เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 ฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือ! (ฟรี)

ตอนที่ 39 ฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือ! (ฟรี)

ตอนที่ 39 ฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือ! (ฟรี)


ฮวามู่หลานต้องการจะปลีกไปช่วยลู่เฟิง แต่เธอไม่สามารถทำได้แม้ว่าเธออยากจะไปแค่ไหนก็ตาม

การแสดงออกของเจี๋ยสวี่ เองก็เปลี่ยนไปมาก เขาต้องการจะออกไป แต่อาวุโสจากนิกายหยุนกงไม่ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้นทั้งยังปิดกั้นเส้นทางของเขาไว้ทั้งหมด

ทางด้านกองทหารจินยี่เหว่ยก็เช่นเดียวกันทุกคนถูกลากไปต่อสู้กันอย่างดุเดือด

พวกเขาทำได้เพียงแค่จ้องมองข้าราชบริพารของโม่เต๋าคนนั้นเดินเข้าหาลู่เฟิงทีละก้าว

โม่เฉียน ที่เห็นสิ่งนี้เธอได้เผยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ ตราบเท่าที่ลู่เฟิงถูกฆ่า จะเกิดอะไรขึ้นกับพวก เกาชุน และ คนอื่น ๆ ? แม้ว่าพวกเธอจะไม่สามารถเอาชนะคนเหล่านี้ได้ แต่ในเมื่อพวกเขาไม่มีจักรพรรดิให้รับใช้ พวกเขายังจะดิ้นรนต่อสู้เพื่ออะไรต่อ?

"จักรพรรดิน้อย มีอะไรจะสั่งเสียก่อนตายหรือไม่?"

ข้าราชบริพารคนนี้ได้ถือดาบยาวเข้าหาลู่เฟิงพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา

"คำสั่งเสีย?"

ลู่เฟิงจ้องมองไปที่ข้าราชบริพารคนนี้"ในฐานะข้าราชบริพารของอาณาจักรเจ้ามีคุณสมบัติอะไรที่จะกล่าววาจาเยี่ยงนี้ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ?"

หลังจากกล่าวพูดออกไปลู่เฟิงก็ปล่อยอำนาจบารมีของจักรพรรดิออกมา

ข้าราชบริพารคนนี้ต้องการจะตอบ แต่ทันใดนั้นเขาตระหนักได้ว่าลู่เฟิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาเต็มไปด้วยบารมีความสง่างามของจักรพรรดิ เขาแทบจะไม่กล้าสบตาโดยตรง

ก่อนที่เขาจะตอบสนองได้ทันเขาก็ได้ยินเสียงสามคำ "การวาดดาบ!"

"ไม่ดีแล้ว!"

ในที่สุดข้าราชบริพารคนนี้ก็ต้อบสนองและต้องการที่จะถอยหนี แต่ลู่เฟิง ได้ใช้ร่างกายนักล่า ควบคุมไปกับการวาดดาบซึ่งอีกฝ่ายไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ฟวั่บ

ดาบของเขาได้ฟันคอชายคนนี้จนโลหิตพรั่งพรูออกมา

"อั๊กก"

ข้าราชบริพารคนนี้ได้เอามือกุมคอของเขาก่อนที่จะล้มลงเเละเสียชีวิต

เมื่อ เจี๋ยสวี่ เห็นฉากนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจ เขารู้ว่าความแข็งแกร่งของลู่เฟิงไม่ธรรมดา เมื่อใช้ร่างกายนักล่า กับการวาดดาบ จะสร้างโอกาสในการฆ่านักรบขั้นสร้างรากฐานพลังหยวนได้

แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเพียงเท่านั้น เขาไม่คิดเลยว่ามันจะได้ผลจริง ๆ

ทันทีที่ลู่เฟิงฆ่าข้าราชบริพารคนนี้สำเร็จเขาก็มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้น

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารนักรบระดับ 1 ขั้นสร้างรากฐานพลังหยวนได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 10,000 แต้ม!"

ฟู่ววว

ลู่เฟิงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพื่อที่จะสังหารข้าราชบริพารที่เป็นนักรบขั้นสร้างรากฐานพลังหยวนคนนี้ เขาไม่เพียงแต่ใช้แค่ร่างกายนักล่าและการวาดดาบ เขายังใช้อำนาจบารมีจักรพรรดิอีกด้วย

ด้วยพลังของอำนาจบารมีจักรพรรดิทำให้อีกฝ่ายเกิดความตกใจไปชั่วขณะจนเขาได้โอกาสในการฆ่า

นี่นับเป็นโชคดีของเขาอย่างแท้จริง

"บัดซบ"

เมื่อโม่เต๋าเห็นฉากนี้ สีหน้าของเขาก็กลายเป็นไม่สู้ดี แผนการของเขาที่ถูกวางมากลับถูกทำลายทิ้งอีกครั้ง

ในทางตรงกันข้ามเหล่าข้าราชบริพารที่ยืนอยู่ข้างลู่เฟิงพวกเขาได้แสดงรอยยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด คนเหล่านี้ยิ่งเห็นความแข็งแกร่งของลู่เฟิงมากเท่าไหร่ความภักดีที่มีต่อราชวงศ์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

ลู่เฟิงจ้องมองไปที่ข้าราชบริพารที่เลือกสนับสนุนโม่เต๋าก่อนที่เขาจะเเสยะยิ้มและกล่าวพูดเสียงดัง"ทหารยามทุกคนฆ่าพวกมันทั้งหมดไม่ต้องปราณี!"

"รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"

เหล่าทหารยามของอาณาจักรหลายหมื่นคนได้ตอบโต้และพุ่งไปที่ข้าราชบริพารเหล่านี้

ใบหน้าของข้าราชบริพารเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

เหตุผลที่พวกเขากล้ามาที่นี่ก็เพราะมีอาวุโสจากนิกายหยุนกงคอยสนับสนุนและในทางกลับกันพวกเขาคิดว่าลู่เฟิงไม่กล้าฆ่าพวกเขา

การที่พวกเขาก่อกบฏและถูกสังหารจะทำให้ความมั่นคงทางการเมืองของอาณาจักรหนานหยานพังทลายลงทันที อำนาจทางการเมืองของอาณาจักรหนานหยานจะเป็นอัมพาตและต้องใช้เวลา

ทหารยามเหล่านี้ได้พุ่งเป้าใส่ข้าราชบริพารโดยไม่สนใจสิ่งใดพวกเขาได้ฆ่าคนเหล่านี้ตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิของพวกเขา

คนเหล่านี้แทบไม่มีเวลาให้ตัดสินใจหลายคนได้เริ่มตะโกนขึ้น

"ฝ่าบาท ข้าน้อยได้มองเห็นถึงความสง่างามของพระองค์แล้ว ข้าน้อยยินดีจะถวายความภักดีต่อพระองค์"

"ใช่ฝ่าบาทพวกเราเต็มใจที่จะยอมจำนน"

"ฝ่าบาท พวกเราสำนึกผิดแล้วได้โปรดประทานอภัย"

ข้าราชบริพารเหล่านี้ต่างก็ตะโกนร้องขอชีวิตกันถ้วนหน้า

"ประทานอภัย? เหอะ พวกเจ้าคู่ควรจะได้รับ?"

ลู่เฟิง ได้หัวเราะออกมา "ฆ่าให้หมด"

"ฝ่าบาท ท่านไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ หากท่านสังหารพวกเรา อำนาจทางการเมืองของอาณาจักรหนานหยานจะ..."

เหล่าข้าราชบริพารหลายคนได้ร่ำไห้ร้องขอความเมตตา แต่พวกเขาก็ถูกคมดาบของทหารยามไล่ฟันกันอย่างต่อเนื่อง

เหรินหยาน ราชเลขา คนนึงที่มองดูฉากนี้ได้กัดฟันและพูดขึ้น"ฝ่าบาทหากพวกเขาถูกฆ่าทั้งหมด อำนาจทางการเมืองของอาณาจักรหนานหยาน จะกลายเป็นอัมพาตทันที และ อาณาจักรหนานหยานของเราจะพัฒนาไปได้อย่างเชื่องช้า"

"จริงขอรับฝ่าบาท พระองค์ได้โปรดแสดงความเมตตาไว้ชีวิตคนเหล่านี้ คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น"

"ฝ่าบาท ถ้าพระองค์สั่งฆ่าพวกเขาทั้งหมดชื่อเสียงของพระองค์เกรงว่าจะด่างพร้อย ข้าน้อยขอให้พระองค์คิดทบทวนอีกครั้ง"

เหล่าข้าราชบริพารที่ยืนอยู่ข้างลู่เฟิงได้กล่าวพูดขึ้น

ลู่เฟิงได้จ้องมองไปที่กลุ่มคนเหล่านี้และกล่าวพูดเบา ๆ " ข้ายินยอมให้อำนาจทางการเมืองของอาณาจักรหนานหยานของข้าหยุดชะงักชั่วคราว ดีกว่าปล่อยพวกกบฏเหล่านี้ให้ลอยนวลต่อไป"

"ฝ่าบาท..."

"ใครมันกล้าที่จะพูดมากกว่านี้ข้าจะฆ่าโดยไร้ความปราณี!"

ลู่เฟิงจ้องมองไปที่ข้าราชเลขาทั้งสี่อย่างเย็นชา แม้ว่าพวกเขาจะภักดีและซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ แต่ถ้าพวกเขาต่อต้านลู่เฟิง เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลู่เฟิงจะฆ่าพวกเขา

เขายินยอมที่จะให้อำนาจทางการเมืองเป็นอัมพาต แต่พวกกบฏเหล่านี้ต้องตาย

เพราะลู่เฟิง รู้ดีว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมาอำนาจทางการเมืองได้ถูกควบคุมโดยโม่เต๋า หลายคนได้รู้จักโม่เต๋าทั้งหมด แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบถึงตัวตนขององค์จักรพรรดิ

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่องค์จักรพรรดิมีชื่อเสียงด้อยกว่าเสนาบดีคนนึง

ลู่เฟิงจำเป็นจะต้องแสดงความสง่างามของตนเองออกมาเผยอำนาจของเขาในฐานะจักรพรรดิให้คนเหล่านี้ได้ประจักษ์เห็น

ข้าราชบริพารหลายร้อยคนได้ถูกสังหารลงอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของลู่เฟิง

แต่เพียงแค่ชื่อเสียง?

เขาสนมันงั้นหรือ?

เหล่าทรราชที่เเท้จริงพวกเขาจะมานั่งกังวลเพียงเพราะของประดับอย่างชื่อเสียงหรือไม่?

ตั้งแต่ที่ ลู่เฟิง ลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกนี้ เขาก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเเปลงทุกอย่างเพื่อตัวของเขา

เขาจะแสดงความโหดเหี้ยมกับศัตรูเพียงเท่านั้น

พวกกบฏทุกคนสมควรตาย การจะปล่อยคนเหล่านี้ไปก็ไม่ต่างไปจากการปล่อยพวกโจรที่สามารถแว้งกัดเราได้ตลอดเวลา

ข้าราชบริพารหลายคนเมื่อเผชิญหน้ากับทหารยามพวกเขาต่างก็ไม่สามารถต่อกรได้และถูกฆ่าทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง

นอกประตูเมริเดียนเต็มไปด้วยสายธารโลหิต

กลิ่นคาวโลหิตได้คละคลุ้งไปทั่วอากาศแห่งนี้

บนพื้นอัดแน่นไปด้วยซากศพจำนวนมาก

ราชเลขาทั้งสี่จ้องมองไปที่ฉากนี้ด้วยความหวาดกลัว และ ทหารนับหมื่นได้จ้องมองไปที่ลู่เฟิงด้วยความเคารพ

ตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามารับใช้อาณาจักรพวกเขาก็ถูกปลูกฝังให้มีความคิดที่จะจงรักภักดีต่อราชวงศ์และจักรพรรดิ ใครที่ต่อต้านล้วนแล้วแต่เป็นกบฏทั้งสิ้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชื่นชอบ แต่พวกเขาจะไม่สนับสนุนได้ยังไง

ลู่เฟิง จ้องมองไปที่ เหล่าทหารยามเหล่านี้ด้วยท่าทีพึงพอใจ นี่คือสิ่งที่เขาควรจะทำที่สุดตอนนี้

"อะไร?"

ในเวลานี้ได้มีเสียงกรีดร้องมาจากทางด้านคนจากนิกายหยุนกง

อาวุโสลำดับแปดได้ถูกสังหารภายใต้การล้อมกรอบของกองทหารจินยี่เหว่ย

หลังจากนั้นอาวุโสของนิกายหยุนกงคนแล้วคนเล่าก็ถูกปิดล้อมและถูกสังหารลง

ในไม่ช้าก็เหลือเพียงอาวุโสสามคนที่ต่อสู้กับ เจี๋ยสวี่ และ หยุนซาน ที่ต่อสู้กับเกาชุน

อีกด้านนึง โม่เต๋า และ ฮวามู่หลาน ก็กำลังต่อสู้กัน

ฟวั่บ

แต่ศึกทางด้านเจี๋ยสวี่กลับจบเร็วกว่า

ความแข็งแกร่งของ เจี๋ยสวี่ นั้นสุดยอดมาก เขาสามารถเผชิญหน้ากับศัตรูได้พร้อมกันทีเดียวถึงสามคน และ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ เขายังสังหารหนึ่งในนั้นไปแล้วด้วย

ส่วนสองคนที่เหลือที่เป็นคู่ต่อสู้ของ เจี๋ยสวี่ ก็ถูกจัดการในเวลาต่อมา

อาวุโสจากนิกายหยุนกงที่เป็นนักรบระดับสูงสุดขั้นสร้างรากฐานพลังหยวน ได้ถูกเจี๋ยสวี่ สังหารอย่างเรียบง่ายและหยาบตาย

โม่เต๋าที่ถูกทิ้งไว้ต่อสู้กับมู่หลานใบหน้าของเขาเริ่มมืดมนจนถึงขีดสุด

จบบทที่ ตอนที่ 39 ฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือ! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว