เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 นอนลง

บทที่ 52 นอนลง

บทที่ 52 นอนลง


เดิมทีคิดว่าห้องเก็บของจะปลอดภัยชั่วคราว

ทุกคนไม่คาดคิดเลยว่า ที่แท้แล้วข้างกายของพวกเขาจะมีผีตามติดอยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่ใช่เพราะการเตือนของหยางเจี้ยน พวกเขาคงยังไม่ทันสังเกตเห็นเรื่องนี้ และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้นก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว

คนกลุ่มนี้ไม่มีใครคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้ แม้กระทั่งผู้ใช้ผีอย่างเหยียนลี่ก็เช่นกัน

ผู้ใช้ผีมีพลังของผีร้ายอยู่ในครอบครอง แต่พลังนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอด การใช้พลังของผีร้ายอย่างสะเปะสะปะมีแต่จะทำให้ตายเร็วขึ้นเท่านั้น

หยางเจี้ยนในตอนนี้มองเห็นชายหนุ่มที่ชื่อเหยียนลี่

สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนัก ขาวซีดและอ่อนแรงราวกับเสียเลือดมากเกินไป

แต่สิ่งที่ทำให้หยางเจี้ยนสนใจยิ่งกว่าคือ ภายในร่างของเหยียนลี่ซ่อนผีแบบใดเอาไว้กันแน่ ร่างกายของเขาใกล้ถึงขีดจำกัดหรือยัง และอีกนานแค่ไหนผีร้ายถึงจะฟื้นคืนชีพขึ้นมา

“คุณเป็นคน?”

เหยียนลี่ไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น หลังจากวิ่งออกจากห้องเก็บของแล้วก็หยุดลงทันที สีหน้าจริงจังมองไปที่หยางเจี้ยน

เขายังไม่แน่ใจว่า รปภ.หนุ่มตรงหน้าเป็นคนหรือผี

หยางเจี้ยนกล่าวว่า “น่าจะนับว่าเป็นคนนะ ก่อนหน้านี้ผมได้ยินคุณบอกว่าคุณชื่อเหยียนลี่? คุณเองก็เป็นผู้ใช้ผี?”

ดวงตาของเหยียนลี่หดเล็กลงเล็กน้อย “คุณก็เป็นเหมือนกัน?”

“ผมนับว่าเป็นคนของศูนย์”

หยางเจี้ยนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้างชื่อออกไปก่อน อย่างน้อยก็ไม่อาจบอกคนอื่นได้ว่าตนเองเป็นนักเรียน แบบนั้นจะดูไม่มีสถานะเกินไป อีกทั้งเจ้าหน้าที่รับสายอย่างหลิวเสี่ยวอวี่ก็เคยคิดจะดึงเขาเข้าร่วมอยู่แล้ว

“ศูนย์?”

เหยียนลี่พินิจหยางเจี้ยนอีกครั้ง เห็นว่าเขาสวมชุด รปภ.ก็ดูพอเข้าทีอยู่แล้ว และเมื่อเห็นโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของศูนย์บัญชาการผู้ใช้ผีที่แขวนอยู่ตรงหน้าอก เขาก็เชื่อในทันที

“ได้ยินว่าศูนย์บัญชาการขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก ทั่วประเทศในหนึ่งเมืองยังจัดสรรผู้รับผิดชอบได้ไม่ถึงหนึ่งคน ก่อนหน้านี้ผู้รับผิดชอบของเมืองต้าเฉิงคือโจวเจิ้ง คุณชื่ออะไร?”

“ผมชื่อหยางเจี้ยน ขอแจ้งคุณไว้ด้วย โจวเจิ้งเสียชีวิตแล้ว สละชีวิตในเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อน” หยางเจี้ยนพูดอย่างสงบ

เหยียนลี่กล่าวว่า “เป็นแบบนี้นี่เอง เมื่อครู่ต้องขอบคุณคุณมาก ไม่ทราบว่าคุณอาศัยวิธีใดถึงต้านผีร้ายจำนวนมากได้ ต่อให้เป็นผู้ใช้ผี ในสถานการณ์แบบนี้ก็เสียเปรียบมาก ตอนแรกผมคิดว่าการหายตัวไปในห้างเป็นเพียงผีร้ายระดับ C เท่านั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะประเมินต่ำไป”

“รู้อย่างนี้ผมไม่ควรโลภเงินก้อนนี้เลย” บนใบหน้าเขาเผยความเสียใจ รู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำของตนเอง

“แล้วคุณล่ะ ใช้ความสามารถแบบไหนถึงเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของผีร้ายได้นานขนาดนี้?”

หยางเจี้ยนไม่ได้บอกความสามารถของตนเอง กลับถามเขาแทน

เหยียนลี่ก็ไม่ได้ปิดบัง เขาก้มหน้ามองมือทั้งสองข้างที่เปรอะไปด้วยเลือด กล่าวว่า “คนในวงการเรียกผมว่าผีโลหิตเหยียนลี่ มือของผมเปื้อนเลือดผี เลือดผีสามารถจำกัดความสามารถของผีตนอื่นได้ ผมเคยร่วมมือกับคนอื่นจับผีได้หนึ่งตัว แต่เลือดผีของผมไม่อาจอยู่ภายนอกร่างกายได้นานเกินไป ไม่เช่นนั้นจะมีผีโผล่ออกมาจากเลือด”

“เดี๋ยวก่อน คุณบอกว่าคุณร่วมมือกับคนอื่นจับผีได้สำเร็จ?”

ดวงตาของหยางเจี้ยนฉายแววตกใจ “คุณใช้วิธีอะไร?”

ผีก็จับได้ด้วย?

“เป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา ผมใช้เลือดผีจำกัดการเคลื่อนไหวของมัน แล้วรีบขังมันไว้ในกล่องที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ ขอเพียงปิดผนึกแน่นพอ ผีก็ไม่อาจหนีออกมาได้”

เหยียนลี่กล่าว “นี่เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วโลก คุณเป็นผู้ใช้ผี ไม่รู้เรื่องนี้เหรอ?”

“ผมยังเป็นเด็กฝึกงาน ยังไม่ใช่พนักงานประจำ” หยางเจี้ยนกล่าว

เขานึกถึงบทความวิชาการที่เคยเห็นบนเว็บไซต์ก่อนหน้านี้

ผู้เขียนลงชื่อว่า บรูซ·พี

เนื้อหาโดยสรุปคือ พลังของผีสามารถส่งผลต่อสสารทุกชนิด แต่ไม่อาจส่งผลต่อทองคำ ศาสตราจารย์คนนั้นพยายามวิเคราะห์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาวิธีรับมือกับผี

หากงานวิจัยนั้นใช้ได้จริง ก็หมายความว่า การใช้กล่องหรือภาชนะที่ทำจากทองคำ สามารถกักขังและจับผีได้จริง

แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น ยังไม่อาจฆ่าหรือกำจัดผีได้

“ช่…ช่วยด้วย!”

ในขณะนั้นเอง เสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างตื่นตระหนกจากด้านข้างก็ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง

หยางเจี้ยนเห็นว่า เหล่าผีที่ถูกสลับหัวเหล่านั้นได้ล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ปิดกั้นทุกทางเดินไว้หมด

เว้นแต่จะกระโดดลงจากชั้นห้าโดยตรง ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางหนีพ้น

แต่ถ้ากระโดดลงจากชั้นห้า ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย

เถ้าแก่ถัง ผู้จัดการหลี่ อาจารย์หลัว และคนอื่น ๆ ต่างร้องโวยวายแล้วถอยกลับมา พวกเขาออกไปไม่ได้แล้ว

“คุณมีวิธีอะไรถึงไม่กลัวผีจำนวนมากขนาดนี้?”

เหยียนลี่เริ่มตื่นตระหนก “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้คุณเป็นผู้รับผิดชอบก็ต้องตายอยู่ที่นี่ การใช้พลังผีร้ายมากเกินไปจะทำให้ตาย เรื่องนี้คุณไม่มีทางไม่รู้”

“ผมรู้แน่นอน”

หยางเจี้ยนกล่าวอย่างสงบ “คุณใช้พลังของผีร้ายไปไม่น้อยแล้วสินะ แม้แต่เลือดที่มือก็เริ่มควบคุมไม่อยู่ คุณคงใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว เตรียมซื้อโลงศพไว้ล่วงหน้าแล้วหรือยัง?”

“ผมเข้าใจที่คุณพูดดี แต่บางครั้งเพื่อเอาชีวิตรอดมันก็เลี่ยงไม่ได้” เหยียนลี่กัดฟันกล่าว

“บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ แต่การรับมือกับผี คุณคิดถึงแต่พลังของผีร้ายในตัวเอง แบบนั้นมีแต่จะตายเร็วขึ้น ผมไม่เหมือนกัน ผมใช้สมอง เมื่อสมองใช้ไม่ได้แล้วถึงค่อยใช้พลังของผี แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคุย ผมไม่อาจปล่อยให้เถ้าแก่ตายไปเฉย ๆ”

หยางเจี้ยนชี้ไปที่ศีรษะของตนเอง เผยรอยยิ้มออกมา

พูดจบ เขาก็เดินเข้าไปหากลุ่มผีที่อยู่ไม่ไกล

สีหน้าของเหยียนลี่เปลี่ยนไปทันที ต่อให้เป็นเขาเองก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผีจำนวนมากพร้อมกัน แต่ผู้ใช้ผีหนุ่มคนนี้กลับมีความกล้ามากขนาดนี้?

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นคนอื่น ๆ ถูกผีรุมล้อม เขาก็ไม่คิดจะช่วยเหลือพวกเขาอีกต่อไป ในใจมีแต่จะคิดหาทางหนีออกไปจากที่นี่

เงินก้อนนี้ไม่คุ้มกับชีวิตของเขา

ทันใดนั้น

เหยียนลี่เห็นว่าหยางเจี้ยนเดินเข้าไปแล้วใช้เท้าเกี่ยวพวกเขาจนล้มลง

พร้อมกับเสียงร้อง สามสี่คนถูกเขาเกี่ยวจนล้มลงกับพื้น

นี่ช่วยคนหรือทำร้ายคนกันแน่?

เหยียนลี่ชะงักไป

“ไม่อยากตายก็เชื่อฟัง นอนราบกับพื้นแล้วอย่าขยับ ผีจะไม่โจมตีพวกคุณ ถ้าอยากรอดชีวิตรอดออกไป ก็อย่าวิ่งมั่ว เดี๋ยวจะตายเร็วขึ้นเท่านั้น”

หยางเจี้ยนคว้าเสื้อของเถ้าแก่ถังแล้วตะโกนเสียงต่ำใส่เขา

เถ้าแก่ถังในตอนนี้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก กลุ่มผีอยู่ตรงหน้าเข้าแล้ว

เขาจึงไม่มีทางเลือก

ทันทีนั้นเขาหลับตาแน่น เลือกเชื่อคำพูดของหยางเจี้ยน นอนราบกับพื้นไม่ขยับ

การนอนราบกับพื้นหมายถึงแผ่นหลังแนบกับพื้นเสมอ วิธีนี้จะทำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีจากผีรอบด้านได้อย่างสมบูรณ์

“คนอื่น ๆ ใครไม่อยากตายก็ทำตาม นอนลงแล้วอย่าขยับ” หยางเจี้ยนกล่าวอีกครั้ง

แม้จะมีคนเชื่อฟังและนอนลง แต่ขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนมากมองว่าคำพูดของหยางเจี้ยนไร้สาระ เพราะการนอนลงเท่ากับรอความตาย พวกเขาจึงยังคงหันหลังวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว หวังจะหนีออกไป

“เฮ้ นี่มันชั้นห้านะ อย่ากระโดดลงไป เดี๋ยวจะตายเอา?” หยางเจี้ยนตะโกนใส่ชายคนหนึ่ง

ชายคนนี้มากับอาจารย์หลัว ในตอนนี้เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ปีนข้ามราวแล้วกระโดดลงจากชั้นห้าโดยตรง

กล้าจริง ๆ

หยางเจี้ยนถอนหายใจ

ไม่กระโดดยังมีโอกาสรอด แต่กระโดดลงไปแบบนี้ ตายแน่นอน

คนที่กระโดดลงไปตายแน่แล้ว ส่วนคนที่วิ่งหนีไปก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน

ไม่นานนัก คนที่หนีไปก็พบว่าทางถูกปิดตายลงทั้งหมด

ผีที่ล้อมเข้ามาจากทุกทิศยิ่งเข้าใกล้มากขึ้น จนในที่สุดพวกเขาก็ถูกล้อม

“อ๊าก!”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นท่ามกลางฝูงผี

พร้อมกับแขนเน่าเหม็นหกเจ็ดข้างที่ยื่นออกมา

ไม่นานเสียงร้องก็หยุดลง

ศีรษะถูกดึงออกมาทั้งเป็น

พวกมันบางตัวถอดศีรษะของตนเองออก วางไว้บนคอของคนเหล่านั้น แล้วนำศีรษะของพวกเขาไปใส่บนคอของตนเอง

ผีตัวใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น บริเวณรอบข้างก็กลับสู่ความสงบ

พกวมันทั้งหมด…ต่างหยุดนิ่ง

คนที่เหลือซึ่งนอนราบกับพื้น ไม่ได้ถูกโจมตี

พวกเขาทุกคนรอดชีวิต

“เป็นไปได้ยังไง?”

เหยียนลี่ตกตะลึง เขาเองก็นอนลงเช่นกัน แต่ตอนนี้กลับมองหยางเจี้ยนราวกับเห็นผี

หยางเจี้ยนไม่ได้ นอน เขาเพียงยืนอยู่ตรงนั้น พิงราวกั้น และไม่ได้หันหลังให้ผีตัวใดเลย

“เป็นไง ผมไม่ได้หลอกพวกคุณใช่ไหม?”

หยางเจี้ยนกล่าว “ยินดีด้วย พวกคุณรอดชีวิตแล้ว ต่อไปถ้าไม่รังเกียจ เรามาคิดค่าแรงกันหน่อย ขอบอกไว้ก่อน ค่าแรงของผมแพงนะ”

เขาอุตส่าห์คิดแผนและเสี่ยงอันตรายช่วยพวกเศรษฐีที่น่ารังเกียจเหล่านี้ไปเพื่ออะไร?

แน่นอนว่าเพื่อเงิน

อย่าคิดว่าเขาจะทำสิ่งนี้เพื่อการกุศลล่ะ

จบบทที่ บทที่ 52 นอนลง

คัดลอกลิงก์แล้ว