลย

ถึงตอนนี้สถานะภรรยาจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว แต่ความรู้สึกเหนือกว่านี่ยังอยู่ครบถ้วน

"...หุบปากไปเลยนาย พูดไปมีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลง"

หลินเยียนหว่านเริ่มปวดหัว อีกไม่นานคงมีข่าวลือสะพัดไปทั่วแน่ๆ ว่าเธอกำลังแอบคบกับผู้ชายต่างห้อง

ทั้งที่จริงๆ แล้ว... เธอเพิ่งจะเลิกกับหมอนี่แบบสันติไปเองนะ!

"อื้มๆ ทองแท้ไม่กลัวไฟอยู่แล้ว" เจียงเซี่ยนั่งตัวตรง พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

"ทองแท้บ้านนายน่ะสิ ปากคนยาวกว่าปากกานะรู้ไหม!"

หมอนี่พูดเหมือนไม่เดือดร้อนอะไรเลย หลินเยียนหว่านเคืองจัดจนแอบเตะเขาใต้โต๊ะเบาๆ แต่กลับโดนเจียงเซี่ยใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาเธอไว้แน่น

"ทำอะไรน่ะ? พูดอยู่ดีๆ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย" เจียงเซี่ยส่งสายตาเตือนภัย นี่คือท่าไม้ตายที่ฝึกมาหลังจากแต่งงานกัน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ท่าต่อไปของเขาคือรวบมือเธอแล้วดึงเข้ามากอด จากนั้นก็โน้มหน้าเข้าไปจูบที่ปากนุ่มๆ ของเธอ

แต่ตอนนี้... แค่ก ตอนนี้คนเยอะเกินไป ไม่ใช่สิ... ตอนนี้เลิกกันแล้ว เรื่องจูบทำไม่ได้

เขาแอบมองริมฝีปากจิ้มลิ้มของหลินเยียนหว่านด้วยความใจสั่นเล็กน้อย

"ปล่อยนะ" เธอพยายามดิ้นรนด้วยความเขินอาย แต่มันไม่ได้ผลเลย

"ไม่ปล่อย คุณจะเตะผม"

หลินเยียนหว่านโมโหจัด: "...ใครจะเตะนายกัน?!"

"ถ้าคุณไม่คิดจะเตะผม แล้วผมจะหนีบขาคุณไว้ทำไมล่ะ?" เจียงเซี่ยเถียงข้างๆ คูๆ

"..."

เธอถึงกับใบ้กิน จู่ๆ ก็นึกทิฐิขึ้นมา เลยใช้ขาอีกข้างหนีบขาเขาไว้แน่นเหมือนกัน ใครเก่งก็อย่าปล่อยนะ!

ทั้งคู่ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า การเล่นกันแบบเด็กๆ นี้ มันช่างเหมือนกับตอนที่เริ่มจีบกันใหม่ๆ แล้วออดอ้อนกันไม่มีผิด

หลังจากนั้น ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินของตัวเองไป เหมือนจะสงบศึกกันแล้ว แต่ช่วงล่างกลับกำลังสู้กันเงียบๆ คนหนึ่งออกแรงหนีบ อีกคนก็ไม่ยอมแพ้

พอใจเริ่มสงบลง หลินเยียนหว่านก็รู้สึกว่าต่อให้มีข่าวลือก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะวิญญาณของพวกเธอคือคนอายุสามสิบปี ต่อให้คนทั้งโรงเรียนลือว่าเธอกับเจียงเซี่ยแอบคบกัน มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตพวกเธอจริงๆ สักหน่อย

ตราบใดที่เจ้าตัวมั่นใจว่าไม่ใช่ ลือไปลือมามันจะกลายเป็นจริงได้ยังไง

ถึงแม้ทางออกที่ดีที่สุดคือการทำข้อตกลงกับเจียงเซี่ย เช่น ถ้ามีคนนอกอยู่ห้ามคุยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตามมา แต่เธอรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น

วิญญาณที่แข็งแกร่งต้องกล้ายืนหยัดต่อหน้าอดีตของตัวเอง ถ้ามัวแต่หลบๆ ซ่อนๆ ไม่เท่ากับว่าเป็นการแสดงออกว่าเธอยังตัดใจจากความสัมพันธ์เดิมไม่ได้หรอกเหรอ?

ในเมื่อหมอนี่ยังมองข้ามเรื่องนี้ไปได้ เธอเองก็จะไม่ยอมเป็นคนแพ้เหมือนกัน

ดังนั้น ต่อไปนี้จะวางตัวกับเจียงเซี่ยยังไงก็ทำไปเถอะ คนที่เลิกกันแล้วไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นเพื่อนกันก็ได้นี่นา

พอคิดได้แบบนี้ หลินเยียนหว่านก็ถอนหายใจยาว เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาสดใสของเขา แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าเมื่อก่อนเธอก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย

ถ้าหลังจากนั้นไม่มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย พวกเขาอาจจะได้อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าจริงๆ ก็ได้

เจียงเซี่ยดูดเกี๊ยวเข้าปาก แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ

"มีอะไรเหรอที่รัก?"

พอพูดจบ ทั้งคู่ก็ชะงักไปพร้อมๆ กัน...

……….

จบบทที่ บทที่ 25 มีอะไรเหรอที่รัก?

คัดลอกลิงก์แล้ว