- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ทั้งผมกับภรรยาต่างได้เกิดใหม่
- บทที่ 21 พวกลูกสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?
บทที่ 21 พวกลูกสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?
บทที่ 21 พวกลูกสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?
บทที่ 21: พวกลูกสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?
"ขึ้นรถสิ"
กระจกรถเลื่อนลง จี้หว่านชิวชะโงกหน้าออกมามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย
เมื่อเห็นหลินเยียนหว่านเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะหลัง เจียงเซี่ยก็เดินไปทางประตูฝูงคนขับตามสัญชาตญาณ
แต่แล้วแม่หนูน้อยก็โผล่หน้าออกมา ยิ้มร่าจนเห็นลักยิ้มน่ารักสองข้าง
"พี่เจียงเซี่ยคะ ที่ตรงนี้เสี่ยวหมานจองแล้วค่ะ พี่ต้องไปนั่งข้างหลังกับพี่สาวแล้วล่ะ~"
"เสี่ยวหมานเด็กดี นั่งข้างหน้าต้องคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยนะรู้ไหม?" เจียงเซี่ยลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเบาะหลังแล้วเข้าไปนั่ง
หลินเสี่ยวหมานแอบมองผ่านกระจกหลังเห็นทั้งคู่ต้องมานั่งเบียดกัน ในใจก็แอบดีใจเงียบๆ เธอตัดสินใจแน่วแน่ในใจ: พี่เจียงเซี่ย พี่เยียนหว่าน หนูจะทำให้พวกพี่กลับมาดีกันให้ได้เลย!
รถสตาร์ทเครื่องและค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน อดีตสามีภรรยาในชาตินี้ต่างคนต่างเบือนหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด กระจกสะท้อนใบหน้าที่ยังเยาว์วัยของทั้งคู่แยกกันคนละฝั่ง
จี้หว่านชิวสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ในรถ เธอแอบมองกระจกมองหลังอย่างมีเลศนัย
ทั้งคู่นั่งห่างกันจนน่าจะยัดผู้ใหญ่เข้าไปได้อีกสองคน เหมือนจงใจรักษาระยะห่างเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกัน
ความสัมพันธ์แบบนี้ดูไม่เหมือนเพื่อนร่วมชั้น ไม่เหมือนเพื่อนทั่วไป แต่มันเหมือนคู่รักที่เพิ่งทะเลาะกันและอยู่ในช่วงสงครามเย็นเสียมากกว่า
เธอสะดุ้งกับความคิดที่วูบเข้ามา ผนวกกับที่เจียงเซี่ยเผลอหลุดปากเรียกเธอว่าแม่ตั้งแต่ตอนแรก... หรือว่าพวกเขากำลังแอบคบกันอยู่จริงๆ?
พิจารณาดูแล้ว ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้
พ่อหนุ่มคนนี้เมื่อกี้เห็นหน้าเธอก็ดูประหม่าสุดขีด ถึงจะพยายามทำตัวนิ่งแค่ไหน แต่เธอเป็นคนที่ผ่านโลกมาก่อน มีหรือจะหลอกดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ของเธอได้
แต่จี้หว่านชิวก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล
เธอรู้จักลูกสาวตัวเองดี ผลเรียนคงเส้นคงวา นอกจากเพื่อนผู้หญิงไม่กี่คนก็ไม่มีเพื่อนต่างเพศเลย
ชีวิตประจำวันมีแค่โรงเรียนกับบ้าน ไปเรียนตรงเวลา กลับบ้านตรงเวลา แม้แต่โทรศัพท์มือถือยังถูกยึดไว้ชั่วคราวเพราะใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย
ตามหลักแล้ว เธอไม่ควรจะมีเวลาว่างไปแอบมีแฟนได้เลย
แต่ท่าทางของสองคนนี้ในตอนนี้ ต่อให้ไม่ใช่คนตาบอดก็ดูออกว่าต้องมีเรื่องราวอะไรบางอย่างแน่ๆ
ช่างเถอะ คิดไปก็ไล่เบี้ยไม่ได้ความ ไว้เดี๋ยวค่อยลองถามเลียบๆ เคียงๆ ดู
ถึงแม้ความประทับใจแรกที่เธอมีต่อพ่อหนุ่มคนนี้จะดีมาก แต่ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการสอบเข้ามหาลัย เรื่องความรักเนี่ย อย่างน้อยก็น่าจะรอให้เข้ามหาลัยก่อนไม่ใช่เหรอ?
ไม่อย่างนั้น ตอนนี้รักกันปานจะแหกเหงือกดม พอเข้ามหาลัยแล้วอยู่คนละทิศคนละทาง มันจะน่าเศร้าเอานะ
ทั้งสี่คนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเองตลอดทางโดยไม่มีใครเอ่ยปาก
เมื่อเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนข้างหน้า ก็มองเห็นประตูหมู่บ้านสวนหงอวิ้นผ่านกระจกหน้ารถ
"ที่นี่แหละครับคุณน้า" เจียงเซี่ยเอ่ยขึ้นได้จังหวะ
รถจอดเทียบข้างทาง จี้หว่านชิวหันไปดูลูกสาวคนเล็กที่หลับปุ๋ยไปแล้ว แล้วพูดเบาๆ "เสี่ยวหมาน เสี่ยวหมานลูก? พี่เจียงเซี่ยจะไปแล้วนะ ตื่นมาบอกลาพี่เขาก่อนเร็ว"
หลินเสี่ยวหมานคอพับหลับสบาย ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไร บนใบหน้าถึงมีรอยยิ้มหวานประดับอยู่ตลอด
"คุณน้าครับ ดึกมากแล้ว ให้เสี่ยวหมานนอนต่อเถอะ ขอบคุณคุณน้ามากนะครับที่อุตส่าห์ขับรถมาส่ง ตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ค่อยดี ขากลับเดินทางปลอดภัยนะครับ"
พูดจบเจียงเซี่ยก็เปิดประตูลงรถ หลินเยียนหว่านพลันเรียกเขาไว้ พร้อมกับยื่นไฟฉายส่งให้
"นี่ ไฟฉาย เอาไปสิ ข้างในมืดตึ๊ดตื๋อมองไม่เห็นอะไรเลย เดี๋ยวก็ได้เดินชนต้นไม้เข้าหรอก"
"ไม่เป็นไร ทางนี้ผมชินแล้ว" เจียงเซี่ยส่ายหน้าปฏิเสธ
หลินเยียนหว่านอดไม่ได้ที่จะเบะปาก เกิดใหม่แล้วยังจะมาทำเป็นเก่งอีก ฟังคำพูดเธอสักครั้งมันจะตายไหมเนี่ย?!
"เสี่ยวเจียง เชื่อเยียนหว่านเถอะจ้ะ เอาไฟฉายติดตัวไปเถอะ มีแสงไฟไว้ยังไงก็ดีกว่าจริงไหม?" จี้หว่านชิวเสริม
เมื่อเห็นแม่ยายยังคงดีกับเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เจียงเซี่ยก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
"อืม... ก็ได้ครับ"
เขารับไฟฉายมาแล้วสบตาเธอ "ขอบใจนะ พรุ่งนี้ผมเอามาคืน"
"อืม"
เจียงเซี่ยหันไปโบกมือลาแม่ยาย "คุณน้าสวัสดีครับ"
"จ้ะ สวัสดีจ้ะ"
เจียงเซี่ยหันหลังเดินเข้าหมู่บ้านไป แสงไฟฉายส่องนำทางจนร่างของเขาค่อยๆ ลับสายตาไป
หลินเยียนหว่านมองตามหลังเขาพลางถอนหายใจเบาๆ
หลังจากเกิดใหม่ แม้ทั้งคู่จะมีเรื่องให้ต้องติดต่อกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่กลับไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งเหมือนชาติก่อน ราวกับย้อนกลับไปในช่วงที่เพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ
แต่น่าเสียดาย ที่เรื่องบางเรื่องเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีวันย้อนกลับไปได้อีก
จี้หว่านชิวเห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอย จึงเข้าเกียร์หนึ่งแล้วขับรถไปช้าๆ ตอนนี้ไม่มีคนนอกอยู่แล้ว มีบางเรื่องที่เธอต้องพูดกับลูกสาวเสียหน่อย ก่อนที่หัวใจจะถลำลึกจนกู่ไม่กลับ
"เยียนหว่าน บอกแม่มาตามตรงนะ พวกลูกสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?"
หลินเยียนหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางของพวกเขาดูยังไงก็ไม่เหมือนคนกำลังคบกันสักนิดนี่นา
"แม่คะ ทำไมแม่ถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
"เขาเรียกแม่ว่า 'แม่' ขนาดนั้นแล้ว ยังจะถามอีกเหรอ? ลูกคงไม่ได้คิดจริงๆ ใช่ไหมว่าแม่จะดูไม่ออกว่าไอ้เหตุผลที่เขาอ้างมันเป็นแค่ข้อแก้ตัวน่ะ?" จี้หว่านชิวเบะปาก ทำหน้าตาถอดแบบมาจากลูกสาวเป๊ะๆ
"..."
หลินเยียนหว่านกัดฟันกรอดด้วยความจนแต้ม เธอรู้อยู่แล้วเชียวว่าต้องพังเพราะเรื่องนี้ ไอ้หมอนั่นมันทำตัวให้พึ่งพาได้กว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงนะ!
"ไม่ใช่ค่ะ" เธอสูดลมหายใจลึก ปฏิเสธเสียงแข็ง
อธิบายอย่างอื่นไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ตัดบทให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า
จี้หว่านชิวเตรียมใจรับปฏิกิริยาของลูกสาวไว้อยู่แล้ว จึงยิงคำถามที่สองตามมาทันที
"ถ้าอย่างนั้นเขากำลังจีบลูกอยู่ใช่ไหม? อยู่ในช่วงที่มีใจให้กันแต่ยังไม่ได้สารภาพรักกันล่ะสิ? ถึงพ่อหนุ่มคนนี้จะหน้าตาดี นิสัยใจคอใช้ได้ แต่ช่วงเวลานี้ การมีรักมันจะทำให้ความเร็วในการทำข้อสอบลดลงนะจ๊ะ"
"แม่คะ แม่เอาอะไรมาดูเนี่ย?" หลินเยียนหว่านทำหน้าละเหี่ยใจ
"เขาอยู่หมู่บ้านสวนหงอวิ้น ส่วนเราอยู่จิ่นซิ่วหัวเฉิง มันคนละทิศคนละทางกันเลยนะ แต่เขากลับอาสามาส่งลูกที่บ้านตอนไฟดับ เรื่องแบบนี้เพื่อนธรรมดาเขาไม่ทำกันหรอกจ้ะ ที่สำคัญคือลูกยังยอมให้เขามาส่งด้วย"
หลินเยียนหว่านอึ้งไปเลย สมแล้วที่เป็นขิงแก่ ที่แม่ถามที่อยู่เจียงเซี่ย ไม่ใช่แค่จะส่งเขากลับบ้านเฉยๆ แต่เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สินะ?
ร้ายกาจนักนะเนี่ย ขนาดลูกตัวเองยังโดนวางแผนใส่!
จี้หว่านชิวเห็นลูกสาวนิ่งเงียบ จึงพูดต่อไปอย่างไม่รีบร้อน "แถมแม่ไม่เคยได้ยินเลยว่าลูกมีเพื่อนผู้ชายคนอื่น เขาถือเป็นคนแรกเลยใช่ไหมล่ะ?"
หน้าอกของหลินเยียนหว่านกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หนักหน่วง ถ้าปล่อยให้แม่วิเคราะห์ต่อไปแบบนี้ อย่าว่าแต่สรุปว่าคบกันเลย สงสัยคงมโนไปถึงฉากแต่งงาน มีหลานให้อุ้มปีละสองคนแน่ๆ
ความสัมพันธ์ของเธอกับเจียงเซี่ยมันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายในไม่กี่คำ
พื้นฐานคือคู่สามีภรรยาที่เกือบจะหย่ากันสำเร็จ แล้วต่างก็อยากมีชีวิตใหม่หลังเกิดใหม่ ดังนั้นในสายตาคนนอกอาจจะดูสนิทสนมกันมาก แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย
แต่ปัญหาก็คือ มันอธิบายให้คนอื่นฟังไม่ได้นี่สิ
"ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะค่ะแม่ สิ่งที่แม่พูดมามันไม่เป็นจริงเลยสักนิด เป็นไปได้ไหมคะว่า หนูแค่กลัวการเดินถนนตอนกลางคืนคนเดียว แล้วเจียงเซี่ยเขาก็เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น เรื่องคืนนี้มันก็เลยเกิดขึ้นแค่นั้นเอง?"
……….