เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 จ้อแจ้

บทที่ 20 จ้อแจ้

บทที่ 20 จ้อแจ้


“จะผิดได้ยังไง” หลิวกุ้ยหลานค้อนสะใภ้ไปทีหนึ่ง ก่อนจะยื่นเถียนเถียนให้ “ดูสิ ยังไงก็ยังติดแม่ พอเห็นหน้าเข้าก็ร้องเรียกแล้ว”

“ย่า~” เถียนเถียนเหมือนจะฟังออก จึงร้องเรียกตามคำพูดของหลิวกุ้ยหลาน

“จ้า” หลิวกุ้ยหลานลืมคำที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ทันที รับเสียงอย่างดีใจ แล้วหันไปบอกหวังเย่ว์จิน

“เธออุ้มเถียนเถียนเข้าเรือนเถอะ พวกนั้นไม่เก็บก็ช่าง ฉันจะดูพรุ่งนี้ว่ายังจะใช้กันไหม”

หวังเย่ว์จินเองก็คิดจะหยุดทำอยู่แล้ว เมื่อแม่สามีพูดแบบนี้ยิ่งเข้าทาง

“งั้นแม่คะ ฉันพาเถียนเถียนเข้าไปนอนก่อนนะคะ แม่ก็พักผ่อนเร็วหน่อย”

หลิวกุ้ยหลานพยักหน้า “ไปเถอะ!ไปเถอะ! กลางคืนอย่าลืมลุกมาดูด้วย” พูดจบก็หันไปกล่อมเถียนเถียน “เถียนเถียนนอนดีๆนะ พรุ่งนี้ย่าจะต้มไข่ให้กิน”

เมื่อเห็นสะใภ้อุ้มหลานสาวเข้าเรือน หลิวกุ้ยหลานยืนมองอยู่ในลานบ้าน แล้วถอนหายใจเบาๆ ในใจนึกถึงบ้านที่อยู่มาหลายสิบปี เด็กๆที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก พอถึงพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันแล้ว

“ย่าครับ ผลไม้” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ขัดจังหวะความเศร้าของหลิวกุ้ยหลาน

ได้ยินคนเรียก หลิวกุ้ยหลานหันกลับไป เห็นของในมือหลานชายก็ยิ้มออกมา

“อ้าว เสี่ยวฉือ ไปเด็ดมาจากไหนอีกล่ะ”

“ตีนเขาครับ” หนิงเสี่ยวฉือตอบอย่างว่าง่าย “ย่ากิน”

“เสี่ยวฉือเด็กดี ย่าไม่กิน ให้เสี่ยวฉือกับเถียนเถียนกิน เสี่ยวฉือเด็ดเสร็จแล้วเอาไปให้น้องหรือยังครับ” หลิวกุ้ยหลานถาม

“เอาไปให้แล้ว…” หนิงเสี่ยวฉือนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “น้องกินไปสามลูก”

“เด็กดี หนูเชื่อฟังจริงๆ เสี่ยวฉือกินไปกี่ลูกล่ะ” หลิวกุ้ยหลานถาม

“ลูกเดียวครับ” หนิงเสี่ยวฉือตอบ “ที่เหลือเก็บไว้ให้น้อง”

“โอ๊ย หลานรักของย่า” ได้ยินอย่างนั้นหลิวกุ้ยหลานก็ยิ้มกว้าง หลานชายคนเล็กไม่กินคนเดียว รู้จักเอ็นดูน้อง ดีกว่าหลานชายคนโตที่เอาแต่แย่งกินทั้งวันมากนัก

“เสี่ยวฉือกินแค่ลูกเดียว งั้นลูกนี้ให้เสี่ยวฉือกินนะ มา! ย่าพาไปล้างหน้า ล้างเสร็จแล้วไปนอน”

หลานชายคนเล็กดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือชอบวิ่งซนทั้งวัน ตัวจึงเลอะเทอะ เปลี่ยนเสื้อผ้ากี่ชุดก็ไม่พอ แต่ก็ดีที่รู้จักความสะอาด พอเปื้อนก็จะตามตื้อให้ผู้ใหญ่เปลี่ยนเสื้อให้ พอจัดการหลานชายเข้าเรือน เห็นว่าลูกสะใภ้กล่อมหลานสาวหลับแล้ว หลิวกุ้ยหลานจึงกำชับว่า

“พรุ่งนี้เช้าทำกับข้าวอย่าทำเยอะ ถ้าเถียนเถียนตื่น ให้เจี้ยนหมินไปเรียกฉันก่อน ฉันมาถึงแล้วเธอค่อยทำ วันนี้ก็ไม่ได้ไปขุดผักป่า หมั่นโถวข้าวโพดหยิบมาเพิ่มหน่อย ไม่อย่างนั้นพ่อของเธอกับเจี้ยนหมินจะกินไม่อิ่ม”

หวังเย่ว์จินรับคำทีละข้อ แล้วนึกอะไรขึ้นมาอีกอย่าง

“แม่คะ รอสักครู่นะคะ” พูดจบก็วางเถียนเถียนที่หลับอยู่ลงบนเตียงเล็กอย่างเบามือ จากนั้นไปค้นตู้ข้างเตียง เอาของที่จะให้แม่สามีออกมาทั้งหมด

“แม่คะ นี่ขนมไหว้พระจันทร์ที่เจี้ยนหมินเอามาเมื่อวาน ฉันเก็บไว้สองชิ้น แม่เอากลับไปเถอะ แล้วก็ยังมีขนมทอดอีกนิดหน่อย แม่เอาไปด้วยนะคะ” พูดพลางยื่นของกินที่แบ่งไว้ตั้งแต่กลางวันให้หลิวกุ้ยหลาน

หลิวกุ้ยหลานไม่รับ ผลักกลับคืน

“ขนมไหว้พระจันทร์สามีเธอซื้อให้เด็กๆ ใกล้ถึงกลางเดือนแปดแล้ว บ้านอื่นเด็กมี บ้านเราก็ต้องมี เก็บไว้ให้เสี่ยวฉือกับเถียนเถียนเถอะ” เห็นอีกห่อหนึ่งก็เสริม “ขนมทอดก็เป็นเจี้ยนหมินประหยัดไว้ให้เด็ก ๆ เธอจะเอามาให้ฉันทำไม”

“เถียนเถียนก็ไม่ค่อยกิน เสี่ยวฉือเองก็กินไม่หมดหรอกค่ะ แม่เอาไปเถอะค่ะ” หวังเย่ว์จินยังคงเกลี้ยกล่อม

“ทำไมจะกินไม่หมด ของในบ้านก็ไม่ได้มีมากมาย ก็เพราะเธอไม่กล้าให้กินต่างหาก ฟังฉันเถิด เก็บไว้ให้เสี่ยวฉือ พรุ่งนี้ก็แยกบ้านเสร็จแล้ว ต่อให้เสี่ยวฉือเอานี่กินแทนข้าว ก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไร พ่อของเขายอมอดเพื่อเก็บไว้ให้ลูก เธอจะกลัวอะไร” สะใภ้สี่ระมัดระวังจนชิน แต่เธอไม่กลัว หลังจากนี้ต่างคนต่างกิน คนอื่นจะกินหมั่นโถวหรือกินเนื้อทุกมื้อ เธอไม่สนใจ แต่หลานชายหลานสาว เธอจะไม่ยอมให้ลำบากเด็ดขาด หวังเย่ว์จินยิ้มแล้วเก็บขนมทอดกลับไป

“เรื่องมากไปก็ไม่ดี ให้คนอื่นได้ยินก็ไม่สวย งั้นแม่เอาขนมไหว้พระจันทร์ไปเถอะค่ะ เถียนเถียนกับพี่กินคนละชิ้นก็พอ อีกสองวันฉันจะกลับไปบ้านแม่ ฉันมีพี่ชาย เขายังมีของอย่างอื่น จะไม่ให้เด็กๆลำบากแน่ แม่เอาสองชิ้นนี้กลับไป แม่กับพ่อก็จะได้ชิมบ้างไงคะ”

หลิวกุ้ยหลานนึกถึงว่าบ้านฝ่ายนั้นยังไม่มีเด็ก ของคงเก็บไว้ให้เด็กๆเป็นหลัก ก็วางใจ

“ได้ งั้นฉันเอาขนมไหว้พระจันทร์กลับไปก่อน รอถึงกลางเดือนแปดค่อยกิน เธอกล่อมเสี่ยวฉือให้นอนเร็วหน่อย เจี้ยนหมินกับพี่น้องเขายังต้องคุยกันอีกสักพัก”

“ได้ค่ะ แม่ก็พักผ่อนเร็วๆนะคะ” หวังเย่ว์จินรับคำ อุ้มลูกชายขึ้นมาถอดรองเท้า หนิงเสี่ยวฉือยื่นเท้าให้อย่างว่าง่าย

หลิวกุ้ยหลานขานรับอีกเสียง เหลือบมองเถียนเถียนบนเตียง เห็นหลานสาวขมวดคิ้วเล็ก ๆ ไม่รู้ฝันถึงอะไร จึงลูบเบาๆสองที จนคิ้วคลายลงแล้วจึงออกไป

เถียนเถียนที่กำลังจะหลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างถูขา คันยุบยิบ จึงหดขาไปอีกด้าน รู้สึกสบายขึ้น ไม่นานสิ่งนั้นก็กลับมาอีก คราวนี้เธอเตะออกไปด้วยความไม่พอใจ จึงสบายเสียที ในความมืด มีเสียงเบาๆดังขึ้นหนึ่งครั้ง โดยไม่ปลุกใครเลย

……............................

หนิงวั่งจู่กับลูกชายหลายคนกำลังคุยกันเรื่องกำแพงรอบบ้านกับเตา หลังแยกบ้านแล้ว ครอบครัวหนิงเจี้ยนกั๋วยังอยู่เรือนฝั่งตะวันออก ครอบครัวหนิงเจี้ยนจวินอยู่ฝั่งตะวันตก ห้องที่เคยอยู่ทางใต้ของเรือนฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นของครอบครัวหนิงเจี้ยนจวินก็ต้องย้ายออก

หนิงวั่งจู่วางแผนจะก่อกำแพงแยกฝั่งตะวันออกกับตะวันตกอย่างละด้าน และก่ออีกด้านหนึ่งทางใต้ของเรือนหลัก แบ่งออกเป็นสามลาน แต่เป็นเพียงแผนเท่านั้น ช่วงนี้เป็นฤดูงานไร่งานนา ไม่มีเวลามาก่อกำแพง แถมยังต้องทำอิฐดินล่วงหน้า กำแพงจึงต้องรออีกหลายเดือน

กำแพงยังไม่เร่ง แต่เตาต้องก่อก่อน ไม่แยกเตาจะเรียกว่าแยกบ้านได้อย่างไร สิ่งจำเป็นตอนนี้คืออิฐ จะไปซื้อก็ไม่ได้ หลังเลือกตำแหน่งแล้ว พี่น้องหนิงเจี้ยนกั๋วจึงคุยกันว่าจะไปขุดดินที่ไหนในวันพรุ่งนี้

พอเลือกที่เสร็จก็ค่ำแล้ว พ่อเฒ่ากับลูกๆไม่ได้พูดอะไรมาก ต่างคนต่างกลับไปพักผ่อน

หนิงวั่งจู่เมื่อคืนกลับมาดึก กลับถึงบ้านก็ปรึกษากับหลิวกุ้ยหลานจนเกือบสว่าง วันนี้ทั้งแยกบ้านทั้งเลือกที่ กลับเข้าห้องก็เหนื่อยจนแทบไม่ไหว คุยกันไม่กี่คำก็พักผ่อน

หลิวกุ้ยหลานยังไม่หลับ เธอคิดว่าพอแยกบ้านเสร็จ ต้องให้ลูกชายคนที่สี่ซื้อของเพิ่มอีกหน่อย และต้องฝากข่าวให้น้องสาวช่วยดูว่ามีใครขายเตาหรือไม่ หม้อในบ้านมีแค่สองใบ ไม่พอแบ่ง กลางเดือนแปดใกล้เข้ามา อีกสองวันเป็นตลาดต้นเดือนสิบ ให้ลูกสี่ลางานครึ่งวันไปดูของที่ตลาดตำบล เนื้อยังมีตั๋วอาหารเหลือบ้าง ไปขอแลกจากน้องสาวเพิ่มอีกหน่อยก็พอฉลองเทศกาลได้

พอคิดไปถึงว่าหลานสาวเริ่มเรียกคนได้แล้ว เสื้อผ้าหน้าร้อนก็มีอยู่แค่สองชุด ถ้ารู้แบบนี้ตอนตรุษจีนคงไม่ใช้ตั๋วผ้าหมด คิดว่าบ้านไหนในหมู่บ้านยังเก็บตั๋วผ้าไว้ไม่กล้าใช้ หลิวกุ้ยหลานตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปถาม เอาไข่ไก่สองสามฟองไปแลกผ้ามาสักสองฉื่อ เมื่อวางแผนทุกอย่างเรียบร้อย เธอคิดทบทวนงานที่จะต้องทำในสองสามวันข้างหน้าอีกครั้ง พอแน่ใจว่าไม่ตกหล่นอะไรแล้วจึงหลับไป

…….............................

เช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่สว่าง หวังเย่ว์จินที่กำลังหลับได้ยินเสียงลูกสาวก็สะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นเห็นเถียนเถียนนอนอยู่บนเตียงเล็ก เตะขาไม่หยุด ผ้าห่มแทบจะถูกเตะหลุด จึงยิ้มถาม

“เถียนเถียนตื่นแล้วหรือจ๊ะ จะลุกไหม” เพราะคิดว่าลูกสาวอยากลุกไปเข้าห้องน้ำ หวังเย่ว์จินจึงอุ้มเถียนเถียนขึ้นจะพาไปที่เตียงใหญ่ ไม่คิดว่าเถียนเถียนจะจับราวเตียงเล็กไว้แน่นไม่ยอมขยับ

“เถียนเถียนเป็นอะไร” หนิงเจี้ยนหมินที่เดิมกรนเสียงดังก็พลอยตื่นขึ้น เห็นภรรยาอุ้มลูกสาวค้างอยู่จึงถาม

“แม่” เถียนเถียนร้องเรียก

“แม่อยู่นี่ เถียนเถียนไม่อยากลุกหรือคะ” หรือจะเดาผิด อยากนอนเล่นบนเตียง

“แม่” เถียนเถียนมือหนึ่งจับราวเตียง อีกมือชี้ไปที่ผ้าห่มบนเตียง เรียกซ้ำอีกครั้ง

“อยากได้ผ้าห่มผืนเล็กหรือ” หวังเย่ว์จินเดา พลางหยิบผ้าห่มผืนเล็กขึ้นมา

วินาทีถัดมา ลูกไก่ตัวหนึ่งที่ตัวเล็กแค่ครึ่งกำปั้น แต่เชิดอกชูคอ โผล่ออกมา พอเห็นแสงก็ยิ่งกระปรี้กระเปร่า พอเห็นมีคนมองก็เชิดหัวร้องสองเสียง เดินเข้าไปหาเถียนเถียนอีกสองสามก้าว เพียงแต่เสียงไม่สมกับท่าทางอวดดีของมัน เถียนเถียนโกรธจนตบราวเตียงลงไปทีหนึ่ง เป็นมันนี่แหละที่จิกเธอ!

หวังเย่ว์จินไม่มีเวลาจะตกใจแล้ว หญิงสาววางผ้าห่มลง รีบคว้ามือของลูกสาวมาดูอย่างเป็นห่วง พอเห็นรอยแดงที่ฝ่ามือ ใจก็ยิ่งเจ็บ ปลอบพลางเป่ามือให้เบา ๆ

“แม่เป่าให้นะ เถียนเถียนไม่เจ็บแล้ว”

“ไก่หรือ” ถึงจะถูกบังไว้ มองไม่เห็นชัด แต่เสียงร้องแบบนี้หนิงเจี้ยนหมินคุ้นมาก ตั้งแต่เด็กเขาเคยนอนห้องเดียวกับไก่ เพราะในห้องอุ่น ต่อให้เหม็นแค่ไหนก็ต้องรอให้ลูกไก่โตสักเดือนค่อยเอาออก

เขาลุกขึ้นมาดูที่เตียงเล็กอย่างไม่แน่ใจ พอเห็นก็ทำหน้าเหมือนหวังเย่ว์จินเมื่อครู่

“มาจากไหนนี่”

“ใครจะไปรู้ เถียนเถียนชี้อยู่ตรงนี้ เปิดผ้าห่มขึ้นมาก็เจอเลย” หวังเย่ว์จินเองก็ไม่รู้

“จะเป็นของบ้านไหนวิ่งเข้ามาหรือเปล่า” หนิงเจี้ยนหมินเดา

“ไม่น่าใช่นะ” หวังเย่ว์จินดูจากขนาดแล้ว ลูกไก่น่าจะเพิ่งฟักออกมา ตัวโตยังไม่ถึงกำปั้น จะวิ่งมาได้ยังไง เธอยื่นผ้าห่มบนเตียงให้หนิงเจี้ยนหมิน แล้วรื้อดูที่นอนต่อ ไม่นานก็หยิบเปลือกไข่ออกมาสองชิ้น สีหน้าของทั้งคู่แข็งค้างไปเล็กน้อย

“เถียนเถียน ลูกไก่มาจากไหน อยู่บนเตียงตลอดเลยหรือ” หวังเย่ว์จินก้มหน้าถาม

เถียนเถียนไม่ตอบ จ้องลูกไก่บนเตียงอย่างไม่พอใจ ทุกคืนเธอถูกมันจิกปลุก

“เด็กแค่นี้จะรู้อะไร” หนิงเจี้ยนหมินเห็นภรรยาถามไม่หยุดก็พูด

“เธอไม่รู้ แล้วคุณรู้หรือไง” หวังเย่ว์จินค้อนใส่เขา

“มันจะมาจากไหนก็ช่างมันเถอะ เธอหาที่วางมันเถอะ วางบนเตียงเถียนเถียน เดี๋ยวมันถ่ายขึ้นมาจะทำยังไง” หนิงเจี้ยนหมินตอบ พลางแตะจมูกตัวเอง

เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ลูกไก่บนเตียงก็ย่อตัวช้าๆ คนที่คุ้นท่าทางลูกไก่อย่างหนิงเจี้ยนหมินรู้สึกไม่ดีทันที

“นี่จะถ่ายจริงๆเหรอเนี่ย”

“คุณรีบเอามันออกไปสิ!” หวังเย่ว์จินแทบจะโกรธตาย มองไม่เห็นหรือไงว่าเธอกำลังอุ้มลูกอยู่

โชคดีที่หนิงเจี้ยนหมินไวพอ คว้าลูกไก่ขึ้นมาก่อนที่มันจะทันตั้งตัว แต่บางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นคนที่ช่วยเตียงของเถียนเถียนไว้ได้ จึงต้องสละมือของตัวเอง

“ผม…” หนิงเจี้ยนหมินไม่รู้จะพูดอะไรดี ไม่รู้เลยว่าเตียงเล็กที่นอนมาหลายคืนเกือบจะซวย เถียนเถียนเห็นแค่ว่ามือของพ่อเลอะ ก็มองด้วยสีหน้ารังเกียจทันที

หวังเย่ว์จินเองก็ไม่กล้ามอง “คุณรีบไปล้างมือเถอะค่ะ”

“แล้วมันล่ะ” หนิงเจี้ยนหมินถาม พลางมองลูกไก่ในมือ

“วางลงบนพื้นสิ มันจะหนีไปไหนได้” หวังเย่ว์จินว่า เพิ่งถ่ายเสร็จก็ไม่ต้องกลัวมันจะถ่ายอีก

หนิงเจี้ยนหมินวางลูกไก่ลงแล้วออกไปล้างมือ ล้างอยู่หลายรอบก็ยังรู้สึกเหมือนมีกลิ่นจางๆติดอยู่

ในห้อง ลูกไก่ที่ถูกวางทิ้งไว้ไม่สนใจอะไร ก้มหน้าแล้ววิ่งมาทางเถียนเถียน พอถึงข้างเตียงก็เงยหน้าร้องสองเสียง

“จิ๊บจิ๊บ” พอได้ยินเสียง เถียนเถียนก็ก้มลงมอง ขาสั้นๆเตะดิกๆอยากจะเตะมันให้พ้นไปไกลๆ

จบบทที่ บทที่ 20 จ้อแจ้

คัดลอกลิงก์แล้ว