- หน้าแรก
- 1979 ย้อนเวลาไปพบรัก สู่ยอดนักตกปลาเลี้ยงครอบครัว
- บทที่ 15 – การทาบทามสู่ขอ
บทที่ 15 – การทาบทามสู่ขอ
บทที่ 15 – การทาบทามสู่ขอ
หลังจากนัดแนะว่าจะมารับลอบดักปูวันมะรืน จางเจ๋อก็กล่าวลาถงหยวนหาง แล้วเริ่มเดินเร่ขายของตามตรอกซอกซอยในวันนี้
น่าเสียดายที่ประสิทธิภาพแย่กว่าการขายในตลาดมืดเยอะ ตลอดทั้งช่วงเช้าเขาขายปลากุ้ยอวี๋ไปได้แค่ 5 ตัวเท่านั้น
ครอบครัวที่มีฐานะดีในตัวอำเภอก็มีอยู่เท่านี้ ไม่ใช่ทุกคนจะชอบกินปลากุ้ยอวี๋
แถมบ้านที่ซื้อไปเมื่อวาน วันนี้ก็คงไม่ซื้อซ้ำ เผลอ ๆ เดือนนี้อาจไม่ซื้ออีกเลย เพราะราคามันก็ไม่ใช่ถูก ๆ นี่เป็นสาเหตุให้ปลากุ้ยอวี๋ของจางเจ๋อระบายออกยาก
แน่นอนว่าปัจจัยหลักคือวันนี้พวกปลอกแขนแดงออกตรวจตราเข้มงวดเป็นพิเศษ จางเจ๋อเดินอยู่บนถนนก็เจอตั้งหลายรอบ
ยังดีที่ปลาในมือเขาใช้เชือกฟางหิ้ว ดูเผิน ๆ เหมือนคนมาจ่ายตลาดมากกว่าคนขาย เลยรอดตัวไปได้ไม่มีปัญหา
ลองคำนวณรายได้ช่วงเช้า ปลา 5 ตัวขายได้แค่ 7 หยวน 8 เหมา
จริงๆ แล้วรายได้ระดับนี้ถือว่าสูงมาก ถ้าได้เท่านี้ทุกวัน เดือนหนึ่งก็ได้ตั้ง 200 กว่าหยวน แซงหน้ารายได้ของคนทั้งประเทศไปกว่า 99%
แต่เพราะมันน้อยกว่าเมื่อวานมาก จางเจ๋อเลยรู้สึกหมดไฟที่จะขายปลาต่อ
“ช่างเถอะ พรุ่งนี้ไปลองดูแถวชายทะเลดีกว่า มะรืนมาเอาลอบดักปูค่อยลองขายดูอีกที”
จางเจ๋อรู้ว่าต้องรู้จักพอ วันนี้ตรวจเข้มขนาดนี้เขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยง เลยตัดสินใจไปร้านสหกรณ์ซื้อของที่ต้องการให้ครบ
ถังหูหลูที่รับปากน้องสาวไว้ เขาจัดมาให้สองไม้
น้องสามมี น้องรองก็ต้องมี ต้องให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกัน
ซื้อน้ำตาลทรายครึ่งจิน ราคา 4 เหมาบวกตั๋วน้ำตาลครึ่งจิน ตั๋วที่เหลือเขาเอาไปแลกลูกอมผลไม้ราคาเม็ดละ 1 เฟินมาจนหมด
ลูกอมตรากระต่ายขาวมันสะดุดตาเกินไป ยุคนี้ถือเป็นของหรูหรา เกิดจางอู่เอาไปอวดเพื่อนแล้วคนสนใจขึ้นมาจะเป็นเรื่องยุ่ง
ชีวิตต้องทำตัวให้ low profile เข้าไว้
ซื้อลูกอมเสร็จ จางเจ๋อก็ซื้อพวกเครื่องปรุงที่ไม่ต้องใช้ตั๋ว เสียดายที่พริกแห้งหาซื้อยาก พริกขี้หนู (เสี่ยวหมี่ล่า) ยิ่งไม่มี ก็ต้องทำใจไป
แล้วก็ซื้อดินสอกับมีดเหลาดินสอ ดินสอแท่งละ 2 เฟิน มีดเล่มละ 5 เฟิน
ส่วนดินสอ HB จางเจ๋อตัดใจซื้อไม่ลง แพงชิบเป๋ง แท่งเดียวปาเข้าไป 1 เหมา 1 เฟิน
หลังจากซื้อสมุดแบบฝึกหัด เขาก็ไปร้านรับซื้อของเก่า ค้นหาตำราเรียนประถมกับมัธยมต้น และพวกสมุดแบบฝึกหัดเก่า ๆ กลับมา
ในสายตาคนอื่นเขาก็คือคนไม่รู้หนังสือเหมือนกัน ก็ต้องแกล้งทำเป็นเรียนรู้หน่อย จะได้ค่อย ๆ สลัดภาพคนไม่รู้หนังสือออกไป ถือโอกาสสอนน้องสาวสองคนไปด้วย
วันหน้าถ้าน้อง ๆ อยากเรียนต่อ การได้ไปโรงเรียนย่อมดีที่สุด
เงิน 7 หยวน 8 เหมาที่หาได้วันนี้ แทบจะใช้เกลี้ยง
แน่นอนว่าไม่ได้หมดไปกับร้านขายของชำ ตำราเก่าก็ราคาไม่เท่าไหร่
รายจ่ายหลักอยู่ที่ค่าเบ็ด สายเอ็น กับพวกกุ้งแห้งปลาไหลแห้งที่เงินไหลเข้ากระเป๋าถงหยวนหางไปหมดแล้ว
มื้อเที่ยงกินบะหมี่ที่ร้านอาหารรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม ช่วงบ่ายเขาเดินสำรวจในตัวอำเภออีกรอบ เห็นว่าการตรวจตรายังเข้มงวดอยู่ เลยตัดสินใจหอบของทั้งหมดนั่งรถกลับหมู่บ้านเลย
กลับมาถึงหมู่บ้านน่าจะประมาณบ่ายสามโมง
พอเข้าบ้าน ก็เห็นแม่กำลังคุยกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอยู่
หญิงคนนี้เขารู้จัก เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แต่ทำอาชีพแม่สื่อ คอยหลอกล่อสะใภ้จากข้างนอกมาให้หนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านหลายคนแล้ว
“แม่ น้าชุ่ยเฟิน” จางเจ๋อทักทายตามมารยาท แล้วกะว่าจะเอาของไปเก็บในห้องก่อน ค่อยออกมาฟังว่าคุยอะไรกัน
ในความทรงจำ แม่สื่อตัวแสบคนนี้เล็งน้องสาวจางเชี่ยนของเขามานานแล้ว พยายามจะทำหน้าที่แม่สื่อชักนำให้ตลอด
เขาต้องหาทางขวางไว้ให้ได้ ชาติที่แล้วก็เพราะแม่สื่อคนนี้แหละ น้องสาวเขาถึงได้แต่งงานผิดคน
จางฮุ่ยหงไม่นึกว่าลูกชายจะกลับมาตอนนี้ แต่ก็กลับมาได้จังหวะพอดี เธอรีบเรียกไว้ “อาเจ๋อ แม่วานให้น้าชุ่ยเฟินช่วยหาคู่ให้ลูก มะรืนนี้ลูกไปเกาะลู่เหมินกับน้าชุ่ยเฟินเขานะ”
“ผมเหรอ?” จางเจ๋อเอ๋อไปชั่วขณะ นึกว่าจะมาสู่ขอน้องสาวจางเชี่ยน ที่ไหนได้หวยมาออกที่ตัวเอง
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มีความคิดจะแต่งเมียเลย อย่างน้อยก็ต้องหาเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำ รอแบ่งที่ดินทำกินแบบเหมาจ่ายรายครัวเรือนแล้วสร้างบ้านใหม่ก่อนค่อยแต่งไม่ใช่เหรอ?
ก็แค่ปีสองปี เขาไม่รีบจริง ๆ
แต่จะให้พูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ เลยได้แต่ปฏิเสธแบบอ้อม ๆ “แม่ ผมยังไม่รีบ รออีกหน่อยเถอะครับ!”
การบ่ายเบี่ยงนี้ทำให้จางชุ่ยเฟินเข้าใจผิด คิดว่าเขาดูแคลนสาวชาวเกาะ มีงานเข้าทั้งทีนางไม่ยอมพลาดแน่ รีบพูดว่า “อาเจ๋อ หลานอย่าคิดว่าสาวชาวเกาะไม่ดีนะ ผู้หญิงที่น้าหาให้คนนี้ ไม่แค่ว่านอนสอนง่ายรู้ความ แต่ยังขยันขันแข็งด้วยนะ”
“แถมร่างกายแข็งแรง รับรองมีลูกชายตัวอ้วนจ้ำม่ำให้บ้านหลานได้แน่”
จางชุ่ยเฟินไม่พูดก็แล้วไป พอพูดแบบนี้จางเจ๋อยิ่งหมดอารมณ์
ร่างกายแข็งแรง ขยันทำงาน สำหรับหนุ่มบ้านนาทั่วไปอาจจะเป็นคุณสมบัติของเมียที่ดี แต่สำหรับเขาไม่มีความดึงดูดใจเลยสักนิด
แถมจะลูกชายหรือลูกสาว เขาไม่สนหรอก ขอแค่เป็นลูกตัวเองก็พอ
แต่ยังไม่ทันที่จางเจ๋อจะปฏิเสธซ้ำ เอวเขาก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา
หันไปมอง ก็เจอสายตาพิฆาตจากแม่บังเกิดเกล้าส่งมาให้
“...”
เงียบไปครู่หนึ่ง จางเจ๋อก็ตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด “ก็ได้ครับ มะรืนนี้ผมจะไปดูกับน้าชุ่ยเฟิน”
พอเขารับปาก จางฮุ่ยหงกับจางชุ่ยเฟินก็ยิ้มออก
ทั้งสองฝ่ายคุยรายละเอียดกันอีกหน่อย แล้วแม่ก็เดินไปส่งแม่สื่ออย่างกระตือรือร้น
ส่วนจางเจ๋อหน้าบูดสนิท พอจางฮุ่ยหงเดินกลับมาก็บ่นทันที “แม่ ทำไมจู่ ๆ ก็จะหาเมียให้ผมไม่บอกไม่กล่าวกันบ้าง ผมกะว่าหาเงินได้จะสร้างบ้านใหม่ก่อน แต่งเมียแล้วอาอู่จะมีห้องนอนที่ไหน”
“ตอนนี้ถ้าผมแต่งงาน อาอู่จะไปนอนไหน?”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก พอลูกตกลงปลงใจ แม่จะจ้างช่างไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์ให้ ย้ายเตียงในห้องลูกมาไว้ห้องแม่ กั้นม่านสักหน่อย ให้อาอู่มานอนห้องแม่ก็ได้”
จางฮุ่ยหงคิดเรื่องแต่งงานให้ลูกชายคนโต ย่อมวางแผนไว้หมดแล้ว
จากนั้น สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นโกรธเคืองนิด ๆ พูดต่อว่า “ก่อนลูกจะกลับมา ยายเฒ่าหวังนั่นกล้ามาคุยโวต่อหน้าแม่ว่าเอ้อร์โก่วจื่อดูตัวผ่านแล้ว มีคนเอาแล้ว จงใจพูดให้แม่ได้ยินชัด ๆ นี่มันหาเรื่องกันนี่นา?”
“แม่เลยลองสืบดู ถึงรู้ว่าเป็นฝีมือจางชุ่ยเฟินเป็นแม่สื่อให้ ผู้หญิงเป็นคนเกาะลู่เหมิน ค่าสินสอดทางโน้นแค่ห้าสิบหยวน พอดีเมื่อวานลูกให้เงินแม่มาสี่สิบ แม่คำนวณดูแล้วก็เลยให้แกช่วยหาให้ลูกบ้าง”
“เมื่อกี้พอคุยกัน จางชุ่ยเฟินก็บอกว่าทางโน้นยังมีผู้หญิงอีกคนดูเข้าท่า ฝากให้แกมาลองถามหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านดูว่ามีใครสนใจไหม แม่เห็นว่าประจวบเหมาะพอดี เลยให้ลูกไปลองดู”
“ลูกก็โตป่านนี้แล้ว ดีกว่าไอ้เอ้อร์โก่วจื่อตั้งทุกอย่าง ขนาดเอ้อร์โก่วจื่อยังมีคนเอา ลูกจะไม่มีคนเอาได้ยังไง?”
“เอ้อร์โก่วจื่อดูตัวผ่านแล้ว?”
จางเจ๋อตกตะลึง ในความทรงจำของเขา เอ้อร์โก่วจื่อหาเมียไม่ได้ ต้องไปหลอกผู้หญิงต่างถิ่นมา เมียคนแรกอยู่ได้สองปีก็หนี ไปหลอกมาใหม่อีกคนก็หนีไปอีก
ไอ้หมอนี่ก็เหมือนเขานั่นแหละ เป็นพวกไร้ทายาทสืบสกุล
เพียงแต่มันสมควรโดน เพราะขี้เกียจตัวเป็นขน ผู้หญิงที่ไหนจะทนไหว ส่วนตัวเขาเองแค่เลือกคนผิด
ทันใดนั้นเขาก็สะดุ้งในใจ ‘หรือจะเป็นเพราะฉัน?’
ชาติที่แล้วตอนแรกเอ้อร์โก่วจื่อก็คิดจะเล่นน้องสาวเขา แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าเมืองไปขายปลา คอยเฝ้าน้องสาวอยู่ตลอด จางเชี่ยนกับจางชิงเลยแทบไม่โดนพวกนักเลงในหมู่บ้านรังควาน
แต่ชาตินี้ เขาเพิ่งจะเข้าเมืองไปขายปลา ก็เกิดเรื่องเอ้อร์โก่วจื่อมารังแกน้องสาว จนโดนเขากระทืบไปหนึ่งยก
ว่าแต่เมื่อวานเขาซัดไปหนักอยู่นะ หน้าตาน่าจะปูดบวมดูไม่ได้ สภาพแบบนั้นยังไปดูตัว แถมยังผ่านอีกเหรอ?
จางเจ๋อคาดไม่ถึงว่าปีกผีเสื้อจะขยับสร้างความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขนาดนี้
เรื่องเอ้อร์โก่วจื่อดูตัว เขาเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อน
มะรืนนี้ต้องไปเอาลอบดักปูที่ตัวอำเภอพอดี เขาคงต้องลองถามถงหยวนหางดูหน่อย ว่าบ้านไหนตาถั่วขนาดนั้นถึงได้เลือกเอ้อร์โก่วจื่อ
[จบบท]