- หน้าแรก
- ผมข้ามสองมิติด้วยป้ายห้าอัสนี
- ตอนที่ 23 คำสั่งจากเสด็จแม่
ตอนที่ 23 คำสั่งจากเสด็จแม่
ตอนที่ 23 คำสั่งจากเสด็จแม่
"ยันต์ห้าอัสนีแผ่นนี้ ผ่านการปลุกเสกมาแล้วหรือครับ?" มีคนถามขึ้น
ฮุ่ยปินเผลอกำยันต์ในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
นักพรตอี้หงพยักหน้า
"ใช่ แต่ฤทธิ์เดชคงเหลือไม่มากแล้ว คาดว่าอีกสักเดือนสองเดือนคงหมดฤทธิ์ ข้าถึงเข้าใจผิดว่ามีคนมอบให้เขาเมื่อปีสองปีก่อน"
ฮุ่ยปินถอนหายใจโล่งอก แต่ก็แอบผิดหวังเล็กน้อย
"ของที่ปลุกเสกอยู่ได้แค่ปีสองปีเองเหรอครับ?" มีคนถามอีก
นักพรตอี้หงชี้หน้าคนถาม
"ความโลภของมนุษย์นี่นะ ปีสองปีก็ถือว่าเยี่ยมมากแล้ว บางทีพวกไม้ท้อ ไม้พุทรา หรือเครื่องทองเหลืองเครื่องหยกอาจจะเก็บพลังได้นานกว่า แต่การปลุกเสกก็ยิ่งกินเวลาและเปลืองแรง กระทบต่อการบำเพ็ญเพียรมากขึ้นไปอีก"
คนถามก้มหน้าด้วยความละอาย ไม่กล้าถามต่อ
แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนก็เริ่มมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา
แม้ยันต์คุ้มครองแผ่นนี้จะมีฤทธิ์แค่เดือนสองเดือน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่เก่ง เพราะเขาแค่วาดเล่นๆ แล้วยื่นให้ฮุ่ยปินเลย
ถ้าเขาตั้งใจปลุกเสกจริงๆ การจะทำให้ยันต์มีฤทธิ์อยู่ได้สักปีสองปี คงเป็นเรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากไม่ใช่เหรอ?
นักพรตอี้หงผ่านโลกมาเยอะ กวาดตามองแวบเดียวก็รู้ว่าทุกคนคิดอะไรอยู่ นึกเสียใจที่เผลอพูดละเอียดเกินไป จนยกยอชายหนุ่มคนนั้นสูงเสียดฟ้า
"คนแก่ขี้เหงาก็แบบนี้แหละ พูดมากไปหน่อย"
นักพรตอี้หงลอบถอนหายใจ แล้วกำชับว่า
"ชายหนุ่มคนนั้นมีจิตใจใกล้ชิดธรรมชาติ อายุยังน้อยแต่ตบะสูงส่ง นับเป็นต้นกล้าชั้นดีในการบำเพ็ญเพียร หากพวกเจ้าเจอเขา ต้องรีบแจ้งข้าทันทีนะ"
"แน่นอนครับ แน่นอน"
"ได้เลยครับ ได้เลย"
"คนหนุ่มแบบนี้ ไม่แน่อาจเป็นลูกหลานตระกูลดัง"
"เห็นเขาวาดศยันต์ห้าอัสนีคล่องขนาดนี้ บางทีอาจเป็นศิษย์มีครูจากเขาหลงหูเทียนซานก็ได้"
"ถ้าเขามาที่ตำหนักหยวนฝ่าอีก เราจะรีบโทรหาท่านทันทีครับ"
แม้จะมีคนคิดจะไปเช็กกล้องวงจรปิด แต่ก็ล้มเลิกความคิดไปอย่างรวดเร็ว
เพราะต่อให้รู้หน้าตาจากกล้องวงจรปิด พวกเขาก็ไม่มีกำลังคนและเส้นสายพอที่จะตามหาตัว ยิ่งจะไปแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาคนโดยบอกว่า 'คนคนนี้ปลุกเสกของขลังได้ เป็นเทพจุติมาเกิด' ตำรวจคงมองหน้าแหงๆ
สมัยนี้แม้แต่คนในวงการศาสนา ยังต้องเน้นพูดเรื่องวัฒนธรรมดั้งเดิมและความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ ห้ามงมงายนะจ๊ะ!
"งั้นก็ดี" นักพรตอี้หงหัวเราะ
"ชาก็ดื่มแล้ว นิทานก็เล่าแล้ว ไปดูหอคัมภีร์กันเถอะ"
"เชิญครับ เชิญ!"
"เชิญท่านทางนี้ครับ!"
...
กู้เจาย่อมไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ตำหนักหยวนฝ่า และยิ่งไม่รู้ว่ายันต์ห้าอัสนีที่ใช้งานไม่ได้ซึ่งมีพลังเวทย์ตกค้างอยู่เล็กน้อย จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นยันต์คุ้มครอง
หลังจากวางสายจากจางหาง เขากำลังเตรียมตัวข้ามมิติไปฝึกวิชาต่อ ก็ได้รับโทรศัพท์จาก 'เสด็จแม่'
"ลูกชาย! หางานได้ยัง?"
"ยังครับ"
"ยังหาอยู่ไหม?"
"ไม่หาแล้วครับ"
"ดีมาก!" ปลายสายส่งเสียงร้องดีใจ
กู้เจา: ???
"สุดสัปดาห์นี้กลับเฉิงตูกับแม่นะ"
หลี่ม่าน แม่ของกู้เจาเป็นคนประเภทพูดจริงทำจริง รวดเร็วฉับไว
กู้เจาถาม
"อากงอาม่ามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"
"เปล่า" หลี่ม่านตอบ
"ลูกชายเพื่อนแม่แต่งงาน เขาเชิญแม่ไปร่วมงาน"
"แล้วพ่อไม่ไปเป็นเพื่อนแม่เหรอ?" กู้เจาถามตามสัญชาตญาณ
"พ่อแกไป แล้วฉันจะเอาแกไปทำไม?" หลี่ม่านแค่นเสียง
"พวกเราไปสวีทกันสองคนไม่ดีกว่าเหรอ?"
กู้เจา "..."
"แต่งตัวให้หล่อๆ นะลูก เอาให้หล่อกว่าเจ้าบ่าวไปเลย!" หลี่ม่านสั่ง
"แม่เจ้าสาวชอบมาขิงใส่แม่ว่าลูกชายหล่อ ลูกชายขาว ลูกชายสูง แถมได้เมียรวย สวยตายล่ะ!"
"นั่นเพื่อนแม่นะ..."
"เพื่อนกินเพื่อนเที่ยว! ลูกชายแม่ดีกว่าลูกชายหล่อนตั้งเยอะ สูงกว่า ขาวกว่า หล่อกว่า เสียแต่ว่า..."
พูดถึงตรงนี้ หลี่ม่านก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เสียแต่ว่าวันๆ เอาแต่บำเพ็ญเพียรบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ถ้าแม่ไม่ไปเจอ 'สื่อการเรียนรู้' ปกติในคอมพิวเตอร์แก แม่คงนึกว่าแกโดนล้างสมองตอนไปเฉิงตูช่วงปิดเทอมแล้ว"
กู้เจาตกใจแทบช็อก
"แม่ค้นคอมฯ ผมเหรอ? แม่รู้รหัสได้ไง?"
"79531 ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ยากตรงไหน?" หลี่ม่านตอบอย่างไม่ยี่หระ
กู้เจา: Σ(っ°Д°;)っ
หลี่ม่านไม่สนความอับอายของลูกชาย พูดต่อหน้าตาเฉย
"เอ้อ จริงสิ เดี๋ยวนี้ในเน็ตมีบริการเช่าแฟนไม่ใช่เหรอ แกไปลองสัมภาษณ์ดูสักสองสามคน เลือกสวยๆ พาไปงานด้วยสักคน ถ้าแกอาย เดี๋ยวแม่เลือกให้ก็ได้"
"ถ้าแม่เลือกให้ ผมไม่ไป!" กู้เจาโวยวาย
"งั้นแกเลือกเอง?" หลี่ม่านถาม
"ผมไม่พาแฟนไป แต่จะไปอ่อยเจ้าสาวในงานแต่งแทน ดีไหม?" กู้เจาประชด
"ซู้ด——" หลี่ม่านตกใจเหมือนกัน
"แม่เหมือนจะเคยเห็นพล็อตแบบนี้ใน 'สื่อการเรียนรู้' ของแกด้วยนะ!"
กู้เจารู้สึกหน้าร้อนผ่าว มือสั่น
"แม่ดูหมดแล้วเหรอ?"
"ยังไม่หมด" หลี่ม่านตอบตามตรง
"มันเยอะเกิน"
พูดถึงตรงนี้ ในน้ำเสียงล้อเล่นของหลี่ม่านแฝงความกังวลเล็กๆ
"แม่เห็นสื่อการเรียนรู้ของแก ส่วนใหญ่เป็น 2D มากกว่า 3D แกอย่าไปเลียนแบบพวกโอตาคุญี่ปุ่นเขานะลูก!"
กู้เจาสูดหายใจลึก ตอบอย่างจริงใจ
"แม่ครับ ผมปกติมาก ผมรับรองว่าจะหาลูกสะใภ้ปกติๆ มาให้แม่แน่นอน"
"งั้นก็ดี แม่ก็นึกว่าปู่แก พ่อแก ก็แต่งงานมีลูกปกติ สายตระกูลเราก็ไม่ได้ห้ามเรื่องพรรค์นี้นี่นา!"
หลี่ม่านโล่งอก แล้วไม่ลืมกำชับ
"รีบๆ หาเข้าล่ะ แม่รอจะไปเดินช็อปปิ้งทำเล็บกับลูกสะใภ้ไม่ไหวแล้ว"
...
วางสายแล้ว กู้เจาต้องปาดเหงื่อเย็นๆ ที่ซึมออกมาบนหน้าผาก
คุยโทรศัพท์กับเสด็จแม่ ตื่นเต้นระทึกขวัญยิ่งกว่าสู้กับผีเมื่อวันก่อนเสียอีก
"มิน่าล่ะ ป๋าถึงโดนแม่คุมอยู่หมัด" กู้เจาถอนหายใจ
"สมัยนี้ จะเกาะพ่อแม่กินก็ไม่ง่ายเลยแฮะ!"
บ่นพึมพำจบ กู้เจาดูเวลา แล้วลงไปซื้อเนื้อวัวตุ๋นครึ่งกิโล กับขาหมูพะโล้อีกหนึ่งขาจากร้านอาหารข้างล่าง
กู้เจาพบว่า อาจเพราะขาดแคลนไขมันมานาน ท่านผู้เฒ่าเหอกับครอบครัวรวมถึงจิ้งจอกขาว จะชอบอาหารรสจัดและเน้นเนื้อสัตว์แบบทางเหนือ ไก่พะโล้หอมเครื่องเทศจะขายดีกว่าไก่ตอนต้ม
ส่วนกู้เจา อาจเพราะได้รับอิทธิพลจากรสนิยมของเสด็จแม่ จึงชอบอาหารรสจัดจ้านแบบเสฉวนและหูหนานมากกว่า
กู้เจาข้ามมิติไปยังต่างโลก หิ้วถุงกับข้าวสองถุงเดินออกจากป่า ก็เห็นซิ่วเหนียงยืนรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าหมู่บ้าน เขย่งเท้าชะเง้อคอรอคอยเขาอยู่
จิ้งจอกขาวตัวน้อยเกาะอยู่บนไหล่ของนาง หางปุกปุยแกว่งไกวปัดผ่านเส้นผมของเด็กสาว พลางหาวหวอดๆ ด้วยความเบื่อหน่าย
ดวงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดแสงสีทองลอดผ่านควันไฟจากปล่องควันในหมู่บ้านและแมกไม้ ส่องกระทบร่างเด็กสาว ทำให้นางดูเหมือนภาพวาดการ์ตูนที่อบอุ่นและงดงาม