เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ทำพันธสัญญาสำเร็จ จิ้งจอกขาวพูดได้แล้ว

ตอนที่ 26 ทำพันธสัญญาสำเร็จ จิ้งจอกขาวพูดได้แล้ว

ตอนที่ 26 ทำพันธสัญญาสำเร็จ จิ้งจอกขาวพูดได้แล้ว


คาถาขับสายฟ้า การโจมตีแบบกลุ่ม (AOE)

ข้อดีคือโจมตีต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่กว้าง สามารถจัดการเป้าหมายหลายตัวพร้อมกันได้

ข้อเสียคือพลังโจมตีต่อครั้งค่อนข้างเบา และด้วยตบะกับความสามารถในการควบคุมของกู้เจาตอนนี้ ยังยากที่จะล็อกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ทำให้สิ้นเปลืองพลังไปเปล่าๆ บ้าง

แต่เมื่อมียันต์แปลงเทพซ่างชิงช่วยเสริมพลัง ข้อด้อยเหล่านี้ก็ถูกลบกลบไปได้มาก

กู้เจาเคยลองใช้คาถานี้แค่ครั้งเดียวในป่าหลังบ้าน เห็นผลลัพธ์มาแล้ว ตอนนี้เจอสถานการณ์จริง มีหรือจะอดใจไหว?

ถามจริง คนฝึกยุทธคนไหนไม่อยากผดุงคุณธรรมเมื่อเห็นความอยุติธรรม?

ถามจริง ทหารคนไหนไม่อยากรับใช้ชาติด้วยการระดมยิงปูพรมใส่ศัตรู?

ยังไงซะคนในความคุ้มครองก็อยู่ในบ้านข้างล่าง กู้เจาไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลูกหลง ส่วนชาวบ้านคนอื่นก็นอนหลับปุ๋ยอยู่ไกลออกไป เป้าหมายในรัศมีโจมตีมีแค่ผีร้ายสามตัวนี้เท่านั้น

ในเมื่อเป็นเช่นนี้...

ไม่ใช้ตอนนี้ แล้วจะไปใช้ตอนไหน?

ขณะที่กู้เจาร่ายคาถา พลังปราณธรรมชาติรอบตัวก็เริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆขนาดย่อมเหนือลานบ้าน

พลังปราณธรรมชาติในก้อนเมฆเชื่อมโยงกับลมปราณของกู้เจา รับพลังเวทย์ที่ส่งผ่านบทสวดเข้าไปอย่างเป็นจังหวะ จากนั้นแสงสีม่วงก็เริ่มกะพริบวิบวับในก้อนเมฆ ก่อกำเนิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบ

กระแสไฟฟ้าแผ่ซ่านผ่านอากาศ ทำให้ผีทั้งสามตัวในลานบ้านรู้สึกชาดิกไปทั้งตัว ร่างวิญญาณสั่นสะท้าน

เมื่อสัมผัสถึงภัยพิบัติที่กำลังจะถล่มลงมาเหนือหัว ผีทั้งสามไม่กล้ารรอช้า ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ต่างงัดอาวุธวิเศษออกมาป้องกันตัว พร้อมแปลงร่างเป็นควันดำเตรียมเผ่นหนี

แต่ทันทีที่กู้เจาร่ายคาถาจบประโยคสุดท้าย ฝ่ามือขวาก็เล็งไปที่กลุ่มเมฆบนฟ้า ตวาดก้อง

"สั่ง!"

สิ้นเสียง เสียงฟ้าร้องครืนคราง แสงสีม่วงสาดส่องไปทั่วบริเวณ

สายฟ้านับสิบสายพุ่งลงมาจากก้อนเมฆราวกับห่าฝน ครอบคลุมตำแหน่งที่ผีทั้งสามยืนอยู่ สายฟ้าแต่ละสายวิ่งเข้าหาไอปีศาจอย่างแม่นยำ ผ่าเปรี้ยงลงไปไม่ยั้ง

"เปรี้ยงๆๆ!"

"อ๊ากๆๆ!"

เสียงร้องโหยหวนดังระงม แสงสีทองและเงินแตกกระจาย งูยักษ์สีดำกลายเป็นเถ้าธุลีท่ามกลางสายฟ้า แพรสีแดงลอยขึ้นนอกลานบ้านพยายามต้านรับ แต่ก็ถูกสายฟ้าฉีกกระชากจนขาดวิ่น

แม้จะช่วยต้านทานได้บ้าง แต่เมื่อสายฟ้าฟาดลงมา เมฆฝนสลายไป แสงไฟมอดลง ผีทั้งสามที่ยอมสละอาวุธวิเศษไปแล้ว ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้จะไม่ถึงกับตายคาที่ แต่ก็สะบักสะบอมเต็มที

พวกมันขวัญหนีดีฝ่อ มองกู้เจาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แม้จะสงสัยว่ากู้เจาอาจจะมีแรงฮึดแค่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงดวงอีกต่อไป

"หนีเร็ว!"

"กลับไปรายงานท่านเทพราชา!"

"ให้ลูกพี่เหรินมาจัดการมัน!"

เงาร่างสามสายพยายามตะเกียกตะกายหนี

แต่เพิ่งจะหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงมรณะไล่หลังมาอีกครั้ง

"อัสนีฟ้าอัสนีดิน กึกก้องแปด..."

เมฆฝนก่อตัวขึ้นอีกครั้ง สายฟ้าเริ่มแลบแปลบปลาบ

"ไม่!"

"เปรี้ยง!"

หลังเสียงกรีดร้องโหยหวน ทุกอย่างก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ

เมฆฝนกลุ่มที่สองค่อยๆ สลายตัวไปหลังปล่อยสายฟ้าจนหมด เพียงไม่กี่อึดใจก็กลายเป็นไอหมอกจางหายไปในท้องฟ้า

สายฟ้าที่เคยปกคลุมทั่วบริเวณก็สงบลง เหลือเพียงเสียงเปรี๊ยะๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ตกค้างในอากาศ

ส่วนกลุ่มควันดำและไอปีศาจที่เคยปกคลุมลานบ้าน ถูกสายฟ้าชำระล้างจนหมดสิ้น ไม่เหลือร่องรอยความเย็นยะเยือกแม้แต่น้อย

ทุกอย่างราวกับไม่เคยเกิดขึ้น... อืม ก็ไม่เชิง ลานบ้านทั้งในและนอกเต็มไปด้วยหลุมตื้นๆ ต้นไม้เล็กๆ ถูกลูกหลงหักโค่น โต๊ะเตี้ยตัวหนึ่งโดนผ่าพังยับเยิน

คาถาขับสายฟ้านี่กินพลังเวทย์เอาเรื่อง ยิ่งใช้ติดกันสองครั้งด้วย

กู้เจาถอนหายใจยาว ค่อยๆ ฟื้นฟูพลังเวทย์ที่หายไปกว่าครึ่ง ไม่ได้ร่ายคาถาครั้งที่สาม ไอสังหารจำนวนมหาศาลที่ป้ายห้าอัสนีในหัวดูดซับเข้ามา บอกให้เขารู้โดยไม่ต้องไปเช็กศพว่าผีทั้งสามตัวม่องเท่งไปเรียบร้อยแล้ว

"จบแค่นี้?" กู้เจาถูมือไปมา เดาะลิ้นอย่างเสียดาย แล้วส่ายหน้าทำท่าเสียใจ

"รู้สึกรีบร้อนไปหน่อยแฮะ ยังมีคาถาและยันต์อีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ลอง น่าจะเก็บคาถาขับสายฟ้าไว้ปิดท้าย"

"ไม่สิ น่าจะเหลือรอดไว้สักตัว"

คิดได้ดังนั้น กู้เจาก็เริ่มเอะใจ จริงๆ เขายังมีเรื่องสงสัยอีกเพียบ

เช่น พวกมันหาที่นี่เจอได้ยังไง? ทำไมถึงปักใจเชื่อว่าเป็นจิ้งจอกขาวที่ฆ่าผีตัวนั้น? พวกที่อยู่เบื้องหลังจะตามรอยกลิ่นอายความตายมาเจอหมู่บ้านนี้อีกไหม?

ถ้าพวกมันยังส่งคนมาอีก หมู่บ้านนี้คงไม่ปลอดภัยแล้วสิ แต่เมื่อกี้ได้ยินพวกมันพูดทิ้งท้าย กู้เจาเลยรีบฆ่าปิดปากจนลืมคิดหน้าคิดหลัง

"ช่างเถอะ ยังไงก็ชนะแล้ว"

กู้เจาคิดพลางกระโดดลงจากหลังคา เดินไปสำรวจจุดที่ผีทั้งสามโดนฟ้าผ่าเพื่อเก็บของดรอป

เด็กน้อยใจกล้าสุด ถอยหลังช้าสุด บนพื้นนอกจากเศษผ้าสีขาวขาดวิ่น ก็มีแค่กำไลทองคู่หนึ่งกับกำไลเงินคู่หนึ่งปักคาดินอยู่ สภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน

กู้เจาดึงกำไลทั้งสี่วงขึ้นมา แล้วเดินไปที่กำแพงบ้าน ไม้เท้าของชายชราถูกผ่าเป็นสองท่อน ดำเป็นตอตะโก ใช้การไม่ได้แล้ว

ข้ามกำแพงออกไปนอกลานบ้าน หญิงชุดแดงก็สลายหายไปแล้ว เหลือเพียงเศษผ้าแพรสีแดงขาดๆ ที่ยังแผ่ไอเย็นจางๆ แต่ก็กำลังสลายตัวอย่างรวดเร็ว

"คุณภาพห่วยชะมัด!" กู้เจาส่ายหน้าถอนหายใจ

แต่เขาก็ไม่ได้เสียดายอะไรมาก เพราะสัมผัสได้ว่าของพวกนี้มีไอวิญญาณร้ายแฝงอยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธเฉพาะทาง ถ้าเขาเอามาใช้ร่ายคาถาสายฟ้า มีหวังพลังลดฮวบ

"ไอ้แก่แซ่ฉีอะไรนั่นกระจอกชะมัด คนอื่นมีอาวุธวิเศษกันหมด มีแต่มันที่ตัวเปล่าเล่าเปลือย จนกรอบจริงๆ"

กู้เจาบ่นพึมพำ แล้วเดินกลับเข้าลานบ้าน

...

ในห้องนอนใหญ่ ไป๋เคอ หดหางลงระหว่างทำพิธีทำพันธสัญญา พึมพำกับตัวเอง

"ดูท่าจะไล่ตามเขาไม่ทันจริงๆ แฮะ"

ไป๋เคอคิดยังไงก็คิดไม่ตก

"เขาเป็นแค่มนุษย์จอมขมังเวทย์ อายุยังน้อย พลังเวทย์ก็ไม่ลึกซึ้ง ไม่ได้ยืมพลังเทพ และไม่ได้ทำพันธสัญญากับปีศาจ... เอ้ย ภูตวิญญาณ ทำไมถึงเก่งขนาดนี้?"

"โอ๊ย ปวดหัว เลิกคิดดีกว่า พิธีจะเสร็จแล้ว"

ไป๋เคอส่ายหน้า กลับมาจดจ่อกับการทำพันธสัญญากับซิ่วเหนียง หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกเข้าสู่การเชื่อมจิตวิญญาณระดับลึก

...

กู้เจาจัดการเก็บกวาดสนามรบคร่าวๆ กลบเกลื่อนร่องรอยการต่อสู้ อย่างน้อยพรุ่งนี้เช้าชาวบ้านตื่นมาก็คงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ

ครู่ต่อมา ขณะที่ท่านผู้เฒ่าเหอยังหลับสนิท ซิ่วเหนียงก็วิ่งเหยาะๆ ออกมาจากห้อง ในอ้อมแขนอุ้มจิ้งจอกขาว... ไม่สิ ไป๋เคอ มาด้วย

"คุณชาย!"

สายตาที่ซิ่วเหนียงมองกู้เจาเป็นประกายวิบวับ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายที่แตกต่างจากพลังเวทย์และพลังปีศาจ

กู้เจามองซิ่วเหนียง แล้วก็พบว่าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ผิดไปเล็กน้อย

"เธอมีพลังเวทย์แล้ว? เธอฝึกวิชาได้แล้วเหรอ?"

กู้เจาตกตะลึง จิ้งจอกขาวตัวนี้เป็นสูตรโกงหรือไง ทำไมถึงทำให้คนธรรมดาอย่างซิ่วเหนียงก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้ในชั่วข้ามคืน?

"นี่แหละคือการทำพันธสัญญา!"

ผู้พูดคือไป๋เคอ เสียงใสแจ๋วราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้ม

"เจ้าพูดได้แล้ว?" กู้เจาหันขวับไปมองไป๋เคอด้วยความประหลาดใจ

"ข้าทำพันธสัญญากับซิ่วเหนียงแล้ว ก็ต้องพูดได้สิ เรื่องพื้นฐานแค่นี้ทำไมเจ้าไม่รู้?"

ไป๋เคอตอบเสียงใส

"เจ้าโผล่มาจากซอกหลืบไหนกันเนี่ย เป็นมนุษย์ถ้ำหรือไง ทำไมไม่รู้อะไรเลย ใช้ชีวิตมาสิบกว่าปีเสียเปล่าจริงๆ"

กู้เจาทำมุทราอัสนีด้วยมือซ้ายทันที กลิ่นอายแห่งความยุติธรรมแผ่ซ่านออกมา

"แต่การที่เจ้าเก่งขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย แสดงว่าทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกวิชา ไม่รู้เรื่องทางโลกบ้างก็พอเข้าใจได้"

ไป๋เคอปรับสีหน้าทันควัน อธิบายว่า

"ข้ากับซิ่วเหนียงมีดวงจิตที่เข้ากันได้ดีมาก พอทำพันธสัญญากันแล้วก็จะฝึกวิชาด้วยกันได้เร็วมาก"

"อีกไม่นานข้าก็จะแปลงร่างมนุษย์ได้แล้ว!" ไป๋เคอพูดอย่างดีใจ

กู้เจาพยักหน้าแบบงงๆ จิตวิญญาณเข้ากันได้ ก็ทำพันธสัญญาฝึกร่วมกัน คนที่นี่ช่างขี้เกียจจริงๆ ศัพท์แสงใหม่ๆ ก็ไม่คิดจะตั้ง

ไป๋เคอพูดอย่างแค้นเคือง

"รอข้าแปลงร่างมนุษย์ได้เมื่อไหร่ ฝึกวิชาสำเร็จ ข้าจะไปถล่มพรรคมารวายุทองคำให้ราบเลย!"

"เจ้ามีความแค้นอะไรกับพรรคมารวายุทองคำ?" กู้เจาอดถามไม่ได้

"ไอ้ผู้คุ้มกฎผีบ้าของพรรคนั้นมันโรคจิต!"

ไป๋เคอบ่นอุบ

"ข้าก็แค่ผ่านทางอำเภอซิ่วเยว่ แวะไปสูดดมกลิ่นธูปเหลือใช้ที่ศาลเจ้าพรรคมารวายุทองคำเพื่อบำรุงดวงจิตนิดหน่อย มันดันมาใส่ร้ายข้าว่าฆ่าเทพธิดาวายุทองคำ ขโมยเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ ไล่ฆ่าข้ามาตลอดทาง!"

กู้เจา "..."

จบบทที่ ตอนที่ 26 ทำพันธสัญญาสำเร็จ จิ้งจอกขาวพูดได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว