เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 คิดมากไปแล้ว

บทที่ 67 คิดมากไปแล้ว

บทที่ 67 คิดมากไปแล้ว


เมื่อทุกคนเผชิญกับเรื่องเดียวกัน ย่อมมีทางเลือกที่แตกต่างกัน

เจียงเยี่ยนรู้ดีว่าหยางเจี้ยนมีสถานะเป็นผู้ใช้ผี กลับไม่ได้เลือกจะตีตัวออกห่างจากเขา แต่เลือกที่จะวางเดิมพันทั้งหมดไว้ที่หยางเจี้ยนแทน

มีเพียงผู้ที่เคยประสบกับเรื่องเลวร้ายมาแล้วเท่านั้นที่จะรู้ถึงความงดงามของโลกมนุษย์ มีเพียงผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายมาแล้วเท่านั้นที่เข้าใจถึงความสุขของการมีชีวิตอยู่

ในโลกที่ไร้ซึ่งความปลอดภัยเช่นนี้ ต่อให้หยางเจี้ยนกลายเป็นผีร้ายไปจริง ๆ เจียงเยี่ยนก็ยังยินดีจะขอพึ่งพาเขา

“ขึ้นอีกแล้ว นายรู้ได้ยังไงว่าราคาทองจะขึ้นอีก ช่วงนี้ฉันก็ติดตามราคาทองอยู่เหมือนกัน แต่ฉันคิดว่ามันขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว ต่อจากนี้มีโอกาสสูงมากที่จะร่วง และมันก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ หลังจากที่ราพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงสั้น ๆ ราคาทองก็เริ่มปรับตัวลงช้า ๆ การที่นายเอาเงินสิบล้านเข้าไปกวาดซื้อทองทั้งหมดถือว่าเสี่ยงมาก”

เจียงเยี่ยนนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ สวมชุดนอนบาง ๆ ดูเหมือนจะไม่สนใจกับการที่ผิวหนังของเธอโผล่ออกมาให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว เธอมองกราฟราคาทองบนโน้ตบุ๊กอย่างตื่นเต้น

วันนี้ตอนเปิดตลาด ราคาทองปรับตัวลงก่อน จากนั้นก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หยางเจี้ยนเอาเงินสิบล้านเข้าซื้อในจังหวะนี้ นับว่าโชคดีมากจริง ๆ

“ผมดูตลาดหุ้นไม่เป็น ผมแค่รู้ว่าราคาทองต้องขึ้นแน่นอน ผมก็แค่อยากหาเงินใช้เล่น ๆ บ้างเท่านั้นเอง” หยางเจี้ยนพูด

เจียงเยี่ยนถามอย่างตื่นเต้น “หรือว่านายมีข่าววงใน?”

“ไม่มี เดาล้วน ๆ” หยางเจี้ยนตอบ

แน่นอนว่าเขาไม่ได้เดาสุ่มทั้งหมด ทองคำในตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่สกุลเงินอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เป็นของจำเป็น เป็นของที่ต้องถูกใช้และหมดไป

การที่ทองจะราคาขึ้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเยี่ยนกลับยิ่งเชื่อว่าหยางเจี้ยนจะต้องรู้อะไรบางอย่าง ไม่อย่างนั้นคงเดาได้แม่นขนาดนี้ไม่ได

อย่างไรก็ดี เขาก็เป็นผู้ใช้ผี คนที่แม้แต่หัวหน้าหลิวเห็นแล้วยังต้องให้เกียรติ ไม่ใช่แค่รปภ.ตัวเล็ก ๆ ธรรมดาอย่างที่เห็น

คิดมาถึงตรงนี้ เธอไม่เพียงช่วยหยางเจี้ยนเทรดทองคำ แต่ยังเอาเงินเก็บหลายแสนของตัวเองใส่เข้าไปด้วย โดยเลือกตัวเลือกที่มีความเสี่ยงสูงสุดและผลตอบแทนสูงสุด นั่นคือ การใช้ทองคำเป็นทุนเพื่อเพิ่มผลกำไรสูงสุดด้วยเงินทุนน้อยที่สุด

แน่นอน ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน

“ในเมื่อนายมั่นใจว่าราคาทองจะขึ้น ฉันจะใช้วิธีซื้อขายที่เสี่ยงที่สุด ช่วยนายทำกำไรก้อนใหญ่ แล้วฉันก็ใส่เงินของตัวเองไปด้วย ถ้าขาดทุน นายห้ามด่าฉันนะ” เจียงเยี่ยนพูด

“พี่ตัดสินใจเองก็แล้วกัน แค่ซื้อทองอย่างเดียว เรื่องอื่นผมไม่ยุ่ง” หยางเจี้ยนตอบ เขาย่อมเชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง

“รู้แล้ว ไว้ใจฉันได้เลย” เจียงเยี่ยนเริ่มตื่นเต้นขึ้นมา

หยางเจี้ยนไม่ได้สนใจว่าเธอจะเทรดอย่างไร

เวลาว่างส่วนใหญ่ของเขา กลับใช้ไปกับการเข้าเว็บของผู้ใช้ผี

นี่คือเว็บไซต์พิเศษที่หลายประเทศร่วมกันสร้างขึ้น อนุญาตให้เฉพาะผู้ใช้ผีจากศูนย์เท่านั้นที่เข้าได้

ไม่ใช่เพื่ออะไร นอกจากจะได้รู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมากขึ้นอีกนิดเท่านั้น

แต่บนเว็บไซต์นั้น หยางเจี้ยนกลับไม่เห็นข่าวที่เกี่ยวกับผีร้ายที่เขาเจอเมื่อวานเลย

‘เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่แต่ละประเทศจะไม่ตอบสนองเลย ดูท่าเรื่องนี้จะถูกจงใจปกปิด ไม่อยากให้กลายเป็นข่าวอย่างเอิกเกริก’

เขาส่ายหัว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ได้แน่นแฟ้นจริง ๆ สินะ ไม่แปลกเลยที่สำนักต้องแบ่งเขตพื้นที่

ดูเหมือนจะร่วมมือกัน แต่ความจริงแล้วต่างคนต่างดูแลตัวเอง

ตลอดสามวันนี้ หยางเจี้ยนแทบไม่ได้ออกไปไหน ใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเจียงเยี่ยนตลอด

ส่วนเจียงเยี่ยนก็ขยันมาก ตามที่เธอบอก เงินสิบล้านในตอนแรกเพิ่มมากขึ้นกว่ายี่สิบล้านแล้ว ทุกวันเธอแค่มองตัวเลขเหล่านั้นก็รู้สึกตื่นเต้นจนนอนแทบไม่หลับ ราวกับว่าเงินพวกนั้นเป็นของตัวเอง

แต่เช้าวันนี้ หยางเจี้ยนได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

เป็นจางเว่ยโทรมา บอกว่ามีเรื่องร้ายแรงอยากคุยด้วย ให้หยางเจี้ยนเลือกสถานที่นัดเจอ

คิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางเจี้ยนก็รู้สึกว่าควรไปดูหน่อยจะดีกว่า

“ผมมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย”

“ไปไหนเหรอ?”

“แถว ๆ นี้แหละ” หยางเจี้ยนตอบ

เจียงเยี่ยนรีบถามทันที “แล้วตอนเย็นจะกลับมามั้ย?”

“กลับสิ”

พูดจบ หยางเจี้ยนก็ออกจากบ้านไป

ขับรถอยู่ในเมืองที่จอแจ เป็นเรื่องยากจะจินตนาการว่า ในโลกที่เหตุการณ์ลี้ลับเกิดขึ้นถี่ขนาดนี้ เมืองต้าเฉิงเองก็เจอมาหลายครั้ง แต่คนส่วนใหญ่กลับเหมือนไม่รับรู้อะไรเลย ใช้ชีวิตกันตามปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตตัวเองแม้แต่น้อย

บางที ความไม่รู้ก็อาจเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

หยางเจี้ยนเปิดกระจกรถ มองผู้คนที่เดินสวนกันไปมาบนทางเท้า ถอนหายใจเบา ๆ

ไม่นาน เขาก็มาถึงถนนคนเดินที่นัดกับจางเว่ยไว้

จางเว่ยมาถึงก่อนแล้ว ตอนนี้เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดูเหมือนจะมีปากเสียงกับใครบางคน จนเกือบจะกลายเป็นการทะเลาะกัน

“ฉัน จางเว่ย ยืนเถียงกับพวกนายตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือว่าเจ๋งกว่าแค่ไหน แต่เพื่อให้พวกนายทุกคนรู้ว่า ของที่ฉัน! จางเว่ยเสียไป ต้องเอาคืนด้วยมือของตัวเองเท่านั้น” เขาชี้นิ้วลงไปที่พื้น น้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

“จางเว่ย นายตะโกนอะไรอยู่ โทรหาฉันตั้งแต่เช้า สรุปว่ามีเรื่องอะไร?” หยางเจี้ยนตะโกนเรียก

จางเว่ยได้ยินคนเรียกชื่อเขา จึงเงยหน้าขึ้นมา พอเห็นหยางเจี้ยนมาถึงแล้ว ก็พลันดีใจทันที

“หยางเจี้ยน ฉันอยู่นี่ พวกคุณช่วยหลบหน่อย หลบหน่อย วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อน”

พูดไปก็ชี้ไปที่คนหนึ่ง

“ฉันไม่ได้กลัวนาย และไม่ได้จะอาศัยจังหวะนี้หนีด้วย แค่ไม่อยากให้เพื่อนเห็นด้านโหดร้ายของฉัน วันนี้ถือว่านายโชคดีไป!”

“ไปทะเลาะกับใครมา ดูท่าจะลงไม้ลงมือกันอยู๋แล้ว เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หยางเจี้ยนถาม

จางเว่ยหัวเราะ “มีเด็กมัธยมต้นคนหนึ่ง ท่าทางแย่มาก มาซื้อไอศกรีมแล้วยังกล้าแซงคิวฉัน ฉันกำลังจะสอนให้มันรู้ว่า ความโหดร้ายของผู้ใหญ่มันเป็นยังไง”

“……”

“ช่างมันเถอะ ไม่พูดแล้ว ไป นั่งคุยกันที่ร้านกาแฟเถอะ ฉันมีเรื่องจะปรึกษานายพอดี” จางเว่ยพูด

ทั้งสองเข้าไปนั่งในร้านกาแฟ

“ช่วงนี้นายยุ่งอะไรอยู่ ยังทำงานที่ห้างนั้นอยู่ไหม เมื่อวานฉันไปที่นั่นมา ได้ยินว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น ที่นั่นก็ถูกปิดตายแล้ว เจ้าของห้างเหมือนจะชื่อถังถังอะไรนี่ ใช่ไหม?” จางเว่ยถาม

“นายรู้ละเอียดขนาดนี้ได้ยังไง?” หยางเจี้ยนถามอย่างแปลกใจ

จางเว่ยตอบ “ห้างนั้นพ่อของฉันเป็นคนสร้างเอง ก่อนหน้านี้ถามพ่อดู เลยรู้มาบ้าง บอกมาตามตรงเถอะ ที่นั่นมันผีสิงใช่ไหม?”

“นายเดาถูกแล้ว ที่นั่นมีผีจริง ๆ” หยางเจี้ยนพูด

“บ้าเอ๊ย ว่าแล้วเชียว สถานที่ที่ถูกปิดล้อมกะทันหันแบบไม่มีเหตุผล เก้าในสิบต้องเป็นเรื่องผี ก่อนหน้านี้ที่โรงเรียนก็แบบนี้ หมู่บ้านนั้นก็แบบนี้ ห้างนี้ก็ยังเป็นอีก ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าโลกใบนี้อยู่ต่อไม่ได้แล้ว ถ้าอพยพไปดาวอังคารได้ ฉันจะสมัครเป็นคนแรกเลย”

จางเว่ยสะดุ้งไปทั้งตัวด้วยความตกใจ

“แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว เรื่องที่นั่นจัดการเรียบร้อยแล้ว แล้วนายเรียกฉันมาที่นี่เพราะอะไร?” หยางเจี้ยนถาม

จางเว่ยพูด “จริง ๆ ก่อนหน้านี้ฉันก็อยากถามนายเรื่องหนึ่งอยู่แล้ว”

“เรื่องอะไร?” หยางเจี้ยนถาม

จางเว่ยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบอกชัดว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา เขากดเสียงต่ำลง

“เมื่อคืน ฉันเล่นอยู่ แล้วเกิดเหตุการณ์ลี้ลับขึ้น ฉันเลยคิดว่าอาจจะเป็นผี และอาจจะมีคำสาปน่ากลัวแบบเดียวกับเรื่องในฟอรั่มของนาย”

“เล่าให้ละเอียดหน่อยได้ไหม?” หยางเจี้ยนถาม

“น่าจะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว ฉันอยู่รอดจนถึงคนสุดท้าย มุมขวาบนของหน้าจอแสดงว่าไม่มีใครเหลือ แต่สุดท้ายฉันกลับตายแบบไม่มีสาเหตุ หน้าจอก็ขึ้นว่าแพ้”

“ถ้าเกิดแค่ครั้งเดียวอาจอธิบายได้ แต่สามครั้งติดเป็นแบบนี้ นายว่ามันจะมีผีมาเล่นเกมไหม? ฉันรู้สึกว่ามันไม่ปกติ เลยตกใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน ตอนนี้ตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้น เลยอยากซื้อไอศกรีมมากินให้สดชื่นหน่อย” จางเว่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง

หยางเจี้ยนพูดอย่างหนักแน่น “ฉันคิดว่านายไม่ได้เจอผี แต่นายเจอ… โปรแกรมโกง”

“ไม่ใช่มั้ง”

จางเว่ยมองหยางเจี้ยนอย่างตกใจ “มันเป็นโปรแกรมโกงจริง ๆ เหรอ มีโอกาสเป็นผีไหม?”

หยางเจี้ยนพูด “นายคิดมากไปแล้ว เป็นไปไม่ได้แน่นอน นั่นแหละโปรแกรมโกง นายโดนโปรแกรมโกงฆ่าตายสามครั้ง”

“เป็นแบบนี้เอง ฉันนึกว่าเจอผีเข้าแล้วซะอีก” จางเว่ยตกอยู่ในความเงียบงัน

จบบทที่ บทที่ 67 คิดมากไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว