เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 นำเจ้าสาวกลับมา

บทที่ 9 นำเจ้าสาวกลับมา

บทที่ 9 นำเจ้าสาวกลับมา


เฟิ่งหยินซวงใช้เวลาทั้งคืนอย่างสงบในวังชิงผิง เขาไม่แตะต้องนางอีกเลยหลังถูกนางกระทำการอุกอาจไปเมื่อคืน ทั้งยังไม่ซักถามอะไรนางอีก จนกระทั่งตอนนี้เฟิ่งหยินซวงก็ยังปลอดภัยดีทุกประการ

ในตอนแรกนางรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากเพราะกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนสัตว์ร้ายกับนาง แต่หลังจากได้นอนฟังลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขามาเกือบค่อนคืน นางก็ค่อย ๆ หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่รู้ตัว

น่าแปลกที่นางรู้สึกสบายใจทั้งที่กำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับชายที่ถูกร่ำลือว่าเป็นปีศาจ

นางค่อย ๆ ลุกจากเตียงไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนจะออกมาแล้วพบว่าขบวนจากพระราชวังมาถึงหน้าวังของกษัตริย์ชิงผิงแล้ว

เฟิ่งหยินซวงตัวแข็งทื่อ นางรับรู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ถึงอย่างไรนางก็ตั้งใจไว้แล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรนางก็ต้องยอมรับให้ได้ทั้งหมด

นางและจุนโมเชนจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะพากันเดินออกมายังประตูใหญ่ นางขอให้เขาไม่นั่งลงคุกเข่าและโค้งคำนับเพื่อจะได้มีนางเพียงคนเดียวที่จะรับข้อกล่าวหานี้

“ฮ่องเต้มีคำสั่งให้กษัตริย์ชิงผิงและเฟิ่งหยินซวงเข้าเฝ้าที่พระราชวังหลวงบัดเดี๋ยวนี้!”

จุนโมเชนยื่นมือออกไปรับพระราชกฤษฎีกามาถือไว้ก่อนจะโค้งตัวลงพูดที่ข้างหูนาง

“ไปกันเถิดหยินซวง”

เหล่าคนรับใช้และทหารที่รับผ่านกฤษฎีกามีสีหน้าตกใจ การที่เขาเรียกชื่อนางแบบนี้แปลว่าทั้งสองต้อง ‘ใกล้ชิด’ กันประมาณหนึ่ง

เฟิ่งหยินซวงหายใจเข้าลึก ๆ นางผ่านพิธีแต่งงานและได้เข้าห้องหอกับเขาแล้ว เรื่องทั้งหมดควรจะจบแต่เพียงเท่านี้ แต่ในเมื่อปัญหาถูกส่งถึงมือฮ่องเต้แล้ว นางก็ต้องยอมรับมัน

ตากลมใสลอบมองไปยังชายตรงหน้า ในเมื่อเขารู้อยู่เต็มอกว่านางกำลังหลอกใช้เขาแล้วเหตุใดจึงไม่ใช้เวลานี้เปิดโปงนางเสีย เขามีเหตุผลอะไรที่ต้องช่วยเหลือนาง?

สุดท้ายแล้วแล้วเขาเป็นคนโหดร้ายและน่ากลัวอย่างที่คนร่ำลือกันจริงหรือเปล่า?

...

และแล้วเวลาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็มาถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องถูกเรียกมารวมตัวกันทั้งหมด

ทั้งองค์ชายสาม สนมหลี่ ท่านปู่เฟิ่งไท่ซือ รวมไปถึงตระกูลเฉิน และตัวเฉินหยิงเองอีกด้วย

“ซวงเอ๋อร์…” ทันทีที่หนานหยูเทียนเห็นนางก็รีบพุ่งมาหาอย่างรวดเร็ว

“ซวงเอ๋อร์ ข้าบอกท่านพ่อแล้วว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเจ้า เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

เฟิ่งหยินซวงยิ้มหยันอยู่ในใจ ช่างฟังดูดีเสียเหลือเกิน ถ้าหากเขาอยากช่วยนางจริง ๆ ทำไมไม่บุกเข้าไปในวังชิงผิงแล้วเอานางออกมาเสียตั้งแต่เมื่อคืนเล่า เหตุใดจึงต้องรอจนกระทั่งเช้าแล้วให้ฮ่องเต้มาเป็นตัวแทน

นางรู้ดีว่ามีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นคือ ‘หนานหยูเทียนกลัวกษัตริย์ชิงผิง’

ดูเหมือนข่าวลือด้านลบของสามีกำมะลอของนางจะยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

“องค์ชายสาม ข้าเกรงว่าท่านกับข้าจะไม่มีชะตากรรมร่วมกันในชาตินี้” นางแสร้งทำหน้าเศร้า

“ซวงเอ๋อร์ เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ?” หนานหยูเทียนพูดอย่างประหม่า

“มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ข้าเข้าพิธีแต่งงานและตกเป็นภรรยาของเขาไปแล้ว ความรักของเราคงจะจบลงเพียงเท่านี้” เฟิ่งหยินซวง ก้มศีรษะลงพลางเช็ดน้ำตาด้วยท่าทางเศร้าสร้อย

‘ช่างปลอมเปลือกกันเหลือเกิน’

จุนโมเชนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เจ้าสาวของเขาน่าสนใจมากกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว

“มันเกิดอะไรขึ้น ซวงเอ๋อร์ กษัตริย์ชิงผิงบังคับอะไรเจ้า? หรือเพราะแม่นางเฉินหยิง? เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ปู่ของเจ้าก็อยู่ที่นี่ หากเจ้ามีอะไรที่คับข้องใจเจ้าก็บอกกับปู่เจ้าได้เลย ท่านจะเรียกร้องความยุติธรรมให้เจ้าเอง”

ในบรรดาผู้คนมากมายมีเพียงหหนานหยูเทียนเท่านั้นที่กระตือรือร้นอย่างออกนอกหน้า ส่วนท่านปู่เฟิ่งไท่ซือก็ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง เขาทำเพียงนั่งฟังบทสนทนาอยู่เงียบ ๆ บนเก้าอี้

“ฝ่าบาท…” เฉินหยิงคุกเข่าลงบนพื้นแล้วโค้งคำนับ “ข้าคือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับกษัตริย์ชิงผิง ข้าไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนที่ต้องกลับขึ้นเกี้ยวในวิหารร้าง พระองค์ทรงเมตตาออกพระราชกฤษฎีกาให้ข้าได้แต่งงาน แต่กลับเป็นข้าเองกล้าดีขัดคำสั่งของพระองค์ โปรดลงโทษข้าเถิด”

แน่นอนว่านางไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าจุนโมเชน ยิ่งได้เห็นกับตาว่าเขาสวมหน้ากากหมาป่าอย่างที่เขาลือกัน หัวใจของนางก็ยิ่งหดลงด้วยความหวาดกลัว

“ฝ่าบาท…เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่นางเฉิน ทุกอย่างเป็นไปตามประสงค์ของพระเจ้า เราสองคนได้พบกันในวิหารร้างเพราะฝนตกหนักขัดขวางการเดินทาง อีกทั้งเรายังได้แต่งงานในวันเดียวกัน เราได้สานไมตรีจนกลายเป็นพี่น้องจากการลงจากเกี้ยวมานั่งคุยกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความนึกสนุกของข้าเอง และข้าไม่คิดว่าจะเกิดหายนะขึ้นเช่นนี้ หากท่านจะลงโทษ ก็ขอให้ลงโทษข้าแต่เพียงผู้เดียว” เฟิ่งหยินซวงยืนยันหนักแน่น

แต่ถึงแม้ฝ่ายหญิงทั้งสองจะพูดเช่นนั้นทว่าหนานหยูเทียนก็ยังมีทีท่าไม่ยินยอม

“เรื่องบังเอิญไม่มีจริง…หรือเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นประสงค์ของพระเจ้า…” ฮ่องเต้พึมพำ

“ไม่ว่าจะเป็นประสงค์ของพระเจ้าหรือเรื่องบังเอิญ ในเมื่อท่านรู้ว่าท่านได้เจ้าสาวผิดตัว ท่านก็ควรส่งคืนในทันที ส่วนนี่…แม่นางเฉินคนนี้ข้าไม่ได้แตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม ท่านควรรับตัวนางคืนแล้วส่งเฟิ่งหยินซวงกลับมาให้ข้า!”

หนานหยูเทียนทำท่าจะเข้ามาคว้ามือเฟิ่งหยินซวงไปจับ แต่กลับถูกร่างกำยำของใครบางคนเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

“กษัตริย์ชิงผิง…”

“ข้าไม่สนว่าก่อนหน้านี้ท่านกับหยินซวงจะเป็นอย่างไร แต่ในตอนนี้นางเป็น ‘คนของข้า’ เผื่อองค์ชายสามจะยังไม่เข้าใจ”

ดวงตาที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้นเย็นชาและเอาจริงจนน่าขนลุก

“องค์ชายสาม ข้าต้องขอโทษท่านด้วย ข้าไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์อีกแล้ว ไม่มีอะไรคู่ควรกับท่านเลย ท่านลืมข้าซะเถิด” เฟิ่งหยินซวงสะอื้น ทำเอาหนานหยูเทียนมองนางด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

“ซวงเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ารู้ว่าเขาไม่ใช่ข้า เหตุใดเจ้าจึงปล่อยใจให้เขาสัมผัสตัวเจ้าได้ เขาบังคับเจ้าใช่หรือไม่?”

“คือว่า…แสงเทียนในห้องหอมันสลัวเกินไป ตอนที่กษัตริย์ชิงผิงเข้ามาข้าก็…ข้าไม่รู้…ข้าคิดว่าเขาเป็นท่าน…”

“หยินซวง ทำไมเจ้าถึงสับสนได้ถึงเพียงนี้!” เฟิ่งไท่ซือเอ่ยเสียงดุ

“ข้ารู้ว่านับแต่นี้ข้าคงไม่มีทางสู้หน้าคนทั้งอาณาจักรได้ ข้าจึงมาที่นี่ในวันนี้เพื่อบอกความจริงกับทุกคนและหนีปัญหาเสีย ท่านปู่…โปรดยกโทษให้หลานสาวแย่ ๆ ของท่านด้วย”

เฟิ่งหยินซวงบีบน้ำตาก่อนทำท่าว่าจะเอาศีรษะกระแทกกับเสาต้นเล็กใกล้ ๆ

และมันก็เป็นไปตามที่คาดไว้ การแสดงของนางถูกหยุดโดยใครบางคน เขาเอาตัวเข้ามาขวางไว้จริง ๆ

จบบทที่ บทที่ 9 นำเจ้าสาวกลับมา

คัดลอกลิงก์แล้ว