- หน้าแรก
- การฟื้นคืนชีพของความลึกลับ
- บทที่ 1 เรื่องเล่าในกระทู้
บทที่ 1 เรื่องเล่าในกระทู้
บทที่ 1 เรื่องเล่าในกระทู้
“ผมลองคำนวณด้วยนิ้วดูแล้ว... ตอนนี้พวกคุณน่าจะกำลังนอนตะแคงอ่านนิยายอยู่บนเตียง แล้วก็น่าจะเสียบสายชาร์จมือถืออยู่ด้วย”
หยางเจี้ยน นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย กำลังนอนอยู่บนเตียงตอนนั้นพอดี เขาไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ ด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะเผลอคลิกเข้าไปในกระทู้หนึ่งแบบสุ่ม ที่มีคนแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
“ให้ตายสิ เจ้าของกระทู้นี่เทพชะมัด เดาได้ถูกหมดเลยว่าฉันทำอะไรอยู่”
“จะบอกดีมั้ยนะว่าฉันกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในห้องน้ำ จนขาเริ่มชาแล้ว”
“ถ้าอยากสัก ก็สักคำว่า ‘โจว’ ไปเลยสิ จะได้ไม่ต้องเป็นลูกน้องใครอีก”
“เอาจริงดิ”
ผู้แปล: โจว (周) เป็นสกุล/ชื่อที่ใช้เป็น สัญลักษณ์ล้อเล่นว่าตัวเองเป็นลูกน้องใครสักคน
….
หยางเจี้ยนปิดกระทู้นั้น แล้วเลื่อนไปเปิดอีกกระทู้ที่มียอดคนดูสูง พอเปิดเข้าไป สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือข้อความเหล่านี้
“ผมเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนแห่งที่สามของจังหวัดหนึ่ง อยากมาเล่าเหตุการณ์หลอนที่เพิ่งเกิดขึ้นในที่ทำงาน มันน่ากลัวมากจนผมไม่กล้าไปทำงาน เลยต้องลาพักร้อนมาอยู่ที่บ้าน”
“พอเถอะ ฉันไม่หลงกลซื้อของของนายหรอก แล้วก็ไม่ให้ไอดีแชทด้วย”
“เจ้าของกระทู้นี่คงมีปัญหากับคนไข้มาแน่ ๆ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉันจะยอมฆ่าตัวตายด้วยการกินขี้เลย!”
“ดูสิ คนตอบลำดับสามแอบมาตอบอีกแล้ว คงได้กินขี้อีกตามเคย”
หยางเจี้ยนเริ่มรู้สึกเบื่อกับความคิดเห็นพวกนี้ เลยกดปุ่มให้แสดงเฉพาะข้อความของเจ้าของกระทู้ แล้วหน้าจอก็เปลี่ยนเป็นกระทู้ที่ดูสะอาดขึ้นทันที เหลือแค่ข้อความของเจ้าของกระทู้ที่ใช้ชื่อว่า เล่ยเตี้ยนฝ่าหวัง
เขาเริ่มอ่านต่อ
กระทู้ดังกล่าวระบุต่อว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมต้องดูแลผู้ป่วยตอนกลางคืน จนประมาณเที่ยงคืน รถพยาบาลได้นำชายชราคนหนึ่งมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้งว่าเขาตกจากชั้นห้า ตอนนั้นเพื่อนร่วมงานของผมมีธุระด่วนที่ต้องจัดการ ดังนั้นผมจึงเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบในการวินิจฉัย ตอนนั้นผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าชายชราคนนี้ไม่มีสัญญาณชีพใด ๆ และได้เสียชีวิตไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น จากลักษณะทางกายภาพ และอุณหภูมิที่หน้าอกของชายชราคนนี้ ผมสามารถสรุปได้ว่า เป็นไปไม่ได้เลย ที่ชายชราจะเพิ่งเสียชีวิตจากการตกตึกในคืนนั้น”
“ใครที่มีความรู้พื้นฐานคงจะพอรู้ว่า ภายในสิบชั่วโมงแรกหลังจากเสียชีวิต อุณหภูมิร่างกายจะลดลงประมาณ หนึ่งองศาเซลเซียสต่อชั่วโมง และหลังผ่านไปยี่สิบสี่ชั่วโมง อุณหภูมิของร่างกายถึงจะเท่ากับอุณหภูมิบริเวณที่เสียชีวิต แต่ศพของชายชราคนนั้นกลับเย็นกว่าปกติอย่างน้อยสิบองศา! หรืออาจจะมากกว่านั้น ทั้งที่อุณหภูมิในคืนนั้นอยู่ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียส”
“จากจุดนั้น ผมแน่ใจเลยว่าเขาเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งวันแล้ว”
ในกระทู้ของเขามีความคิดเห็นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“คำว่า ‘ความรู้พื้นฐาน’ ของเจ้าของกระทู้นี่ชวนขนลุกสุด ๆ ขอคารวะเลยครับ”
“รีบไปดูรองเท้าคนไข้หน่อยสิ ถ้ายังใส่อยู่ครบ ก็ยังพอมีหวัง!”
“ยิ่งคิดนานก็ยิ่งหลอน รีบเล่าต่อเถอะ ฉันกำลังนอนคลุมโปงอยู่เนี่ย”
หยางเจี้ยนเลื่อนอ่านต่อ เจ้าของกระทู้ยังคงเขียนต่อไปว่า
“จากประสบการณ์การดูอนิเมะสืบสวนกว่าสามร้อยตอนตอนอยู่มัธยม ผมพอจะเดาได้ว่าเขาไม่น่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่น่าจะถูกฆาตกรรม แล้วถูกเก็บศพไว้ในตู้แช่แข็ง ผมเลยโทรแจ้งตำรวจทันที”
“แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องนั้น... แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก”
หลังจากนั้นกระทู้ก็หยุดไปพักหนึ่ง กว่าจะกลับมาอัปเดตก็ผ่านไปสองชั่วโมง
“ขอโทษด้วยครับ พอดีมีคนมาเคาะประตูบ้านเมื่อกี้ มาถามถึงเรื่องนี้ เขาไม่ใช่นักข่าวหรือเจ้าหน้าที่ แต่เขาถือเอกสารมาด้วย ไม่เป็นไร ช่างมันเถอ มาต่อกันดีกว่า”
“ตอนเช้า เพื่อนร่วมงานผมเล่าให้ฟังว่า ศพของชายชราที่ส่งมาเมื่อคืนก่อน หายไปจากห้องเก็บศพอย่างลึกลับ ตำรวจกำลังรีบสอบสวน คาดว่าคนร้ายน่าจะขโมยศพไป สถานการณ์วุ่นวายมาก ถึงขั้นต้องเปิดกล้องวงจรปิดทั้งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไร ไม่เจอทั้งศพ ไม่เจอทั้งคนร้าย”
“แล้วคืนนั้นผมต้องเข้าเวรอีกครั้ง… แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนกลางวันทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ คนไข้คนหนึ่งเล่าว่า เขาเห็นศพของชายชราเดินออกมาจากห้องเก็บศพด้วยตัวเอง แถมคนไข้ยังชี้เส้นทางที่ชายชราคนนั้นเดินออกมาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ตรงกับเส้นทางจากห้องเก็บศพจริง ๆ”
“พอฟังแบบนั้น ผมก็รู้สึกขนลุก แต่ยังไม่ถึงกับเชื่อ เพราะผมไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องผีสาง”
“พอหัวหน้าพยาบาลบอกผมว่าหมอระบบประสาทจะเพิ่มยาให้คนไข้คนนั้น ผมก็ค่อยเบาใจหน่อย แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเล่า... เรื่องจริง ๆ มันเกิดขึ้นในคืนนั้น”
“เวลาน่าจะประมาณตีสอง วันนั้นผมกำลังเล่นเกม Blue Moon อยู่ในห้องฉุกเฉิน บอกเลยว่าเกมนี้สนุกมาก ถ้าคุณเป็นเพื่อนผม ก็มาเล่นด้วยกันหน่อยสิ มาสู้กันซักตั้ง”
“...เจ้าของกระทู้นี่สุดยอดจริง ๆ”
“อ้าว ไหนว่าจริงจังไง? ทำไมมาหักมุมแบบนี้”
“ตลกดีแฮะ ตอนแรกนึกว่าจะหลอนอย่างเดียว กลายเป็นขายเกมซะงั้น แต่เอาเถอะ คุณความคิดเห็นลำดับสาม… สรุปจะกินจริงมั้ย?”
ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็น ทำให้กระทู้คึกคักขึ้น หยางเจี้ยนที่กำลังนอนอ่านอยู่ใต้ผ้าห่มรู้สึกขบขันและหงุดหงิดเล็กน้อย คนสมัยนี้โฆษณาเก่งจริงๆ
ทว่า… พอเขาเลื่อนลงไปอีก กลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เริ่มไม่ปกติ
เจ้าของกระทู้ ยังเล่าต่อ
“ขอโทษจริง ๆ ครับ ไม่ได้ตั้งใจจะมาโฆษณาอะไรทั้งนั้น คือคืนวันนั้นมันเกิดเรื่องประหลาดสุด ๆขึ้น พวกคุณคงนึกภาพไม่ออกหรอก ประมาณตีสองสิบห้า ตอนนั้นผมกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องฉุกเฉิน จู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวขึ้นมา หนาวจนขนลุกซู่เลย”
“ลองเดาสิว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น?”
“ชายชราที่หายไปจากห้องดับจิต จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เขาไม่ได้ตาย แต่เขากลับเดินช้า ๆ ไปทางออกโรงพยาบาลทีละก้าว”
“พระเจ้า…นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย ผมเห็นกับตาว่าเขาตายไปแล้ว แถมตายมาเกินหนึ่งวันแล้วด้วยซ้ำ แล้วอยู่ดี ๆ เขาจะลุกขึ้นมาเดินได้ยังไง?”
“หรือมันเป็นแค่การแกล้งเล่น? หรือเขาฟื้นขึ้นมาจริง ๆ? ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์หรือไง?”
“ตอนนั้นความคิดของผมสับสนไปหมด แต่ก็อาจเพราะผมเจอศพมาบ่อย เลยไม่ได้ตกใจมากนัก สิ่งแรกที่ทำคือหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป แล้วก็โพสต์กระทู้ลง Moments ใน WeChat”
“ข้างล่างนี่คือภาพถ่ายนั่น ยืนยันได้เลยว่าไม่ใช่ภาพตัดต่อ”
หยางเจี้ยนเลื่อนหน้าจอลง ภาพถ่ายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ภาพนั้นชัดเจนมาก ในภาพที่ถูกคั่นด้วยกระจกหน้าต่างห้องฉุกเฉิน มีชายชราคนหนึ่งกำลังเดินอยู่
เขาสวมสวมชุดจั๊มสูทแขนยาวสีดำ ดูเก่า ๆ ล้าสมัย เขาผอมแห้ง ผิวออกสีน้ำตาลเข้ม มีจุดดำกระจายตามตัว มุมภาพที่ถ่ายทำให้เห็นดวงตาข้างหนึ่งของเขาชัดเจน …สายตานั้นช่างว่างเปล่า ไร้ชีวิตสะท้อนถึงความเงียบสงบที่น่าสะพรึงกลัว
ภาพนั้นไม่ได้มีเลือดสาด หรือจัดฉากให้ดูน่ากลัวอะไรทั้งนั้น แต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากชายชรานั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกขนลุกชัน เมื่อย้อนคิดถึงสิ่งที่เจ้าของกระทู้บอกว่า ชายชราคนนั้น “เคยเป็นศพที่เย็นเฉียบ” มาก่อน มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ยิ่งดูภาพนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น มันเหมือนกับว่าเขากำลังมองดูคนตาย หรืออาจจะพูดได้ว่า... ผี!?
“ฉันกลัวจนจะเป็นลม รูปนี่มันหลอนเกิน ยิ่งมองยิ่งน่ากลัว เจ้าของกระทู้ไปขุดรูปแบบนี้มาจากไหนเนี่ย?”
“ทำไมที่มือคุณตาถึงมีจุดเต็มไปหมด ฉันกลัวรูนะเว้ย!”
“มันคือเลือดที่คั่งหลังตายไปแล้ว แปลว่าตาแก่นั่นเป็นศพแน่นอน”
“เฮ้ย ปีศาจทั้งหลาย จงไปซะ! ฉัน หลินเจิ้งอิง มาแล้ว!” ชาวเน็ตคนหนึ่งโพสต์รูปนักบวชเต๋า
ผู้แปล: หลินเจิ้งอิง นักแสดงจากเรื่อง ผีกัดอย่ากัดตอบ
“ถุย หลินเจิ้งอิงที่ไหน ถ้างั้นฉันก็เรียกตัวเองว่าหลัวลี่อิงได้เหมือนกันล่ะวะ”
แต่ไม่ว่าในความคิดเห็นจะพูดอะไร เจ้าของกระทู้ก็ยังพิมพ์ต่อ
“ภาพนี้เป็นของจริง ผมเป็นคนถ่ายเอง หลังจากนั้นชายชราก็เดินออกจากโรงพยาบาลไปเลย ผมไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน แต่ถ้าใครอยู่เมืองเดียวกับผมก็ระวังตัวไว้หน่อยนะ ถึงผมจะเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องผี แต่บางอย่างมันก็หาคำอธิบายไม่ได้จริง ๆ”
“เดี๋ยวก่อน…เหมือนมีใครมาเคาะประตูบ้านผมอีกแล้ว สงสัยจะมาเอาคำให้การ รอก่อนนะ เดี๋ยวผมมาเล่าต่อ”
ข้อความเพิ่งส่งไปได้ไม่ถึงนาที เจ้าของกระทู้ก็ส่งข้อความใหม่ตามมา
“ไม่…ไม่…ไม่นะ! คนที่เคาะประตูอยู่คือชายชราคนนั้น! ผมมองเห็นเขาชัดเจนจากช่องตาแมว ควรทำยังไงดี ดูเหมือนผมจะไปยุ่งกับอะไรที่ไม่ควรยุ่งเข้าแล้ว”
“เจ้าของกระทู้ แกล้งอะไรอีกแล้วเหรอ?”
“ของจริงเหรอ? อย่าหลอกสิ หลอนเกินไปแล้วนะ…”
“รีบโทรแจ้งตำรวจเลย 191 ด่วน!”
“หยุดเล่นมุกเถอะเจ้าของกระทู้ นี่มันเรื่องแต่งชัด ๆ ถ้าไม่จริงฉันยอมกินขี้สองเท่า!”
“เอ้า! ไอ้คนกินขี้โผล่มาอีกแล้ว แล้วตอนก่อนล่ะ ไหนบอกจะกินขี้ไง?”
จากนั้น เจ้าของกระทู้ก็เขียนต่อ
“ผมแจ้งตำรวจแล้ว…แต่ตอนนี้จะให้ผมทำยังไงดี? มันยังเคาะประตูไม่หยุดเลย แถมดูเหมือนไม่คิดจะไปไหนด้วย ไม่นะ! ไฟในห้องนั่งเล่นผมเพิ่งดับลง! ผมกลัวจนไม่กล้าเดินออกไปดูแล้ว…”
“ผมล็อกประตูหมดแล้ว เปิดไฟทุกดวงที่มี แต่ชายชราคนนั้นก็ยังไม่หยุดเคาะอยู่ดี”
ตอนนี้เจ้าของกระทู้เริ่มพิมพ์เร็วขึ้น ข้อความถี่ขึ้น ห่างกันไม่ถึงครึ่งนาที บางคำยังพิมพ์ผิดด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของโพสต์นั้นหวาดกลัวและตื่นตระหนกมากแค่ไหน
หยางเจี้ยนอ่านไปก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ถึงจะรู้ว่ามันอาจจะเป็นแค่เรื่องแต่ง แต่แค่คิดถึงภาพของชายชราในรูปที่มายืนเคาะประตูหน้าบ้านตัวเอง ก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกแล้ว
ศพชายชราลุกขึ้นมาเดินได้ แถมยังตามมาถึงหน้าประตูบ้านใครสักคน เป็นใครก็ต้องกลัวกันทั้งนั้น
“ไม่…ไม่…ผมได้ยินเสียงฝีเท้าในห้องนั่งเล่น! พระเจ้า ผมอยู่คนเดียว แล้วจะมีเสียงเดินอยู่ในบ้านได้ยังไง! หรือว่า…ชายชราคนนั้นเข้ามาแล้ว!?”
“แต่ผมไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยนะ เขาจะเข้ามาได้ยังไงกัน?”
“ตอนนี้เสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนผมแล้ว…”
“มันเคาะประตูอีกแล้ว! แย่แน่…ผมอัดเสียงไว้เป็นหลักฐานแล้วนะ แล้วนี่คือเบอร์มือถือของผม ถ้าโทรมาไม่ติด แสดงว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับผมแน่ ๆ ช่วยแจ้งตำรวจให้ด้วย 138……”
ก็อก… ก็อกก็อก… ก็อก… ก็อกก็อก…
ด้านล่างเป็นไฟล์เสียง พอกดเข้าไปฟังก็ได้ยินเสียงเคาะ เสียงนั้นกระแทกแรงจนหัวใจแทบหยุดเต้น
จากนั้น…กระทู้ก็เงียบหายไป
หยางเจี้ยนเลื่อนไปจนสุดหน้า แล้วก็พบเพียงประโยคเดียว…
“ชายชราคนนั้น…เข้ามาแล้ว…”