- หน้าแรก
- บลีช เมื่อบอสใหญ่ไอเซ็นเล็งเป้าผม
- บทที่ 8 ผมเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ
บทที่ 8 ผมเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ
บทที่ 8 ผมเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ
บทที่ 8: ผมเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ
"อาจารย์ครับ ทำไมวันนี้ไม่ลองชวนศิษย์น้องเล็กมาที่นี่ดูล่ะครับ ผมกับชุนซุยในฐานะศิษย์พี่จะได้ทำความรู้จักกับเขาไว้"
ยามาโมโตะที่เพิ่งจะลงโทษชุนซุยเสร็จ รู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำแนะนำของอุคิทาเกะ ศิษย์เพียงคนเดียวที่ว่านอนสอนง่ายของเขา แค่เคียวราคุคนเดียวเขาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ถ้าต้องมาเจอกับเจี้ยเฉิงเซี่ยนที่พยศไม่แพ้กัน ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน แต่เขาก็คงจับทั้งคู่แยกกันไปตลอดไม่ได้ อย่างน้อยถ้ามาอยู่ภายใต้สายตาของเขาที่นี่ ชุนซุยก็คงไม่กล้าพูดจาเลอะเทอะใส่เจี้ยเฉิงเซี่ยน แต่ถ้าปล่อยให้ไปเจอกันเองเป็นการส่วนตัว... ยามาโมโตะไม่อยากจะจินตนาการเลยจริงๆ เขาจึงรวบรวมแรงดันวิญญาณแล้วร่ายวิถีพันธนาการที่ 77: เท็นเทคุระ ซึ่งเป็นวิถีมารสื่อสารที่แสนสะดวกและเขามักใช้ส่งข้อความบ่อยๆ นอกจากผู้รับที่ระบุไว้แล้ว คนอื่นจะสัมผัสได้เพียงความสั่นสะเทือนของแรงดันวิญญาณ แต่ไม่มีวันรู้เนื้อหาข้างใน
"เจ้าหนูเจี้ย มาที่หน่วยที่หนึ่งเดี๋ยวนี้ ฉันจะตรวจดูความคืบหน้าในการฝึกของเธอหน่อย"
เจี้ยเฉิงเซี่ยนที่กำลังสัปหงกอยู่ ได้ยินเสียงของตาแก่ยามะดังขึ้นที่ข้างหู เขาสะดุ้งโหยงเพราะนึกว่าถูกจับได้ว่าแอบหลับในห้องเรียน แต่พอรู้ว่าเป็นเพียงข้อความผ่านวิถีมาร เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งตามเดิมท่ามกลางสายตาของไอเซ็นที่มองมาเหมือนจะบอกว่า นายมันงี่เง่าจริงๆ
"เป็นบ้าอะไรของนายอีก"
"ตาแก่ยามะอยากทดสอบฉันน่ะ"
เจี้ยถอนหายใจอย่างโล่งอก พรสวรรค์อันเจิดจรัสของเขาทำให้ตาแก่คนนั้นหลงจนโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ
"แล้วทำไมยังไม่ไปอีกล่ะ ไม่กลัวท่านหัวหน้าใหญ่โกรธหรือไง"
"อา นายไม่เข้าใจหรอกโซสึเกะ"
เจี้ยเอาศอกขวาเท้าโต๊ะ ไขว่ห้างพลางกระดิกนิ้วชี้ซ้าย แล้วมองไอเซ็นด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เคยได้ยินเรื่อง 'ไปเยือนกระท่อมหญ้าสามครา' ไหม? ตอนนี้ฉันก็คือขงเบ้งของตาแก่ยามะยังไงล่ะ!"
ใบหน้าของไอเซ็นบิดเบี้ยวด้วยความมึนตึบ ขงเบ้งคืออัจฉริยะที่ใกล้เคียงกับเทพเจ้า แต่เจี้ยเฉิงเซี่ยนอย่างมากก็เป็นแค่คนโง่เง่าเต่าตุ่นที่พยายามทำตัวเป็นผู้รอบรู้เท่านั้น
"งั้นนายจะรอให้ท่านหัวหน้าใหญ่อ้อนวอนสามครั้งก่อนถึงจะยอมไปงั้นสิ?"
"ถูกต้องที่สุด"
เจี้นั่งทำท่าทางอวดดีอยู่อย่างนั้น มั่นใจว่าตาแก่ไม่มีทางได้ยินสักคำ
"ไอ้แก่คนนี้ได้ยินทุกคำที่แกพูดนั่นแหละ"
เฮ้ย! อะไรกันวะเนี่ย!
เจี้ยตกใจจนหงายหลังตกจากเก้าอี้ ตาแก่นี่แอบฟังเหรอ? เขาซวยแน่แล้ว
"ถ้ามีข้อข้องใจอะไร เดี๋ยวค่อยมาพูดต่อหน้าฉันก็แล้วกัน"
เจี้ยหน้าซีดเผือด รู้ตัวว่าเล่นตัวเกินเหตุไปหน่อย ใครจะไปคิดว่าท่านหัวหน้าใหญ่ผู้เกรียงไกรจะลดตัวลงมาแอบฟังเด็ก? เขาหันไปถลึงตาใส่ไอเซ็นที่พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น แล้วรีบใช้ก้าวพริบตามุ่งหน้าไปยังหน่วยที่หนึ่งโดยไม่หยุดพัก เมื่อสังเกตเห็นก้าวพริบตาที่ดูเฉียบคมขึ้นของเจี้ย ไอเซ็นก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ มันน่าหงุดหงิดจริงๆ ที่เห็นบางคนก้าวล้ำหน้าไปไกลขนาดนี้ พวกเขาเรียนเนื้อหาเดียวกัน แต่เจี้ยกลับเชี่ยวชาญเร็วกว่า แถมยังปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้อีก ก้าวพริบตาแบบใหม่ของเขาสามารถประหยัดแรงดันวิญญาณได้มากกว่าเดิมถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เพิ่มความเร็วขึ้นได้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์
นี่สินะความรู้สึกของการที่ต้องไล่ตามใครสักคน... ไอเซ็นขยับแว่นตาเพื่อปิดบังแววตาของตนเอง แล้วค่อยๆ เดินออกจากสถาบันไปอย่างสงบนิ่ง ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ามีนักเรียนหายไปคนหนึ่ง เพราะสำหรับพวกเขา "ไอเซ็น โซสึเกะ" ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างเรียบร้อยที่โต๊ะของตนเอง
"นั่นตัวอะไรน่ะ... ปีศาจที่ไหนมาโผล่กลางแดดจ้าแบบนี้?"
ทันทีที่เลื่อนประตูไม้เปิดออก เจี้ยแทบจะกระโดดเหยงเมื่อเห็นใบหน้าบวมปูดสีม่วงช้ำพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาเหมือนหมีแพนด้า
"อะแฮ่ม ศิษย์น้องเล็ก ฉันอุคิทาเกะ จูชิโร่ ส่วนนี่คือเคียวราคุ ชุนซุย เป็นศิษย์พี่ของเธอเอง"
เจี้ยจ้องมองเคียวราคุที่แทบจะดูไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าคือใคร ที่แท้ตาแก่ยามะยังซ้อมคนแบบนี้อยู่เหรอเนี่ย? รายต่อไปจะเป็นเขาหรือเปล่า?
เขาแอบชำเลืองมองยามาโมโตะด้วยความระแวง เมื่อเห็นว่ายังไม่มีหมัดพุ่งมาเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชายชราสังเกตเห็นท่าทางนั้นแล้วพ่นลมหายใจออกจมูก
"ไอ้แก่คนนี้ไม่ได้ใจแคบขนาดจะไปถือสาหาความกับเด็กเมื่อวานซืนหรอกนะ"
เมื่อเห็นท่าทางเกร็งๆ ของเจี้ย อุคิทาเกะผู้ใจดีจึงก้าวเข้ามาหา พลางหยิบสมุดเล่มเล็กๆ ออกมายื่นให้
"หึๆ เจอกันครั้งแรกก็ต้องมีของขวัญกันหน่อย พวกเราพี่น้องไม่ค่อยมีอะไรจะให้ รบกวนช่วยรับบันทึกส่วนตัวเรื่องวิถีมารของฉันไว้ด้วยนะ"
เจี้ยรับสมุดมาด้วยสองมือแล้วกล่าวขอบคุณอุคิทาเกะ ก่อนจะปรายตาไปมองเคียวราคุอย่างมีความหมาย
"เห็นได้ชัดเลยนะครับว่าคนเรามันต่างกันแค่ไหน ว่าไหมครับลุงชุนซุย?"
คุณลุงจอมกะล่อนที่เพิ่งจะฟื้นตัวมาได้นิดหน่อยถึงกับปากกระตุก ศิษย์น้องคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลยแฮะ
"อย่าดูถูกกันสิ ศิษย์พี่เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เธอแล้ว แต่ก่อนอื่น เธออายุเท่าไหร่?"
"สิบแปดครับ"
"ฉันหมายถึงอายุขัยของเธอน่ะ"
"ก็เท่ากันนั่นแหละครับ"
เคียวราคุถึงกับอ้าปากค้าง สมกับที่เป็นศิษย์ล้างครูจริงๆ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วขยิบตาให้อย่างมีเลศนัย
"คืนนี้ศิษย์พี่จะพาไปที่เจ๋งๆ รับรองว่าเธอต้องชอบแน่"
"โอ้? ที่ไหนงั้นเหรอ? ให้ไอ้แก่คนนี้ไปด้วยคนดีไหม?"
เคียวราคุ ชุนซุย ค่อยๆ หันไปตามเสียงราวกับเครื่องจักรที่ขาดน้ำมัน แล้วก็พบยามาโมโตะยืนตระหง่านอยู่ข้างหลัง เขาหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม เตรียมตัวโดนตาแก่ซ้อมอีกรอบ
"ถ้าแกกล้าทำตัวเป็นอันธพาลเหมือนเคียวราคุล่ะก็ ฉันสาบานเลยว่าจุดจบของแกจะไม่ต่างกัน"
หลังจากแสร้งทำเป็นไว้อาลัยให้ดวงวิญญาณของเคียวราคุเป็นเวลาสามวินาที เจี้ยเฉิงเซี่ยนก็ยืนยันกับยามาโมโตะด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด
"พอแล้ว ฉันบอกแล้วว่าวันนี้จะตรวจดูความคืบหน้าของเธอ เตรียมตัวให้พร้อม"
ศิษย์ทั้งสามเดินตามยามาโมโตะไปยังลานฝึกใต้ดินของหน่วยที่หนึ่ง พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการฝึกซ้อมที่รุนแรงโดยเฉพาะ เขาใช้ไม้เท้าเคาะพื้นเบาๆ ม่านพลังที่มองไม่เห็นก็เข้าปกคลุมเพื่อปิดกั้นพื้นที่ทันที
"แสดงทุกอย่างที่เธอเรียนรู้มาให้ฉันดู ฉันหวังว่าเธอจะมีอะไรให้ฉันประหลาดใจนะ"
ยามาโมโตะยืนนิ่งโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายผม แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับไม่หลงเหลือเค้าความชราเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกราวกับเป็นดาบเล่มหนึ่งที่พุ่งเสียบทะลุฟ้า ทันทีที่ดาบอาซาอุจิหลุดออกจากฝัก เจี้ยเฉิงเซี่ยนก็พุ่งเข้าประชิดตัวยามาโมโตะ ดาบฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วที่ทำให้อุคิทาเกะและเคียวราคุที่ยืนดูอยู่ด้านข้างถึงกับสะดุ้ง
"มิน่าล่ะท่านหัวหน้าใหญ่ถึงยอมสอนด้วยตัวเอง พรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดชัดๆ"
ยามาโมโตะปัดดาบอาซาอุจิออกด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว ในขณะที่มือขวาส่งไม้เท้าพุ่งเข้าหาลำคอของเจี้ยเหมือนงูพิษ เจี้ยปักดาบลงบนพื้นแล้วใช้เป็นจุดหมุน เหวี่ยงลูกเตะซ้ายเข้าใส่ลำตัวของยามาโมโตะ
"เจ้าเซ่อ!"
ยามาโมโตะคำราม ปล่อยไม้เท้าที่กำลังจะโดนเตะแล้วคว้าขาของเจี้ยไว้ด้วยมือที่แข็งดั่งเหล็ก สำหรับยมทูตที่ผ่านศึกมานับร้อยนับพันอย่างเขา ท่าทางของเจี้ยนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ หากสู้กับคนระดับเดียวกันเขาอาจจะเป็นฝ่ายคุมเกม แต่ที่นี่เขากำลังจะได้สัมผัสประสบการณ์การโดนทุ่มแบบจัดเต็ม
"อั้ก... อ๊ากกก!"
เจี้ยนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น หลับตาปี๋ อ้าปากค้าง พลางครางออกมาด้วยความพ่ายแพ้ ช่องว่างมันกว้างเกินไปจริงๆ หนทางสู่ความเป็นหนึ่งยังอยู่อีกไกลแสนไกล
"พอได้แล้ว ฉันออมมือให้มากแล้วนะ"
เมื่อนึกถึงการปะทะกันสั้นๆ เมื่อครู่ ยามาโมโตะก็ได้ข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินระดับของเจี้ยแล้ว
"ก้าวพริบตาของเธอต่างจากที่สถาบันสอน... เธอปรับปรุงมันเองงั้นเหรอ?"
ยามาโมโตะหยิบไม้เท้าขึ้นมา แล้วกลับกลายเป็นตาแก่ท่าทางอ่อนแอตามปกติ เมื่อเจี้ยพยักหน้ายืนยัน เขาก็ส่งเสียงพึงพอใจออกมาในลำคอ แม้เด็กคนนี้จะยังขาดประสบการณ์ แต่พรสวรรค์นั้นปฏิเสธไม่ได้ การที่สามารถปรับปรุงก้าวพริบตาให้เข้ากับตัวเองได้ในระดับนี้ บ่งบอกถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์
"เจี้ยเฉิงเซี่ยน เธอจะยอมรับการเป็นลูกศิษย์ของฉันอย่างเป็นทางการไหม? ฉันรู้ว่านี่เป็นการบังคับให้เธอต้องเลือกข้างในความวุ่นวายของโซลโซไซตี้ แต่ฉันขอสาบานว่าตราบใดที่เธอต้องการ การแก่งแย่งชิงดีที่โสโครกเหล่านั้นจะไม่มีวันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเธอได้"
คำถามนี้ไม่ได้ทำให้เจี้ยประหลาดใจ เพราะไอเซ็นได้วิเคราะห์เรื่องนี้ให้เขาฟังหมดแล้ว เขาไม่ได้มีความรู้สึกแง่ลบต่อตาแก่ยามะ แค่ขี้เกียจรับมือกับความยุ่งยากที่จะตามมาเท่านั้น แย่ที่สุดเขาก็แค่ขอให้โซสึเกะไปจัดการพวก 46 ห้องลูกขุนทิ้งซะ ซึ่งยังไงในเนื้อเรื่องหลักมันก็ต้องโดนอยู่แล้ว
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เจี้ยก็ก้มตัวลงคำนับเพื่อเป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการ ในสายตาคนนอก ป้ายกำกับนี้ถูกแปะลงบนตัวเขาตั้งแต่ตอนที่ยามาโมโตะเรียกพบแล้ว การทำพิธีให้ถูกต้องจึงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนัก
"ดีมาก มาหาฉันทุกๆ สามวัน แล้วฉันจะสอนทุกอย่างที่ฉันรู้ให้"
ศิษย์ทั้งสามถึงกับอึ้ง ยามาโมโตะไม่ได้ตั้งใจจะส่งต่อวิชาความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เขาตั้งใจจะปั้นเจี้ยให้เป็นหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งคนต่อไปด้วย
"อาจารย์ครับ ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะครับ"
เจี้ยชำเลืองมองศิษย์พี่ทั้งสองคน รู้สึกว่าควรจะแสดงความถ่อมตัวออกมาบ้าง แต่ยามาโมโตะกลับยืนยันหนักแน่น ทิ้งท้ายไว้เพียงคำว่า "วางใจเถอะ ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย ฉันจะไม่ผูกมัดเธอจนเกินไปนัก" แล้วเดินจากไป
"ฮ่าๆ ศิษย์น้องรัก ขอบใจมากนะ! ทีนี้พี่จะได้อู้งานได้อย่างสบายใจหายห่วงเสียที"
เคียวราคุแหงนหน้าหัวเราะร่าพลางตบไหล่เจี้ย สวรรค์มีตาจริงๆ ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากความคาดหวังของท่านหัวหน้าใหญ่ได้เสียที ต่อจากนี้เขาจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ได้ โดยมีศิษย์น้องตัวน้อยคอยรับช่วงต่อแทน
อุคิทาเกะผู้แสนดีมองเจี้ยด้วยสายตาเห็นใจ "ไม่ต้องกังวลนะ ศิษย์พี่จะคอยช่วยเธอเอง"
เจี้ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อยากจะร้องไห้ให้กับอนาคตที่ดูเหมือนจะรุ่งโรจน์แต่ความจริงกลับมืดมนที่รออยู่เบื้องหน้า
ฝากงานต่อด้วยนะเจ้าศิษย์น้อง!