เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ใบหน้าที่หายไป

บทที่ 10 ใบหน้าที่หายไป

บทที่ 10 ใบหน้าที่หายไป


คนที่เข้ามาขวางนางคือจุนโมเชน กษัตริย์แห่งชิงผิงและสามีคนปัจจุบันของนาง ไม่รู้ว่าทำไมแต่เฟิ่งหยินซวงค่อนข้างมั่นใจว่าเขาจะเข้ามาหยุดนางไว้อย่างแน่นอน

นางแสร้งทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา และด้วยท่าทางโศกเศร้าของนางนี้จึงไม่มีใครกล้าตำหนินางจริง ๆ

ในเวลานี้ ไม่รู้ว่าหนานหยูเทียนเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ดึงเฟิ่งหยินซวงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนตัวเองแทน หากเป็นเวลาปกติหนานหยูเทียนคงไม่มีความกล้ามากพอจะกระทำอุกอาจเช่นนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

เขาเป็นองค์ชายคนเดียวที่ไม่มีอำนาจสนับสนุน เฟิ่งหยินซวงคือความหวังเดียวของเขาที่จะเป็นสะพานไปสู่บัลลังก์ หากไม่มีนาง ความปรารถนาและแผนการทั้งหมดของเขาก็พังทลาย

ปฏิกิริยาแรกของเฟิ่งหยินซวงหลังถูกดึงเข้ามาในอ้อมแขนของนานหยูเทียนคือดันเขาออก มือเล็ก ๆ ของนางพยายามแกะมือเขาออกแต่ยิ่งแกะเขาก็ยิ่งกอดนางแน่นไม่ยอมปล่อย

“ไม่เป็นไรหยินซวง อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้เลย ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้นต่อให้สิ่งนั้นจะเป็นประสงค์ของพระเจ้าก็ตาม อย่างไรหัวใจของข้าก็มีแต่เจ้าไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าความบริสุทธิ์ของเจ้าจะไม่อยู่แล้วข้าก็รับได้ มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย”

หากไม่ใช่เพราะนางรู้จักนิสัยที่แท้จริงของเขาในชาติที่แล้วมาก่อน นางก็คงหลงเชื่อคำพูดสวยงามของเขาโดยไม่ลังเล

นางยังจำตอนที่เขาขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดิได้ดี เขาส่งคนไปเสาะหาหญิงงามจากทุกหนแห่งเพื่อสร้างฮาเร็มของตัวเอง หนึ่งในหมู่พวกนางมีคนหนึ่งที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษ ถึงขั้นให้นางตั้งท้องลูกของเขาได้อย่างเต็มใจ

แต่เพียงเพราะเขาพบเข็มขัดทหารรักษาพระองค์ในห้องของนาง เขาก็สั่งลงโทษนางสนมที่กำลังท้องคนนั้นเสีย ทั้งยังลามเข้าไปถึงครอบครัวของนางด้วย

กับคนที่รักและหลงมากขนาดนั้นเขายังสั่งตัดหัวได้อย่างหน้าตาเฉย

เพราะอย่างนั้นในตอนที่หนานหยูเทียนประกาศว่าเขาไม่นึกรังเกียจแม้นางจะไม่บริสุทธิ์แล้ว เฟิ่งหยินซวงถึงได้รู้สึกอยากจะอาเจียน นางรอกระชากหน้ากากเจ้าเล่ห์ของเขาแทบไม่ไหวแล้วจริง ๆ

‘นางเกลียดเขาอย่างสุดหัวใจ’ เฟิ่งหยินซวงทำได้เพียงซ่อนความโกรธเอาไว้ในดวงตา

“องค์ชายสาม หยินซวงของท่านได้แต่งงานกับกษัตริย์ชิงผิงไปแล้ว ต่อจากนี้ข้าคือผู้หญิงของเขา! นี่คือพระประสงค์ของพระเจ้า อย่างไรเราสองคนก็ต้องจากกัน โปรดหาผู้หญิงที่ดีและลืมข้าเสียเถิด!”

เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมปล่อย เฟิ่งหยินซวงจึงจิกเล็บลงกับเนื้อของเขาเต็มแรงจนในที่สุดหนานหยูเทียนก็ยอมปล่อยตัวนาง ความเจ็บปวดที่ได้รับโดยไม่คาดคิดทำเขาอึ้งไปชั่วขณะ

จุนโมเชนดึงนางเข้าไปแนบกายอีกครั้งก่อนจะหันมาพูดกับหนานหยูเทียนอย่างเย็นชา

“ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายสาม ข้าหวังว่าท่านจะยอมรับความจริงที่ว่าเฟิ่งหยินซวงเป็นองค์หญิงของชิงผิงแล้ว ‘เป็นผู้หญิงของข้า’ หากองค์ชายสามแตะต้องผู้หญิงของข้าอีก ก็อย่าหาว่าข้าหยาบคายเลย”

ในฐานะของเขาแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังให้การยอมรับ ไม่ต้องพูดถึงองค์ชายปลายแถวอย่างหนานหยูเทียนเลย เขาไม่จำเป็นต้องสนใจเลยด้วยซ้ำ

สนมหลี่เมื่อเห็นว่าลูกชายของนางถูกตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าแบบนั้นก็ได้แต่กำหมัดแน่น ทำไมเฟิ่งหยินซวงทำให้ว่าที่จักรพรรดิแห่งอาณาจักรฉู่ต้องทุกข์ใจได้ถึงเพียงนี้ กับความอัปยศเช่นนี้ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จนางจะต้องชดใช้อย่าสาสม

แม้นางและลูกจะไม่สามารถทำอะไรกษัตริย์ชิงผิงได้ แต่กับเฟิ่งหยินซวง นางจะหาทางจัดการนางให้ได้!

นางสนมหลี่แสยะยิ้มก่อนจะเดินไปยังด้านข้างของบัลลังก์จักรพรรดิ

“ท่านพี่ เรื่องวุ่นวายนี้มันชักจะไปกันใหญ่ การแต่งงานครั้งนี้ได้รับคำสั่งจากท่านโดยตรง และทั้งหมดเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หยูเทียนลูกของเราและแม่นางหยินซวงทั้งสองรักกันโดยแท้จริง อีกทั้งหยูเทียนยังไม่นึกรังเกียจที่หยินซวงนั้นไม่สมบูรณ์แบบแล้ว ดังนั้นท่านพี่ก็ควรจะคืนความยุติธรรมให้พวกเขามิใช่หรือ สำหรับแม่นางเฉิน นางสามารถกลับไปกับกษัตริย์ชิงผิงเพื่อจัดงานแต่งงานอีกครั้งได้เพราะนางเองก็ยังบริสุทธิ์ จริงหรือไม่แม่นางเฉิน?”

ได้ยินแบบนั้นเฉินหยิงก็ได้แต่ก้มหน้างุด นางคุกเข่าลงกับพื้นและร้องไห้จนตัวสั่น แน่นอนว่านางไม่ต้องการถูกเปลี่ยนกลับ แต่นางก็ไม่กล้าที่จะขัดความประสงค์ของนางสนมหลี่

คำพูดของสนมหลี่ทำให้เฟิ่งหยินซวงกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ ในอดีตชาตินางเคยคิดว่าสนมลี่เป็นคนอ่อนโยนและใจดี นางรักและให้ความเคารพนางเป็นอย่างมากในฐานะแม่สามี แต่หลังจากเหตุการณ์ ‘เปลี่ยนพระราชวัง’ อันอัปยศนั่นมาถึง หนานหยูเทียนและซูมันรูก็ใส่ร้ายว่านางวางยาพิษใส่พระมารดาจึงได้จับนางถอดยศราชินีและขังนางไว้ในคุกใต้ดิน

และเพราะเป็นแผนการที่ถูกวางมาอย่างดีทำให้แม้แต่ตระกูลเฟิ่งเองก็ไม่สามารถปกป้องนางได้

ต่อมาถึงได้รู้ว่าความคิดชั่วร้ายเหล่านี้ถูกคิดขึ้นโดยสนมหลี่ จิตใจของแม่ลูกคู่นี้ช่างดำมือเสียยิ่งกว่าคืนเดือนดับเสียอีก!

เมื่อได้ยินสนมหลี่พูดเช่นนั้นฮ่องเต้ก็เริ่มลังเล

เดิมทีเขาคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหตุใดลูกชายของเขาถึงได้หลงใหลเฟิ่งหยินซวงจนมองข้ามและยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของนางได้ การรุกล้ำความรู้สึกส่วนของกษัตริย์ชิงผิงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำการให้ถูกต้องตามเดิม เรื่องนี้ก็จะไม่มีใครต้องทุกข์ใจ อย่างน้อยเฉินหยิงเองก็ยังครองบริสุทธิ์

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็มองไปยังจุนโมเชน

“กษัตริย์ชิงผิง คนที่เจ้าต้องแต่งงานด้วยคือแม่นางเฉิน นางควรจะเป็นภรรยาของเจ้าใช่หรือไม่”

“ฝ่าบาท ข้ารู้เพียงว่าเมื่อวานนี้เฟิ่งหยินซวงเข้าพิธีสาบานตนและเข้าห้องหอกับข้าแล้ว นางเป็นมเหสีของกษัตริย์ชิงผิงโดยสมบูรณ์ถูกต้อง ข้าคงไม่สามารถให้ใครพรากคนของข้าไปได้”

ทั้งอาณาจักรฉู่ตอนใต้แห่งนี้ เห็นทีจะมีเพียงเขาคนเดียวที่กล้าขัดแย้งกับฮ่องเต้

เฟิ่งหยินซวงเริ่มรู้สึกวิตกขึ้นมา นางกลัวว่าฮ่องเต้จะฟังคำยุยงของสนมหลี่และสั่งให้นางกลับไปกับอยู่องค์ชายสาม จุนโมเชนไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับราชวงศ์เพื่อนางมิใช่หรือ?

แต่เอาเถิด..นางขอยอมรับแต่โดยดีว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ก็ทำนางรู้สึกใจเต้นแรงมากเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 10 ใบหน้าที่หายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว