เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 มีชีวิตอีกครั้งเพื่อตัวเอง

บทที่ 17 มีชีวิตอีกครั้งเพื่อตัวเอง

บทที่ 17 มีชีวิตอีกครั้งเพื่อตัวเอง


ในเวลาหัวค่ำ ณ ปีกด้านขวาของคฤหาสน์ตระกูลเฟิ่ง

แสงสีส้มของเทียนหอมหลายขนาดที่วางอยู่ตามมุมห้องสว่างไสวเพียงพอที่จะสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องจุดตะเกียงไฟเพิ่ม

เสียงน้ำไหลดังเอื่อย ๆ จากหลังฉากผ้า ภาพหญิงสาวที่กำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำอุ่นโดยมีสาวใช้ยืนถือตะกร้ากลีบดอกไม้อยู่ใกล้ ๆ นั้นดูงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมันจากศิลปินเอกแห่งยุค

“อุณหภูมิของน้ำพอดีไหมเจ้าคะคุณหนู”

“อืม…พอดีแล้ว”

เฟิ่งหยินซวงหลับตาพริ้มอย่างผ่อนคลายโดยมีรัวซุ่ยคอยโปรยกลีบดอกไม้อยู่ข้าง ๆ

เห็นสาวใช้คู่ใจปรนนิบัติต่อนางอย่างเอาใจใส่แบบนี้ก็ทำให้เฟิ่งหยินซวงนึกถึงตอนที่พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันในชาติก่อน ตอนที่นางย้ายเข้าไปอยู่ในวังหลวงในฐานะภรรยาของหนานหยูเทียน สาวใช้ที่นั่นปฏิบัติต่อนางแย่มาก ทั้งยังพูดจาดูแคลนรัวซุ่ยให้นางได้ยินอยู่เป็นประจำ แต่ถึงกระนั้นคนของนางก็ไม่เคยตอบโต้อะไรกลับไป

‘ความทุกข์ยากจะช่วยเห็นความจริงได้เร็วขึ้น’ วลีนี้นางได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง

“รัวซุ่ย เจ้าไม่ต้องดูแลข้าแบบนี้ตลอดเวลาก็ได้ กลับไปพักผ่อนเถิด”

“หามิได้เจ้าค่ะ การที่ข้าได้ดูแลคุณหนูเช่นนี้ สำหรับสาวใช้อย่างข้าถือเป็นการได้พร ข้าเต็มใจทำอย่างมีความสุขเจ้าค่ะ” รัวซุ่ยพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“เจ้าเติบโตมากับข้าตั้งแต่เด็ก ข้านับเจ้าเป็นน้องสาวคนหนึ่งด้วยซ้ำ ต่อไปนี้เจ้าจะเรียกตัวเองว่าสาวใช้ไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?” เฟิ่งหยินซวงจับมือนางและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณหนูพูดถึงเรื่องอะไรเจ้าคะ? สถานะของสาวใช้ต่ำต้อยเพียงนี้ จะให้ข้าตีตนเทียบเท่ากับคุณหนูได้อย่างไร!” รัวซุ่ยตกใจเป็นอย่างมาก นางรีบคุกเข่าลงบนพื้นทันที

เมื่อมองไปที่รัวซุ่ย เฟิ่งหยินซวงก็คิดย้อนกลับไปในตอนที่นางถูกคนของซูมันรูทุบตีจนตาย แม้ทั้งตัวของนางจะเต็มไปด้วยเลือด แต่นางก็ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ

เฟิ่งหยินซวงน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ดีที่ห้องน้ำเต็มไปด้วยไอจากอ่างอาบน้ำ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนนัก รัวซุ่ยที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นจึงไม่ได้สังเกตเห็นน้ำตาบนหางตาของนาง

“ถ้าข้าบอกว่าได้ก็แปลว่าได้ เจ้าสมควรเป็นน้องสาวของข้าที่สุด ลุกขึ้นมาเถิด ต่อไปนี้ตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคนเจ้าต้องเรียกข้าว่า ‘พี่สาว’ และห้ามเรียกตัวเองว่าสาวใช้อีก ตกลงไหม?”

ในชีวิตที่แล้วนางใจดีกับซูมันรูมาก แต่กลับถูกนางหักหลังและใส่ร้ายอย่างเลือดเย็น ในตอนนี้นางเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว จึงเลือกที่จะใจดีกับเฉพาะคนที่ดีกับนางเพียงเท่านั้น และคน ๆ นั้นคือรัวซุ่ย ‘น้องสาว’ ที่รักและภักดีกับนางมาตลอด

“แต่ข้าว่า…”

“ถ้าไม่เชื่อฟังข้าจะโกรธแล้วนะ”

“เจ้าค่ะท่านพี่!” รัวซุยลุกขึ้นยืนและตะโกนอย่างรวดเร็ว

“น่ารักมาก น้องสาวของข้า” เฟิ่งหยินซวงหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู

“จริงสิท่านพี่ ข้ามีบางอย่างที่คิดอยู่นานว่าควรถามท่านหรือไม่ มันเกี่ยวกับ…แม่นางซู…”

เมื่อพูดถึงซูมันรู ท่าทีของเฟิ่งหยินซวงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที

“มีอะไรรึ?”

“ที่ท่านพี่สั่งให้ข้าส่งคนไปเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของนาง ปรากฏว่านางไปที่วังองค์ชายสามมาจริง ๆ ท่านพี่…ในเมื่อท่านพอจะรู้อุปนิสัยที่แท้จริงของนางอยู่แล้ว ทำไมถึงยังพูดแบบนั้นกับนาง ไม่กลัวนางจะเอาไปบอกองค์ชายสามหรือเจ้าคะ?”

“นั่นแหละสิ่งที่ข้าต้องการ ถ้านางไปบอกจริง ๆ แล้วองค์ชายสามเลือกที่จะเชื่อและล้มเลิกการแต่งงานของเราข้าก็จะได้เป็นอิสระ แต่เจ้าเชื่อเถอะ เขาไม่มีทางละทิ้งตระกูลเฟิ่งของเราแน่ เขาคงจะทำทุกอย่างให้ข้ายังได้เป็นภรรยาของเขา และข้าก็กลายจะเป็นคนที่โง่ที่สุด”

ใบหน้าของรัวซุ่ยฉายแววประหลาดใจ นางแค่ไม่ไว้ใจแม่นางซู และไม่คาดคิดว่าคนที่คุณหนูของนางไม่ไว้ใจจริง ๆ คือองค์ชายสาม นางชอบองค์ชายสามมากไม่ใช่หรือ?

ก่อนหน้านั้น ตอนที่ข่าวลือเรื่องการสู่ขอเฟิ่งหยินซวงขององค์ชายสามเริ่มกระจายออกไป สมาชิกครอบครัวหลายคนต่างก็อยากเกลี้ยกล่อมให้หลานสาวคนเดียวของพวกเขาปฏิเสธไปเสีย แม้แต่พี่ชายและพี่สะใภ้เองก็รู้สึกไม่เห็นด้วยที่จะยกน้องสาวคนนี้ให้องค์ชายสาม

แต่เพราะเฟิ่งหยินซวงในตอนนั้นตกหลุมรักเขาลึกเกินกว่าจะปีนกลับขึ้นมาได้ไหว และเพราะทุกคนเห็นแก่นาง ก็เลยยอมถอยให้จนกระทั่งวันแต่งงานแสนวุ่นวายดำเนินมาถึง

รัวซุ่ยรู้สึกว่าเฟิ่งหยินซวงในตอนนี้กับเฟิ่งหยินซวงในตอนนั้นแตกต่างกันอย่างมาก

อาจเป็นเพราะเกี้ยวเจ้าสาวที่สลับกันทำให้นางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

“เจ้าหนะ…” รัวซุ่ยต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาก่อน

“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

“ท่านพี่! ข้าอยากบอกว่าพี่สาวของข้าดูเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ผ่านการขึ้นเกี้ยวผิดมา และข้าก็ชอบที่ท่านเป็นอย่างตอนนี้ที่สุด!”

ใช่ เฟิ่งหยินซวงเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ไม่มีใครรู้ว่านางจะต้องเผชิญความโหดร้ายอะไรมาบ้างในชีวิตที่แล้ว และมันก็สอนบทเรียนให้นางอย่างมากมายเลยทีเดียว

“ไม่ใช่เพราะข้าเปลี่ยนไป แต่เพราะข้าเคยสับสนกับอะไรบางอย่างมามากเหลือเกิน ข้าเพียงต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น” นางกวักน้ำขึ้นรดบนแขนตัวเองก่อนจะลูบไล้ไปมาอย่างสบายใจ

“ไปพักผ่อนเถิดน้องข้า เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จข้าก็จะเข้านอนเลย เจ้าไม่ต้องรอหรอก”

“เจ้าค่ะท่านพี่!” รัวซุ่ยพยักหน้ารับแล้วเปิดประตูออกไป

เมื่อได้อยู่ลำพัง เฟิ่งหยินซวงก็เริ่มครุ่นคิดบางอย่างขึ้นเงียบ ๆ นางแน่ใจแล้วว่าซูมันรูและหนานหยูเทียนสมรู้ร่วมคิดกัน ต่อจากนี้นางคงต้องใช้ความระมัดระวังในการพูดคุยกับนางให้มากขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าในอดีตนางจะเคยพลาดมาอย่างไร หลังจากนี้นางจะไม่มีทางพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

จบบทที่ บทที่ 17 มีชีวิตอีกครั้งเพื่อตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว