- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 40 ลิฟต์ที่เริ่มทำงาน
บทที่ 40 ลิฟต์ที่เริ่มทำงาน
บทที่ 40 ลิฟต์ที่เริ่มทำงาน
รออยู่นานสองชั่วโมงเต็ม
หยางเจี้ยนมั่นใจแล้วว่าผีทารกจะไม่กลับมาอีก
เรื่องของครอบครัวหวังปินถือว่าคลี่คลายลงชั่วคราว แม้ว่าจะยังเหลือความเสี่ยงเล็ก ๆ ไว้ก็ตาม
เขามองหวังซานซานด้วยความเห็นใจ
ที่ตัวเองต้องกลายมาเป็นผู้ใช้ผี เพราะไม่มีทางเลือก ในสถานการณ์ตอนนั้น ถ้าไม่เป็นผู้ใช้ผี เขาคงตายคาห้องน้ำไปแล้ว แต่เดิมทีเธอสามารถอยู่ได้อย่างปกติแท้ ๆ แต่ในนาทีสุดท้าย เธอกลับตกเป็นเป้าหมายของผีทารก
“ผมยังมีงานต้องทำ เมื่อกี้ผมขอลาออกมาไม่นาน ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว งั้นผมขอตัวก่อน ถ้ามีเหตุอะไรค่อยโทรหาผม แต่ถ้าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ ผมคงต้องคิดค่าจ้างนะครับ” หยางเจี้ยนลุกขึ้น เตรียมเรียกรถกลับไป
หวังปินรีบพูดขึ้น “วันนี้ต้องขอบใจเธอจริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนเธอยังไงดี เอาแบบนี้แล้วกัน เธอสะดวกวันไหน ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อได้ไหม?”
“ไม่ต้องหรอกครับ” หยางเจี้ยนตอบ “อีกอย่างอยู่กับผมก็ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นหรอก”
หวังซานซานพูดขึ้นทันที
“งั้น… ฉันไปกับนายได้ไหม?”
“ลูกพูดอะไรเนี่ย?” หวังไห่เยี่ยนรีบจับมือเธอไว้ กลัวลูกจะไปกับหยางเจี้ยนจริง ๆ
เธอเองก็รู้ดี ตอนนี้หยางเจี้ยนไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้ว อยู่กับเขามีแต่จะเจออันตรายมากขึ้น
หยางเจี้ยนยิ้ม “อยู่กับพ่อแม่ดีกว่า วันนี้พวกเขาลำบากเพราะเธอมามากแล้ว อีกอย่าง เธอก็รู้สภาพตัวเอง ต่อให้ผีทารกไม่ตามหา อายุขัยของเธอก็ไม่ได้เหลือมากนัก”
“ฉันรู้ แต่ฉันอยากอยู่กับนาย” หวังซานซานตอบตรง ๆ ไม่มีความเขินอายแบบเด็กสาวเลย พูดราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“ไม่ได้ เธอต้องอยู่กับพ่อแม่ เอาล่ะ ฉันไปล่ะ”
เขาจะให้หวังซานซานตามมาด้วยได้ยังไง
เพิ่มตัวถ่วง มีแต่จะทำให้สถานการณ์ของเขาแย่ลง
ในสภาพที่มีเขตแดนภูตผี เขาสามารถหลบหนียจากอันตรายได้ทันที แต่ถ้ามีคนเพิ่ม เขาก็ต้องคอยช่วยเหลืออีก
‘หนีดีกว่า’
เงินก็อยู่ในมือ เขารีบโบกแท็กซี่กลับไปที่ห้าง ทำงานหาเงินต่อแบบเสี่ยงชีวิตต่อไป
“เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
หวังปินอดชมไม่ได้
อะไรสำคัญที่สุดศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด?
ความสามารถ
หยางเจี้ยนมีความสามารถพิเศษ แถมสมองก็ใช้ได้ แม้ประสบการณ์สังคมน้อยจะยังน้อยเพราะอายุ แต่ให้เวลากับเขาอีกหน่อย ในวันข้างหน้าเขาต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่
‘ถ้าซานซานได้คบเขา ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่’ หวังปินคิดในใจ
แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่สนใจซานซานเลย
ลูกสาวเขาก็หน้าตาไม่แย่
หรือว่า… หยางเจี้ยนจะชอบผู้ชาย?
