เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 เมืองและความสงบสุข สิ่งที่ยิ่งห่างออกไปเมื่อผมเข้าไปใกล้มัน

ตอนที่ 15 เมืองและความสงบสุข สิ่งที่ยิ่งห่างออกไปเมื่อผมเข้าไปใกล้มัน

ตอนที่ 15 เมืองและความสงบสุข สิ่งที่ยิ่งห่างออกไปเมื่อผมเข้าไปใกล้มัน


ในที่สุดผมก็มาถึง..ประตูเมืองธรรมดา.. เมือง? ไม่สิ ที่นี่เรียกว่าหมู่บ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ.. มันขนาดเล็ก จนเป็นเหมือนกับค่ายอะไรสักอย่างมากกว่า ระหว่างทางผมเจอกับหญิงสาวซึ่งน่าจะเป็นคนที่มาจากเมืองแห่งนี้.. เธอสวยจนน่าตะลึงมากผมของเธอเป็นสีทองธรรมชาติ ที่ถูกสะท้อนด้วยแสงจากดวงอาทิตย์อย่างสวยงาม แล้วก็พริ้วไหวไปตามสายลมราวกับภาพวาด

ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะมีดินแดนที่โหดร้าย แต่ผิวของเธอก็ยังขาวอย่างกับเครื่องลายครามน่าทึ่งจริงๆ.. เธอจะต้องถูกจัดอันดับอยู่บนจุดสูงสุดในชมรมยิงธนูของผมเป็นแน่..ผมหมายถึง.. ชมรมยิงธนูของผมโด่งดังในเรื่องของ การที่มีผู้ชายที่หล่อแล้วก็หญิงสาวที่สวยอยู่เป็นจำนวนมากตอนที่ผมกำลังจ้องมองเธอ... อยู่ดีๆเธอก็หันมามองผม..

นี่มันอะไรกัน?ถ้าหากมีแฟล็กเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ ผมก็จะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะรู้ไหม?ถึงแม้ว่าสายตาของผมในตอนนี้จะดีขึ้น แล้วก็น่าจะดีกว่าของหญิงสาวคนนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเธอมองเห็นผมได้แบบนี้... หรือว่านี่คือ ชะ..โชคชะตา?ถึงจริงๆแล้ว การที่เธอมองเห็นผมก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ก็เถอะ เพราะเธอเบิกตาของเธอออกกว้างขนาดนั้น..

แต่ในชั่ววินาทีนั้น.. ผมกลับไม่รู้สึกว่า เธอเบิกตากว้างเพราะอะไรเธอกำลังตัวแข็งเหมือนกับเป็นอมพาต จากอะไรบางอย่างที่ร่างกายของผมปล่อยออกมาแต่หญิงสาวก็ไม่ได้วิ่งหนี.. ผมก็เลยหวังว่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างราบรื่นผมเดินเข้าไปหาเธอทั้งแบบนั้น.. และพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมาและเป็นมิตรว่า 'ขอโทษครับ'

แล้วก็ต้องไม่ลืมใบหน้ายิ้มแย้มที่ดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ด้วยเช่นกันแต่ปฏิกิริยาของหญิงสาวคือ.. เธอกรีดร้องออกมาจนแถบจะเรียกได้ว่าหมดปอด แล้วพุ่งออกไปอย่างกับจรวด เธอวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง ดูเหมือนเธอจะตกใจจนเซเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไปด้วยซ้ำนี่คือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า... โดนปฏิเสธแบบไร้เยื้อใย?

ผมเจ็บปวดมากเลยนะเนี่ยเธอวิ่งหนีไปยังเมืองแห่งนั้นแน่นอน ผมก็เลยวิ่งตามเธอไปจริงๆผมก็แค่เดินตามเธอไปเท่านั้นแหละ จริงไหม? เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องอาจจะยิ่งแย่ลงไปอีก ถ้าหากผมวิ่งตามเธอไป แล้วสุดท้าย.. ผมก็มาหยุดอยู่หน้าประตูเมืองด้านหน้าของผม มีมหนุษย์ยืนเรียงรายกันอยู่ แล้วก็ยังมีคนที่ดูแล้วน่าจะเป็นเผ่าเอล์ฟ.. เผ่าบีสถ์(ครึ่งคนครึ่งสัตว์)

..แล้วก็คนตัวเล็กๆอีกด้วย คนที่มีผิวสีน้ำเงินน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ดีม่อน*.. แต่เผ่าเดม่อนที่ผมเคยเจอ ตอนก่อนจะสู้กับเช็น.. ให้ความรู้สึกที่ดูหยาบคายกว่านี้เยอะ ฉะนั้นผมอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้

[ขอเปลี่ยนจากเผ่าพันธุ์ ปีศาจ เป็น ดีม่อน นะครับ]

พวกเขามีอาวุธครบมือ และแสดงความเป็นศัตรูให้เห็นอย่างชัดเจน..

ไม่ว่าผมจะคิดยังไง ผมก็คิดไม่ออกเลยว่าผมไปทำอะไร ให้พวกเขาดูแค้นเคืองผมถึงขนาดนี้?เหมือนอย่างเคยเลย.. ทุกๆอย่างในโลกแห่งนี้ มันชอบเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน.. แล้วก็ยากที่จะสวนกระแสเนื้อเรื่องอีกด้วย ยังไงก็ตาม พวกเขาก็ยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความนึกคิด.. ทางฝั่งของผมอาจจะไม่มีอาวุธอะไรอยู่เลยก็จริง แต่ผมยังมีบทสนทนาเป็นอาวุธอยู่

" อืม.. ขอโทษนะครับ ที่ทำให้หญิงสาวคนเมื่อกี้นี้ตกใจกลัว.. ผมชื่อมิซุมิ มาโกโตะครับผมขออนุญาตเข้าไปในเมืองได้ไหมครับ? "”

(มาโกโตะ)

" ?? "”

ไม่มีเสียงตอบรับ.. ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาแสดงท่าทางที่เห็นผมเป็นศัตรูอย่างชัดเจนมากกว่าเดิมอีก แต่ผมทำไปแค่การแนะนำตัวเองนะ?!

" !!!!!?!?!!!???! "”

ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังหาลือกันอยากเร่งรีบเลยหล่ะ ผมควรจะรอสักพัก.. มันอาจจะใช้เวลาก่อนที่พวกเขาจะรวบรวมความคิดเห็นของแต่ละคนได้ หลังจากนั้นไม่นาน เสียงพูดคุยก็เงียบลง..

ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ตั้งแถวเป็นแนวยาว และคนที่ยืนอยู่แถวหน้า ก็เตรียมอาวุธออกมาอะ..เอ๋?!แถวกลางและหลังเตรียมยิงธนู และคนที่มีคทาอยู่ในมือก็เตรียมร่ายคาถานี่มันอะไรกัน?!

" ดะ..เดี๋ยวก่อนครับ! ผมแค่อยาก... "”

(มาโกโตะ)

" ฟพะ่นร่นผปน!!! "”

!!!

กำลังล้อผมเล่นใช่ไหม?ผมยืนนิ่งและเงี่ยหูฟังอีกครั้งพวกเขายังไม่ได้โจมตี.. ยังไม่ได้โจมตี.. แต่ว่า...!

" ยานัะ่มหกทดาส!! "”

ผมพยายามยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อยอมแพ้แต่ดูเหมือนว่า...พวกเขากลับใช้มือของผม.. เป็นสัญญาณเปิดฉากโจมตีไม่ดีแน่! ทั้งลูกธนูแล้วก็เวทย์มนต์ ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน! ผมสร้าง [ซากาอิ] แล้วขยายมันออกไปรอบๆตัว เพื่อป้องกันตัวเองเวทย์หลากสีและลูกธนูหลายดอกปักลงไปที่บาเรียนั่น

แล้วก็จางหายไปคนที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผมด้วยดาบและหอก เห็นปรากฎการณ์ประหลาดนั่น แล้วก็หยุดวิ่ง พวกเขาปรึกษากันอีกแล้ว.. แต่ว่านี่มัน..ผมทำอะไรไม่ได้เลยผมคิดว่าถ้าหากผมไม่รีบหนีไปในตอนนี้.. ผมอาจจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่มีทางย้อนกลับมาแก้ไขได้อีกแล้วบ้าที่สุด! ไม่นานมานี่ผมยังรู้สึกขอบคุณยัยเทพธิดานั่นนิดหน่อยอยู่เลยแท้ๆ..

แต่ตอนนี้มันกลับเป็นแบบนี้?!ไอ่แมลงบ้านั้น!!ผมหันหลังกลับ แล้ววิ่งออกไปด้วยกำลังทั้งหมดที่ผมมี.. มันเป็นความเร็วที่แม้แต่ม้าก็ไม่มีทางไล่ตามทัน.. มีฝุ่นตลบอบอวนในเส้นทางที่ผมวิ่งไป

" บ้าที่สุดดดดดดดดด!! ตัวผมที่เป็นมนุษย์ กลับไม่เข้าใจภาษาของมนุษย์เนี่ยนะ?! "”

(มาโกโตะ)

จุดที่แย่ที่สุดก็คือ..คำที่ผมพูดออกไป พวกเขาควรจะฟังรู้เรื่องได้อย่างชัดเจนสิ!แต่พวกเขากลับไม่เข้าใจมัน...ชีวิตของผมยังมีวันพรุ่งนี้อยู่อีกไหม?!

----~ ปราสาทไหนสักแห่งหนึ่ง ~บรรยากาศอันหนักอึ้ง สามารถรู้สึกได้จากผู้คนที่กำลังคุกเข่าอยู่ในห้องบรรลังก์.. เป็นห้องที่ซึ่งถูกตกแต่งอย่างงดงามในทุกๆด้าน.. ผู้คนที่กำลังอยู่ที่นี่ ต่างไม่พูดไม่จา..โลว์สปิริต(วิญญาณขั้นต่ำ) ได้บอกพวกเขาว่า ตอนนี้เทพธิดาได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และได้ทำการเรียกเหล่าวีรบุรุษมาจุติยังโลกใบนี้..

ตอนนี้พวกเขาก็เลยมาเข้าร่วมประชุมหาลือกัน ในประเด็นดังกล่าวคนที่นั่งอยู่ที่บรรลังก์ก็คือดีม่อนลอร์ด.. สีหน้าของเขาดูไม่ร่าเริงเลยสักนิด และเขากำลังขมวดคิ้วอยู่..

" ท่านทั้งหลายอาจจะทราบแล้ว แต่ว่า.. "”

'ดีม่อนลอร์ด'เปิดปากของเขา.. น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยเกียรติภูมิและความมั่นใจ.. จากคำพูดของเขา.. ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเป็นผู้ปกครองที่ยอดเยี่ยม

" เทพธิดาได้ตื่นขึ้นมาแล้ว.. นี่เป็นคำเตือนจากสปิริต ดังนั้น.. มันจึงเป็นไปไม่ได้ ที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องโกหก.. "

" ถ้าอย่างนั้น พวกวีรบุรุษก็.... "

" ใช่.. พวกเขาถูกเรียกตัวมาแล้ว "”

ดีม่อนลอร์ดตอบกลับ เพื่อยืนยันในสิ่งที่แม่ทัพซึ่งมีแขนสี่แขนพูดออกมาเสียงถอนหายใจดังขึ้นมา จากบรรดาผู้ร่วมประชุม..การหลับใหลของเทพธิดา.. และความร่วมมือจากโลว์สปิริต.. ด้วยโอกาสทั้งสองอย่างนี้ เผ่าดีม่อนได้เริ่มต้นสงคราม เพื่อที่จะขยายอาณาเขตผลลัพธ์คือ ชนะอย่างง่ายดายพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์

ซึ่งถูกขับไล่ไปสู่ดินแดนอันแห้งแล้ง และถูกปฏิเสธการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์.. สงครามในครั้งนี้เกิดขึ้น เพื่อหวังที่จะได้รับดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี..แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า พวกเขาได้ทำลายขั้วอำนาจของโลกอย่าง 'เอสซิออน' ซึ่งศรัทธาในตัวเทพธิดาลงได้.. และยึดครองอาณาเขตของเอสซิออนไปได้กว่าครึ่ง..

ชัยชนะ.. ซึ่งได้รับจากการต่อสู้อันดุเดือดทางตอนใต้ของเอสซิออนแล้วพวกเขาก็ยังคงมุ่งโจมตี ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกด้วยเช่นกัน.. ราวกับว่าเป็นช้าง ซึ่งกำลังไล่กระทืบมดตัวเล็กๆจากผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้.. แผนที่ของโลกก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง..

ถ้านับรวมทั้งโลกแล้ว.. มีมากกว่า 10 ประเทศที่ล้มสลายถ้าพูดถึงอาณาเขตที่อุดมสมบูรณ์.. ทางเผ่าดีม่อนได้รับแม้กระทั่งทะเลด้วยเช่นกัน พวกเขาคาดหวังว่า ด้วยการยึดครองเขตพื้นที่ชายทะเล พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือผู้อดอยากมากมายได้.. และในความเป็นจริง

ผมลัพธ์ที่ได้กลับดีกว่าความคาดหมายของพวกเขาในตอนแรกด้วยซ้ำแต่หลังจากที่ทำลายเอสซิออนลงได้.. สิ่งที่ตามมาจากทางทิศใต้ก็คือ มหาอำนาจของมหนุษย์..อาณาจักรลิเมียร์ และ จักรวรรดิกริโตเนียร์สองประเทศของมหนุษย์.. ที่ซึ่งมีกำลังทางการทหารแข็งแกร่งที่สุดในโลกทั้งสองประเทศนี้ต่างก้าวออกมาต้านทานพวกเขา

และถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำลายเอสซิออนลงได้ พวกเขากลับไม่สามารถสยบเอสซิออนลงได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยการแทรกแซงจากทั้งสองประเทศนี้..ถ้าหากพูดถึงขนาดของกองกำลัง มหนุษย์สามารถสู้กันได้อย่างสูสีกับเผ่าพันธุ์ดีม่อนเลยทีเดียว.. แต่นั้นก็แค่การคำนวณจากแผนที่เท่านั้นพวกเขาเลยตั้งเป้าไปที่กิจการภายใน..

ให้การปกครองนั้นมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถดูแลและปกครองอาณาเขต ซึ่งขยายออกอย่างกระทันหันได้อย่างทั่วถึงนั้นคือเหตุผล.. ที่เผ่าพันธุ์ดีม่อนหยุดการเดินทัพเพื่อขยายอาณาเขตของพวกเขา.. พวกเขายับยับยั้งตัวเอง และตอนนี้ก็ยุ่งอยู่กับการจัดการภายใน..นี่คือสถานการณ์ในปัจจุบัน..

และด้วยเหตุนี้ ความสงบสุขก็ดำเนินมาตลอด 10 ปีถึงแม้ว่าจะยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง.. แต่ตอนนี้ การบริหารภายในของพวกเขา ก็เสถียรมากขึ้นแล้ว การที่เทพธิดาตื่นขึ้นมา และการกำเนิดเหล่าวีรบุรุษ

" เอาหล่ะ.. ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกเราจะตอบโต้กลับแล้ว! "”

หลังจากที่พูดแบบนั้น พวกมหนุษย์ก็เริ่มเคลื่อนไหว.. นี่เป็นรายงานที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ที่พวกดีม่อนเคยได้ยินมานอกจาก กริโตเนียร์ และ ลิเมียร์ ที่ซึ่งกำลังเฝ้าระวังอยู่ในด้านหน้าสุดของสนามรบแล้ว..ในอาณาเขตรกแล้งทางขอบของทิศตะวันตก ก็มีเผ่าพันธุ์ที่เริ่มเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน..

พวกเขากำลังรวมตัวกัน เพื่อให้ความร่วมมือกับพวกเราดังนั้น เพื่อแลกกับการปล่อยกริโตเนียร์ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจอยู่ในแนวป้องกัน..พวกเราก็ตัดสินใจสายฟ้าแลบ เพื่อที่จะสยบ อิออน และ โลเอรุ ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ของ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์การเตรียมการของเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในเขตชายแดนเอง ก็กำลังไปได้สวยโดยเฉพาะกับสปิริต

ผู้ซึ่งมีพลังของ 'เพลิง' และได้เข้าร่วมกับเผ่าดีม่อนแล้วในตอนนี้..

พวกเขาได้เพิ่มกำลังรบให้กับเผ่าดีม่อนมากขึ้นอำนาจในการควบคุมดินแดนรกล้าง อยู่ภายใต้การนำของ สปิริตไฟ และ สปิริตดิน..ด้วยเหตุผลนั้นเอง.. ความร่วมมือจากโลว์สปิริต คือสถานการณ์ที่หลอกลวงสำหรับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนในดินแดนรกล้างนั้น.. หนึ่งเผ่าพันธุ์สามารถต่อสู้อย่างสูสีได้กับทั้งกองทัพเลยทีเดียว..

ที่แห่งนั้นมีเผ่าพันธุ์ซึ่งแข็งแกร่งและไร้จิตใจอยู่เต็มไปหมดมันเป็นแผนที่เป็นไปได้ทั้งหมด สำหรับการประชุมในครั้งนี้

" กับแค่การที่เทพธิดาตื่นขึ้นมา.. ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะยอมให้ทุกๆสิ่ง ที่พวกเราอุตส่าห์ทำมาทั้งหมดต้องศูนย์เปล่า "”

ผู้ที่พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจก็คือ คนที่มีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งงู ถ้าหากแผนการในครั้งนี้สำเร็จ.. ความเป็นไปได้ที่พวกเราจะสร้างโลก ซึ่งมีมหนุษย์เป็นทาส และเผ่าดีม่อนอยู่เหนือพวกมันอาจจะเป็นจริงขึ้นมา.. นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาปราถนา หลังจากเป็นฝ่ายที่ได้รับการดูถูกเหยียดหยามและขับไล่แต่สิ่งนั้นจะเป็นจริง..

ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถสยบ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์ ลงได้เท่านั้น..มันเป็นแผนที่ขึ้นอยู่กับสถานการร์ในปัจจุบันแต่การที่เกิดเหตุการณ์พิเศษอย่างกระทันหัน ซึ่งก็คือการปรากฎตัวของเหล่าวีรบุรุษ.. แผนที่จะต้องแยกกำลังรบแล้วโจมตีทั้งสองประเทศพร้อมกัน จะต้องเป็นการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน..

( นี่มันเลวร้ายมาก.. )

ถ้าหาก'เทพธิดา' หลับต่ออย่างน้อยอีกสักปีหล่ะก็...

ช่างเถอะ ยังไงเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้..นี่คือสิ่งที่'ดีม่อนลอร์ด'กำลังคิดอยู่ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา

" มันไม่ได้หมายความว่าทุกๆอย่างที่เตรียมมาจะไร้ค่า.. ขุมกำลังจากชายแดนสามารถนำมาใช้เพื่อลอบโจมตีลิเมียร์ได้.. ยังไงก็ตาม ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง.. "”

'ดีม่อนลอร์ด'ตัดประโยคที่เขากำลังจะพูดออกไป และแสดงสีหน้าจริงจังมากขึ้นมาแทน..เขาขมวดคิ้วด้วยแรงที่มากยิ่งกว่าเดิม..

" ไม่ผิดแน่.. ที่ว่ามีวีรบุรุษกำเนิดขึ้นที่ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์.. ข้ารู้สึกได้ถึงพลังเวทย์มนต์ของพวกเขา แม้ว่าข้าจะอยู่ที่ปราสาทหลังนี้ก็ตาม.. ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่รู้วิธีปิดซ่อนพลังงานของพวกเขา... ยิ่งไปกว่านั้น.. พลังเวทย์ของพวกเขาที่ข้ารู้สึกได้ ก็ยังมากกว่าพลังเวทย์ของข้าอีกด้วย.."

"อะไรนะครับ?! "

" นั่นมันเป็นไปไม่ได้! แม้ว่าพวกเขาจะมีร่างกายเป็นของมหนุษย์เนี่ยนะ?! "

" พวกเขาน่าจะมาจากโลกอื่น ดูเหมือนจะเป็นโลกที่พิเศษกว่าโลกอื่นๆอีกด้วย.. เมื่อพวกเขาเรียนรู้วิธีการต่อสู้ของโลกแห่งนี้แล้ว สถานการณ์ที่พวกเขาจะเข้ามาโจมตีเราจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน.. และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้พวกเขา ได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์มากมายมหาศาลจากเทพธิดาอีกเช่นกัน "”

จะต้องเป็นเพราะความมั่นใจในทักษะการใช้พลังเวทย์ของเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกวีรบุรุษจะมีพลังเวทย์ที่มากมายกว่าตัวเขาเอง.. แต่น้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้แฝงไปด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังแต่อย่างใด

" ผมจะจัดรูปแบบกองทัพที่อยู่ในแนวหน้าใหม่ทั้งหมดนะครับ.. ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอตัวครับ "”

หลังจากพูดเสร็จ ยักษ์ 4 แขนซึ่งเงียบมาตลอดก็เดินออกไป..

ดูเหมือน'ดีม่อนลอร์ด'จะไม่สงสัยในการตัดสินใจของแม่เทพซึ่งเป็นยักษ์คนนี้.. เพราะเขาถูกสั่งจากท่านลอร์ดโดยตรง ว่าให้เป็นคนนำทัพแนวรบหน้าสุด เพื่อเข้าโจมตีลิเมียร์

" ไว้ใจได้เสมอเลยนะ.. แต่ตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ไหน และพวกเรายังสามารถรับรู้ถึงพลังของพวกเขาได้ ฉะนั้นตอนนี้สถานการณ์ยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก.. ภัยคุกคามเพิ่มขึ้น ดังนั้นพวกเราก็ต้องมาคิดถึงเรื่องนี้กันเพิ่มเติม ก็เท่านั้น.. "”

นั้นคือเรื่องเดียวที่เขาจะพูด เกี่ยวกับการปรากฎตัวของเหล่าวีรบุรุษ..มันเป็นคำพูดที่ตัดความกังวลออกไป และให้กำลังใจกับทุกคนแม่ทัพและเหล่าผู้บริหารซึ่งกำลังยืนอยู่ในการประชุม ต่างก็มองไปยังท่านลอร์ดด้วยสีหน้ายกย่อง

" ปัญหาคือ.. "”

'ดีม่อนลอร์ด'ยังคงพูดต่อไป

"มีอีกคนหนึ่งที่ปรากฎตัวขึ้น.. พร้อมกับพลังเวทย์อันมหาศาลจนไม่สามารถวัดค่าได้ "

" ท่านจะบอกว่า.. มีวีรบุรุษคนที่สามเหรอครับ?! "

" ไม่หรอก วีรบุรุษหน่ะมีแค่สองคน.. พวกเขาผู้ซึ่งได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ ต่างปรากฎตัวขึ้นที่ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์ เรื่องนี้ไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน.. แต่ว่า.. "”

ท่านลอร์ด.. ผู้ซึ่งไม่เคยพูดตะกุกตะกักให้ได้เห็นบ่อยนัก ตอนนี้กำลังทำสีหน้างุนงง.. ขุนนางทั้งหลายต่างรอให้เขาพูด ด้วยสีหน้าสงสัยเช่นกัน

" ข้ารู้สึกได้ว่า.. มีอีกหนึ่งคนอยู่ที่สุดขอบของโลก "”

เขารู้สึกได้ถึงเศษเสี้ยวของพลังเวทย์นั้น แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่เขาจะรู้สึกถึงพลังเวทย์ของใครสักคน จากระยะห่างซึ่งไกลถึงขนาดนี้.. ตัวปราสาทนั้น ตั้งอยู่ที่เขตรกแล้งทางตอนเหนือของโลก ซึ่งห่างจากสุดขอบของโลกอย่างเห็นได้ชัดแต่เขากลับรู้สึกถึงพลังนั้นได้..

นี่มันอะไรกัน?แม้แต่ตัว'ดีม่อนลอร์ด'เอง ก็ยังหาคำตอบไม่ได้.. นั้นคือเหตุผลที่เขากำลังทำสีหน้างุนงงอยู่ตอนนี้

" ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ไหนก็ตาม.. ข้าไม่น่าจะสามารถรับรู้ถึงพลังเวทย์มนต์ของใครสักคน ซึ่งกำลังอยู่ที่เขตรกล้างของสุดขอบโลกได้.. เรื่องนี่อาจจะไม่แน่ชัด แต่ข้าคิดว่ายังมีอีกคนหนึ่ง.. ผู้ที่มาจากโลกอื่น แต่ไม่ได้เป็นวีรบุรุษ.. "”

เขาได้รับมอบหมายภารกิจบางอย่าง.. หรือเขามีความสัมพันธ์อะไรกับเทพธิดากันแน่นะ..มันคงจะดีกว่านี้ ในการหาหนทางตอบโต้.. ถ้าหากดีม่อนลอร์ดรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในวีรบุรุษถ้าหากนี้เป็นหนึ่งในแผนของเทพธิดาหล่ะก็.. ถึงจะเป็นเทพธิดาก็เถอะ แผนปั่นหัวนี่ก็ควรค่าแก่การชมเชยดีม่อนลอร์ดรู้สึกสลดใจ..

" แน่นอนว่าเรื่องนี้.. สำคัญน้อยกว่าผู้ที่ยืนยันได้ว่าเป็นฮีโร่ทั้งสองคน.. แต่ว่า..ให้มอบหมายภารกิจลงไป ว่าให้ผู้ที่กำลังทำภารกิจอยู่ที่สุดขอบของโลกในตอนนี้..หาข้อมูลของชายหรือว่าหญิงผู้นี้ไว้ก่อน "”

แม่ทัพซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องกลยุทธ์พยักหน้าด้วยความเชื่อถือ.. ภารกิจนี้ถูกมอบหมายให้กับเหล่าสายลับของพวกเขา.. พวกเราจำเป็นจะต้องรู้ ถึงภัยคุกคามปริศนานี้.. ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อแผนการของพวกเราในอนาคต

ฮืม.. ถ้าหากคนคนนี้ ซึ่งมีพลังมากมายมหาศาล ถึงขั้นที่ข้าสามารถรับรู้พลังของเขาได้จากสุดขอบของโลกแบบนี้.. และถ้าหากเขา.. มาอยู่ข้างเดียวกันกับข้าแล้วหล่ะก็.. ถ้าหากวันนั้นเป็นจริงเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่เหล่าวีรบุรุษเท่านั้น.. แต่พวกเราอาจจะไปถึงคอของเทพธิดาเลยก็เป็นได้

'ดีม่อนลอร์ด'.. กำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องน่าสนใจ ของสิ่งมีชีวิตปริศนาที่อยู่ดีๆก็ปรากฎตัวขึ้นในดินแดนรกล้าง..

ขณะที่ตอนนี้ ตัวเขาเองก็มีปัญหาล้นมือให้จัดการเช่นกันมีวีรบุรุษอยู่สองคนทางฝ่ายของพวกมหนุษย์ และยังมีเทพธิดาคอยหนุนหลังพวกเขาอีกด้วย..

' ดังนั้น.. มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.. ถ้าหากพวกเราเอง ก็มีคนซึ่งสามารถพลิกวิกฤตสงครามในครั้งนี้ได้ มาอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเรา.. '

นั่นคือสิ่งที่เขาคิด'มิซุมิ มาโกโตะ'..

ตอนนี้ได้ดึงดูดความสนใจ จากผู้ที่ทำให้ขั้วอำนาจของโลกต้องสั่นครอนอย่าง'ดีม่อนลอร์ด'แล้ว..

ดูเหมือนความทุกข์ทรมานของเขา หลังจากที่ต้องหนีออกห่างจากมหนุษย์ ซึ่งเขาอยากที่จะเจอ..

คงจะไม่จบลงในเร็วๆนี้..

 

ขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคอมเม้นท์ และจากทุกๆคนที่ติดตามครับผม ^^

ที่มา:https://my.dek-d.com/hitomi-yuriko/writer/viewlongc.php?id=1474392&chapter=18

จบบทที่ ตอนที่ 15 เมืองและความสงบสุข สิ่งที่ยิ่งห่างออกไปเมื่อผมเข้าไปใกล้มัน

คัดลอกลิงก์แล้ว