เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เจ้าแห่งการแสดง

บทที่ 12 เจ้าแห่งการแสดง

บทที่ 12 เจ้าแห่งการแสดง


“การแข่งขันอย่างยุติธรรมคืออะไร?” หนานหยูเทียนถามอย่างรวดเร็ว

“การที่เฟิ่งหยินซวงกับข้าเข้าห้องหอกันแล้ว ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าบางทีตอนนี้อาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่ในตัวนางแล้วก็ได้”

สิ่งที่เขาพูดเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดมาก่อน ใช่ เนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแบบ ‘แนบแน่น’ การมีบางอย่างอยู่ในตัวนางจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

การจะเปลี่ยนเจ้าสาวคืนเป็นเรื่องไม่ยาก แต่หากเฟิ่งหยินซวงเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เชื้อสายราชวงศ์จะไม่บิดเบี้ยวเอาหรอกหรือ?

เฟิ่งหยินซวงนึกชื่นชมกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของจุนโมเชนอยู่ในใจ เพียงประโยคเดียวของเขาก็นำพาให้สถานการณ์ทั้งหมดกลับมาอยู่ข้างนางได้

นางสังเกตเห็นความไม่พอใจทางสายตาของสนมหลี่ นางกำหมัดแน่นและกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ รวมไปถึงหนานหยูเทียนด้วย ความโกรธในดวงตาของเขาฉายแววโรจน์ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว

“แต่เนื่องจากข้าให้ความนับถือองค์ชายสามอย่างสุดซึ้ง และพวกท่านก็มีสัญญาการแต่งงานกันมาก่อน ดังนั้นข้าก็จะถอยให้ท่านก้าวหนึ่ง นับจากวันนี้ไปอีกสามเดือนเราทั้งสองจะคืนความอิสระให้กับหยินซวงเป็นการชั่วคราว ในระหว่างนี้หากนางยังต้องการแต่งงานกับองค์ชายสาม ข้าก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่หากนางเลือกข้า ท่านก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่ายเช่นกัน นี่คือการแข่งขันของเรา”

“ตกลง!” หนานหยูเทียนตอบในทันที

เขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าอย่างไรเฟิ่งหยินซวงก็ต้องเลือกเขา ที่นางดูสับสนคงเป็นเพราะนางสูญเสียความบริสุทธิ์ให้กษัตริย์ชิงผิงไปแล้ว และรู้สึกเสียใจต่อเขาเป็นอย่างมาก

สิ่งที่เขาทำในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงใจอย่างสุดซึ้ง

การที่เขายอมสละชีวิตเพื่อนาง อย่างไรเสียนางก็ต้องรู้สึกเห็นอกเห็นใจเขาอยู่บ้าง

สนมหลี่เมื่อเห็นว่าหยูเทียนด่วนตัดสินใจเกินไป จึงรีบเสนอกติกาเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ลูกชายของนางเสียผลประโยชน์

“เมื่อกษัตริย์ชิงผิงตั้งกติกามาเช่นนั้น แน่นอนว่าเราเต็มใจที่จะยอมรับ และเพื่อป้องกันไม่ให้หยินซวงตกเป็นขี้ปากของคนทั้งอาณาจักร ระหว่างสามเดือนนี้ นางต้องกลับไปอยู่ที่บ้านตระกูลเฟิ่งตามเดิม และหาก หยูเทียนหรือท่านต้องการพบนาง ก็ให้ทำได้เพียงพูดคุยเท่านั้น”

คำพูดของสนมลี่ตรงใจเฟิ่งหยินซวงจนนางเกือบกระโดดดีใจ การที่ลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้วสามารถกลับมาอยู่กับครอบครัวตัวเองได้อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าเรื่องดี ๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นกับนาง

หากสนมลี่รู้ว่าเฟิ่งหยินซวงคิดอะไรอยู่ นางคงไม่มองโลกในแง่ดีอย่างนี้แน่

ตอนนี้นางคงคิดแค่ว่าจะใช้ประโยชน์จากหยินซวงอย่างไรดีก็เท่านั้น

“ได้! ข้ายอมรับ!” หนานหยูเทียนยืนยันหนักแน่น

จุนโมเชนก้มตัวลงเล็กน้อย เขาลดเสียงลงและกระซิบที่ข้างหูของเฟิ่งหยินซวงโดยมีเพียงเขาและนางเท่านั้นที่ได้ยินมัน

“เจ้าเป็นหนี้ข้าแล้วสาวน้อย จะชดเชยให้ข้าอย่างไรก็จงกลับไปคิดดู” สิ้นคำ เขาก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เฟิ่งหยินซวงมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยดวงตาที่สับสนปนซาบซึ้ง การที่เขายื่นมือมาช่วยแน่นอนว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งนางเข้าใจดี

แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือเหตุผลของเขา…เพราะอะไรเขาถึงยอมทำเพื่อนางได้ถึงขนาดนี้?

...

และแล้วหมอหลวงก็มาถึง เฟิ่งหยินซวงทำท่าจะเดินออกไปแต่ก็ถูกหนานหยูเทียนดึงมือไว้ซะก่อน

“ข้าจะไม่รับการรักษาหากเจ้าไม่อยู่ที่นี่ด้วย” เขาวิงวอน

แน่นอนว่าเฟิ่งหยินซวงไม่มีสนใจความเป็นความตายของเขาหรอก แต่เพราะฮ่องเต้และสนมหลี่จดจ้องมาที่นาง นางจึงทำได้เพียงกัดฟันและนั่งนิ่ง ๆ อยู่ข้างเขา

หลังทำการรักษา หมอหลวงก็แจ้งว่าแผลขององค์ชายสามไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันและห้ามโดนน้ำเด็ดขาด

เฟิ่งหยินซวงรู้ว่าเขาแค่เล่นละครก็เท่านั้น หนานหยูเทียนที่เต็มไปด้วยความโลภและกลัวตายไม่มีทางจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายแน่นอน

เมื่อรู้ว่าหนานหยูเทียนปลอดภัยดีฮ่องเต้ก็โล่งใจ สนมหลี่เอ่ยเชิญให้เขาไปดื่มชาที่ตำหนักของตนก่อนก่อนจะออกไปราชการ ทั้งคู่จึงพากันเดินออกไป

และแล้วท้องพระโรงจึงเหลือเพียงองค์ชายสาม และเฟิ่งหยินซวง นางต้องใช้สมาธิอยากหนักในการควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า ในเมื่อจุนโมเชนช่วยให้นางต่อเวลาได้อีกตั้งสามเดือน นางคงไม่พลาดที่จะใช้มันให้เกิดประโยชน์

ในชีวิตที่แล้ว หลังจากหนานหยูเทียนแต่งงานกับนาง ตระกูลเฟิ่งได้ช่วยเหลือเขาตั้งภาคีเพื่อช่วยฮ่องเต้ดูแลกิจการของราชสำนัก แต่เมื่อพระองค์เสียชีวิตลงจากอาการป่วย หนานหยูเทียนก็ประกาศเปิดตัวจักรพรรดิองค์ใหม่ เขาขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะฮ่องเต้และสั่งสังหารพี่น้องทุกคนรวมไปถึงเหล่าขุนนางที่ไม่เชื่อฟังเขาด้วย

มันโหดร้ายเกินไป นางต้องการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวเหล่านั้นและขัดขวางแผนการของเขาไม่ให้มันสำเร็จได้อีก

“ซวงเอ๋อร์…” หนานหยูเทียนยื่นมือไปหานาง นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจับมือของเขาตอบ

นางต้องอดทน…ไม่ว่าในใจจะอยากทุบเขาเป็นชิ้น ๆ มากขนาดไหนนางก็ต้องทนให้ได้

เมื่อเห็นท่าทีที่อ่อนลงของเฟิ่งหยินซวงหนานหยูเทียนก็นึกเหยียดหยามนางอยู่ในใจ หากไม่ใช่เพราะผู้หญิงหยำฉ่าคนนี้ เขาคงไม่ต้องทำร้ายตัวเองจนเลือดตกยางออก!

“ซวงเอ๋อร์…ข้าขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง ข้ารู้ว่ากษัตริย์ชิงผิงบังคับเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เป็นเพียงความฝัน มันจบลงแล้ว เรามาเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งเถอะนะ”

จอมปลอม! เขาแค่ต้องการใช้ตระกูลเฟิ่งของนางเพื่อขึ้นไปสู่บัลลังก์เท่านั้นแหละ

นางไม่มีวันจะปล่อยให้เขาทำสำเร็จอีกครั้งเป็นอันขาด!

“ข้าก็หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ตอนนี้ข้าไม่บริสุทธิ์แล้ว ข้าจะเอาหน้าที่ไหนกลับไปเริ่มต้นใหม่กับเจ้า” เฟิ่งหยินซวงแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา

“ข้าไม่สนใจ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอย่างไรหรือผ่านมือใครมา ข้าก็ไม่สน อย่างไรเจ้าก็เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในใจข้าเสมอ” หนานหยูเทียนพูดอย่างรักใคร่พลางกุมมือนางแน่น

“หยูเทียน ข้าเองก็ชอบเจ้ามากเหมือนกัน ข้าเฝ้าฝันว่าวันแต่งงานของเราจะต้องวิเศษมากแน่ หลังจากแต่งงานกับเจ้าข้าคงจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก แต่สวรรค์ไม่เห็นด้วยกับเรา ข้าก็ไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน”

ทั้งสองแข่งกันแสดงละครอย่างเอาเป็นเอาตาย มันยากเหลือเกินที่จะบอกได้ว่าใครเก่งกว่ากัน

“ซวงเอ๋อร์ ข้าบอกเจ้าแล้วว่ามันไม่สำคัญ ต่อให้สวรรค์จะไม่เห็นด้วยกับความรักของเรา แต่กษัตริย์ชิงผิงก็ให้เวลาเจ้าอีกตั้งสามเดือน ตราบใดที่เจ้ายืนยันจะปฏิเสธเขา เขาก็จะไม่มายุ่งกับเจ้าแน่นอน”

“แต่ว่า...” นางเอื้อมมือไปแตะที่หน้าท้องเบา ๆ “แต่ถ้าข้ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ในตัวจริง ๆ เจ้าจะทำอย่างไร”

แววความหงุดหงิดปรากฏขึ้นในดวงตาของหนานหยูเทียน เขาไม่สามารถซ่อนความหงุดหงิดของตัวเองได้อีกต่อไป

“ไม่เป็นไร” เขากำมือนางแน่นจนเจ็บ “ในเมื่อเด็กนี่เป็นลูกของเจ้า ข้าก็จะรับไว้เป็นลูกของข้าด้วยเช่นกัน”

จบบทที่ บทที่ 12 เจ้าแห่งการแสดง

คัดลอกลิงก์แล้ว