- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 580 ทุ่มเทหมดหน้าตัก ช่วงชิงชะตากับสวรรค์!
บทที่ 580 ทุ่มเทหมดหน้าตัก ช่วงชิงชะตากับสวรรค์!
บทที่ 580 ทุ่มเทหมดหน้าตัก ช่วงชิงชะตากับสวรรค์!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ซูจื่อโม่ก็ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น
ประสาทสัมผัสทั้งห้าเริ่มฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย
ซูจื่อโม่ได้กลิ่นหอมหมึกจางๆ มาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นที่แผ่ออกมาจากตำราโบราณที่เก็บรักษาไว้นานเท่าใดแล้ว แม้จะดูเก่าแก่คร่ำครึ แต่กลับหอมชวนดมยิ่งนัก
จากนั้น การมองเห็นก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
แสงสว่างรอบกายสลัวราง เบื้องหน้ามีฝุ่นละอองเล็กละเอียดลอยล่องอยู่มากมาย ซูจื่อโม่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง พบว่าข้อมือขวามีแผ่นไม้สองแผ่นดามบาดแผลเอาไว้
กล้ามเนื้อทั่วร่างยังคงปวดเมื่อยระบมอยู่บ้าง
"หรือว่าข้ายังไม่ตาย?"
ซูจื่อโม่กวาดสายตามองไปรอบๆ
รอบด้านมีชั้นหนังสือไม้ตั้งเรียงราย บนชั้นหนังสือแต่ละชั้นล้วนวางเต็มไปด้วยตำราโบราณมากมาย
ตำราโบราณส่วนใหญ่มีฝุ่นจับหนาเตอะ ไม่รู้ว่าไม่มีคนหยิบมาเปิดอ่านนานเท่าใดแล้ว
ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องหนังสืออันเก่าแก่แห่งหนึ่ง กว้างขวางยิ่งนัก จำนวนตำราโบราณมีอย่างน้อยๆ ก็หลายพันเล่ม!
ซูจื่อโม่รู้สึกเพียงสมองมึนงง สติสัมปชัญญะยังคงเลือนรางอยู่บ้าง
เขาจำได้เพียงว่า ตนเองถูกเต้าเหรินเสวียนอวี่ไล่ล่าสังหาร จึงกระโดดลงสู่หุบเขาฝังมังกร เรื่องราวหลังจากนั้นก็จำได้ไม่ค่อยชัดเจนแล้ว
ซูจื่อโม่สะบัดศีรษะ สายตากวาดมองไป บังเอิญไปตกอยู่ที่กระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ข้างกาย ความทรงจำบางอย่างจึงค่อยๆ หวนคืนมา
วินาทีที่กระโดดลงสู่หุบเขาฝังมังกร เดิมทีเขาเตรียมใจที่จะตายไว้แล้ว
แต่เมื่อเขาเห็นจิ้งจอกน้อยที่หมดสติอยู่ในอ้อมอก ในใจก็อดเจ็บปวดขึ้นมามิได้
ชะตากรรมของเจ้าตัวเล็กนี้ ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน
กำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ถูกจระเข้ยักษ์เกราะแดงกักขังไว้นานหลายสิบปี กว่าจะได้เป็นอิสระ ติดตามเขาออกมาสู่โลกภายนอก กลับต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้อีก
จิ้งจอกน้อยยังไม่ทันได้เห็นความงดงามของโลกภายนอก หรือว่าจะต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้?
ซูจื่อโม่ทำใจไม่ได้ เปิดถุงเก็บของ ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ออกมา แล้วพาจิ้งจอกน้อยมุดเข้าไปข้างใน
หุบเขาฝังมังกรถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนอัปมงคล
ไม่รู้ว่าฝังร่างยอดฝีมือระดับสูงสุดและคนเก่งกล้าสามารถมาแล้วเท่าไหร่
ข้างในมีอันตรายอะไรบ้าง ไม่มีใครล่วงรู้ กระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์อาจจะเป็นความหวังเดียวในการรักษาชีวิตของพวกเขา!
แม้จะหลบอยู่ในกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ แต่ซูจื่อโม่ก็ยังสัมผัสได้ชัดเจนว่า เขากำลังร่วงหล่นลงไปอย่างรวดเร็ว!
เสียงลมหวีดหวิวข้างหู
ภายนอกกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ ปรากฏกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง!
พลังที่ไม่มีวันหมดสิ้น กระแทกผนังกระถางอย่างต่อเนื่อง
รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ น่าตื่นตระหนกขึ้นเรื่อยๆ!
ตูม! ตูม! ตูม!
การกระแทกแต่ละครั้ง ล้วนระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อานุภาพน่าตกใจ ราวกับจะระเบิดกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ใบนี้ให้เป็นเสี่ยงๆ!
ซูจื่อโม่คู้กาย พยายามปกป้องจิ้งจอกน้อยไว้ในอ้อมอกอย่างสุดความสามารถ
แต่ภายใต้แรงกระแทกที่รุนแรงเช่นนี้ ซูจื่อโม่ถูกกระแทกไปมาอยู่ภายในกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ เส้นเอ็นและกระดูกแทบจะฉีกขาด บาดเจ็บซ้ำเติม กระดูกแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ!
เสียงคำรามที่น่าสยดสยอง ราวกับจะกลบฝังทุกสรรพสิ่ง!
ซูจื่อโม่รู้สึกเพียงหูอื้ออึง ทวารทั้งเจ็ดล้วนมีเลือดไหลซึมออกมา!
พลังภายนอกหุบเขาฝังมังกรน่ากลัวเกินไปแล้ว!
หากไม่มีการปกป้องจากกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ ซูจื่อโม่และจิ้งจอกน้อยคงกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง แรงกระแทกที่รุนแรงกว่าเดิมก็ระเบิดขึ้น
ซูจื่อโม่กระแทกเข้ากับผนังกระถางอย่างจัง ในที่สุดร่างกายก็ทนไม่ไหว หมดสติไปโดยสิ้นเชิง
ตื่นมาอีกที ก็มาอยู่ในห้องหนังสืออันกว้างขวางแห่งนี้แล้ว
"หรือว่า ที่ก้นหุบเขาฝังมังกรนี่ยังมีคนอาศัยอยู่?"
ซูจื่อโม่ครุ่นคิดในใจ
ทันใดนั้น มีบางสิ่งบางอย่างมาคลอเคลียที่ขาของเขา
ซูจื่อโม่หันไปมอง
เห็นเพียงเจ้าตัวเล็กขนปุกปุยตัวหนึ่ง กำลังใช้ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจ้องมองเขา แฝงไว้ด้วยความห่วงใยและความยินดี
ขนทั่วร่างของเจ้าตัวเล็กนี้ แดงชาดราวกับเปลวเพลิง เหมือนคลุมไว้ด้วยผ้าไหมชั้นดี ดวงตาสุกใสราวกับอัญมณีสีดำ เป็นประกายแวววาว เป็นจิ้งจอกน้อยที่ตกลงมาในหุบเขาฝังมังกรพร้อมกับเขานั่นเอง
จิ้งจอกน้อยถูกเต้าเหรินเสวียนอวี่ทำร้ายจนบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ดูเหมือนจะหายดีแล้ว
ซูจื่อโม่รู้สึกวางใจขึ้นมาบ้าง
"ข้าไม่เป็นไร" สัมผัสได้ถึงความกังวลของจิ้งจอกน้อย ซูจื่อโม่ยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า
"ครั้งนี้บาดเจ็บหนักหน่อย พักรักษาตัวสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย"
ขณะพูด เขาก็ลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งคว้าจับกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ เตรียมจะเก็บมันกลับเข้าไปในถุงเก็บของ
"หือ?"
สีหน้าของซูจื่อโม่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
กระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์กลับไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว!
แม้กระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์จะหนักมาก แต่ก่อนหน้านี้ ซูจื่อโม่ยกมันขึ้นได้โดยไม่เปลืองแรงเลยสักนิด!
แต่ตอนนี้…
ฉับพลัน ซูจื่อโม่ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งได้
แก่นทองของเขาถูกทำลายไปแล้ว แก่นในก็แตกละเอียดไปแล้วเช่นกัน!
วิถีแห่งแก่นโอสถของเขา ถูกคนทุบทำลายจนแหลกเหลวไปแล้ว!
ซูจื่อโม่โคจรแก่นในโดยไม่รู้ตัว แต่กลางหน้าอกกลับส่งความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากออกมา!
"อึก!"
ซูจื่อโม่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ร่างกายโซเซ หน้าผากผุดเหงื่อกาฬเม็ดเล็กๆ ออกมา
แก่นในหมองหม่นไร้แสง บนนั้นเต็มไปด้วยรอยร้าวที่น่าตกใจ!
ซูจื่อโม่ลองสัมผัสอย่างละเอียดอีกครั้ง สีหน้ายิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
แก่นใน หมดหนทางเยียวยาแล้ว
สถานการณ์ของแก่นทองยิ่งเลวร้ายกว่า!
ตันเถียนที่หน้าท้องน้อย ข้างในว่างเปล่า ราวกับหลุมดำที่ว่างเปล่า ไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลยแม้แต่น้อย
ซูจื่อโม่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ รวบรวมพลังวิญญาณโดยรอบ
เขายังคงสัมผัสได้ถึงตัวตนของพลังวิญญาณ และสามารถดูดซับพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายได้
แต่หลังจากพลังวิญญาณเข้าสู่ตันเถียน ก็หายวับไป ไม่ยอมหยุดค้างอยู่ในตันเถียนเลยแม้แต่ชั่วครู่!
ตอนนี้ ตันเถียนของเขา ก็เหมือนกับถุงลมที่รั่ว
น้ำสามารถเข้าไปได้ แต่จะไม่หยุดขังอยู่
นั่นหมายความว่า ต่อให้ซูจื่อโม่ต้องการเริ่มต้นใหม่จากขั้นรวบรวมลมปราณ ทีละก้าว ทีละก้าว ฝึกฝนขึ้นมาใหม่ ก็เป็นเพียงความเพ้อฝัน!
นี่ก็คือสาเหตุว่าทำไม การทำลายแก่นทอง จึงเป็นการลงโทษที่โหดร้ายที่สุดสำหรับผู้ฝึกเซียน
เพราะว่า เจ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับมาฝึกฝนใหม่อีกเลย!
ซูจื่อโม่กัดฟันแน่น ในดวงตาฉายแววไม่ยอมจำนน โคจรพลังสายเลือด ใช้แรงทั้งหมดที่มีจึงจะยกกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์ขึ้นมาได้
ขณะเดียวกัน เขาดูดซับพลังวิญญาณ อาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ที่พลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เปิดถุงเก็บของ แล้วส่งกระถางสี่เหลี่ยมสัมฤทธิ์เข้าไป
เดิมทีเป็นการกระทำที่ง่ายดายอย่างยิ่ง
แต่ซูจื่อโม่กลับต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล เหงื่อท่วมศีรษะ ใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจถี่
ซูจื่อโม่ยิ้มอย่างขมขื่น
ฝึกวิชามาจนถึงวันนี้ เขาใช้ท่าทีที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แทบจะกวาดล้างผู้ฝึกเซียนในระดับเดียวกันทั้งหมด แม้กระทั่งเคยข้ามขั้นไปสังหารคู่ต่อสู้มาแล้ว!
เขาถูกขุมกำลังต่างๆ ขนานนามว่าเป็นปีศาจอันดับหนึ่งแห่งยุคบรรพกาล!
คิดไม่ถึงว่า วันหนึ่งจะต้องตกต่ำลงถึงเพียงนี้
แม้ว่าซูจื่อโม่จะยังมีพลังสายเลือดที่แข็งแกร่ง แต่หากคิดจะไปต่อกรกับยอดคนฟ้าประทานขั้นแก่นทองที่แท้จริง ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสักวันหนึ่ง จะไปล้างแค้นเต้าเหรินเสวียนอวี่
"หรือนี่จะเป็นชะตากรรมของข้า?"
ซูจื่อโม่กำหมัดแน่น ออกแรงมากเกินไปจนกระดูกนิ้วซีดขาว!
"ข้าไม่ยินยอม! ข้าไม่ยอมรับ! ข้าไม่ยอมจำนน!"
"ข้าจะช่วงชิงชะตากับสวรรค์ ต่อให้ต้องทุ่มเทหมดหน้าตักก็ตาม!"
เล็บที่แหลมคม จิกเข้าไปในฝ่ามือ เลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย ซูจื่อโม่กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ในดวงตามีแสงสีเลือดอันน่าประหลาดปรากฏขึ้นลางๆ!
จิ้งจอกน้อยหมอบอยู่ที่เท้าของซูจื่อโม่ เงยหน้ามองเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
แม้ว่านางจะพูดไม่ได้ แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความไม่ยอมจำนนในใจของซูจื่อโม่ในยามนี้
ไม่มีอะไรจะน่าสิ้นหวังไปกว่าการสูญเสียความหวัง
ในขณะนั้นเอง นอกประตูก็พลันมีเสียงสวดท่องดังขึ้น
"ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ ใช้เมตตาบำเพ็ญกาย เข้าถึงพุทธปัญญาโดยชอบ บรรลุแจ้งในมหาสติปัญญา บรรลุถึงฝั่งนี้ นามระบือไกลไปในโลกหาประมาณมิได้ โปรดสรรพสัตว์นับร้อยล้านโกฏิ..."
เสียงนั้นดั่งเสียงธรรม บริสุทธิ์ไร้มลทิน ดังก้องกังวานไม่ขาดสาย ชำระล้างจิตใจทางโลก
กลับมีคนสวดพระสูตรอยู่ข้างนอก
-สองสิงห์:ผู้แปล-