- หน้าแรก
- เมื่อสาวชาวนาต้องมาสวมรอยเป็นคุณหนูจวนแม่ทัพ
- บทที่ 1: พลัดตกน้ำข้ามภพ
บทที่ 1: พลัดตกน้ำข้ามภพ
บทที่ 1: พลัดตกน้ำข้ามภพ
บทที่ 1: พลัดตกน้ำข้ามภพ
"ท่านหมอฮวง อาการเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"
สุ้มเสียงร้อนรนของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นข้างหู
เชียนฮวารู้สึกปวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย หนาวสะท้านราวกับแช่อยู่ในบึงน้ำแข็งจนตัวสั่นเทิ้ม
ศีรษะของนางหนักอึ้ง แต่สติสัมปชัญญะกลับแจ่มชัดยิ่งนัก
นางพยายามจะลืมตาขึ้นมองดูรอบกาย ทว่าเปลือกตากลับหนักอึ้งไม่ยอมเชื่อฟัง ร่างกายราวกับถูกสะกดตรึงไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ นางจึงจำต้องยอมแพ้ไป
"ช่วงนี้เป็นปลายฤดูร้อน อากาศไม่ได้หนาวเย็น เด็กไม่น่าจะจับไข้ได้เพียงเพราะตกน้ำ แต่เดิมนางมีอาการ 'โรคความเย็น' แฝงอยู่ในตัวอยู่แล้ว การตกน้ำครั้งนี้จึงไปกระตุ้นไอเย็นชั่วร้ายในร่างกายให้กำเริบ"
"มิหนำซ้ำนางยังตกใจกลัวอย่างรุนแรง ทำให้ไข้สูงไม่ยอมลด อาการตอนนี้วิกฤตนัก"
เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงของชายชรา คาดว่าน่าจะเป็น 'ท่านหมอฮวง' ที่สตรีผู้นั้นเอ่ยถึง
"ท่านหมอฮวง พวกเราควรทำเช่นไรดี มีหนทางรักษาหรือไม่เจ้าคะ?" น้ำเสียงของสตรีผู้นั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"ข้าจะเขียนเทียบยาให้ หากกินยาแล้วไข้ลด นางก็จะปลอดภัย แต่หากไข้สูงยังไม่ยอมลด ข้าเกรงว่า..."
ชายชราอึกอัก เห็นได้ชัดว่าลำบากใจที่จะเอ่ยประโยคถัดไป
"หากไข้ไม่ลด จะเป็นอย่างไรเจ้าคะ?" น้ำเสียงของนางยิ่งร้อนรนกว่าเดิม
"หากพรุ่งนี้เช้าไข้ยังไม่ลด... พวกเจ้าก็เตรียมจัดงานศพได้เลย" ชายชราถอนหายใจพลางกล่าวถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด
ทันทีที่สิ้นเสียง แม่นางหลิวก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางแสกหน้า สมองอื้ออึงไปหมด
เรี่ยวแรงที่มีถูกสูบหายไปในพริบตา ร่างกายอ่อนยวบยาบแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
เมื่อตั้งสติได้ นางก็รีบพุ่งไปที่เตียง โถมตัวลงกอดร่างผอมบางของเด็กน้อยเอาไว้
นางเขย่าตัวเด็กน้อยพลางร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง "เชียนฮวา ลูกแม่... เจ้าตกลงไปในแม่น้ำได้อย่างไร หากเจ้าเป็นอะไรไป แม่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร โฮ..."
เชียนฮวาที่ถูกเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนรู้สึกมึนงงหนักกว่าเก่า นางสับสนเหลือเกิน... หญิงผู้นี้รู้ได้อย่างไรว่านางชื่อเชียนฮวา? แถมยังอ้างตัวว่าเป็นแม่ แต่เสียงนี้ไม่ใช่เสียงแม่ของนางอย่างแน่นอน
นางจำได้ว่าก่อนเกิดเรื่อง นางยืนถ่ายรูปอยู่ที่ท้ายเรือท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ
จู่ๆ คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดเข้ามา มีใครบางคนในฝูงชนผลักนางจนเสียหลักพลัดตกลงไปในทะเล
นางว่ายน้ำแข็ง แต่ในวินาทีนัน ไม่ว่าจะพยายามตะเกียกตะกายเพียงใด ร่างของนางก็เอาแต่ดิ่งลึกลงไปจนกระทั่งหมดสติ
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็มานอนอยู่ที่นี่เสียแล้ว
"ชุนเซียง เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้ท่านหมอฮวงเขียนเทียบยาแล้วไปจัดยาก่อน เชียนฮวาของเราเป็นคนมีบุญวาสนา นางจะต้องไม่เป็นอะไรแน่"
เสียงทุ้มของบุรุษเอ่ยปลอบประโลมสตรีผู้นั้น ขัดจังหวะความคิดอันสับสนวุ่นวายของเชียนฮวา
"ใช่ๆๆ ท่านพี่ ข้าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ท่านหมอฮวง ได้โปรดรีบเขียนเทียบยาเถิดเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของสามี แม่นางหลิวราวกับได้พบที่พึ่ง นางรีบเร่งรัดให้หมอเขียนเทียบยาทันที
ท่านหมอฮวงหยิบกระดาษและพู่กันออกจากล่วมยา นั่งลงที่โต๊ะไม้เก่าคร่ำครึแล้วเริ่มเขียนเทียบยา
เขายื่นเทียบยาที่เขียนเสร็จแล้วให้แม่นางหลิว ก่อนจะหันไปมอง 'เหลียงเอ้อร์เกอ' ที่ยืนค้ำไม้เท้าอยู่ แล้วกล่าวว่า "เทียบยานี้ช่วยสงบจิตใจและระงับไอเย็นในร่างเด็กได้ชั่วคราว สมุนไพรระงับไอเย็นหลายตัวมีราคาสูง ต้องใช้เงินถึงสองตำลึง เมื่อรวมกับตัวยาอื่นแล้ว เบ็ดเสร็จก็สามตำลึง สมุนไพรราคาแพงพวกนั้นข้าไม่มีติดตัว..."
"ยาบ้าอะไรแพงหูฉี่ขนาดนั้น! เงินสามตำลึงเลี้ยงปากท้องคนทั้งบ้านข้าได้เกินครึ่งปีเสียอีก ทำไมท่านไม่ไปปล้นเขาเสียเลยเล่า?"
ยังไม่ทันที่ท่านหมอฮวงจะพูดจบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตวาดแว้ดของ 'ยายเฒ่าเหลียง' ที่ยืนเงียบอยู่ในห้องมาตลอด
"ข้าเป็นหมอ มิใช่โจรป่า ข้าทำเรื่องพรรค์นั้นไม่ได้หรอก อีกอย่าง ต่อให้เจ้าอยากได้สมุนไพรราคาแพงพวกนั้นเพื่อระงับไอเย็น ที่ข้าก็ไม่มีขายให้หรอกนะ"
สีหน้าของท่านหมอฮวงดูย่ำแย่ลงทันทีด้วยความขุ่นเคือง
"ไม่มีก็ดีแล้ว! พวกเราไม่ต้องการสมุนไพรแพงบรรลัยกัลป์พวกนั้นหรอก ไม่รบกวนท่านมารักษาให้เปลืองเงินด้วย แค่มีไอเย็นในตัว ต้มน้ำขิงกรอกปากสักชามเดี๋ยวก็หาย"
น้ำเสียงของยายเฒ่าเหลียงเจือความฉุนเฉียว จะให้ควักเงินสามตำลึงมาต่อชีวิตคนหรือ?
เหอะ ฝันไปเถอะ มันไม่ต่างอะไรกับการแล่เนื้อเถือหนังนางชัดๆ
"ท่านหมอฮวง ข้าต้องขออภัยด้วย ท่านแม่ของข้าเป็นคนปากไวพูดจาไม่คิด ท่านอย่าได้ถือสาหาความเลย อาการป่วยของลูกสาวข้ายังต้องพึ่งพาเทียบยาของท่านในการรักษา"
เหลียงเอ้อร์เกอกลัวว่าคำพูดของมารดาจะทำให้ท่านหมอฮวงโกรธเคือง จึงรีบเอ่ยขอโทษแทนยายเฒ่าเหลียงผู้เป็นแม่
"ข้าย่อมไม่ลดตัวลงไปถือสาหาความกับหญิงชาวบ้านผู้ไม่รู้ความหรอก" ท่านหมอฮวงแค่นเสียงเย็นชาใส่ยายเฒ่าเหลียง
กิตติศัพท์นิสัยใจคอของยายเฒ่าเหลียงนั้น ท่านหมอฮวงคนหมู่บ้านเดียวกันย่อมเคยได้ยินมาบ้าง
ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่ายายเฒ่าเหลียงผู้นี้ตระหนี่ถี่เหนียวเป็นที่สุด ชอบชวนทะเลาะวิวาท และที่สำคัญคือลำเอียงรักลูกหลานชายมากกว่าหญิงอย่างรุนแรง
นางมักจะโอ๋แต่หลานชาย ไม่เคยเห็นหลานสาวสองคนเป็นผู้เป็นคน
วันนี้ได้มาเห็นกับตา ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ
ยายเฒ่าเหลียงผู้นี้ช่างเลอะเลือนเกินเยียวยา เชียนฮวาเป็นถึงหลานสาวแท้ๆ ในช่วงเวลาความเป็นความตายเช่นนี้ นางกลับคิดจะจบเรื่องด้วยการกรอกน้ำขิงถ้วยเดียวเพียงเพราะเสียดายเงิน
ยายเฒ่าเหลียงทำท่าจะสวนกลับ "เจ้า..."
"ท่านหมอฮวง สมุนไพรราคาแพงที่ขาดอยู่มีชื่อว่าอะไรบ้างขอรับ? แล้วพวกข้าต้องไปหาซื้อที่ไหน?"
เหลียงเอ้อร์เกอกลัวแม่ของตนจะพูดจาไม่เข้าหูอีก จึงรีบชิงตัดบทถามคำถามที่เขาห่วงที่สุดในตอนนี้
"ข้าเขียนชื่อสมุนไพรที่ขาดไว้ในเทียบยาและทำเครื่องหมายไว้ต่างหากแล้ว พวกเจ้าเอาเทียบยานี้ไปซื้อที่ร้าน 'เหรินจี้ถัง' ซึ่งเป็นร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ ต้องรีบไปซื้อก่อนฟ้ามืดนะ หากไปช้าเดี๋ยวร้านจะปิดเสียก่อน อาการของเด็กคนนี้วิกฤตมาก ต้องรีบกินยาให้เร็วที่สุด" ท่านหมอฮวงกำชับเหลียงเอ้อร์เกอด้วยสีหน้าจริงจัง
เขากล่าวต่อว่า "ส่วนสมุนไพรตัวอื่นข้ามีครบ เห็นแก่ที่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ข้าไม่คิดค่าตรวจสิบอีแปะนั่นหรอก เตรียมเงินค่ายาหนึ่งตำลึง แล้วส่งคนตามข้าไปเอาที่บ้านก็แล้วกัน"
แม่นางหลิวถือเทียบยาไว้ สบตากับเหลียงเอ้อร์เกอ ทั้งสองมองไปที่ยายเฒ่าเหลียงผู้เป็นประมุขของบ้านด้วยสายตาเว้าวอน
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะเอ่ยปาก สายตาของยายเฒ่าเหลียงก็ไหววูบ
นางก้มหน้าลงอย่างมีพิรุธเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ไม่ต้องมามองข้า พวกเจ้าก็รู้ว่าสถานการณ์ที่บ้านตอนนี้ยากลำบาก ข้าวสารกรอกหม้อยังแทบไม่มี จะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อยาแพงๆ แบบนั้น?"
"เดือนก่อนพี่ใหญ่เพิ่งเอาเสบียงในยุ้งไปขายที่ในเมืองไม่ใช่หรือขอรับ? แล้วเงินที่ขายเสบียงได้เล่า?" เหลียงเอ้อร์เกอมองมารดาแล้วถามด้วยความร้อนใจ
"เงินก้อนนั้นข้าเก็บไว้เป็นสินสอดขอเมียให้เจ้าหลานชายคนโต 'เหวินยง' ปีนี้มันอายุสิบแปดแล้ว ถึงวัยต้องออกเรือนตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านเราจน ป่านนี้ลูกมันคงเรียกพ่อได้แล้วกระมัง"
ยายเฒ่าเหลียงขึ้นเสียงตอบเหลียงเอ้อร์เกออย่างชอบธรรม