เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 อันเล่อร่างกายอ่อนแอ ต้องการการบำรุง ต้องเพิ่มเงิน

บทที่ 27 อันเล่อร่างกายอ่อนแอ ต้องการการบำรุง ต้องเพิ่มเงิน

บทที่ 27 อันเล่อร่างกายอ่อนแอ ต้องการการบำรุง ต้องเพิ่มเงิน


"อันเล่อเพิ่งเข้าโรงเรียน ยังไม่ค่อยชินเลย ไหนบอกพ่อซิ ลูกฟังครูสอนรู้เรื่องไหม?" หลี่กั๋วสี่ถามนำทางแบบนี้ หลี่อันเล่อก็รู้ทันที พ่อกะจะเรียกค่าตัวเพิ่มแน่ๆ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ พ่อ

เพิ่ม! ต้องเพิ่ม! หลี่อันเล่อคิดในใจ แต่ปากก็รับมุกพ่อ "ก็ยากนิดหน่อยครับ แต่พ่อไม่ต้องห่วง ผมจะพยายามนอนน้อยลง ตั้งใจเรียนให้มากขึ้น ต้องตามทันแน่ๆ"

"โอ๊ย อันเล่อลูกรัก พ่อกลัวร่างกายหนูจะรับไม่ไหว"

"นั่นสิ เรียนหนักขนาดนี้ต้องใช้สมองเยอะ ร่างกายลูกยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย"

สือฉินเข้ามากอดลูกชาย ทำหน้าเศร้า "อันเล่อ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยๆ เรียน ไม่ทันก็ซ้ำชั้นอีกปีก็ได้ลูก"

สามคนพ่อแม่ลูกเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ หลี่กั๋วชิ่งได้แต่มองบน เขาจำได้แม่นว่าหลี่อันเล่อทำข้อสอบ ป.3 ได้เต็ม ป.4 ก็ได้เกือบเก้าสิบ แต่ดันมาบอกว่าเรียนไม่ทัน ฟังไม่รู้เรื่อง

สมแล้วที่เป็นลูกพ่อ มันเหมือนกันเปี๊ยบ

"เจ้าห้า งั้นแกไปคุยกับลุงต้าหลงหน่อยเถอะ หลานยังเด็ก" ย่าหวังซิ่วหลานเห็นลูกชายพูดจาน่าสงสารก็เริ่มคล้อยตาม

"ใช่ อันเล่อยังเด็ก สารอาหารก็ไม่พอ ยังต้องไปเรียน แล้วยังต้องไปแข่งอีก ผมกลัวร่างกายแกจะรับไม่ไหว..." หลี่กั๋วสี่ทำหน้าเศร้า หลี่อันเล่อก็แกล้งเซนิดๆ

ทำเหมือนลมพัดก็จะปลิว หลี่กั๋วชิ่งพูดไม่ออก "พี่สี่ ลุงต้าหลงแกก็คิดเรื่องนี้ไว้แล้ว ถ้าอันเล่อยอมไปแข่ง แกจะให้ไข่วันละสองฟอง เอาไปบำรุงร่างกาย แถมคูปองเนื้ออีกสองขีด ข้าวสารอีกครึ่งจิน"

"วันละสองฟอง เนื้อสองขีด ข้าวครึ่งจิน?"

แม่เจ้าโว้ย หลี่กั๋วสี่ สือฉิน และหลี่อันเล่อ หูผึ่งตาสว่างทันที

คนอื่นก็ตกใจ กองพลใจป้ำขนาดนี้เชียวเหรอ วันละตั้งขนาดนี้ ไม่ใช่น้อยๆ นะ

ป้าสะใภ้สามมองหลี่อันเล่อตาเป็นประกาย แค่ไปท่องคติพจน์ก็ได้กินดีอยู่ดีขนาดนี้

"เจ้าห้า แกก็รู้ ฉันกับเมียไม่มีเงิน ถึงให้คูปองเนื้อมาก็ซื้อเนื้อไม่ได้"

หลี่กั๋วสี่แม้จะพอใจ แต่ก็ยังโลภมาก ขอเพิ่มอีกหน่อยน่า

"ยังไม่หมด"

หลี่กั๋วชิ่งรู้ทัน "แถมเงินให้อีกวันละสองเหมา"

"เฮ้อ ในเมื่อเขาเสนอมาขนาดนี้ อันเล่อ ลูกก็ต้องยอมลำบากหน่อยนะ"

ย่าหวังซิ่วหลานรีบรับปากแทนหลานชายทันที วันละสองเหมา เนื้อสองขีด ข้าวครึ่งจิน ไข่สองฟอง รวมแล้วเกือบห้าเหมา

ใครไม่เอาก็โง่ ย่าหวังซิ่วหลานคำนวณในใจ ของเยอะขนาดนี้ คงต้องหักหัวคิวไว้บ้าง

"อันเล่อ ว่าไงลูก?"

"ถ้าพ่อกับแม่ไปด้วย ผมก็ไป"

"ไม่ได้หรอก พ่อกับแม่ต้องไปทำงาน"

สือฉินแย้ง "ไม่งั้นจะเอาอะไรกิน"

เอาเถอะ หลี่กั๋วชิ่งรู้ทันอีกแล้ว ยังไม่พอใจสินะ "พี่สี่ พี่สะใภ้ เดี๋ยวผมไปคุยกับลุงต้าหลงให้อีกที"

"ดีๆ ฝากด้วยนะเจ้าห้า"

หลี่กั๋วสี่เสริม "อย่าลืมถามด้วยว่าถ้าอันเล่อไปแข่งแล้วได้รางวัล กองพลจะมีรางวัลอะไรให้อีกไหม?" พ่อมั่นใจในตัวลูกชายมาก เผื่อฟลุคได้รางวัล ต้องคุยให้เคลียร์ เดี๋ยวโดนเบี้ยว

"ได้ เดี๋ยวผมจัดการให้"

"งั้นเรารอฟังข่าวนะ"

ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกกลับห้องไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้พี่น้องคนอื่นๆ มองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ไม่เข้าใจ ทำไมหลี่อันเล่อถึงกลายเป็นคนสำคัญขนาดนี้

"แค่ท่องคติพจน์ได้ ก็ได้ดิบได้ดีขนาดนี้"

ป้าสะใภ้รองเริ่มคิดแผน ต้องหาทางให้สือฉินสอนลูกนางบ้าง ถ้าลูกนางท่องได้เก่งกว่าอันเล่อ บ้านนางก็จะได้กินดีอยู่ดีเหมือนกัน ข้าว ไข่ เนื้อ รออยู่

ป้าสะใภ้สามยิ่งเสียดายใหญ่ หลี่อันเล่อได้เรียนฟรี แถมหัวหน้ากองพลยังมาง้อให้ไปแข่ง อนาคตไกลแน่ เผลอๆ ได้เป็นคนจดแต้มสบายไปทั้งชาติ

"ต้องผูกมิตรกับสือฉินไว้แล้ว"

ไม่ใช่แค่พวกป้าสะใภ้ แม้แต่ย่าหวังซิ่วหลานก็เริ่มคิดว่าที่ผ่านมาอาจจะละเลยหลานคนนี้ไปหน่อย มัวแต่เห่อหลานคนโต ไม่นึกว่าหลานคนนี้จะเก่งขนาดนี้

หลี่อันเล่อไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นดาราหน้าใหม่ไปแล้ว

กลับถึงห้อง สามคนพ่อแม่ลูกฝันหวานถึงหมู ไข่ ข้าวสวย

"พ่อ เรียกไปเยอะขนาดนั้น ถ้าอาสามไม่ยอมจะทำไง?" สือฉินกังวล กลัวชวดของดี

"ไม่ต้องห่วง"

หลี่กั๋วสี่มั่นใจ "สบายมาก"

"อันเล่อ ลูกกลับไปทบทวนคติพจน์ให้ดีนะ ต้องเอาถ้วยรางวัลกลับมาให้ได้"

"ครับพ่อ"

เพื่อไข่ เพื่อเนื้อ เพื่อข้าวสวย ผมสู้ตาย คติพจน์ผมแม่นอยู่แล้ว ส่วนมาร์กซ เลนิน กับบทกวี ก็ไม่น่ายาก

เคยเรียนมาบ้าง ทบทวนหน่อยก็น่าจะไหว

"แต่แม่ก็ยังห่วง" สือฉินลูบหัวลูกชาย "ถ้าเหนื่อยก็พักนะลูก อย่าฝืน"

"ครับแม่"

"ฟังแม่นะ เหนื่อยก็นอน ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวรอฟังข่าวจากเจ้าห้า"

ไม่นานหลี่กั๋วชิ่งก็กลับมา

"เป็นไงเจ้าห้า?"

ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถง ย่าหวังซิ่วหลานถามอย่างกระตือรือร้น

"ลุงต้าหลงบอกว่า วันเสาร์อาทิตย์นี้คอมมูนจะคัดตัวแทน ถ้าอันเล่อผ่านการคัดเลือก กองพลจะให้รางวัลหนึ่งร้อยแต้ม"

"หนึ่งร้อยแต้ม?"

แม่เจ้า ผู้ใหญ่ทำงานสิบวันเชียวนะ ทุกคนสูดปาก อยากได้บ้าง แต่ต้องผ่านการคัดเลือกก่อนนะ

"แล้วถ้าไปแข่งระดับอำเภอแล้วได้รางวัลล่ะ?"

หลี่กั๋วสี่ถามต่อ หลี่กั๋วชิ่งชะงัก "อันนี้ลุงต้าหลงไม่ได้บอกละเอียด แต่รางวัลคงไม่น้อยกว่าร้อยแต้มแน่"

เอาเข้าจริง หลี่ต้าหลงไม่หวังถึงขั้นได้รางวัลระดับอำเภอหรอก แค่อันเล่อผ่านคัดเลือกของคอมมูน แกก็หน้าบานแล้ว ส่วนร้อยแต้มถือเป็นรางวัลมาตรฐานที่ให้กันทุกปี แต่แค่นี้ก็ทำเอาคนตระกูลหลี่นอนไม่หลับกันทั้งบ้านแล้ว

ส่วนหลี่อันเล่อ เขาตื่นเต้นที่จะได้เข้าเมืองมากกว่า ยังไม่เคยไปอำเภอเลย ไม่รู้จะเป็นยังไง

"พ่อ ผมกลัวไปคนเดียว"

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพ่อไปเป็นเพื่อน"

หลี่กั๋วสี่รับปาก เดี๋ยวค่อยไปคุยกับหัวหน้ากองพล ขอไปเป็นพี่เลี้ยงลูกชาย ยังไงก็ต้องขอเบี้ยเลี้ยงด้วย ถือว่าไปทำเพื่อชื่อเสียงของกองพล

"ครับ"

หลี่อันเล่ออุ่นใจ พ่อไปด้วยก็หายห่วง อย่างน้อยก็ไม่โดนใครหลอกไปขาย

ตกกลางคืน หลี่อันเล่อเข้าสู่โหมดการเรียนรู้ในระบบยอดนักเรียน คติพจน์ห้าเล่ม บทประพันธ์คัดสรรสามเล่ม

ตอนแรกกะว่าจะพอแล้ว แต่เพื่อของรางวัล ต้องกัดฟันสู้ เรียนคติพจน์ บทประพันธ์ บทกวี และงานเขียนของมาร์กซ เลนิน เพิ่มเข้าไปอีก เอาให้แน่น

เรียนจนมึน ก็แวบไปฝึกวิชาเลี้ยงลูกหมูแก้เครียด

คืนนี้อ่านหนังสือเยอะ เลยทำลูกหมูตายไปแค่สี่สิบกว่าตัว ส่วนใหญ่ตายเพราะรักษาพลาด เล่มสองโรคหมูมันซับซ้อนกว่าเล่มแรก เป็นโรคหายาก รักษาผิดก็ตาย เป็นธรรมดา

"ไม่ใช่ผมไม่เก่ง แต่โรคแม่มยาก หลับให้สบายนะเจ้าหมูน้อย ชาติหน้าเกิดมาอย่าให้ใครจับกินอีก"

ทำพิธีไว้อาลัยให้หมูจำลองเสร็จ ก็ถอนหายใจ เสียดายไม่ได้กินหมูหัน

"นอนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงเรียน" มองดูลูกหมูที่เหลือ พรุ่งนี้คงต้องฝึกตอนแล้วสินะ

จบบทที่ บทที่ 27 อันเล่อร่างกายอ่อนแอ ต้องการการบำรุง ต้องเพิ่มเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว