เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 569 ความลับแตก

บทที่ 569 ความลับแตก

บทที่ 569 ความลับแตก


เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินมาชุมนุมกัน แรงกดดันน่าหวาดหวั่น ผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ต่างหยุดมือ ไม่กล้าขยับเขยื้อนสุ่มสี่สุ่มห้า

ผู้อาวุโสวังแก้วผลึกนำหน้ามา สีหน้ามืดมนถึงขีดสุด!

ต่อให้เขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติ แล้วเร่งรุดมาอย่างสุดกำลัง ก็ยังสายไปเสียแล้ว

ระหว่างทาง ยันต์ชีวิตของซีอู๋หยาได้แตกสลายไปแล้ว!

เป็นใครกันแน่ ที่สามารถสังหารซีอู๋หยาได้?

จินตันเจินเหรินในแดนเหนือ ไม่มีทางมีใครเป็นคู่มือของซีอู๋หยาอย่างแน่นอน

ต่อให้มีเจินจวินขั้นหยวนอินตบตาผู้คนลอบเข้าไปในโบราณสถานต้าเฉียน จนซีอู๋หยาไม่อาจต้านทานได้ แต่เป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบหนี?

เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

ชั่วพริบตาเดียว เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินจากสำนักต่างๆ ก็มาถึงเบื้องหน้า

เมื่อเห็นซากศพเกลื่อนกลาด ในแววตาของเจินจวินขั้นหยวนอินจำนวนมาก ล้วนเผยความตื่นตระหนกออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!

แม้จะคาดเดาไว้ก่อนแล้ว ว่าการแย่งชิงผลจูในครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบที่โหดร้ายสำหรับเหล่ายอดคนฟ้าประทานแห่งแดนเหนือ

แต่ใครก็คาดไม่ถึง ว่าจะน่าสลดหดหู่ถึงเพียงนี้!

ศพของซีอู๋หยา นอนอ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้น เส้นเอ็นกระดูกแตกละเอียด กลายเป็นกองโคลนเหลวไปแล้ว

ซีอู๋หยาเบิกตาโพลง ราวกับว่าก่อนตาย เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ว่าตัวเองจะต้องมาจบชีวิตลงในซากปรักหักพังแห่งนี้!

ศพของตวนมู่คัง ร่างแยกเป็นสี่ส่วนห้าส่วน จนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้

ศพของโอวหยางเซี่ยอวี่ ที่หน้าอกมีแผลกระบี่เล็กแคบ เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของยอดฝีมือทางวิถีกระบี่

ยอดคนฟ้าประทานจำนวนมากเกินไป ที่ในเวลานี้ไม่อาจเอื้อนเอ่ยวาจา นอนทอดร่างอยู่บนพื้น กลายเป็นศพที่เย็นชืด

สายตาของผู้อาวุโสวังแก้วผลึกคมกริบถึงขีดสุด กวาดมองไปรอบด้าน ไล่ผ่านร่างของทุกคน และหยุดชะงักลงเล็กน้อยเมื่อมาถึงร่างของซูจื่อโม่

ซูจื่อโม่วางท่าสงบนิ่ง แม้ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเจินจวินขั้นหยวนอิน ในแววตาก็ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย!

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้อาวุโสวังแก้วผลึก ซูจื่อโม่ก็แสยะยิ้ม จ้องกลับไป แววตาอำมหิตไม่ลดน้อยลงเลย

"ตกลงมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!"

เจินจวินตระกูลทัวป๋าทนไม่ไหว ตวาดถามเสียงดัง ทัวป๋าเฟิงชี้ไปที่ซูจื่อโม่ แล้วตะโกนเสียงดังว่า

"เป็นฝีมือมันทั้งหมด มันคือปีศาจเกาะเสินหวงคนนั้นจากสนามรบบรรพกาล!"

"ถูกต้อง! สหายเต๋าขั้นแก่นทองที่ร่วงหล่น ล้วนถูกคนผู้นี้สังหาร!"

"หือ?"

เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ปีศาจเกาะเสินหวง!

ออกมาจากสนามรบบรรพกาลแล้ว ปีศาจเกาะเสินหวงตนนี้กลับมาปรากฏตัวที่แดนเหนือ!

มิน่าเล่า!

มิน่าเล่ายอดคนฟ้าประทานแห่งแดนเหนือ ถึงได้ประสบหายนะเช่นนี้!

ปีศาจเกาะเสินหวงตนนี้น่ากลัวจริงๆ เพียงแค่ขั้นแก่นทองช่วงต้น ก็สังหารซีอู๋หยาจินตันเจินเหรินอันดับหนึ่งแห่งแดนเหนือได้แล้ว!

คนอื่นๆ ใครจะเป็นคู่มือได้?

สายตาที่เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินมองมาที่ซูจื่อโม่ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง นอกจากความแค้นแล้ว ยังมีสิ่งอื่นเจือปนมาด้วย

ดูเหมือนจะเป็น... ความโลภ!

สายตาแบบนั้น ก็เหมือนกับตอนที่เหล่าจินตันเจินเหรินมองเห็นผลจู

สายตาของเจินจวินขั้นหยวนอินจำนวนมาก ล้วนจับจ้องไปที่มือขวาของซูจื่อโม่ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ในโลกแห่งการฝึกเซียนมีข่าวลือว่า มือขวาของปีศาจเกาะเสินหวงผู้นี้ คือสมบัติล้ำค่าหายาก... กระดูกเทพหวง!

กระดูกของทวยเทพเชียวนะ!

สมบัติเช่นนี้ อย่าว่าแต่เจินจวินขั้นหยวนอินเลย ต่อให้เป็นเต้าเหรินขั้นฟ่านซวี หรือเต้าจวินขั้นฟ่าเซี่ยง ก็ยังต้องหวั่นไหว ต้องบ้าคลั่งอยากครอบครอง!

ผู้อาวุโสวังแก้วผลึกแววตาวูบไหว

ซูจื่อโม่ในสายตาของเขา ไม่ได้มีค่าเพียงแค่กระดูกเทพหวงเท่านั้น

บนร่างของคนผู้นี้ มีความลับอยู่มากเกินไป

ทุกสิ่งเกี่ยวกับเกาะเสินหวง

การสืบทอดของจักรพรรดิดาบ

ความลับในตำหนักจักรพรรดิมนุษย์

และ... ปีศาจตนนี้ แท้จริงแล้วเป็นเผ่ามนุษย์หรือเผ่าอสูร?

เซียนและอสูร จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร?

ความลับทั้งหมด มีเพียงต้องจับเป็นปีศาจตนนี้ให้ได้เท่านั้นถึงจะรู้แจ้ง!

"ปีศาจเกาะเสินหวง ดีมาก ดีมาก"

ผู้อาวุโสวังแก้วผลึกน้ำเสียงเย็นชา ล้วงเอากระจกโบราณบานหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ กล่าวว่า

"ข้าล่ะอยากจะรู้นัก ว่าร่างต้นของเจ้าปีศาจอย่างเจ้าคือตัวอะไร!"

ได้ยินประโยคนี้ หัวใจของซูจื่อโม่ดิ่งวูบ

ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็เห็นผู้อาวุโสวังแก้วผลึกโยนกระจกในมือขึ้นไปบนฟ้า

ชั่วพริบตา แสงสว่างพร่างพรายหมื่นสาย สว่างไสวเจิดจ้า

แสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด รวมตัวกันเป็นลำแสงสายหนึ่ง พุ่งตกลงมาใส่ร่างของซูจื่อโม่ในทันที

ลำแสงสายนี้ แฝงไว้ด้วยพลังลึกลับบางอย่าง ไม่ได้มีพลังทำลายล้างที่รุนแรงแต่อย่างใด

แต่ซูจื่อโม่กลับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เส้นเอ็นและกระดูกภายในกายส่งเสียงลั่น รูปร่างหดเล็กลงอย่างควบคุมไม่ได้

ใบหน้าเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง เครื่องหน้าก็เริ่มเปลี่ยนรูป!

ภายใต้การจับจ้องของสายตานับไม่ถ้วน ใบหน้าอันหมดจดงดงามก็ปรากฏออกมา

ชายฉกรรจ์ร่างกำยำใบหน้าหยาบกร้านเมื่อครู่ ได้หายไปจนหมดสิ้น!

"นี่ใครกัน? ปีศาจเกาะเสินหวงรึ?"

"ที่แท้ร่างต้นของปีศาจเกาะเสินหวงก็คือเผ่ามนุษย์ หน้าตายังจิ้มลิ้มไม่เบา เหมือนบัณฑิตคนหนึ่ง"

"บัณฑิตที่ดูอ่อนแอสำอางเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนดุดันแข็งกร้าวถึงเพียงนั้น ดูไม่ออกเลยจริงๆ"

ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง หัวใจของซูจื่อโม่ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง

เขารู้ว่า ทุกอย่างปิดไม่มิดแล้ว!

ต่อให้เห็นเหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินจุติลงมา ซูจื่อโม่ก็ยังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ ไม่ตื่นตระหนกต่อภัยอันตราย

แต่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลังจากที่ตัวเองแปลงโฉมแล้ว จะถูกกระจกบานหนึ่งส่องจนเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา!

ในโลกแห่งการฝึกเซียน มีอุปกรณ์เวทชนิดหนึ่งที่ใช้จัดการกับเผ่าพันธุ์อสูรโดยเฉพาะ มีนามว่ากระจกส่องอสูร

พลังทำลายล้างของกระจกส่องอสูรมีจำกัด แต่กลับสามารถส่องให้เห็นร่างต้นของเผ่าพันธุ์อสูร ทำให้การปลอมตัวของภูตผีปีศาจ ไร้ที่หลบซ่อน!

ซูจื่อโม่คำนวณมาสารพัด สุดท้ายก็ยังพลาดไปจุดหนึ่ง

พลาดจุดนี้ไป ทุกอย่างก็จบสิ้น!

ซูจื่อโม่รู้สึกเพียงมือเท้าเย็นเฉียบ ถึงกับมีความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก!

ต่อให้หนีออกไปจากที่นี่ได้ เขาก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน

ยอดเขาไร้ตัวตนกลับไปไม่ได้

ไม่อย่างนั้น ยอดเขาไร้ตัวตนจะถูกทำลายเพราะเขา!

แคว้นเยี่ยนยิ่งกลับไปไม่ได้

ไม่อย่างนั้น จะนำภัยพิบัติมาสู่แคว้นเยี่ยน!

แดนเหนือแม้กว้างใหญ่ แต่กลับไม่มีที่ยืนสำหรับเขาเลย!

คิดจะหนีออกจากแดนเหนือ ยิ่งเป็นไปไม่ได้

ด้วยระดับพลังขั้นแก่นทองของเขา ต่อให้ไม่กินไม่ดื่ม เดินทางทั้งวันทั้งคืน เกรงว่าต้องใช้เวลาหลายร้อยปี

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังต้องเผชิญกับการไล่ล่าสังหารจากขุมกำลังและสำนักต่างๆ!

ขอเพียงเรื่องฝึกฝนทั้งวิถีเซียนและอสูรถูกเปิดเผยออกไป ทั่วใต้หล้านี้ ก็ไม่มีใครคุ้มครองเขาได้!

นับจากวันนี้ไป ซูจื่อโม่จะต้องหันหลังให้สรรพสัตว์ เป็นศัตรูกับคนทั่วหล้า!

ผู้ฝึกตน ณ ที่นี้มีมากมาย ส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นตัวจริงของซูจื่อโม่มาก่อน

แต่ในฝูงชนอันกว้างใหญ่ กลับมีผู้ฝึกตนสองสามคนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แววตาเผยความไม่อยากจะเชื่อ จิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง แทบจะร้องอุทานออกมา!

"เป็นเขา เป็นเขาจริงๆ ด้วย!"

มู่ตงชิงสีหน้าตื่นตะลึง อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง

ไป๋อวี่หานยกมือปิดริมฝีปากสีกุหลาบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ชั่วพริบตา ทั้งสองคนก็เข้าใจเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ในที่สุด

มิน่าเล่า ซูจื่อโม่ถึงได้ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสร้างฐานระดับขีดสุดอันเกรียงไกรในอดีตและปัจจุบัน กลายเป็นจักรพรรดิมนุษย์คนที่สอง

เพราะว่า เขาคือปีศาจเกาะเสินหวง ที่เคยเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิมนุษย์นั่นเอง!

"ที่แท้ก็เป็นเจ้า!"

หวังเหยียนแห่งหุบเขาเมฆอัคคีดวงตาสว่างวาบ จำซูจื่อโม่ได้ในทันที

หนึ่งเดือนก่อน ก็คือบัณฑิตหน้ามนผู้นี้ ที่ไล่ฆ่าผู้ฝึกตนของหุบเขาเมฆอัคคี สำนักดาราจันทร์ และสำนักไร้เงาของพวกเขา จนแตกกระเจิงพ่ายแพ้ไม่เป็นกระบวน

มิน่าเล่า คนผู้นี้ถึงได้รู้นิมิตเทพเต่าด้วย

ที่แท้ เขาก็คือคนคนนั้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน!

คนผู้นี้มีนิมิตคู่กำเนิด ถ้าพูดแบบนี้ หนึ่งเดือนก่อน คนผู้นี้ยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเลย!

การต่อสู้ในวันนี้ ถึงจะเป็นพลังที่แท้จริงของคนผู้นี้ แบบไม่มีกั๊ก

"หือ? ไม่ถูกต้อง!"

ทันใดนั้น สีหน้าของหวังเหยียนก็เปลี่ยนไป

คนผู้นี้ในวันนี้ ก็ไม่ใช่ว่าไม่กั๊ก!

หนึ่งเดือนก่อน ในมือของคนผู้นี้มีตราประทับใหญ่ด้านหนึ่ง เป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภา วันนี้กลับไม่เห็นนำออกมา

หนึ่งเดือนก่อน คนผู้นี้ยังมีธนูที่เป็นอุปกรณ์วิเศษระดับกึ่งก่อนนภาอีกคัน ถึงกับยิงเฉียนซิงอวี่แห่งสำนักดาราจันทร์ตาย วันนี้ก็ไม่เห็นเขานำออกมาใช้

"คนผู้นี้ยังมีความลับอีกมากเพียงใด? ยังมีไพ่ตายอยู่อีกเท่าไหร่?"

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หวังเหยียนก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 569 ความลับแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว