- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 35 ทักษะการขับรถ
บทที่ 35 ทักษะการขับรถ
บทที่ 35 ทักษะการขับรถ
หวังปินและครอบครัวสามคนตัวสั่น ขดตัวอยู่ในห้องด้วยความหวาดกลัว
ขณะเดียวกัน หยางเจี้ยนก็กำลังนั่งแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบ้านของหวังซานซาน
“พี่ ช่วยขับเร็วขึ้นได้ไหม ผมรีบจริง ๆ!” เขาเร่งคนขับด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“น้องชาย เมืองนี้จำกัดความเร็วนะ ไม่เห็นหรือไง กล้องจับความเร็วเต็มไปหมด ขับเร็วก็โดนหักคะแนนโดนปรับนี่เร็วสุดเท่าที่จะเร็วได้แล้ว ถ้าอยากเร็วกว่านี้คงต้องนั่งเครื่องบินแล้วล่ะ” คนขับตอบอย่างไม่รีบร้อน
“ปัญหาคือ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองวิ่งยังเร็วกว่ารถอีก…” หยางเจี้ยนกัดฟันพูด
“น้องชาย พี่ขับรถมายี่สิบปี ไม่มีใครไม่รู้จัก มั่นคงที่สุดในเมืองแล้ว ใจเย็น ๆ หน่อย นายลองดูสิ มีรถขับไหนขับเร็วกว่าฉันบ้าง”
หยางเจี้ยนมองความเร็วรถ
แบบนี้กว่าจะถึง เขาคงต้องไป เก็บศพทั้งบ้าน แล้วแทนที่จะไปช่วยชีวิต
อยากช่วยคน?
แทบเป็นไปไม่ได้
“สามชีวิต…กับเงินห้าแสน”
เขาลูบหลังมือ รู้สึกถึง “ดวงตา” ที่หลับใหลอยู่ใต้ผิวหนัง เขาลังเลอย่างหนัก
ถ้าใช้ เขตแดนภูตผี เขาสามารถไปถึงบ้านหวังซานซานได้ในเวลาอันสั้น แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ การเร่งให้ผีร้ายภายในตัวฟื้นคืนเร็วขึ้น
ครั้งก่อนที่โรงเรียน เขากินลูกตาเพื่อกระตุ้นพลังผี หลังจากใช้เขตแดนภูตผี เขาแทบยืนไม่ไหว โชคดีที่ได้ “กระดาษแดง” ปิดผนึกตาเอาไว้ ไม่งั้นเขาคงแย่แน่
หยางเจี้ยนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระดาษแดง…จะสะกดผีในตัวเขาได้นานแค่ไหน
หลังจากลังเลได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจ
“พี่คนขับ ผมทนไม่ไหวแล้ว ช่วยขยับไปที่เบาะข้าง ๆ หน่อย ผมขับแทนได้ไหม?”
เขาตบไหล่คนขับ
“ให้นายขับ?”
คนขับหัวเราะ “นายดูถูกฉันหรือดูถูกรถของฉันกันแน่? ฉันขับรถมายี่สิบปี ไม่มีรถไหนที่ฉันแซงไม่ได้ ถ้ากล้าจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งพัน ฉันจะพาไปถึงในสิบนาที เพิ่มห้าพัน ฉันฝ่าไฟแดงพาไปถึงในห้านาที”
“ห้านาทีเหรอ? ช้าไป ถ้าผมขับเอง หนึ่งนาทีก็ถึง” หยางเจี้ยนพูดเรียบ ๆ
“เด็กสมัยนี้โอ้อวดจริง… ถ้านายทำได้ ฉันให้ขับฟรีเลย ยังไงก็ตาม ถนนเส้นนั้นฉันรู้อยู่แล้ว”
หยางเจี้ยนไม่พูดต่อ ร่างกายเขาเริ่มปริแตก ดวงตาหลายดวงผุดขึ้นใต้ผิวหนัง แสงสีแดง แผ่ออกมาคลุมทั้งตัวเขาและค่อย ๆ แผ่ไปคลุมทั้งแท็กซี่
“พี่คนขับ…นี่คุณพูดเองนะ ว่าถ้าหนึ่งนาทีถึง จะไม่คิดเงินผม”
“แน่นอน…”
ยังไม่ทันพูดจบ
เขาก็พบว่าตัวเอง มานั่งอยู่เบาะข้างคนขับโดยไม่รู้ตัว
“อ้าวเฮ้ย! ฉันมานั่งตรงนี้ได้ยังไง!?”
เขาตกใจสุดขีดเหมือนเห็นผี
หยางเจี้ยนไม่ตอบ เขาจับพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่งจนสุด
ฟู้ม!! แรงเหวี่ยงอัดหลังอย่างหนัก รถพุ่งจากสี่สิบไปหนึ่งร้อยสิบภายในไม่กี่วินาที
“ให้ตายเถอะ! เบาก่อน! ข้างหน้าเป็นรถสปอร์ตนะ ชนไปนายจ่ายไม่ไหวแน่! หักพวงมาลัยสิ!”
คนขับหน้าซีดเผือด เขาคิดว่าเด็กนี่เหยียบ คลัตช์แทนเบรก
แต่หยางเจี้ยนกลับพูดนิ่ง ๆ
“ไม่ต้องหัก ผ่านไปเลย”
“ผ่านไป!?”
ยังไม่ทันคิด รถแท็กซี่ก็พุ่งเข้าหารถสปอร์ตด้านหน้า แล้ว ทะลุผ่านไปทั้งคัน
“อ๊ากกกกกกกกกก!!”
คนขับหลับตากรีดร้อง คิดว่าตายแน่นอน เขาจับเข็มขัดนิรภัยแน่น
คนขับรถสปอร์ตเศรษฐีรุ่นที่สองยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เห็นรถแท็กซี่วิ่งแซงไปอย่างเร็ว ควันไอเสียสาดใส่รถสุดรักของเขา
“บ้าเอ๊ย! แท็กซี่อะไรกล้าแซงรถฉัน? รถราคาสิบกว่าล้านของฉันเสียหน้าหมด!” เขาโกรธจัด โยนโทรศัพท์ลง เปลี่ยนเกียร์ แล้วเหยียบคันเร่งไล่ตามทันที
วึ้ม!
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม รถพุ่งทะยาน ไล่ตามแท็กซี่ไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้แท็กซี่ที่หยางเจี้ยนขับ… แทบจะไม่ใช่รถปกติอีกต่อไป เขาใช้เขตแดนภูตผี บิดเบือดทั้งตัวรถ
รถคันนี้ กลายเป็นรถผีไปแล้ว!
ไฮโซหนุ่มที่ถูกกระตุ้นเมื่อครู่เร่งเครื่องตามมาทัน
รถสปอร์ตกดแตร
ปี๊บ!
หยางเจี้ยนหันไปมองเล็กน้อย
ไฮโซหนุ่มลดกระจกลง… แล้ว ชูนิ้วกลางใส่เขา หยางเจี้ยนมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะชูสองมือขึ้นชูนิ้วกลางตอบกลับ
“อ่าวเฮ้ย กรางขนาดนั้นเลบ!?” ไฮโซหนุ่มโมโหมากถูกกระตุ้น เขาปล่อยพวงมาลัย แล้วชูนิ้วสองข้างขึ้นมาเหมือนกัน
หยางเจี้ยนยังคงไร้อารมณ์ มองกลับไปพร้อมยกนิ้วกลางเหมือนเดิม ไม่สนใจถนนด้านหน้าแม้แต่น้อย
“ดีนี่” คุณชายไฮโซเหลือบมองไปด้านหน้า
ไฟเขียวพอดี แถมข้างหน้าก็ไม่มีรถ เขากัดฟัน แล้วชูนิ้วกลางสองนิ้วประลองกันต่อ
มาเลย ใครกลัวใคร!
ทั้งสองมองหน้ากัน เข้าใจกติกาทันที ใครเอามือลงก่อน คือคนปอดแหก
ทั้งคู่สบตากัน นิ้วกลางชี้ตอบกัน ไม่พูดแม้แต่คำเดียว
สามวินาที หนุ่มไฮโซเริ่มตัวเกร็ง พร้อมจะเหยียบเบรกได้ทุกเมื่อ
สี่วินาที เหงื่อเริ่มไหลลงขมับ
ห้าวินาที เขาแอบเหลือบตามองถนน ลดความเร็วลงเล็กน้อย
แต่หยางเจี้ยน… ไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว เหยียบคันเร่งเต็มเท้า ไม่ได้มองถนนเลยด้วยซ้ำ เพราะ ‘เขามีดวงตาคู่อื่น’ มองให้แทน
หกวินาที หยางเจี้ยนขยับ เขาชี้นิ้วไปที่หนุ่มไฮโซ แล้วชี้ไปด้านหน้า
“โธ่เอ๊ย!”
หนุ่มไฮโซมองตาม รถกระบะด้านหน้าเบรกกะทันหัน ไฟท้ายแดงวาบ! เขาตกใจสุดขีด รีบเหยียบเบรกสุดแรง จากนั้นก็หักพวงมาลัย
เอี๊ยดดดดดดดดดด!
เสียงเบรกดังสนั่นไปทั่วถนน
รถหมุนสองรอบ แล้วพุ่งเข้าไปชนกองต้นไม้ข้างทางก่อนจะหยุดสนิท
“ให้ตายเถอะ ขับบ้าอะไรของมัน!” หนุ่มไฮโซยังคงใจสั่น เดินลงจากรถอย่างหวาดผวา
เขามองไปข้างหน้า แล้วดวงตาหดแคบลงทันที รถ
แท็กซี่ที่วิ่งฝ่าไฟแดง แซงเจ็ดแปดคันรวด แล้วหายไปสุดถนนพร้อมแสงสีแดงราง ๆ
ความเร็วอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งร้อยแปดสิบขึ้นไป
“ไม่…นี่ไม่ใช้คนบ้าแล้ว…นี่มันสุดยอดนักขับ”
หนุ่มไฮโซจุดบุหรี่ สูดควันเข้าไปลึก ๆ ในดวงตาปรากฏแววชื่นชมขึ้นมาอย่างชัดเจน
การปล่อยมือจากพวงมาลัย ไม่สนใจถนนข้างหน้า เหยียบคันเร่งจนสุด สิ่งนี้ไม่ใช้ทักษะการขับรถ แต่คือ ความกล้า และจิตใจที่นิ่งจนผิดมนุษย์
เขาไม่เคยเจอคนที่มีดวงตานิ่งสนิทได้ขนาดนั้นมาก่อน
แม้ภูเขาไท่ซานจะถล่มลงตรงหน้า ก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า
พ่อของเขาพูดถูก ในโลกใบนี้… ยังมีคนประเภทนี้อยู่จริง ๆ
หลังจากแลกฝีมือกันด้วยความเร็วสักพัก หนุ่มไฮโซก็เริ่มรู้สึก “เลื่อมใส” หยางเจี้ยนจริง ๆ ถ้ามีโอกาสได้พบกันอีก เขาต้องเข้าไปขอคำแนะนำสักครั้งให้ได้
ด้านหนึ่ง หยางเจี้ยนขับรถพึมพำ “ใครกัน ทำไมถึงต้องมาชูนิ้วกลางใส่ด้วย?… ช่างเถอะ ช่วยคนสำคัญกว่า”
หยางเจี้ยนจับพวงมาลัยแน่น สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
เขาขับรถเป็นเส้นตรงที่สุด พุ่งทะลุรถยนต์ กอไม้ ฝ่าตัวอาคาร จนถึงหน้าหมู่บ้านในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
รถหยุดปุ๊บ คนขับแท็กซี่ก็วิ่งลงไปอาเจียนทันที ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ปากก็พึมพำว่า
“เด็กนี่… น่ากลัวเกินไปแล้ว…ยี่สิบปีที่ขับรถมา ฝีมือฉันเทียบไม่ติดเลย อีกไม่นานคงบินขึ้นไปยืนเคียงข้างดวงอาทิตย์ได้แน่ ๆ”
ผู้แปล: อีกไม่นานคงบินขึ้นไปยืนเคียงข้างดวงอาทิตย์ได้แน่ ๆ เป็นสำนวนตลกเว่อร์ ๆ ในภาษาจีน ประมาณว่า เก่งเว่อร์จนเกินมนุษย์มนา ต่อไปคงทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ได้
หยางเจี้ยนยังคงปกคลุมด้วยแสงสีแดงจาง ๆ เขาเหลือบตามองคนขับอย่างสงบ ภาพทั้งหมดที่รถพุ่งทะลุสิ่งต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ คนขับแท็กซี่ไม่เห็นแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของเขา เห็นเพียงแค่หยางเจี้ยนขับรถเร็วเท่านั้น
การทำให้คนมองเห็นภาพผิดเพี้ยน คือความสามารถพื้นฐานที่สุดของ เขตแดนภูตผี
แต่เขตแดนภูตผีมีขีดจำกัดที่ ห้านาที
ถ้าเกินนั้น ผีในตัวเขาจะฟื้นเร็วยิ่งขึ้น
ใช้ไปแล้ว ก็ต้องใช้ให้คุ้ม
หยางเจี้ยนโทรหา หวังปิน
“ลุงหวัง ผมถึงแล้ว ลุงอยู่ตึกไหน ชั้นไหน เดี๋ยวผมขึ้นไปทันที”
หวังเจี้ยนคิดเพียงอย่างเดียว
ขอให้คนยังไม่ตาย
ถ้าตายแล้ว…
เขาคงทำได้แค่เก็บศพเท่านั้น