- หน้าแรก
- ผมข้ามสองมิติด้วยป้ายห้าอัสนี
- ตอนที่ 19 คุณถึงจะด่าหยาบ แต่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
ตอนที่ 19 คุณถึงจะด่าหยาบ แต่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
ตอนที่ 19 คุณถึงจะด่าหยาบ แต่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี
หลังจากที่จิ้งจอกขาวสวาปามหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงจนเกือบหมด แล้วเกือบตายเพราะก้างคอไก่ติดคอ กู้เจาก็เริ่มคลายความระแวงที่มีต่อมันลงไปได้มาก
ตัวกินจุหน้าตาเซ่อซ่าที่ชอบประจบเอาใจแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นตัวร้ายอะไรหรอกมั้ง
หลังทานมื้อค่ำ ซิ่วเหนียงไปล้างจาน กู้เจาจึงมานั่งข้างๆ จิ้งจอกขาว
จิ้งจอกขาวเรอออกมาเสียงดัง ใช้เท้าหน้าเช็ดปาก หันมามองกู้เจาด้วยแววตาที่ไร้ความหวาดกลัว เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็น
"แกฟังภาษาคนรู้เรื่องใช่ไหม?" กู้เจาถาม
จิ้งจอกขาวกระพริบตาปริบๆ มองกู้เจาราวกับมองคนปัญญาอ่อน แววตานั้นปรากฏขึ้นเพียงแวบเดียวก่อนจะกลับมาใสซื่อ แล้วพยักหน้า
"แล้วแกพูดภาษาคนได้หรือเปล่า?" กู้เจาถามต่อ
จิ้งจอกขาวพยายามข่มอารมณ์ที่อยากจะกลอกตาใส่อีกฝ่าย เพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ
กู้เจาพยักหน้า ก่อนจะถามต่อ
"แล้วแกแปลงร่างเป็นคนได้ไหม?"
จิ้งจอกขาวทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ส่งสายตาเหมือนมองคนโง่เง่าให้กู้เจาอีกครั้ง แล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
กู้เจาลูบคาง ขมวดคิ้วครุ่นคิด
"ไม่เหมือนที่ท่านผู้เฒ่าเหอบอกเลยแฮะ ท่านบอกว่าปีศาจพูดได้แปลงร่างได้ หรือว่าแกจะอ่อนหัดเกินไป?"
จิ้งจอกขาวอยากจะแยกเขี้ยวใส่จริงๆ
ไม่รู้หรือไงว่าอย่าเหยียบย่ำปมด้อยคนอื่น ถ้าข้าพูดได้แปลงร่างได้ ข้าจะหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้เรอะ?
แล้วอีกอย่าง ช่วยอย่าพูดออกมาดังๆ ได้ไหม?
จิ้งจอกขาวสะบัดหน้าหนี ไม่อยากสนใจกู้เจาแล้ว
แน่นอนว่ากู้เจาดูไม่ออกว่าสายตาจิ้งจอกขาวสื่อถึงอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองมันขึ้นๆ ลงๆ สายตาเป็นประกายวูบวาบ
จิ้งจอกขาวรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที แล้วก็ได้ยินกู้เจาพูดว่า
"ข้ามีวิชาอยู่สองสามอย่าง ยังไม่เคยใช้กับศัตรู ไม่รู้ว่าจะได้ผลดีแค่ไหน แกช่วยมาเป็นคู่ซ้อมให้ข้าหน่อยได้ไหม?"
จิ้งจอกขาวหันขวับ ขนหางพองฟูตั้งชัน
มันเห็นกับตาว่ากู้เจาใช้สายฟ้าแค่สามดอกก็ฟาดผีตนนั้นจนวิญญาณแตกสลาย ตัวมันเองตอนนี้ยังพูดไม่ได้ แปลงร่างไม่ได้ แค่สายฟ้าดอกเดียวก็คงรับไม่ไหวแล้ว!
หรือว่ามื้อเมื่อกี้จะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของข้า?
จังหวะนี้ ซิ่วเหนียงเดินออกมาจากครัวพอดี ทันใดนั้นนางก็เห็นแสงสีขาววาบผ่านหน้า แล้วรู้สึกหนักที่หน้าอก พอก้มลงดูก็เห็นจิ้งจอกขาวมุดเข้ามาซุกอยู่ในอ้อมอกนาง ตัวสั่นงันงกแนบชิด
ซิ่วเหนียงดีใจมาก หันไปบอกกู้เจา
"คุณชายเจ้าคะ ดูสิมันติดข้าแจเลย"
กู้เจาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจไม่ทำลายความฝันของซิ่วเหนียง
"คงเป็นเพราะพวกเจ้าต่างก็ช่วยชีวิตซึ่งกันและกันไว้นั่นแหละ"
เมื่อตอนกลับมา ซิ่วเหนียงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในป่าให้ฟัง กู้เจาจึงรู้ว่าจิ้งจอกขาวเคยช่วยชีวิตนางไว้ก่อนหน้านี้ ดูท่าจะเป็นปีศาจฝ่ายดีจริงๆ
"อื้อ!" ซิ่วเหนียงกอดจิ้งจอกขาวแน่น ก้มลงถามมัน
"คืนนี้นอนกับข้าดีไหม?"
จิ้งจอกขาวพยักหน้ารัวๆ ตอนนี้มันอยากอยู่ห่างๆ กู้เจาให้มากที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะยังติดใจรสชาติไก่พะโล้เมื่อกี้ ป่านนี้มันคงเผ่นหนีไปไกลแล้ว
...
ดึกสงัด ห้องนอนหลัก
หน้าต่างเปิดแง้มไว้เล็กน้อย จิ้งจอกขาวนอนหมอบอยู่ที่มุมห้อง ตรงตำแหน่งที่แสงจันทร์สาดส่องถึงพอดี
แสงจันทร์ไหลรินเข้ามาเป็นสาย จิ้งจอกขาวสูดลมหายใจเข้าออก ดูดซับพลังปราณธรรมชาติและแสงจันทร์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อบำเพ็ญเพียรและรักษาอาการบาดเจ็บ พร้อมกับเหลือบมองไปทางห้องนอนข้างๆ เป็นระยะ
"จอมขมังเวทย์คนนี้โผล่มาจากไหนกันนะ?"
"ฟังจากที่ซิ่วเหนียงเล่า เขาบอกว่าเข้าป่าไปฝึกวิชา แต่ทำไมถึงเอาของอร่อยพวกนั้นกลับมาได้? ขนาดในเมืองฉางผิง ข้ายังไม่เคยกินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้เลย!"
"แล้วอีกอย่าง เขาใช้วิชาเก่งกาจขนาดนั้น แต่กลับดูไม่รู้เรื่องรู้อราวอะไรเลย ต้องไม่ใช่คนจากสำนักวิญญาณแน่ๆ และก็ไม่เหมือนพวกคนจากลัทธิศาสนาด้วย"
"เป็นแค่มนุษย์ แต่กลับมอบพลังเวทย์ให้คนอื่นใช้ได้ นี่มันพลังระดับเทพเจ้าชัดๆ แถมแม่นางคนนี้ก็ไม่ได้ทำพันธสัญญากับเขา เขาทำได้ยังไงกัน?"
"ถุยๆๆ เขาเป็นมนุษย์ มนุษย์กับมนุษย์จะทำพันธสัญญากันได้ไง?"
"ไม่รู้ว่าข้าจะทำพันธสัญญากับเขาได้..."
จิ้งจอกขาวคิดเพลินๆ แต่แล้วก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง หันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตาโต เมื่อเห็นว่าพลังวิญญาณที่เล็ดลอดออกมาจากการบำเพ็ญเพียรของมัน ถูกซิ่วเหนียงที่นอนอยู่บนเตียงสูดดมเข้าไปจนหมดสิ้นตามจังหวะการหายใจ
"หือ?" จิ้งจอกขาวเบิกตากว้าง
"เป็นไปไม่ได้น่า?"
...
อีกด้านหนึ่ง กู้เจาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการหายใจจากห้องข้างๆ ก็รู้ว่าจิ้งจอกขาวกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่
"ปีศาจดูดซับแสงจันทร์เพื่อบำเพ็ญเพียรจริงๆ ด้วย!" กู้เจาอุทานในใจ พลางเกิดคำถามมากมาย
"หรือว่าสมัยโบราณมีปีศาจอยู่จริง? เรื่องหลิวปั๋วเวินตัดชีพจรมังกรก็เป็นเรื่องจริง? พลังปราณเพิ่งจะเริ่มหายไปเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เองเหรอ?"
วิชาในคัมภีร์ที่เรียนมาตั้งแต่เด็กดันใช้ได้จริง จะไม่ให้กู้เจาสงสัยแบบนี้ได้ยังไง ยิ่งมีป้ายห้าอัสนีที่เป็นสมบัติตกทอดจากบรรพบุรุษมายืนยันอีก
"ตำนานเทพเจ้าสมัยโบราณ เรื่องไหนจริง เรื่องไหนแต่งกันแน่?"
"เป็นเพราะพลังปราณค่อยๆ หายไป สมัยถังซ่งถึงยังมีแปดเซียน แต่พอถึงราชวงศ์ชิงเหลือแค่เรื่องเล่าในเหลียวไจหรือเปล่า?"
"ถ้าเป็นอย่างนั้น... สามวิสุทธิเทพมีจริงไหม?"
"ปวดหัวแฮะ" กู้เจาใช้นิ้วโป้งนวดขมับ
"ช่างเถอะ นอนดีกว่า!"
...
วันรุ่งขึ้น กู้เจาไม่ได้ข้ามมิติในห้อง แต่เดินไปที่ป่าหลังเขา ระหว่างทางแวะรับพัสดุกระดาษเหลืองที่ส่งมาถึง แล้วข้ามมิติไปวาดรูปยันต์ต่อที่ต่างโลก
พอกู้เจาเดินกลับเข้าหมู่บ้านตอนบ่าย ก็เห็นซิ่วเหนียงมารอรับที่ปากทางเหมือนเดิม แต่คราวนี้ในอ้อมอกมีจิ้งจอกขาวเพิ่มมาด้วย
ทว่าพอเห็นมือเปล่าของกู้เจา จิ้งจอกขาวก็ร้อง "งิง งิง" สองสามที แสดงอาการผิดหวังอย่างปิดไม่มิด
"ของเมื่อวานกินไม่หมดไม่ใช่เหรอ?" กู้เจาจิ้มหัวจิ้งจอกขาว
"เสี่ยวไป๋กินหมดแล้วตอนเที่ยงเจ้าค่ะ" ซิ่วเหนียงตอบเขินๆ แล้วรีบเสริม
"ข้ากับปู่ก็ช่วยกินด้วย ยังมีหมูแดงเหลืออยู่ห้าชิ้น กับน่องไก่อีกหนึ่งน่อง ข้าเก็บไว้ให้คุณชายโดยเฉพาะเลย"
"เสี่ยวไป๋?" กู้เจามองจิ้งจอกขาวด้วยสายตาแปลกๆ
จิ้งจอกขาวร้อง "งิง" แล้วสะบัดหน้าหนี
ซิ่วเหนียงยิ้มร่า
"ข้าตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ มันยอมรับแล้วนะเจ้าคะ แถมมันยังเป็นตัวเมียด้วย"
กู้เจาเลิกคิ้ว
"บำเพ็ญเพียรจนเป็นปีศาจแล้ว จะเป็นเด็กสาวได้ไง ป่านนี้คงเป็นคุณยายแล้วมั้ง"
จิ้งจอกขาวได้ยินดังนั้นก็ของขึ้น เบิกตากว้าง แยกเขี้ยวขู่กู้เจาฟ่อๆ ลืมเรื่องที่ตัวเองสู้เขาไม่ได้ไปสนิทใจ
"งิงงิง! งิงงิงงิง!"
แม้จะฟังไม่ออก แต่กู้เจาก็พอเดาได้ว่านางคงด่าหยาบคายน่าดู
น่าเสียดายที่สถานการณ์ตอนนี้คือ นางฟังเขารู้เรื่อง แต่เขาฟังนางไม่รู้เรื่อง
กู้เจาเลยหัวเราะร่า
"ดูสิ นางยอมรับด้วย"
จิ้งจอกขาวชะงัก เตรียมจะดิ้นหนี แต่รู้สึกว่าแรงกอดของซิ่วเหนียงไม่แน่นนัก เลยตะกุยอากาศไปสองสามที ร้อง "งิงงิง" อีกสองสามหน แล้วสะบัดหน้าหนีอย่างเด็ดขาด ไม่มองกู้เจาอีกเลย
กู้เจาหัวเราะลั่น การแกล้งสัตว์เลี้ยงฉลาดๆ นี่มันสนุกจริงๆ มิน่าล่ะคลิปหมาบอร์เดอร์ คอลลี่ในเน็ตถึงได้ฮิตนัก