เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 579 ก้นหุบเขาฝังมังกร

บทที่ 579 ก้นหุบเขาฝังมังกร

บทที่ 579 ก้นหุบเขาฝังมังกร


ศึกยอดคนฟ้าประทานในโบราณสถานต้าเฉียน ผ่านพ้นไปได้หนึ่งเดือนแล้ว

ข่าวคราวแทบจะแพร่สะพัดไปทั่วเทียนฮวง ใต้หล้าล้วนรับรู้!

จงโจว สำนักตานหยาง

ภายในถ้ำพำนักที่ดูโอ่อ่าแห่งหนึ่ง มีชายหนึ่งหญิงสองยืนอยู่

ฝ่ายชายหน้าตาคมคาย สีหน้าสุขุมมั่นคง เขาคืออดีตศิษย์ยอดเขาไร้ตัวตน จี้เฉิงเทียน

ในบรรดาสตรีทั้งสอง คนหนึ่งสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน รูปโฉมงดงามเป็นเลิศ เพียงแต่ทั่วร่างแผ่ซ่านความหนาวเหน็บจางๆ ออกมา

สตรีอีกคนหนึ่งหน้าตาสะสวย คิ้วตางดงามดั่งภาพวาด แต่กลับแต่งกายเยี่ยงบุรุษ ดูราวกับคุณชายเจ้าสำราญผู้หนึ่ง

สตรีทั้งสอง ก็คือเหลิ่งโหรวที่กราบเข้าเป็นศิษย์สำนักเชียนเฮ่อ และถังอวี้ผู้ฝึกเซียนแห่งสำนักตานหยางนั่นเอง

ทั้งสามคนยืนประจันหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเงียบงัน

บรรยากาศภายในถ้ำพำนักดูอึดอัด

"เฮ้อ"

ผ่านไปเนิ่นนาน จี้เฉิงเทียนก็ถอนหายใจเบาๆ เอ่ยถามขึ้นว่า "ข่าวแน่ชัดแล้วหรือ? ศิษย์น้องซูเขากระโดดลงไปในหุบเขาฝังมังกรจริงๆ หรือ?"

"อืม"

ถังอวี้พยักหน้า กล่าวว่า "เรื่องนี้มีคนเห็นกับตาไม่น้อย เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นข่าวเท็จ"

เหลิ่งโหรวยังคงไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว แววตายิ่งมายิ่งเย็นชา

จี้เฉิงเทียนส่ายหน้า สีหน้าสะท้อนใจ ถอนหายใจว่า "เรื่องนี้ มันบานปลายใหญ่โตเกินไปแล้ว"

ถังอวี้เม้มริมฝีปาก สีหน้าซับซ้อนยากจะคาดเดา สายตาทอดมองไปยังที่ไกล พึมพำว่า

"ที่แท้เจ้าก็คือปีศาจเกาะเสินหวง มิน่าล่ะ..."

ตอนที่อยู่ในสนามรบบรรพกาล เมื่อข่าวเรื่องปีศาจเกาะเสินหวงแพร่มาถึง ถังอวี้ก็เคยสงสัยอยู่แวบหนึ่ง

เพราะอย่างไรเสีย ระหว่างซูจื่อโม่กับปีศาจเกาะเสินหวง ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง

เพียงแต่ภายหลัง นางแอบปฏิเสธความคิดนี้ไปเอง

เพราะความแตกต่างของทั้งสองคนนั้น มันชัดเจนเกินไป

ถังอวี้นึกย้อนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในสนามรบบรรพกาล ในใจก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง

แม้ว่าทั้งสองจะได้ใช้เวลาร่วมกันไม่นานนัก แต่ในใจของนาง ยังคงแอบเฝ้ารอคอยที่จะได้พบกันอีกครั้ง

บัดนี้ ความคาดหวังทั้งหมดได้กลายเป็นเพียงฟองสบู่

"เสี่ยวหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่?" จี้เฉิงเทียนเอ่ยถามขึ้นทันที

"รู้"

ถังอวี้กล่าวว่า "นางขังตัวเองไว้ ไม่กินไม่ดื่มมาวันกับคืนแล้ว ดีที่มีเย่หลิงคอยเฝ้าอยู่ข้างกาย อย่างน้อยก็ไม่มีอันตรายอะไร"

ในถ้ำพำนักอีกแห่งหนึ่ง

ซูเสี่ยวหนิงนั่งกอดเข่าคู้อยู่ที่มุมกำแพง ดวงตาบวมแดง ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงเบา

เย่หลิงเฝ้าอยู่ข้างกายอย่างเงียบเชียบ ในดวงตาของมัน กลับเผยให้เห็นความกังวลออกมาประดุจมนุษย์

จากนั้น ราวกับมันนึกอะไรขึ้นได้ แววตาพลันปรากฏจิตสังหารพลุ่งพล่าน!

แดนประจิม

ส่วนลึกของทะเลทราย

ข้างหลุมศพแห่งหนึ่ง มีเจ้าอ้วนคนหนึ่งนั่งเหม่อลอย ปากพึมพำว่า "ลูกพี่ ทำไมท่าน... ทำไมถึงจากไปแบบนี้?"

เจ้าอ้วนน้อยนั่งอยู่ข้างหลุมศพ ร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อย

......

แดนเหนือ โบราณสถานต้าเฉียน

ในวันนี้ โบราณสถานได้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญสองคน สีหน้าท่าทางเหนื่อยล้า

คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ สูงกว่าสองเมตร แขนขายาว มือทั้งสองห้อยลงตามธรรมชาติก็ยาวเลยหัวเข่าไปแล้ว

ชายร่างสูงใหญ่ถือกระบองยาวไว้ในมือ แววตาดุร้าย แฝงไว้ด้วยประกายสีแดงจางๆ

อีกคนหนึ่งมือเปล่า แม้จะเตี้ยกว่าหน่อย แต่ร่างกายดูบึกบึนกำยำกว่ามาก

ขนตามตัวของทั้งสองคนยาวและดกหนาเป็นพิเศษ แม้จะอยู่ในรูปลักษณ์ของมนุษย์ แต่ไออสูรที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างนั้น อย่างไรก็ปกปิดไว้ไม่อยู่!

เผ่าพันธุ์อสูรสองตน!

หากซูจื่อโม่รอยู่ที่นี่ จะต้องจำได้แน่นอนว่า ชายสองคนนี้ ก็คือเจ้าลิงและพยัคฆ์วิเศษที่หายตัวไปหลายปีนั่นเอง!

เจ้าลิงบุกเข้าไปในส่วนลึกของโบราณสถาน มือถือกระบองยาว ทะลวงฝ่าวงล้อมของทหารผีและม้าผีชั้นแล้วชั้นเล่า บุกตะลุยตรงไปยังหุบเขาฝังมังกร

พยัคฆ์วิเศษคอยระวังหลัง ซัดทหารผีและม้าผีที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังจนกระเด็น

ไม่ได้พบกันปีกว่า ทั้งเจ้าลิงและพยัคฆ์วิเศษต่างก็สร้างแก่นในได้แล้ว

ไม่เพียงระดับการฝึกตนจะไม่ล้าหลัง พลังการต่อสู้ยังน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง!

โดยเฉพาะเจ้าลิง กระบองยาวชี้ไปที่ใด ไม่มีทหารผีหรือม้าผีตนไหนต้านทานได้

ฟาดกระบองลงไปทีเดียว แหลกสลายกลายเป็นควัน!

ไม่นานนัก เจ้าลิงและพยัคฆ์วิเศษก็มาถึงริมขอบหุบเขาฝังมังกร

เมื่อมองดูหน้าผาใต้เท้า พยัคฆ์วิเศษก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว

เจ้าลิงเองก็หรี่ตาลง

ในหุบเขาฝังมังกรแห่งนี้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายและคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ทำให้ใจสั่นขวัญแขวน!

"ลูกพี่ พวกเรากลับกันเถอะ

ที่นี่อย่างไรก็เป็นถิ่นของเผ่ามนุษย์ ข้ามักจะรู้สึกใจคอไม่ดีชอบกล"

สีหน้าของพยัคฆ์วิเศษดูไม่ค่อยดีนัก

เมื่อเผ่าพันธุ์อสูรฝึกฝนจนมีแก่นใน ก็สามารถพูดภาษามนุษย์ได้!

แม้ซูจื่อโม่จะสิ้นชีพ มันก็เสียใจมากเช่นกัน

แต่มันไม่ได้เป็นเหมือนเจ้าลิง ที่เพียงเพื่อจะมาดูสถานที่ตายของซูจื่อโม่สักครั้ง ก็ยอมเดินทางไกลพันลี้มาทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก

"ลูกพี่ ท่านดูอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เขากระโดดลงไปแล้ว"

พยัคฆ์วิเศษเกลี้ยกล่อมอีกประโยค "พวกเรากลับกันเถอะ ไปยึดภูเขาสักลูก ใช้ชีวิตอย่างสำราญใจไม่ดีกว่าหรือ"

เจ้าลิงไม่ตอบ เพียงแค่จ้องมองหุบเขาฝังมังกรอย่างเงียบงัน แสงสีเลือดในดวงตายิ่งมายิ่งเจิดจ้า จิตสังหารทั่วร่างแทบจะกลายเป็นสสารจับต้องได้!

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เจ้าลิงจึงค่อยๆ หันหลังกลับ แสงสีเลือดในดวงตาค่อยๆ จางหายไป พยักหน้าให้พยัคฆ์วิเศษแล้วกล่าวว่า "ไปกันเถอะ"

เจ้าลิงและพยัคฆ์วิเศษเหาะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ชั่วพริบตาก็หายลับไปในขอบฟ้า

ผ่านไปไม่นาน บนความว่างเปล่าเหนือหุบเขาฝังมังกร จู่ๆ ก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ลมเย็นพัดโชยออกมา

ร่างสองร่างกระโดดออกมาจากข้างใน

ชายชราด้านหน้ายังถือว่าสุขุมเยือกเย็น แต่อีกคนหนึ่งกลับแย่กว่ามาก ร่วงหล่นออกมาอย่างทุลักทุเล หน้าซีดเผือด ขาอ่อนแรง แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว!

ชายชราสวมหมวกบัณฑิต สวมชุดคลุมยาว หน้าตาสดใส หนวดเครายาวสามแถบพลิ้วไหวไปตามลม

หากมีโต๊ะสักตัว มือซ้ายกดแท่นไม้ มือขวาโบกพัดด้ามจิ้ว ชายชราตรงหน้าก็ดูเหมือนกับนักเล่านิทานที่ท่องไปในยุทธภพไม่มีผิด!

ชายที่ออกมาทีหลังรูปร่างท้วมเล็กน้อย หน้าขาวไร้หนวดเครา กลับเป็นหลินเสวียนจีที่เคยเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามหนึ่งในเก้าอย่างหุบเขาซากมังกรพร้อมกับซูจื่อโม่นั่นเอง!

ชายชรามาหยุดที่ริมขอบหุบเขาฝังมังกร มองลงไปข้างล่าง นิ่งเงียบไม่พูดจา

หลินเสวียนจีหายใจทั่วท้อง อดไม่ได้ที่จะถามว่า

"ตาเฒ่า ข้างล่างหุบเขาฝังมังกรนี่มีอะไรกันแน่?"

"เจ้าว่าอย่างไรล่ะ?"

ชายชราเหลือบตามองหลินเสวียนจี แล้วถามกลับ

"ก็คงไม่พ้นซากศพเกลื่อนกลาด..."

หลินเสวียนจีพูดพลางสังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติของชายชรา แสงแห่งปัญญาแล่นผ่านเข้ามาในสมอง นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา ตกใจจนสะดุ้งโหยง!

"ตาเฒ่า ข้างล่างนั่นคงไม่ได้ยังมีคนเป็นอยู่หรอกนะ?"

"เฮอะ!"

ชายชราหัวเราะประหลาด ถือว่ายอมรับกลายๆ

หลินเสวียนจีลูบคาง ครุ่นคิดว่า "ถ้าพูดแบบนี้ เจ้าหนุ่มนั่นอาจจะยังมีชีวิตอยู่!"

หลินเสวียนจีเผยสีหน้ายินดี หัวเราะร่า "ข้าบอกแล้วไง เจ้าหนุ่มนั่นดวงแข็งจะตาย คนที่วิ่งไปถึงหุบเขาซากมังกรแล้วกลืนไข่มังกรลงไปก็ยังรอดมาได้ จะมาตายง่ายๆ ได้อย่างไร"

แต่ชายชรากลับมีสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหน้ากล่าวว่า "ที่เจ้าพูดมา ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้"

"หือ?" หลินเสวียนจีงุนงง

ชายชรากล่าวต่อว่า "ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ต่อให้เจ้าซูจื่อโม่นั่นยังไม่ตาย เขาก็ไม่ต่างอะไรกับตายไปแล้ว"

หลินเสวียนจีครุ่นคิดตาม

ได้ยินเพียงชายชรากล่าวต่อว่า "อย่าลืมสิว่า แก่นทองของเด็กคนนี้ถูกทำลาย แก่นในแตกละเอียด เท่ากับว่าวรยุทธ์ทั้งตัวสูญสิ้น! ต่อให้เขายังมีชีวิตอยู่ แล้วจะต่างอะไรกับคนธรรมดา"

หลินเสวียนจีเข้าใจแจ่มแจ้งทันที

ที่ชายชราพูดมาไม่ผิด ซูจื่อโม่ที่แก่นทองถูกทำลาย แก่นในแตกละเอียด ก็ไม่ใช่ปีศาจอันดับหนึ่งแห่งยุคบรรพกาลอีกต่อไป!

ต่อให้เขายังมีชีวิตอยู่แล้วจะทำอะไรได้?

ความแค้นครั้งใหญ่หลวงนี้ เขาไม่มีโอกาสได้ชำระอีกตลอดกาล

ชายชรามีสีหน้าสะท้อนใจ ถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า

"ในกาลก่อน เบื้องหลังเด็กคนนี้มียอดคนลงมือ ไม่รู้ว่าต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปเท่าไหร่ เพื่อฝืนชะตาฟ้าลิขิตให้แก่เขา แต่น่าเสียดาย... สุดท้ายแล้ว ก็ไม่อาจสู้ชะตากรรมได้อยู่ดี!"

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 579 ก้นหุบเขาฝังมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว