เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 107 รองผู้นำหอ (อ่านฟรี)

เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 107 รองผู้นำหอ (อ่านฟรี)

เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 107 รองผู้นำหอ (อ่านฟรี)


บทที่ 107 รองผู้นำหอ

ศึกใหญ่สิ้นสุดลง ผู้หลบหนีไปได้มีเพียงสามคน ไม่ได้ส่งผลมากนัก เจ้าหมาป่าน้อยเจ็ดคนถูกสังหารไปหก นั่นไม่เพียงหมายความว่าการต่อสู้รอบนี้ปิดฉากลง หากยังหมายถึงศึกระหว่างสำนักเมฆาฝันกับวังหมาป่าได้สิ้นสุดลงแล้วด้วย

ทางวังหมาป่าไม่มีผู้แข็งแกร่งเหลือที่จะต้านทานหน่วยพิฆาตเทพได้อีก หรือจะว่าไปแล้ว ก็ไม่มีผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับคนใดสามารถสังหารเจียงหานได้ ขอเพียงมีเจียงหานอยู่ ต่อให้วังหมาป่าส่งผู้ฝึกตนมุกวิญญาณลี้ลับมามากเพียงใด ก็ไม่พอให้เขาฆ่าอยู่ดี

จั่วอีอี ฉีปิง กู้หยุนเฟิง เฉินเจียงหง หนิวเมิ้ง นั่งล้อมวงกันรักษาบาดแผล สยงจิงจิงยังคงไล่ตามโจมตีเจียงหลางอยู่ เจียงหานยืนเฝ้าคุ้มกันอยู่ด้านข้าง ทุกคนต่างเงียบงัน ภายนอกดูเหมือนกำลังนั่งรักษาบาดแผล ทว่าภายในใจยังคงหวนคิดถึงการต่อสู้เมื่อครู่ไม่จบสิ้น

เจียงหลางกับสยงจิงจิงหายลับไปไร้เงา เจียงหานกลับไม่กังวลเรื่องของทั้งสองนัก ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสวรรค์ยังไม่อาจสังหารเจียงหลางได้ เด็กหนุ่มผู้นี้บนร่างต้องมีของวิเศษชั้นยอด ไม่ชุดเกราะระดับสวรรค์ ก็ต้องเป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันระดับสวรรค์

อิงหลางหนีไปแล้ว เว้นเสียแต่เขาอยากตายเอง ไม่เช่นนั้นย่อมไม่มีทางย้อนกลับมา ดังนั้นความปลอดภัยของเจียงหลางกับสยงจิงจิงจึงไม่ต้องห่วง

“ผู้นั้นกลับมีชุดเกราะระดับสวรรค์งั้นหรือ?”

สตรีกระโปรงเหลืองบนเรือเหาะจ้องมองเจียงหลางที่กำลังถูกสยงจิงจิงไล่ตี คิ้วงามขมวดเล็กน้อย เอ่ยถามว่า “ท่านลุงหยาง เจ้าอ้วนผู้นั้นมีฐานะพิเศษอันใดหรือไม่?”

“ยังสืบไม่พบ!”

ท่านลุงหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวต่อว่า “ได้ยินมาว่าปู่ของผู้นี้เป็นนักอาคม เมื่อเกือบสองปีก่อนเคยพาเขามายังสำนักเมฆาฝัน นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีข้อมูลอื่นแล้ว”

“เช่นนั้นก็ช่างเขาเถิด!”

สตรีกระโปรงเหลืองโบกมือเบาๆ เอ่ยว่า “กลับวังเจ็ดอสูรกันเถิด ภารกิจของพวกเราสิ้นสุดแล้ว ต่อไปไม่มีอะไรให้น่าจับตามองอีก”

“ธิดาเทพ!”

ท่านลุงหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “หรือไม่…พวกเรานำจั่วอีอี ฉีปิง เจียงหาน สยงจิงจิง กลับวังเจ็ดอสูรไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่?”

“ตอนนี้ศึกยังไม่จบ หากพวกเราเข้าไปแทรก ก็เท่ากับทำลายกฎเกณฑ์”

ธิดาเทพส่ายหน้า กล่าวอย่างราบเรียบว่า “หน้าที่ของพวกเราเพียงแค่สังเกตการณ์ ส่วนว่าจะให้มารับตัวพวกเขาเมื่อใด ภายในตำหนักย่อมมีการจัดการเอง”

“ได้!”

ท่านลุงหยางดีดแสงพุ่งออกไปหลายสาย เรือเหาะก็เร่งกำลัง เคลื่อนตัวพุ่งทะยาน กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งหายลับไปในจากเหนือ…

จั่วอีอีรักษาบาดแผลอยู่ครู่หนึ่ง สภาพฟื้นคืนมาบ้างแล้ว ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ลืมตาขึ้น จ้องมองเจียงหานอย่างเหม่อลอย เจียงหานถูกนางมองจนรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย ยิ้มพลางเอ่ยว่า

“หัวหน้า? บนใบหน้าข้ามีดอกไม้งอกอยู่งั้นหรือ?”

“อุป!”

จั่วอีอีหลุดหัวเราะออกมา นิ่งไปชั่วครู่ก่อนกล่าวว่า “เจียงหาน…ขอบใจเจ้า”

ฉีปิงลืมตาขึ้น มองเจียงหานแวบหนึ่ง แววตาซับซ้อนอยู่บ้าง หนึ่งปีก่อนตอนจั่วอีอีพาเจียงหานกลับมา นางมิได้ใส่ใจนัก ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง แถมยังเป็นแค่ผู้ฝึกตนตำหนักม่วง

คาดไม่ถึงว่าเพียงไม่กี่เดือนผ่านไป เจียงหานกลับเติบโตได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ พลังรบไม่เพียงแค่แซงหน้านางไป หากยังกล่าวได้ว่าขยี้นางอย่างสิ้นเชิง

เจียงหานยิ้มแห้งๆ เงยหน้ามองจั่วอีอี เอ่ยว่า “หัวหน้า ระหว่างเรา ยังต้องพูดคำนี้อีกหรือ? ตอนนั้นหากมิใช่ท่านช่วยไว้ ข้ากับเจียงหลี่คงกลายเป็นซากกระดูกใต้ดินไปนานแล้ว”

จั่วอีอีไม่กล่าวสิ่งใดต่อ หลับตาลงอีกครั้ง ดำดิ่งสู่การรักษาบาดแผล กู้หยุนเฟิงกับเฉินเจียงหงก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน มิได้เอ่ยคำพูดซาบซึ้งใดๆ เพียงป้องมือให้ทีหนึ่ง ทุกอย่างล้วนอยู่ในความเงียบไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมา

ครู่ให้หลัง เจียงหลางกับสยงจิงจิงก็กลับมา ทั้งสองยังเปลี่ยนเป็นชุดสะอาดเรียบร้อยแล้วด้วย เจียงหานกวาดตามองเพียงครั้งเดียว เห็นสีหน้าสยงจิงจิงสงบนิ่งดี จึงแอบชูนิ้วโป้งให้เจียงหลางอย่างเงียบๆ

เจียงหลางเดินอาดๆ เข้ามา เร่งเร้าทุกคนว่า “รีบๆ รักษาบาดแผลให้เสร็จ เดี๋ยวพวกเราไปไล่ล่าหยุนเฟยพร้อมกัน หากปล่อยให้เจ้าหนูนั่นหนีไปถึงวังหมาป่า วันหลังจะฆ่ามันคงลำบากมาก”

“ได้!”

จั่วอีอีกับฉีปิงต่างพยักหน้าพร้อมกัน แววตาเผยจิตสังหารจางๆ ออกมา หยุนเฟยครั้งนี้เล่นงานพวกนางจนยับเยิน หากมิใช่เพราะมีเจียงหาน เกรงว่าทุกคนคงต้องตายอยู่ที่นี่

หากพวกนางตาย ก็เท่ากับศึกใหญ่ครั้งนี้พ่ายแพ้ เหมืองหลงอวิ๋นจะตกเป็นของวังหมาป่า สำนักเมฆาฝันย่อมบอบช้ำสาหัส และจะก้าวสู่เส้นทางแห่งความพินาศในที่สุด หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บไปครึ่งวัน นอกจากกู้หยุนเฟิงกับเฉินเจียงหงแล้ว คนอื่นๆ ล้วนฟื้นตัวไปกว่าครึ่งแล้ว จั่วอีอีรอไม่ไหว จึงนำพาทุกคนออกเดินทาง เตรียมไปสมทบกับกลุ่มผู้ฝึกตนตำหนักม่วงพวกนั้น ไม่อย่างนั้นหากถูกอิงหลางลอบโจมตีขึ้นมา ก็เท่ากับสูญเสียไปเปล่าๆ

แม้กู้หยุนเฟิงกับเฉินเจียงหงยังบาดเจ็บสาหัส แต่หากให้เดินก็ยังพอไหว จั่วอีอีเห็นว่าพวกเขาเดินช้าเกินไป จึงปล่อยพยัคฆ์ขาวออกมา ให้พยัคฆ์ขาวแบกทั้งสองคนเดินทาง

เร่งรุดไปกว่าสองชั่วยาม ทุกคนก็ได้มาสมทบกับกองกำลังใหญ่ จากนั้นจั่วอีอีก็ระดมกองกำลังใหญ่เริ่มกวาดล้างค้นหา

ยามค่ำคืนทุกคนไม่หยุดพัก ไล่บดขยี้ไปตลอดทาง

หนึ่งวันให้หลัง กองทัพตำหนักม่วงของฝ่ายวังหมาป่าก็ถูกพบเข้า ถูกตีแตกอย่างง่ายดาย ถูกสังหารคาที่กว่าหนึ่งร้อยหกสิบคน หนีรอดไปได้เพียงยี่สิบกว่าคน

เรื่องที่เหลือก็ง่ายแล้ว กองทัพกระจายกำลังค้นหาทั่วทั้งภูเขา จั่วอีอีออกคำสั่ง หากพบตัวหยุนเฟยจะได้รับรางวัลก้อนโต ส่วนอิงหลางนั้นฆ่าหรือไม่ฆ่าก็ไม่เป็นไร แต่หยุนเฟยต้องตายเท่านั้น

ตามหลักแล้ว หยุนเฟยถูกโจมตีบาดเจ็บสาหัส อาการบาดเจ็บไม่ต่างจากกู้หยุนเฟิงสองคนนี้นัก การจะหลบซ่อนตัวย่อมทำได้ยาก

ทว่าจนกระทั่งครบกำหนดห้าวัน ทุกคนก็ยังหาหยุนเฟยไม่พบ และยังไม่พบอิงหลางเช่นกัน

จั่วอีอีโกรธจนแทบระเบิด แม้ศึกครั้งนี้จะเป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ แต่นางกลับอารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่ง

เวลาห้าวันใกล้ครบกำหนด ทุกคนทำได้เพียงยกทัพกลับเมือง

เมื่อทุกคนมาถึงนอกเมืองหลงอวิ๋น เจียงหานก็ค้นพบโดยบังเอิญว่าหลิงหยุนเมิ่งมาถึงแล้ว นางนำเหล่าผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รวมถึงผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสจากตระกูลสาขาทั้งหลายมายืนรอรับอยู่หน้าประตูเมือง

ผู้คนหลายร้อยมารอต้อนรับการกลับมาอย่างเกรียงไกรของพวกเขา ฉากที่หลิงหยุนเมิ่งจัดขึ้นครั้งนี้เรียกได้ว่าอลังการยิ่งนัก

ทำให้จอมยุทธ์สองร้อยคนที่ออกศึกครั้งนี้ล้วนมีหน้ามีตา จนผู้ฝึกตนตำหนักม่วงหลายคนถึงกับเดินแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ในอากาศ

“ท่านแม่!”

ครานี้จั่วอีอีเกือบถูกฆ่าตาย ความคับแค้นอัดแน่นในอก นางโผเข้ากอดหลิงหยุนเมิ่งทั้งน้ำตาคลอ เสียงยังแฝงสะอื้น

ฉีปิงนิสัยเย็นชา เพียงแค่สบตากับผู้อาวุโสใหญ่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

สยงจิงจิงกลับร้องไห้ออกมา ผู้อาวุโสสามสรงอวี่รีบรุดเข้ามาปลอบประโลมด้วยเสียงแผ่วเบา

อันจินเหมาเดินเข้ามา มองเจียงหานด้วยแววตาชื่นชมเต็มเปี่ยม เอ่ยยิ้มๆ ว่า

“เจียงหาน เจ้าไม่เลว ครั้งนี้เจ้าสร้างผลงานใหญ่ให้กับสำนักเมฆาฝันของเรา เดี๋ยวท่านเจ้าสำนักต้องมอบรางวัลใหญ่ให้เจ้าแน่”

เจียงหานโค้งกายเล็กน้อย มิได้แสดงท่าทีมากนัก

ในใจเขาแท้จริงแล้วสงสัยว่า การทรยศของหยุนเฟยครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอันซื่อฉีหรือไม่ ตอนออกศึกก่อนหน้านั้นเมื่อเห็นอันซื่อฉี เขาก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีอยู่แล้ว

สายตาเขากวาดมองไป พบผู้นำหอและเจ้าหน้าที่มากมาย ทว่ากลับไม่เห็นอันซื่อฉี

แววตาเขาส่องประกาย คิดไว้ในใจว่าจะต้องไปคุยกับหลิงหยุนเมิ่งในภายหลัง

หลิงหยุนเมิ่งปลอบโยนจั่วอีอีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันสายตามายังเจียงหาน เอ่ยว่า

“รองเจ้าสำนักพูดถูก เจียงหาน ศึกครั้งนี้เจ้าทำผลงานล้ำเลิศหาที่เปรียบมิได้ ตัวข้าในฐานะเจ้าสำนัก ขอแต่งตั้งเจ้าเป็นรองผู้นำหอฝึกยุทธ์ ได้รับสิทธิ์เทียบเท่าผู้นำหอ”

“ครั้งนี้จะบันทึกแต้มผลงานให้เจ้าสิบเท่า อีกทั้งยังมีสมบัติทางจิตวิญญาณจำนวนมากเป็นรางวัล สมาชิกคนอื่นของหน่วยพิฆาตเทพ รวมถึงกู้หยุนเฟิง เฉินเจียงหง พวกเจ้าทุกคนล้วนมีรางวัลใหญ่ ส่วนหูลิ่วต้าวผู้สิ้นชีพในศึก จะมอบเงินชดเชยสิบเท่าให้ครอบครัวเขา…”

“ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก!”

เจียงหานรีบป้องหมัดคารวะ กล่าวขอบคุณ

ตำแหน่งรองผู้นำหออะไรนั่น เขาเองหาได้ใส่ใจนัก ทว่าได้สิทธิ์เทียบเท่าประมุขหอ สมบัติทางจิตวิญญาณและสวัสดิการที่ได้รับในแต่ละเดือนย่อมไม่น้อย

เมื่อฐานะของเขาในสำนักสูงขึ้น ก็จะทำให้เจียงหลี่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมากขึ้นด้วย

เหล่าศิษย์สำนักนับไม่ถ้วนรอบด้าน รวมถึงจอมยุทธ์จากตระกูลต่างๆ ล้วนหันสายตามองมายังเจียงหาน หลายคนในแววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและชื่นชม แน่นอนว่ายังมีบางส่วนที่แอบอิจฉาและไม่ยอมรับอยู่ในใจ

รองผู้นำหอฝึกยุทธ์วัยสิบเจ็ดปี!

ความเร็วในการเลื่อนขั้นของเจียงหาน ช่างรวดเร็วเกินไปแล้วกระมัง? อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะไม่กลายเป็นผู้นำหอฝึกยุทธ์ไปเลยหรือ? ถัดจากนั้นขึ้นไปก็คือตำแหน่งผู้อาวุโส เช่นนี้มิเท่ากับว่าสำนักเมฆาฝันจะมีผู้อาวุโสที่อายุไม่ถึงสามสิบปีโผล่ขึ้นมาคนหนึ่งหรือ?

บรรดาผู้นำตระกูลใหญ่หลายคนคิดมาถึงตรงนี้ แววตาก็ลุกวาวขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ต่างเริ่มคิดแผนการในใจเงียบๆ พวกเขาคิดจะส่งสตรีที่งดงามที่สุดในตระกูลของตน มายังสำนักเมฆาฝันในภายหลังทั้งหมด หากสามารถเข้าตาเจียงหานได้ เช่นนั้นตระกูลของพวกเขาจะไม่พลอยได้โบยบินสูงไปด้วยหรือ?

“เฮ้อ…”

ผู้อาวุโสรองแห่งตระกูลเจียง เจียงไห่หยุน ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขามองเจียงหานที่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ไกลๆ สีหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย ในใจลอบเคียดแค้นเจียงเสี่ยวเทียน หากไม่ใช่เพราะเจียงเสี่ยวเทียน เจียงหานก็คงเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานของตระกูลเจียงของพวกเขาไปแล้ว เมื่อเจียงหานทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในสำนักเมฆาฝัน ตระกูลเจียงก็ย่อมพลอยได้กินดีอยู่ดีไปด้วยเช่นกัน

“ฮึฮึ มีอะไรน่าพิเศษตรงไหนกัน?”

เจียงเหยาตามอยู่ด้านหลังเจียงไห่หยุน นางมองเจียงหานที่กำลังเฉิดฉายอยู่ไกลๆ แล้วบ่นพึมพำด้วยความขมขื่นว่า “รอให้พี่หลินเฟิงของข้ากลับมาก่อนเถอะ ข้าจะให้เขาสั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบ เอาให้เจ้าถูกอัดจนต้องก้มหน้าควานหาฟันบนพื้นเลยคอยดู…”

จบบทที่ เทพอสูรทลายดาราจักร บทที่ 107 รองผู้นำหอ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว