เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ไม่คู่ควรกับการยืนหยัดอย่างเท่าเทียม

บทที่ 13 ไม่คู่ควรกับการยืนหยัดอย่างเท่าเทียม

บทที่ 13 ไม่คู่ควรกับการยืนหยัดอย่างเท่าเทียม


ในที่สุดเฟิ่งหยินซวงก็หลุดออกมาจากหนานหยูเทียนสักที นางเดินทางกลับไปยังบ้านตระกูลเฟิ่ง และทันทีที่พวกเขาเห็นนางเขาก็ดึงนางเข้าไปกอดและถามไถ่อย่างเป็นกังวล

“ซวงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว พวกเราเพิ่งส่งเจ้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเมื่อวาน ไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเจ้า พวกเราทุกคนเป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน”

เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของพวกเขา เฟิ่งหยินซวงก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ดวงตาของนางแดงก่ำจวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ครอบครัวของนางเป็นสถานที่ปลอดภัยมาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะยืนเคียงข้างนางโดยไม่ลังเล และพร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน

เมื่อนึกถึงภาพที่พวกเขาถูกมัดไว้กับเสาและถูกตัดศีรษะในชาติที่แล้ว เฟิ่งหยินซวงก็ไม่สามารถยับยั้งน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาได้อีกต่อไป

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ ข้าไม่รู้มาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ข้าขอโทษ”

พวกเขามองหน้ากันด้วยความตกใจ คงคิดว่าที่นางร้องไห้อย่างหนักเพราะเสียใจกับเรื่องเกี้ยวเจ้าสาวผิดเมื่อวาน

“ซวงเอ๋อร์ เจ้าอย่าเสียใจไปเลย เรื่องนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุและไม่ได้เกิดจากเจตนาของเจ้า พวกเราไม่ตำหนิเจ้าดอก เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น แม้ว่ากษัตริย์ชิงผิงจะมีอำนาจมาก แต่ตระกูลเฟิ่งของเราก็ไม่กลัวเขา หากเขากล้ามาคุกคามเจ้า พวกเราจะจัดการเขาเอง!” หลิวรูเยว่ พี่สะใภ้ของนางพูดปลอบ

เฟิ่งหยินซวงส่ายหน้าไปมา การแต่งงานที่ไม่ถูกต้องนี้ถูกคิดขึ้นโดยนางเอง และกษัตริย์ชิงผิงกำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้โดยไม่ตั้งใจ

เพราะทุกคนคิดว่ากษัตริย์ชิงผิงต้องการใช้ประโยชน์จากตระกูลเฟิ่งเพื่อความก้าวหน้าของตัวเองโดยไม่สนใจอะไร แม้แต่การ ‘ปล้น’ ผู้หญิงขององค์ชายสามก็ตาม เฟิ่งหยินซวงจึงเป็นหนี้ผู้ชายคนนั้น

ยิ่งนึกถึงคำพูดของเขาก่อนจะจากไป นางยิ่งคิดไม่ตกว่านางสามารถตอบแทนเขาได้อย่างไร

การเกิดใหม่ของนางนอกจากได้แก้แค้นและรักษาตระกูลเฟิ่งเอาไว้แล้ว นางก็ไม่มีความปรารถนาเรื่องอื่นอีก จากนี้หากเขาจะเรียกร้องอะไรจากนาง นางก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา

เฟิ่งหยินซวงขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องโดยอ้างว่าเหนื่อยจากการเดินทาง ระยะเวลาสามเดือนนั้นไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป…นางต้องคิดคำตอบให้ได้ก่อนจะหมดเวลา

...

หลังจากได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เฟิ่งหยินซวงก็รู้สึกสดชื่นขึ้นหลายเท่า ในห้องนอนของนางมีเครื่องหอมที่ช่วยเรื่องการผ่อนคลายจากพี่สะใภ้ที่เตรียมไว้ให้นางเป็นพิเศษ นางไม่ได้สัมผัสกลิ่นหอมแสนอบอุ่นเช่นนี้มาหลายปีมากแล้ว

ในชาติก่อนตอนที่นางแต่งงานกับหนานหยูเทียน เขาสั่งให้คนรับใช้เปลี่ยนกลิ่นเครื่องหอมทั้งหมดในตำหนักของนางให้เป็นไปตามที่เขาชอบ ต่อมาซูมันรูก็แอบมาบอกนางว่าหนานหยูเทียนอยากให้นางตั้งท้องจึงสั่งให้เพิ่มกลิ่น ‘มัสก์’ ลงในเครื่องหอมของนางทั้งหมด

แต่เพราะพี่สะใภ้ของนางมาจากตระกูลหมอยาและได้ปรุงยาคุมกำเนิดให้นางติดไว้ นางจึงไม่ตั้งท้องกับเขาเสียที เพราะหากนางมีลูกกับเขา ซูมันรูคงได้วางแผนฆ่าลูกของนางในสักวัน

ยิ่งนึกถึงอดีตเฟิ่งหยินซวงก็ยิ่งโกรธจนตัวสั่น ตราบใดที่หนานหยูเทียนและซูมันรูยังมีชีวิตอยู่ นางคงไม่สามารถปล่อยวางอะไรได้ คงหาทางแก้แค้นพวกนั้นไปตลอดชีวิต

จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เป็นรัวซุ่ยที่เดินเข้ามา และเมื่อเห็นว่าเจ้านายของนางตื่นแล้ว นางก็รีบโค้งคำนับทันที

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านยังหลับอยู่เลยไม่ได้ให้แม่นางซูเข้ามา นางมารอพบคุณหนูอยู่ที่ด้านนอกน่ะเจ้าค่ะ”

ได้ยินอย่างนั้นเฟิ่งหยินซวงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย นางงูพิษคนนั้นช่างจมูกไวเสียจริง

ในตอนแรกนางกะจะไปเดินเล่นและทักทายท่านปู่สักหน่อย แต่เมื่อเห็นเช่นนี้นางจึงเปลี่ยนใจ

“ข้าว่าจะนอนต่ออีกหน่อย เจ้าให้นางกลับไปได้เลย” นางแกล้งหาวแล้วเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง

“คุณหนูเคยมีความสุขทุกครั้งที่แม่นางซูมาหา ทำไมวันนี้คุณหนูดูเหมือนไม่อยากเจอนางเลยล่ะเจ้าคะ?” รัวซุ่ยถามอย่างแปลกใจ

เฟิ่งหยินซวงเปิดผ้าออกมาก่อนจะเหลือบมองอีกคนด้วยสายตาสงสัย

“เมื่อวานหล่อนได้มาหาข้าหรือเปล่า?”

“ไม่เจ้าค่ะ” รัวซุ่ยส่ายหัว

“แล้วหล่อนฝากข้อความอะไรให้ข้าไหม?”

“ก็…ไม่มีเช่นกันเจ้าค่ะ”

“เจ้าสังเกตเห็นอะไรหรือไม่ ในตอนที่ข้าเผชิญกับความทุกข์ยาก หล่อนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เมื่อทุกอย่างสงบลง หล่อนกลับโผล่หน้ามาแต่เช้า เจ้าคิดว่าข้าจะมีอารมณ์พูดคุยกับคนแบบนี้หรือ? ไร้สาระสิ้นดี” นางพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

รัวซุ่ยมองนางด้วยความประหลาดใจราวกับว่านางเพิ่งจะได้รู้จักคุณหนูของนางเป็นครั้งแรก

“ทำไมข้าจึงรู้สึกว่าท่านเปลี่ยนไปกันนะ…”

“ข้าเปลี่ยนไปตรงไหน” เฟิ่งหยินซวงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“ก็คุณหนูเคยชอบแม่นางซูมาก แทบจะนับนางเป็นน้องสาวอีกคนด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เวลาแม่นางซูมาขอร้องท่านเรื่องใด ท่านก็ช่วยเหลือนางตลอด ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก รวมไปถึงเรื่องเงินทองและสมบัติส่วนตัวของคุณหนูด้วย ข้ายังเคยคิดเล่น ๆ ว่าคลังสมบัติของนางคงจะเต็มไปด้วยของที่คุณหนูยกให้แล้วกระมัง” รัวซุ่ยร่ายยาว

“อย่างเมื่อวันเกิดปีที่แล้วของคุณหนู ไข่มุกที่พระพันปีทรงมอบให้เป็นของขวัญ คุณหนูก็ยกให้นางตามคำขอ เพราะพวกเราทุกคนรักคุณหนูมากจึงไม่อยากทักท้วงอะไร ในเมื่อท่านเอ็นดูนาง พวกเราก็จะพยายามเอ็นดูนางด้วย แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าคุณหนูของเรากำลังโดนนางเอาเปรียบ ถึงท่านจะชอบนางมาก แต่นางก็ควรรู้จักหักห้ามความโลภของนางเองด้วย”

เฟิ่งหยินซวงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางเองก็เวทนาในความไร้เดียงสาของตัวเองในชาติก่อนอยู่มากเหมือนกัน

และมันก็ไม่ใช่เพียงสิ่งของมีค่าหรอกที่นางเคยยินดีแบ่งปันให้ซูมันรู

แม้แต่สามีของนาง…นางก็เคยยินดีแบ่งให้นางด้วยเช่นกัน

ซูมันรูเป็นคนโลภและอกตัญญู ขนาดว่านางใจดีกับนางมากขนาดนี้ นางก็ยังหักหลังนางได้ลง

เฟิ่งหยินซวงกำหมัดแน่นอยู่ใต้เสื้อนอน ข้อนิ้วของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวจากแรงแค้น และความเกลียดชังอันรุนแรงก็ฉายแววโรจน์ขึ้นในดวงตา

“รัวซุ่ย เจ้าช่วยข้าที” นางผุดลุกขึ้นแล้วเอ่ยสั่งสาวใช้เสียงเข้ม “จงไปหยิบชุดผ้าไหมสีแดงปักด้ายสีทองที่อยู่ในห้องแต่งตัวข้าออกมา รวมทั้งเครื่องประดับทองรูปดอกไม้และเครื่องประดับผมติดเพชรด้วย”

รัวซุ่ยตาโตพลางอ้าปากพะงาบ ๆ หล่อนมองนางอย่างไม่น่าเชื่อ

“แต่...แต่คุณหนูเคยบอกข้าว่าไม่ชอบใส่เครื่องประดับที่ดูหรูหรา โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปเจอแม่นางซู คุณหนูมักพูดเสมอว่ากลัวนางจะน้อยใจที่ฐานะของนางด้อยกว่าจึงไม่อยากทำอะไรให้นางรู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง”

“ข้าเป็นหลานสาวคนเดียวของขุนนางใหญ่ผู้ที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ให้ความนับถือ พ่อและพี่ชายของข้าต่างก็มีตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก อีกทั้งตระกูลของข้ายังเป็นที่นับหน้าถือตาอย่างกว้างขวาง นกฟีนิกซ์ก็คือนกฟีนิกซ์ ไม่อาจลดตัวลงไปเทียบกับนกกระจอกได้ อย่างนั้นเจ้ายังอยากให้ข้าทำตัวเท่าเทียมกับนางอยู่อีกหรือ?”

“ไม่เจ้าค่ะ! คุณหนู ท่านทำถูกแล้ว! ข้าจะไปเตรียมชุดให้ท่านเดี๋ยวนี้!” รัวซุ่ยตบเข่าฉาดก่อนจะรีบไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

แม่นางซูเป็นเพียงลูกสาวผู้พิพากษามณฑล ริจะทำตัวเทียบเท่ากับลูกสาวคนเดียวของตระกูลเฟิ่งอย่างเจ้านายของนางได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของคุณหนูหยินซวงในครั้งนี้ทำเอาสาวใช้รัวซุ่ยประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 13 ไม่คู่ควรกับการยืนหยัดอย่างเท่าเทียม

คัดลอกลิงก์แล้ว