- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 50 สลับศีรษะ
บทที่ 50 สลับศีรษะ
บทที่ 50 สลับศีรษะ
“พี่ไม่เคยสังเกตเลยเหรอว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติ?” หยางเจี้ยนจ้องมองเขาอย่างจริงจังแล้วเอ่ยถาม
หลิวเฉียงเห็นทุกอย่างในภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วก็นิ่งงันไป เขาพยายามนึกย้อนทบทวนอย่างละเอียด แต่กลับมีบางช่วงที่ไม่อาจนึกออกได้จริงๆ ราวกับว่าตัวเองเคยอยู่ในสภาวะที่ความทรงจำว่างเปล่าไปบางช่วง ปกติถ้าไม่ตั้งใจสังเกตก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ เขารู้สึกว่าตัวเองก็แค่ทำงานตามปกติ ไม่ได้ทำเรื่องพิเศษอะไรเลย
“หยางเจี้ยน…. นายหมายความว่า ฉันก็เหมือนกับคนพวกนั้นในกล้อง หัวถูกสลับไปแล้วงั้นเหรอ?”
หลิวเฉียงมองเขาด้วยความตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ดูเหมือนว่าพี่เองก็ไม่รู้สถานการณ์ของตัวเอง งั้นผมขอถามหน่อย ก่อนหน้านี้พี่ไปอยู่ที่ไหน?” หยางเจี้ยนถาม
“ฉันก็ฌอยู่ที่…” หลิวเฉียงกำลังจะตอบ แต่แล้วก็ชะงักไป
เขามาที่ห้องควบคุมได้อย่างไร? มาหลังจากไฟดับหรือเปล่า? แล้วระหว่างทางเดินผ่านเส้นทางไหน เจอใครบ้าง เห็นอะไรบ้าง? เขานึกไม่ออกจริง ๆ
หลิวเฉียงนึกไม่ออก หรือพูดให้ถูกกว่านั้นคือ เขาไม่มีความทรงจำส่วนนั้นอยู่เลย
หยางเจี้ยนกล่าวว่า “พี่ลองค้นภาพจากกล้องของตัวเองดู กล้องวงจรปิดของห้างส่วนใหญ่มีโหมดกลางคืน ต่อให้ไฟด้านนอกดับหมด ก็ควรจะมองเห็นได้ชัด”
“ฉันจะลองดู” หลิวเฉียงรีบค้นหาภาพจากกล้องของตัวเองทันที
ไม่นาน เขาก็เจอ
เวลาในภาพย้อนกลับไปตอนที่อาจารย์หลัวกำลังประกอบพิธี
ทุกคนในห้างต่างรวมตัวกันอยู่ที่โถงชั้นหนึ่ง ดูอาจารย์หลัวทำพิธี จากนั้น หยางเจี้ยนรู้สึกขบขันจึงเผลอขัดจังหวะพิธีของอาจารย์หลัว ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันเล็กน้อย
แต่ในภาพจากกล้อง หลิวเฉียงกลับดูเหมือนไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย เขาเดินออกไป
ไม่มีใครสังเกตการจากไปของ รปภ. คนหนึ่ง
“ฉัน… ?” หลิวเฉียงเห็นตัวเองในกล้องก็ถึงกับตกตะลึง
ในภาพ หลิวเฉียงเข้าไปในห้องไฟฟ้า ไม่นานหลังจากนั้น ไฟทั้งห้างก็ดับลง
ไฟถูกตัดโดยฝีมือของหลิวเฉียงเอง
หยางเจี้ยนกล่าวต่อ “พี่จำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพี่จะไม่ได้ทำ ดูต่อไป”
หลังจากไฟทั้งห้างดับลง หลิวเฉียงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับท่อนไม้ ไม่ขยับเขยื้อน แต่สภาพนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
ไม่นานเขาก็ขยับอีกครั้ง
หันตัวแล้วเดินไปยังห้องน้ำชั้นหนึ่งของห้าง
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ ทุกอย่างก็ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผีที่เพิ่งปรากฏในห้องน้ำ ก็คือหลิวเฉียง
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยว่าตัวเองเคยทำเรื่องพวกนี้?”
หลิวเฉียงลุกพรวดขึ้นมา เขาหันไปมองหยางเจี้ยน สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หยางเจี้ยนถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วพูดอย่างจริงจัง “เพราะในช่วงเวลาที่พี่สูญเสียความทรงจำ พี่ก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นผี หรือไม่ก็ถูกผีเข้ามาแทนที่ เหตุผลที่พี่ยังคงมีความทรงจำอยู่ เป็นเพราะหัวของพี่ยังอยู่ แต่อีกไม่กี่วัน เมื่อหัวของพี่เริ่มเน่า ความทรงจำก็จะหายไปทั้งหมด”
“พูดตามตรง พี่ตายไปตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว ลองจับคอของตัวเองดู แผลจากการสลับศีรษะควรจะยังอยู่ ถ้าพี่ไม่ใช่ผี เป็นไปไม่ได้ที่จะมีรอยแผลนั้น”
หลิวเฉียงเผลอยกมือขึ้นจับที่ลำคอ
ฝ่ามือไล้ผ่านผิวหนัง รอยแผลเรียวบางก็ถูกแยกออกทันที เผยให้เห็นเนื้อสีแดงคล้ำภายใน พร้อมกับกลิ่นคาวเน่าโชยออกมา
เขากำลังเน่าเปื่อย!
“เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เชื่อ ฉัยไม่เชื่อว่าตัวเองตายแล้ว!”
อารมณ์ของหลิวเฉียงเริ่มปั่นป่วน เขาลูบคลำแผลที่ลำคอไม่หยุด เพื่อยืนยันว่าคำพูดของหยางเจี้ยนเป็นความจริงหรือไม่
แต่เขาถูกผีสลับศีรษะมาหลายวันแล้ว แผลจึงไม่สมาน เพียงแตะเบาๆ แผลก็ยิ่งปริออก ผิวหนังและเศษเนื้อก็หลุดลอกออกมาเป็นชิ้น ๆ
กลิ่นเนื่อเปื่อยยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“ฉ…ฉันควรจะทำยังไง ฉันยังไม่อยากตาย หยางเจี้ยน นายมีวิธีช่วยฉันไหม?”
เมื่อเผชิญกับความจริง หลิวเฉียงก็ตื่นตระหนกอย่างสิ้นเชิง มือทั้งสองเปื้อนเลือด ส่งกลิ่นเหม็น ลำคอที่รองรับศีรษะเริ่มเคลื่อนผิดตำแหน่ง ศีรษะเอียงในมุมที่ไม่เป็นธรรมชาติ มองมาทางหยางเจี้ยน
หยางเจี้ยนเห็นความหวาดกลัว การวิงวอน และความสิ้นหวังในดวงตาของเขา
“ขอโทษนะครับ ผมไม่มีวิธีช่วยพี่เลย” เขาพูดอย่างจริงจัง “สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คือเตือนพี่ โทรหาครอบครัว พูดอะไรสักสองสามคำ นั่นคือสิ่งเดียวที่พี่ทำได้”
หลิวเฉียงมือสั่นเทา ควานหาโทรศัพท์จากกระเป๋า น้ำตาไหลอาบแก้ม ก้มหน้าลงเตรียมโทรหาครอบครัว
แต่ทันทีที่ก้มศีรษะลง
ศีรษะที่เคลื่อนผิดตำแหน่งนั้นไม่อาจรองรับตัวเองบนลำคอได้อีก
ปึง!
เสียงตกกระแทกดังขึ้น
ศีรษะของหลิวเฉียงหลุดออกจากลำคอ หล่นลงบนพื้น กลิ้งไปบนกระเบื้องหลายรอบ ก่อนจะชนผนังแล้วหยุดนิ่ง
ร่างที่ไร้ศีรษะแข็งค้างในทันที โทรศัพท์ในมือเพิ่งจะสว่างหน้าจอ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โทรออกไป
หยางเจี้ยนเหลือบมองศีรษะของหลิวเฉียงที่หลับตา สีหน้าซีดเผือดไร้เลือด แล้วถอนหายใจในใจ
อีกหนึ่งคนที่ถูกผีร้ายคร่าชีวิตไป
เขาเก็บสายตากลับมา แล้วหันไปมองเจียงเยี่ยนที่พิงกำแพง ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
หยางเจี้ยนเดินเข้าไป คว้าแก้มอ่อนนุ่มของเธอ กดศีรษะเธอแนบผนัง แล้วใช้นิ้วลากผ่านลำคอของเธอ
“คุณไม่ใช่ผีจริงๆ สินะ?” หยางเจี้ยนพูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
นิ้วของเขาลากผ่านลำคอของเธอ ไม่พบรอยแผลนั้น
เจียงเยี่ยนทั้งกลัวทั้งโกรธ “คุณสงสัยว่าฉันเป็นผีอย่างนั้นเหรอ?”
“จำเป็นต้องสงสัย คุณก็เป็นพนักงานของห้าง ใครจะรู้ว่าคุณถูกสลับศีรษะหรือยัง คนที่ถูกสลับศีรษะล้วนเป็นผี และเจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องนี้” หยางเจี้ยนปล่อยมือจากเธอ
“แล้วตอนนี้เราจะทำยังไง ข้างนอกเต็มไปด้วยพวกมัน เราจะออกไปได้ยังไง?” เจียงเยี่ยนถาม
เธอไม่ได้โกรธเรื่องนี้ กลับกลัวว่าหยางเจี้ยนจะโกรธเสียมากกว่า จึงคว้าแขนเขาไว้ สีหน้าดูน่าสงสาร
หยางเจี้ยนกล่าวว่า “ในห้างยังมีคนอยู่ ผมจะพาพวกเขาออกมาแล้วจากไป และกุญแจประตูใหญ่น่าจะอยู่ที่พี่ลี่ แค่เอากุญแจจากเธอ ก็ออกไปได้”
“แต่ก่อนจะไป คุณต้องอยู่ที่นี่ ช่วยผมดูภาพจากกล้อง พยายามหาตัวตนที่แท้จริงของผีตัวนี้ และถ้าเป็นไปได้ หาต้นตอของมันให้เจอ”
“หา? ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฉันอยากไปกับคุณ” เจียงเยี่ยนตกใจ รีบกอดแขนเขาแน่น ไม่ยอมปล่อย
หยางเจี้ยนส่ายหน้า
“ไม่ได้ ผมต้องให้คุณดูภาพจากกล้อง ไม่อย่างนั้นผมจะรู้ได้ยังไงว่ามีผีเดินเข้ามาใกล้เมื่อไหร่ และจะยืนยันตัวตนสุดท้ายของมันได้ยังไง ผมไม่มีเวลามัวอยู่ที่นี่ อีกเดี๋ยวก็จะมืดแล้ว ตอนกลางคืนห้างจะมองอะไรไม่เห็นเลย พวกเราจะยิ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”
“แตะ…แต่ที่นี่มีหลิวเฉียง ฉันกลัว” เจียงเยี่ยนพูดเสียงสั่นคล้ายจะร้องไห้
หยางเจี้ยนไม่สนใจ เขาหยิบโทรศัพท์จากมือของศพหลิวเฉียง แล้วเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียมของตัวเอง
“เปิดสายค้างไว้ตลอด มีอะไรผิดปกติแจ้งผมทันที อีกอย่างจำไว้ให้ดี อย่าหันหลังให้ใครเด็ดขาด ผีตัวนั้นสลับศีรษะได้เฉพาะจากด้านหลัง ถ้าคุณหันหน้าเข้าหามัน ทิศทางศีรษะไม่ถูกต้อง มันจะไม่โจมตีคุณ”
พูดจบ เขาก็ยื่นโทรศัพท์ให้เจียงเยี่ยน
“ฉ…ฉันกลัว” เจียงเยี่ยนพูด
“ลืมไปแล้วหรือว่าคุณรับปากผมไว้ยังไงตอนอยู่ชั้นหนึ่ง ถ้าไม่เชื่อฟัง คุณไม่มีทางรอดออกไปได้ คุณเป็นคนฉลาด ควรรู้ว่าตอนไหนควรทำอะไร แค่เพิ่มความกล้าอีกนิด เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดมาก ลงมือทำงานได้แล้ว”
พูดจบ หยางเจี้ยนก็ออกจากห้องควบคุมทันที
“เดี๋ยวสิ….” เจียงเยี่ยนพยายามรั้งไว้
แต่ประตูก็ปิดลงดังปัง
เจียงเยี่ยนคิดจะตามออกไป แต่ก็หยุดฝีเท้าลงทันที
เพราะข้างนอกอันตรายยิ่งกว่า มีเพียง รปภ. หนุ่มคนนี้เท่านั้นที่กล้าเดินเพ่นพ่านอยู่ในห้างที่เต็มไปด้วยผี
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟัน อดกลั้นความกลัว เดินไปที่โต๊ะควบคุม มือกำโทรศัพท์ของหลิวเฉียงไว้แน่น
ส่วนศพไร้ศีรษะของหลิวเฉียง และศีรษะที่พิงอยู่ข้างผนัง เธอไม่กล้ามองแม้แต่แวบเดียว
“ฮัลโหล ได้ยินไหม?”
หยางเจี้ยนเดินอยู่ในห้าง พูดใส่โทรศัพท์ติดตามตำแหน่งดาวเทียม
“ด้…ได้ยิน ฉันเห็นคุณแล้ว” เสียงตึงเครียดของเจียงเยี่ยนดังมาจากปลายสาย
“ดีมาก คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบตัวผม แล้วบอกผมทันที”
หยางเจี้ยนแขวนโทรศัพท์ลักษณะคล้ายวิทยุสื่อสารไว้ที่อก แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดที่เถ้าแก้ถังอยู่
ในกลุ่มนั้นมีพี่ลี่ และเธอคือผี
‘เงินหนึ่งล้านจะสูญเปล่าไหมนะ?’ หยางเจี้ยนคิดในใจ ‘แต่ถ้าครั้งนี้เจียงเยี่ยนให้ความร่วมมือดี เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้พลังมากก็หาเงินก้อนนี้ได้’
ในขณะที่เขาเริ่มลงมือ ปรากฏว่าภายในห้างที่ก่อนหน้านี้เงียบงัน ว่างเปล่า บัดนี้ร่างผู้คนเริ่มทยอยเดินออกมาจากมุมอับต่างๆ และจากร้านค้าที่ปิดทำการ
พวกเขามีหน้าตาแตกต่างกันไป แต่ทุกคนมีสีหน้าซีดเผือด หลับตา การเคลื่อนไหวแข็งทื่อ
เจียงเยี่ยนที่เห็นภาพนี้จากห้องควบคุม ถึงกับหน้าซีดเขียวด้วยความกลัว
ส่วนร่างที่อยู่ใกล้ ก็เริ่มปรากฏขึ้นไม่ไกลจากหยางเจี้ยนแล้ว
“พะ…พวกมันโผล่มาแล้ว” เจียงเยี่ยนพูดเตือนด้วยเสียงสั่นเครือ
“ผมรู้แล้ว คุณแค่รายงานตำแหน่งของผีที่อยู่ใกล้ผมก็พอ อย่างอื่นไม่ต้องสนใจ และอย่าลืมสิ่งที่ผมเตือนคุณไว้ก่อนหน้านี้” น้ำเสียงของหยางเจี้ยนสงบนิ่งมาก ทำให้เจียงเยี่ยนใจนิ่งลงไปได้บ้าง