ถ้าหยางเจี้ยนรู้ว่าหวังปินคิดแบบนี้ เขาคงด่าแน่ ๆ ที่ตัดสินคนจากเรื่องเพศ
เขากำลังจะตายอยู่แล้ว จะมีเวลามาคิดเรื่องรักหรือสร้างครอบครัวได้ยังไง
….
กลับมาที่ห้าง
ในห้างนอกจากห้อง รปภ. ที่ยังมีไฟอยู่ ส่วนอื่นมืดสนิท
ขณะที่หยางเจี้ยนกลับมา รปภ. หลิวเฉียง กำลังเล่นเกมในมือถือแก้เบื่อ
“ทำไมเพิ่งกลับมา? นายออกไปนานแค่ไหนกัน เพิ่งมาทำงานก็ลาแล้ว? โชคดีนะที่ฉันโกหกพี่ลี่ไปว่านายลงไปเข้าห้องน้ำ ไม่งั้นโดนด่าแน่” หลิวเฉียงบ่น
“ขอโทษครับ ที่ทำให้ลำบาก พอดีเพื่อนมีธุระด่วน ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วครับ” หยางเจี้ยนขอโทษ
หลิวเฉียงพูด “อยากน้อยนายก็มาทัน นี่ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้ว ต้องไปตรวจรอบสุดท้าย ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจะได้ปิดไฟกลับไปนอน พรุ่งนี้แปดโมงครึ่งต้องทำงานอีก”
เขาพูดจบก็วางมือถือ ยืดตัวบิดขี้เกียจ หาวหนึ่งที
หยางเจี้ยนลอบชื่นชมในใจ
หลิวเฉียงใจถึงจริง ๆ คน ๆ เดียวเดินตรวจในห้างใหญ่ ๆ แบบนี้ น่านับถือ
สมัยก่อนเขาคงไม่กล้าทำแบบนี้แน่นอน
“ห้องพักอยู่ชั้นบน เราจะเริ่มจากลานจอดรถใต้ดิน พอเสร็จก็ปิดไฟแล้วกลับห้องได้เลย จะได้ไม่ต้องเดินลงมาอีกรอบ” หลิวเฉียงว่า “อย่าลืมเอาไฟฉายมา”
“ขอบคุณที่เตือนครับ” หยางเจี้ยนหยิบไฟฉาย เดินตามไปตรวจตรา
แม้เขาจะตั้งใจมาสำรวจห้างเพียงสามวัน แต่หน้าที่ก็ควรทำเต็มที่ ไม่ควรทำงานแบบขอไปที่
ลานจอดรถว่างเปล่า เพราะไม่มีลูกค้า
“รถคันนั้นของใคร?” หยางเจี้ยนชี้ไปยังรถหรูห้าหกคันที่จอดเรียงกัน “เป็นของคนที่หายตัวไปหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ นั่นรถของเจ้านาย เขาใช้สลับ ๆ กัน ใครจะรู้ว่าที่บ้านมีอีกกี่คัน เอาล่ะ ลานจอดไม่มีอะไร เราขึ้นไปชั้นบนกันต่อเถอะ” หลิวเฉียงกล่าว
หยางเจี้ยนมองไปรอบ ๆ ลานจอดรถโล่ง เห็นทุกอย่างชัด ไม่มีผิดปกติ
ถ้ามีอะไรผิดปกติ มองแวบเดียวก็รู้
พวกเขาเดินขึ้นมาชั้นหนึ่ง
ตรวจทั่วทั้งชั้น มีเพียงความมืด ไม่มีอะไรแปลก
ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง
แต่เพิ่งเดินตรวจได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียง “ครืด…” แผ่วเบามาจากชั้นบน
“เสียงอะไร?”
หยางเจี้ยนส่องไฟฉายขึ้นไป แต่ไม่เห็นอะไร
ต้นเสียงน่าจะมาจากระหว่างชั้นสี่กับชั้นห้า บริเวณลิฟต์
“เสียงลิฟต์ทำงานน่ะ พี่ลี่อาจลืมปิดก็ได้ ทุกตัวมีสวิตช์แยกกัน ถึงลืมก็ยังใช้งานได้ แต่อย่างมากเราค่อยตามเก็บทีหลัง” หลิวเฉียงว่า
“งั้นเหรอครับ? พวกเราขึ้นไปดูกันหน่อยดีไหม” หยางเจี้ยนพูด
“ใจเย็น ๆ ก่อน เราต้องตรวจชั้นสามก่อน ไม่งั้นกล้องจะเห็นว่าเราอู้งาน เดี๋ยวจะโดนหักเงิน โดยเฉพาะนายที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ถ้าโดนจับได้ว่าอู้งาน มีหวังโดนไล่ออกแน่”
หลิวเฉียงว่า
“…”
หยางเจี้ยนรู้สึกว่าหลิวเฉียงค่อนข้างยึดมั่นในระเบียบดีเหลือเกิน
เอาเถอะ ค่อย ๆ ไปก็ได้ ไม่มีใครอยู่ในห้างอยู่แล้ว ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เกี่ยวกับเขามากนัก
ทั้งสองเดินตรวจชั้นสาม ก่อนขึ้นไปชั้นสี่ เดินครบหนึ่งรอบ
แล้วถึงมาที่โถงลิฟต์
ลิฟต์ของห้างไม่ใช่ลิฟต์แบบขึ้นลง แต่เป็นลานเลื่อนแบบสายพาน
“เห็นไหม บอกแล้วว่าไม่มีอะไร แค่ลืมปิดสวิตช์แค่นั้นเอง เอาล่ะ กลับกันเถอะ” หลิวเฉียงเดินไปกดปิดสวิตช์ลิฟต์
หยางเจี้ยนไม่ได้พูดอะไร หวังว่าตัวเองจะคิดมากเกินไป
ทั้งคู่ขึ้นไปชั้นห้า
คราวนี้ไม่ใช่ภาพหลอน กลิ่นเหม็นซากศพจาง ๆ ลอยมาอีกครั้ง
คละคลุ้งในอากาศ ไม่ยอมสลาย
ตอนอยู่ที่ชั้นสามยังไม่มีกลิ่นนี้
‘ชั้นห้า… ไม่ค่อยดีแล้ว’ หยางเจี้ยนถือไฟฉายเดินตามหลิวเฉียง ตรวจรอบหนึ่ง
นอกจากร้านค้าที่ปิดอยู่ และชั้นวางสินค้าที่ตั้งไว้ ก็ไม่มีอะไร
ดูเหมือนทุกอย่างนิ่งสงบ
แต่ตอนที่หยางเจี้ยนเดินผ่านร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่ง เขาส่องไฟฉายเข้าไป
ข้างในมีหุ่นโชว์เสื้อผ้าพลาสติกหลายตัว แขนขาขาดบ้างเหมือนตอนกลางวัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ปกติทุกอย่าง กลับไปนอนกันเถอะ” หลิวเฉียงหาวหนึ่งที
“ครับ”
หยางเจี้ยนเก็บไฟฉาย เดินตามหลิวเฉียงออกจากห้าง ผ่านทางพนักงาน แล้วกลับหอพัก
ระหว่างทาง เขานึกอะไรได้จึงถามว่า
“ว่าแต่… ลิฟต์ชั้นสี่ที่เปิดทิ้งไว้ มันควรทำงานตลอดสิ แต่ตอนที่เราไปถึงมันกลับไม่ทำงาน?”
หลิวเฉียงตอบ “มันเป็นระบบตรวจจับเซ็นเซอร์ ถ้าไม่มีใครผ่านก็ไม่ทำงานหรอก”
“ถ้างั้นแปลว่า ที่ลิฟต์ทำงานเมื่อกี้… มีคนใช้? แต่ในห้างมีแค่เราสองคน แล้วใครที่ใช้ลิฟต์?” หยางเจี้ยนถาม
“คงเสียแหละ” หลิวเฉียงตอบ
หยางเจี้ยนขมวดคิ้ว เขาอยากย้อนกลับไปดูให้แน่ใจ แต่ก็คิดว่าไม่จำเป็น รอให้เจ้าของห้างมาดูพรุ่งนี้ดีกว่า
….
ขณะที่หยางเจี้ยนและหลิวเฉียงหลับอยู่ในห้องพัก
ในห้าง…
เสียงดังครืดเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
บันไดเลื่อนจากชั้นห้าลงไปชั้นสี่กลับมาทำงาน ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงช้า ๆ
ราวหนึ่งนาทีก็หยุดลง
จากนั้นบันไดเลื่อนจากชั้นสี่ลงไปชั้นสามก็เริ่มทำงานต่อ
ครืด… ครืด…
ไม่นานก็หยุด
จากนั้นบันไดเลื่อนสามลงไปชั้นสองก็ทำงานต่อ
สุดท้าย
เมื่อบันไดเลื่อนจากชั้นสองลงไปชั้นหนึ่งทำงานได้ไม่นาน ทุกอย่างในห้างก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง….