- หน้าแรก
- ระบบพังหรือผมเทพเกิน เริ่มต้นมาก็คูณสิบไม่ยั้ง
- บทที่ 019 ผลแห่งห้วงลึก
บทที่ 019 ผลแห่งห้วงลึก
บทที่ 019 ผลแห่งห้วงลึก
บทที่ 019 ผลแห่งห้วงลึก
เจียงฝูขยับเข้าไปทีละก้าว
จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากเด็กสาวประมาณสามเมตร
เขามองเข้าไปในดวงตางดงามทว่าแฝงแววสิ้นหวังของสือจิ่ว
ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม "เป็นไปได้ไหมว่าเจ้านี่คือสัตว์กลายพันธุ์ ไม่ใช่งูหลามธรรมดา?"
งูหลามยักษ์ทั่วไปย่อมไม่มีพิษ
แต่งูหลามที่กลายพันธุ์อาจไม่เป็นเช่นนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้านี่อาจไม่ใช่งูหลามด้วยซ้ำ
อาจเป็นงูพิษชนิดหนึ่งที่กลายพันธุ์จนตัวใหญ่ยักษ์
สือจิ่วเงยหน้าขึ้น มองลอดปีกหมวกแก๊ป จ้องมองเด็กหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอจึงพึมพำตอบ "ก็มีเหตุผล"
เธอเห็นเจียงฝูมองเธอด้วยท่าทีระแวดระวัง ไม่ยอมขยับเข้ามาใกล้เสียที
จึงเอ่ยเสริมว่า "ฉันมีผลแห่งห้วงลึกอยู่ลูกหนึ่ง"
"เดิมทีตั้งใจจะเอาไปขายแลกเงิน... ตอนนี้ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตฉันก็แล้วกัน"
เจียงฝูตาเบิกกว้าง "ผลแห่งห้วงลึก?!"
"เดี๋ยวสิ เธอไม่กินเองเหรอ?"
สือจิ่วปรายตามองเจียงฝูราวกับมองคนปัญญาอ่อน
เจียงฝูเข้าใจความหมายทันที
เด็กสาวตรงหน้าคงกินไปแล้วลูกหนึ่ง
โชคดีชะมัด!
คนคนเดียวกลับเจอผลแห่งห้วงลึกถึงสองลูก!
เจียงฝูเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยอีกครั้ง "แต่ฉันก็ถอนพิษไม่เป็นเหมือนกันนะ"
สือจิ่วตอบ "พิษแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก เดี๋ยวฉันก็ฟื้นตัวเองได้"
"แค่ตอนนี้ขยับตัวไม่ได้ นายแค่พาฉันออกไปจากที่นี่ก็พอ"
"กลิ่นเลือดตรงนี้ อีกเดี๋ยวคงล่อพวกสัตว์กลายพันธุ์ตัวใหญ่ๆ มากันให้รึ่ม"
เจียงฝูมองใบหน้าสวยหมดจดของสือจิ่ว
"เธอฟื้นตัวจากพิษได้เอง? นี่เธอเป็นฮันนี่แบดเจอร์หรือไง?"
สือจิ่ว: "..."
ฉันก็อยากกลายร่างเป็นฮันนี่แบดเจอร์เหมือนกันแหละน่า!
เมื่อมองใบหน้าของเด็กสาวที่ฉายแววสิ้นหวังเล็กน้อย
เจียงฝูก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ก่อนออกเดินทาง
โชคดีคูณสิบ
ความน่าจะเป็นที่จะพบผลแห่งห้วงลึกคูณสิบ
ความน่าจะเป็นที่ผลแห่งห้วงลึกจะถูกเขาค้นพบคูณสิบ
แล้วเขาก็มาเจอกับสือจิ่ว ผู้ครอบครองผลแห่งห้วงลึก
"แสดงว่าไอ้ความน่าจะเป็นที่จับต้องไม่ได้นี่ ก็สามารถคูณสิบได้จริงๆ เหรอเนี่ย?"
ผลแห่งห้วงลึกหนึ่งลูก สำหรับเจียงฝูแล้วมันเท่ากับสิบลูก!
ยิ่งไปกว่านั้น
ในเมื่อความน่าจะเป็นยังคูณสิบได้
งั้นโอกาสและจำนวนครั้งในการปลุกพลังสายลำดับ ก็ต้องคูณสิบได้ด้วยสินะ?!
เจียงฝูพยายามข่มความตื่นเต้นในใจอย่างสุดความสามารถ
เขาพยักหน้าแสร้งทำเป็นใจเย็น
"ตกลง เธอเอาผลแห่งห้วงลึกมาให้ฉัน แล้วฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่"
พูดจบ เขาก็สังเกตสือจิ่วตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง
เด็กสาวนั่งพับขาซ้าย เอนกายพิงโคนต้นไม้อย่างอ่อนแรง
นอกจากมือทั้งสองข้างแล้ว ส่วนอื่นของร่างกายไม่มีรอยเลือดเปรอะเปื้อน
เจียงฝูเดินเข้าไปใกล้
เขายังไม่รีบหยิบผลแห่งห้วงลึก
แต่กลับหยิบขวดน้ำออกมาจากกระเป๋าเป้
บิดฝาขวดออก
ใช้พลังจิตควบคุมสายน้ำให้ชำระล้างคราบเลือดบนมือของสือจิ่วจนสะอาด
จากนั้นจึงจับมือขาวผ่องนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของเธอขึ้นมา
แล้วยื่นจมูกเข้าไปดมฟุดฟิด
สือจิ่ว: "..."
เจียงฝูไม่สนใจปฏิกิริยาของสือจิ่ว
เขาหยิบยาให้พลังงานออกมาหนึ่งเม็ด บดจนละเอียดเป็นผง
แล้วทาลงบนมือของสือจิ่ว
จากนั้นก็ดมอีกครั้ง
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ถูกกลบด้วยกลิ่นของยาให้พลังงานจนหมดสิ้น
หลังจากทำทั้งหมดนี้
เจียงฝูยังรู้สึกไม่วางใจ
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้สือจิ่วแล้วสูดดมอีกรอบ... ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างในนิยาย
มีแต่กลิ่นเลือดจางๆ
สือจิ่ว: "..."
เจียงฝูหยิบยาให้พลังงานออกมาอีกเม็ด
บดละเอียดแล้วโรยใส่ตัวสือจิ่ว
ในที่สุด กลิ่นเลือดบนตัวสือจิ่วก็ถูกกลิ่นยาให้พลังงานกลบจนมิด
สือจิ่ว: "..."
"เจียงฝู นายไม่เคยคิดบ้างเหรอว่า กลิ่นยาให้พลังงานก็เป็นกลิ่นที่ล่อเป้าเหมือนกลิ่นเลือดนั่นแหละ?"
เจียงฝูยักไหล่ "ฉันว่าพวกสัตว์กลายพันธุ์น่าจะชอบกลิ่นเลือดมากกว่านะ"
สือจิ่ว: "...ก็มีเหตุผล"
ทันใดนั้น เจียงฝูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
เขามองสือจิ่วอย่างระแวง "เธอรู้ชื่อฉันได้ยังไง?"
สือจิ่วตอบอย่างอ่อนใจ "ชื่อกับรูปนายแปะหราอยู่บนบอร์ดเกียรติยศของชั้นเรียนขนาดนั้น"
"ฉันไม่ได้ตาบอดนะ ก็ต้องเห็นสิ"
เจียงฝูลูบจมูกแก้เก้อ
เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าคือนักเรียนที่เพิ่งย้ายมาใหม่ในห้องเขานี่เอง
เขากระแอมเบาๆ "อะ... เอ่อ แล้วผลแห่งห้วงลึก..."
สือจิ่วเหลือบตามองกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของตัวเอง "อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย นายหยิบเอาเองเถอะ"
เจียงฝูตั้งใจจะใช้พลังจิตหยิบออกมา
แต่พอพลังจิตสัมผัสโดนกางเกงของสือจิ่ว มันกลับสลายไปเองโดยอัตโนมัติ
"ผู้ใช้พลังจิตนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ ด้วย!"
เจียงฝูบ่นอุบในใจ
เขาทำได้เพียงยื่นมืออันสั่นเทาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายของสือจิ่ว
วินาทีถัดมา
ใบหน้าเล็กๆ ของสือจิ่วแดงระเรื่อ "นะ... นายหยิบแค่ผลแห่งห้วงลึกนะ อย่าจับมั่วซั่วล่ะ"
เจียงฝูชะงักกึก ละล่ำละลักตอบ "ขอ... ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."
ในเวลานี้
สือจิ่วนั่งพิงต้นไม้โดยงอขาซ้ายขึ้น
กระเป๋ากางเกงชุดนักเรียนค่อนข้างลึก ของข้างในจึงไหลไปกองแนบชิดกับต้นขาด้านใน
มือของเจียงฝูสั่นเทา ขยับเงอะงะเก้ๆ กังๆ
เขาควานหาอยู่นานสองนานแต่ก็ยังจับไม่โดนผลแห่งห้วงลึกสักที
สือจิ่วแอบชำเลืองมองเจียงฝู
เห็นหน้าเขาแดงเถือก
ตัวสั่นไปหมด... ก็ใช่สิ ในโลกนี้จะมีใครสงบสติอารมณ์อยู่ได้บ้างเมื่อกำลังจะได้ครอบครองผลแห่งห้วงลึก
ตอนที่เธอได้ผลแห่งห้วงลึกผลแรกมา
เธอยังตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก
"เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้ตั้งใจ... อื้อ..."
สือจิ่วท่องวนเวียนอยู่ในใจ
ทันใดนั้น ใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วก็พลันแดงจัดจนลามไปถึงใบหู
เจียงฝูลุกลี้ลุกลน
ควานหาในกระเป๋าอยู่นาน
กว่าจะหยิบผลไม้ทรงกลมลูกนั้นออกมาได้
ผลไม้นี้มีขนาดพอๆ กับยาเม็ดพลังงาน
สีดำสนิททั้งผล ผิวสัมผัสดูเหมือนมีหมอกควันจางๆ ปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
ดูไปแล้ว... เหมือนกับหุบเหวขนาดจิ๋วไม่มีผิด
มิน่าถึงได้ชื่อว่าผลแห่งห้วงลึก
เจียงฝูถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ทันใดนั้น เขาก็มองหน้าสือจิ่วที่แดงก่ำ แล้วถามอย่างระมัดระวัง "...เธอให้ฉันจริงๆ เหรอ?"
แววตาของสือจิ่วดูเหม่อลอยเล็กน้อย "ยังไงตอนนี้ฉันก็ขยับตัวไม่ได้ ถ้านายจะฉกแล้ววิ่งหนีไป ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี"
เจียงฝูกำลังจะเอ่ยปากพูด
ฉับพลันสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เขารวบตัวสือจิ่วเข้าสู่อ้อมแขน
แล้วดีดตัวหลบฉากไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
ตูม!
แกรก!
จุดที่เจียงฝูกับสือจิ่วเคยอยู่เมื่อครู่ กลายเป็นหลุมลึกขนาดเมตรกว่า
ต้นไม้ที่สือจิ่วเคยนั่งพิงหักโค่นลงมา
หมาป่าตัวหนึ่ง ขนสีเทาเงินตลอดตัว ขนาดใหญ่กว่าวัวเต็มวัย กำลังแยกเขี้ยวคำรามใส่ทั้งสองคน
ในขณะเดียวกัน
หน้าจอระบบแผ่นที่สองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงฝู
เผ่าพันธุ์: หมาป่าจันทร์เงิน
ระดับ: 2
จุดอ่อน: เอว, ท้อง
ส่วนที่มีค่าที่สุด: ขนและหนัง
หมาป่าจันทร์เงิน ระดับ 2?!
หนี!
ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง
เสี้ยววินาทีก่อนที่จะมองเห็นตัวหมาป่าจันทร์เงินชัดๆ
เจียงฝูก็อุ้มสือจิ่วพุ่งตัวหนีออกไปแล้ว
หมาป่าจันทร์เงินเหลือบมองซากงูหลามยักษ์ยาวกว่าสิบเมตรที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ แวบหนึ่ง
แววตาของมันฉายความรังเกียจออกมา
จากนั้น ร่างของมันก็กลายเป็นภาพติดตา
ไล่กวดตามทิศทางที่เจียงฝูหายไปทันที
เจียงฝูได้ยินเสียงฝีเท้าไล่หลังมา อดไม่ได้ที่จะสบถในใจ
"ไอ้หมานี่มันเป็นบ้าอะไร?! เนื้องูชิ้นเบ้อเริ่มเทิ่มวางอยู่ตรงนั้นไม่กิน ดันจะมาไล่กวดฉันทำไม?!"
สือจิ่วที่ถูกเจียงฝูอุ้มในท่าเจ้าหญิงเอ่ยขึ้นเบาๆ "เป็นไปได้ไหมว่ามันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่มีสติปัญญา?"
เจียงฝูขมวดคิ้ว "งั้นแปลว่ามันรู้ว่าเจ้างูนั่นมีพิษ!"
สือจิ่ว: "..."
ดูเหมือนเธอจะโดนเหน็บแนมเข้าให้แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สือจิ่วถอนหายใจ "นายทิ้งฉันไว้เถอะ ทำแบบนั้นนายจะ..."
ยังพูดไม่ทันจบประโยค
สือจิ่วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า
ตัวเธอกำลังลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า
หมาป่าจันทร์เงินที่อยู่เบื้องล่างเห็นดังนั้น
ร่างของมันก็กระโจนขึ้นสู่อากาศทันที มุ่งเป้าไปที่ร่างของเด็กสาว
ในสายตาของหมาป่าจันทร์เงิน
แม้เหยื่อที่ลอยอยู่กลางอากาศจะดูผอมบาง แต่มันก็น่ากินกว่าเจ้าคนที่วิ่งหนีไปนั่นเยอะ!
แต่ในจังหวะเดียวกับที่หมาป่าจันทร์เงินกระโจนขึ้นไปนั้นเอง
ดาบศึกสีดำสนิทเล่มหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า
ด้วยการเร่งความเร็วจากพลังจิต ทำให้มันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ฟันฉับเข้าใส่ช่วงเอวของหมาป่าจันทร์เงิน
นัยน์ตาสีเขียวของหมาป่าจันทร์เงินหรี่ลงเล็กน้อย
มันมองเห็นดาบเล่มนั้นแล้ว
สัญชาตญาณสั่งให้มันหลบ
ทว่ากลางอากาศเช่นนี้ ไร้ซึ่งจุดยึดเหนี่ยว
ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนทิศทางหลบหลีก
ถ้าอย่างนั้น ก็กินมนุษย์คนนี้เข้าไปซะเลย!
แววอำมหิตวาบผ่านดวงตาของหมาป่าจันทร์เงิน
ดาบศึกระดับแค่นี้ ไม่มีทางเจาะทะลุการป้องกันของมันได้หรอก!
ในวินาทีวิกฤตินี้
ร่างของหมาป่าจันทร์เงินยังคงพุ่งทะยานขึ้น และกำลังจะถึงตัวเด็กสาวที่ลอยเคว้งอยู่
แต่วินาทีถัดมา
หมาป่าจันทร์เงินก็ต้องตกตะลึง
ร่างกายของมัน... ไม่สิ ราวกับโลกทั้งใบแปรเปลี่ยนไป!
ร่างที่กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วกลับถูกพลังงานลึกลับบางอย่างกดทับลงมาอย่างหนักหน่วง
ในระยะห่างเพียงหนึ่งเมตรก่อนถึงตัวสือจิ่ว
มันร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
และในขณะเดียวกัน
ดาบศึกเล่มนั้นก็ฟาดฟันเข้าที่เอวของหมาป่าจันทร์เงินอย่างจัง...
"หมาป่าจันทร์เงินได้รับผลแรงโน้มถ่วง x10 เป็นเวลาสามวินาที!"
"น้ำหนักดาบศึก x10! เป็นเวลาสามวินาที!"
"ดาบศึกได้รับผลแรงโน้มถ่วง x10! เป็นเวลาสามวินาที!"
เสียงพึมพำของเจียงฝูจางหายไปกับสายลม
ไร้ซึ่งร่องรอยให้จับได้...
ปัง!
ตูม—
ร่างมหึมาของหมาป่าจันทร์เงินกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
กระดูกเอวหักสะบั้นในทันที
ร่างทั้งร่างของหมาป่าพับเข้าหากันเหมือนฉากกั้นห้อง
เจียงฝูหยุดฝีเท้า
เขารีบขยับตัวไปอีกด้านสองสามก้าว
แล้วรับร่างของสือจิ่วที่ร่วงลงมาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างมั่นคง
เขาก้มมองสือจิ่วพลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
"โชคดีนะที่เธอเตือนสติให้ฉันโยนเธอ ไม่งั้นฉันคงคิดแผนที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ไม่ออก"
สือจิ่ว: "..."