- หน้าแรก
- กายาบรรลุอริยะ เจ้าน่ะหรือบัณฑิต
- บทที่ 31 ฉินป๋อลงมือ
บทที่ 31 ฉินป๋อลงมือ
บทที่ 31 ฉินป๋อลงมือ
“น่าสนใจ แต่แค่นี้ช่วยพวกเจ้าไม่ได้หรอก”
แววตาจิ้งจอกขาวฉายความประหลาดใจวูบหนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมาดูถูกเหยียดหยามเช่นเดิม
มันกวัดแกว่งกรงเล็บคู่ ไอสังหารหยินสีดำทมิฬดั่งเกลียวคลื่นถาโถมเข้าใส่ม่านพลัง หมายจะทำลายให้สิ้นซาก
ม่านพลังสั่นสะเทือนรุนแรงภายใต้การโจมตีของจิ้งจอกขาว แสงสว่างกะพริบถี่ไม่แน่นอน
หลินอวี่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดประคองพลังของยันต์ไว้ เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก
เขารู้ดีว่าหากพลังของยันต์หมดลงเมื่อใด ชีวิตของพวกเขาคงหาไม่
ท่ามกลางซากปรักหักพัง โจวรุ่ยเสวี่ยและสหายคนอื่น ๆ ต่างพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
แม้จะบาดเจ็บไม่น้อย แต่ทุกคนต่างกัดฟันข่มความเจ็บปวด เตรียมพร้อมต่อสู้เฮือกสุดท้ายกับจิ้งจอกขาว
“ทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ เราต้องยื้อเวลาจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง!”
โจวรุ่ยเสวี่ยตะโกนปลุกใจสหายเสียงดัง
จิ้งจอกขาวระดมโจมตีใส่ม่านพลังไม่ยั้ง
โชคยังดีที่ระดับพลังของมันตกต่ำลง เหลือเพียงระดับมารขั้นสูงสุด หรือเทียบเท่าขอบเขตโลหิตควบแน่น
โจมตีอยู่นานสองนาน ม่านพลังนี้กลับนิ่งสนิทไม่ไหวติง
จิ้งจอกขาวโกรธจัดจนแทบคลั่ง
ทันใดนั้น มันหันขวับไปมองซากปรักหักพังของบ้านเรือนชาวบ้าน
มุมปากแสยะยิ้มชั่วร้าย
พุ่งตัวเข้าไปในซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว อุ้มทารกน้อยออกมาคนหนึ่ง
ทารกน้อยกำลังร้องไห้จ้า
“พวกเจ้าคิดว่าหลบอยู่ในกระดองเต่าแล้วจะปลอดภัยงั้นรึ?!”
“เด็กคนนี้ พวกเจ้าจะช่วยหรือไม่?”
โจวรุ่ยเสวี่ยและคนอื่น ๆ เห็นทารกน้อยในมือจิ้งจอกขาว สีหน้าพลันซีดเผือดลงทันตา
หลินอวี่ตาแดงก่ำ จ้องมองจิ้งจอกขาวด้วยความโกรธแค้น
“ไอ้สัตว์เดรัจฉานต่ำช้า ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้นะ!”
หลินอวี่คำรามลั่น ยันต์ในมือส่องแสงวูบวาบ ม่านพลังสั่นไหวเล็กน้อยตามอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเขา
“ฮึ อยากให้ข้าปล่อยเด็กคนนี้รึ? งั้นก็จงเดินออกมาจากม่านพลังยอมให้ข้าฆ่าซะดี ๆ มิฉะนั้น...”
จิ้งจอกขาวพูดพลางยื่นกรงเล็บแหลมคมไปแตะที่ลำคอบอบบางของทารกน้อยเบา ๆ
เพียงแค่มันออกแรงอีกนิด ชีวิตน้อย ๆ นี้คงดับสูญ
โจวรุ่ยเสวี่ยร้อนรนดั่งไฟเผา นางรู้ดีถึงเจตนาชั่วร้ายของจิ้งจอกขาว
หากพวกนางก้าวออกจากม่านพลัง ย่อมมีแต่ความตายรออยู่
แต่จะให้ทนดูทารกผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตในเงื้อมมือจิ้งจอกขาว นางก็ทำใจไม่ได้
“หลินอวี่ อย่าออกไป นี่มันแผนร้ายของจิ้งจอกขาว!”
โจวรุ่ยเสวี่ยกัดฟันพูดด้วยความเจ็บปวด
หลินอวี่ขบกรามแน่น จิตใจต่อสู้กันอย่างหนัก
เขารู้ดีว่าโจวรุ่ยเสวี่ยพูดถูก แต่เสียงร้องไห้ของทารกน้อยเปรียบเสมือนมีดกรีดแทงหัวใจของเขา
“ว่าไง?! จะออกมาหรือไม่ออก?”
“หืม?!”
จิ้งจอกขาวพูดพลางกดปลายนิ้วลง กรีดผิวหนังทารกจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา
มันแลบลิ้นเลียเลือดนั้น
สีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“อา เลือดทารกแรกเกิดนี่ช่างรสเลิศจริง ๆ!”
หลินอวี่แทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ
ในที่สุดก็เก็บยันต์กลับคืน ม่านพลังหายวับไปทันที
“จิ้งจอกขาว ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้!”
“ฮิฮิฮิ... เป็นไปตามคาด อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ช่างเปราะบาง”
จิ้งจอกขาวหรี่ตาลง เมื่ออยู่บนหัวจิ้งจอก ยิ่งดูน่าขนลุก
“หลินอวี่ อย่า! รีบกางม่านพลังเร็วเข้า ข้าไม่อยากตาย”
“ชีวิตทารกคนเดียวไม่คุ้มให้เราเอาชีวิตไปแลกหรอก”
ตอนนั้นเอง หลี่เย่าพุ่งเข้ามา คว้ามือหลินอวี่ไว้ ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
หลินอวี่สะบัดมือหลี่เย่าออกอย่างแรง
“หลี่เย่า เจ้าพูดอะไรออกมา? นั่นมันชีวิตผู้บริสุทธิ์นะ!”
โจวรุ่ยเสวี่ยก้าวเข้ามา จ้องมองหลี่เย่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หลี่เย่า เราเป็นหน่วยสำรองของหน่วยปราบมาร หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชน จะนิ่งดูดายได้อย่างไร?”
หลี่เย่าอยากจะเถียงต่อ แต่ถูกสายตาโกรธเคืองของสหายคนอื่น ๆ กดดันจนต้องเงียบไป
จิ้งจอกขาวมองดูพวกมนุษย์ด้วยสายตาหยอกล้อ
“ในเมื่อออกมากันหมดแล้ว ก็ตายกันให้หมดซะเถอะ!”
จิ้งจอกขาวสีหน้าเหี้ยมเกรียม
อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินทารกน้อย
“หยุด!”
หลินอวี่ตะโกนลั่น พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวอย่างรวดเร็ว
วินาทีถัดมา เงาร่างหนึ่งพุ่งแซงเขาไป
ประกายมีดวูบผ่าน ทุกคนชะงักฝีเท้า
พร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
กรงเล็บคู่ของจิ้งจอกขาวร่วงหล่นลงพื้น
เงาร่างคนผู้หนึ่งกำลังอุ้มทารกน้อยปลอบประโลมอยู่
“โอ๋ ๆ อย่าร้องนะเด็กดี”
“ฉินป๋อ?!”
โจวรุ่ยเสวี่ยร้องอุทานด้วยความยินดี
ฉินป๋อยิ้มปลอบทารกน้อย แล้วอุ้มไว้ในอ้อมแขน
มืออีกข้างถือมีดฆ่าหมู
เมื่อครู่เขากำลังไล่ล่าสิ่งลี้ลับไปทั่ว แล้วสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล
จึงรีบมาดู พอดีเห็นหลินอวี่เก็บม่านพลัง
แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับวิธีของหลินอวี่ แต่จิตใจของพวกเขาก็น่านับถือ
จึงได้ช่วยทารกน้อยไว้ได้ทันท่วงที
จิ้งจอกขาวในยามนี้ กรงเล็บคู่ถูกตัดขาดเสมอข้อมือ เลือดสีดำไหลทะลัก เจ็บปวดจนแยกเขี้ยวยิงฟัน จ้องมองฉินป๋อด้วยความอาฆาตแค้น
“เจ้า... เจ้ากล้าทำร้ายข้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
จิ้งจอกขาวคำรามลั่น ไอสังหารหยินรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กรงเล็บที่ขาดไปงอกออกมาใหม่ ดาบไอสังหารสีดำหลายเล่มพุ่งเข้าใส่ฉินป๋อ
ฉินป๋อสีหน้าเรียบเฉย มีดฆ่าหมูในมือร่ายรำว่องไว ปัดป้องดาบไอสังหารจนหมดสิ้น
“สภาพอย่างเจ้าตอนนี้ ยังคิดจะทำร้ายข้าอีกรึ?”
ฉินป๋อแค่นเสียงเย็น ร่างไหววูบ พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกขาวดั่งภูตผี
จิ้งจอกขาวตกใจ คิดจะถอยหนี แต่ความเร็วของฉินป๋อเหนือกว่ามาก หลบไม่ทันเสียแล้ว
ฉินป๋อชูมีดฆ่าหมูขึ้นสูง ประกายมีดที่อัดแน่นด้วยเลือดลมฟันใส่จิ้งจอกขาว
จิ้งจอกขาวรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย สร้างกรงเล็บยักษ์ตะปบใส่ฉินป๋อ
“ตูม!”
มีดฆ่าหมูฟันผ่ากรงเล็บจิ้งจอกอย่างไม่ปรานี
การโจมตีแลกชีวิตของจิ้งจอกขาวถูกฉินป๋อทำลายอย่างง่ายดาย แววตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่ยินยอม
ยังไม่ทันที่จิ้งจอกขาวจะขยับตัว ฉินป๋อก็รุกไล่ต่อเนื่อง
พลังเลือดลมถูกถ่ายเทลงสู่มีดฆ่าหมู ฟันซ้ำลงไปอีกมีดด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
มีดนี้แฝงด้วยพลังมหาศาลของฉินป๋อ ตัดขาหลังของจิ้งจอกขาวขาดสะบั้น
จิ้งจอกขาวร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ทรุดลงกองกับพื้น ลมหายใจแผ่วเบาลงอย่างรวดเร็ว
แต่ในขณะที่ทุกคนคิดว่าการต่อสู้จะจบลง จู่ ๆ จิ้งจอกขาวก็เปล่งแสงวูบวาบ กลายเป็นควันดำหายวับไป
“มันหนีไปได้!”
หลินอวี่พูดอย่างเจ็บใจ
ฉินป๋อขมวดคิ้ว ส่งทารกน้อยให้เขา แล้วหันหลังวิ่งไล่ตามทิศทางที่จิ้งจอกขาวหนีไป
“เจ้าเฮยทั่น!”
วิ่งไปพลาง ฉินป๋อก็ตะโกนเรียก
ในความมืด เงาสีดำเป็นมันวาวกระโดดขึ้นมาเกาะไหล่ฉินป๋อ
ทั้งคู่ไล่ตามออกไปพร้อมกัน
ฉินป๋อค้นพบความสามารถของเจ้าเฮยทั่นแล้ว มันมีความเร็วเหนือธรรมดาและประสาทสัมผัสที่เฉียบคม สามารถแกะรอยกลิ่นอายต่าง ๆ ได้
ยามนี้ เจ้าเฮยทั่นเกาะอยู่บนไหล่ฉินป๋อ จมูกขยับฟุดฟิด ล็อคเป้าทิศทางที่จิ้งจอกขาวหนีไป
ฉินป๋อวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยอันซับซ้อนของเมืองอวิ๋นโจวตามการนำทางของเจ้าเฮยทั่น
สิ่งปลูกสร้างสองข้างทางกลายเป็นเพียงเงาเลือนลางเมื่อเขาวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง
[จบบท]