เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530 มหาสงครามหมู่ผู้ฝึกตน

บทที่ 530 มหาสงครามหมู่ผู้ฝึกตน

บทที่ 530 มหาสงครามหมู่ผู้ฝึกตน


"บังอาจ!"

หวังเหยียนตวาดลั่น คิดจะขัดขวาง แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

เถียนเหิงตายเร็วเกินไป แม้แต่กระบวนท่าเดียวก็ยังรับมือไม่ไหว!

เมื่อเห็นเถียนเหิงแห่งหุบเขาเมฆอัคคีสิ้นชีพ หวังเหยียนก็บันดาลโทสะ ในดวงตาทั้งสองข้างราวกับมีเปลวไฟสองกองลุกโชนขึ้น

"ฆ่ามัน!"

เฉียนซิงอวี่สีหน้าเรียบเฉย โบกมือวูบ

จินตันเจินเหรินจำนวนมากที่อยู่ด้านหลังยอดคนฟ้าประทานทั้งสองต่างกรูกันเข้ามา จิตสังหารพวยพุ่ง ลงมือโจมตีอย่างพร้อมเพรียง

ผู้ฝึกตนที่ติดตามหวังเหยียนและเฉียนซิงอวี่มายังโบราณสถานต้าเฉียน ล้วนไม่ใช่คนไร้ฝีมือในสำนัก มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นขั้นแก่นทองระดับต้น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นขั้นแก่นทองระดับกลาง และขั้นแก่นทองระดับปลาย

ชั่วพริบตาเดียว ปราณกระบี่พาดผ่านกลางอากาศ แสงสว่างพร่างพรายเต็มท้องฟ้า

กระบี่บินและอุปกรณ์วิเศษจำนวนมากพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมเสียงหวีดหวิว ราวกับพายุฝนอันบ้าคลั่ง

วิชาวิญญาณนานาชนิด ระเบิดคลื่นพลังที่น่าหวาดหวั่นออกมา พลังวิญญาณในความว่างเปล่าแทบจะเดือดพล่าน ปั่นป่วนวุ่นวายจนถึงขีดสุด!

การโจมตีมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง!

ซูจื่อโม่ดูรูปร่างบอบบาง ยืนอยู่ใจกลางสนามรบ ราวกับเรือลำน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ พร้อมที่จะอับปางและคนตายได้ทุกเมื่อ!

แต่สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ ไม่รีบร้อน ราวกับไม่รับรู้ถึงสถานการณ์อันตรายที่ตนเองเผชิญอยู่

เห็นเพียงเส้นผมสีดำของซูจื่อโม่ปลิวไสว ดวงตาทั้งสองข้างสาดแสงเทพออกมาสองสาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วอ้าปากกว้าง

"ฆ่า!"

เสียงดั่งอสนีบาต สั่นสะเทือนเก้าชั้นฟ้า!

หลังจากซูจื่อโม่ฝึกฝนจนเกิดแก่นใน ผิวหนัง เนื้อ กล้ามเนื้อ กระดูก ไขกระดูก และอวัยวะภายในทั้งห้าและหก ต่างเกิดการผลัดเปลี่ยนสภาพอีกครั้ง

อานุภาพของพลังสังหารด้วยเสียงฟ้าร้อง ก็เพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย!

เสียงคำรามนี้ ราวกับเสียงคำรามของจอมอสูรบรรพกาล ดังขึ้นอย่างกะทันหัน วังใต้ดินทั้งหลังเกิดการสั่นสะเทือนเป็นระลอก ฝุ่นผงร่วงกราวลงมานับไม่ถ้วน

เดิมที ผู้ฝึกตนสำนักไร้เงาที่อาศัยแสง เงา มุมอับสายตา และปัจจัยอื่นๆ ในการซ่อนตัวอยู่ในความมืด ต่างร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เผยร่างออกมา

ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ซูจื่อโม่ที่สุด มีสีหน้าเจ็บปวด เครื่องหน้าบิดเบี้ยวรวมกัน ตัวงอคู้ สองมือปิดหู เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากง่ามนิ้ว!

เสียงคำรามของซูจื่อโม่ ทำเอาเยื่อแก้วหูของคนผู้นี้ฉีกขาดโดยตรง!

กระบี่บิน อุปกรณ์วิเศษ หรือแม้แต่วิชาวิญญาณจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาหาซูจื่อโม่ ต่างหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

ชั่วขณะนี้ สำหรับผู้อื่นอาจไม่นับเป็นอะไร แต่ในสนามรบแห่งนี้ สำหรับผู้ฝึกตนบางคน มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย!

ร่างของซูจื่อโม่เคลื่อนไหว พุ่งเข้าใส่ผู้ฝึกตนสำนักไร้เงาที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

อาศัยจังหวะที่คนผู้นี้ถูกพลังสังหารด้วยเสียงฟ้าร้องข่มขวัญ ยังไม่ทันได้สติ กระโดดลอยตัวขึ้น ใช้ปลายเท้าแตะเบาๆ ที่กลางกระหม่อมของอีกฝ่าย

กร๊อบ!

กะโหลกศีรษะของคนผู้นี้แตกเป็นเสี่ยงๆ สิ้นชีพคาที่!

ซูจื่อโม่อาศัยศีรษะของคนผู้นี้เป็นฐานเหยียบ เปลี่ยนทิศทาง พุ่งไปถึงเบื้องหน้าผู้ฝึกตนสำนักไร้เงาอีกคนหนึ่ง

ผู้ฝึกตนสำนักไร้เงาผู้นี้สีหน้าตื่นตระหนก ตอบสนองไม่ทันแม้แต่น้อย เพิ่งจะยกแขนขึ้น ก็ถูกซูจื่อโม่ชกหมัดใส่หน้าอกเข้าอย่างจัง!

ผลัวะ!

หน้าอกของคนผู้นี้ยุบลงไปเป็นหลุมลึก แผ่นหลังปูดโปนออกมา!

ร่างกายของคนผู้นี้ ถูกซูจื่อโม่ชกจนทะลุ ล้มตึงลงไปบนพื้น ปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด แววตาหม่นแสงลง ไม่รอดชีวิตแล้ว

"ขึ้น!"

ในเวลาเดียวกัน ดวงตาของซูจื่อโม่เป็นประกาย สะบัดชายเสื้อ

ตราประทับมังกรขดที่อยู่ไม่ไกลลอยขึ้นจากพื้น สาดแสงสีทองหมื่นจั้ง เจิดจ้าบาดตา ส่งเสียงคำรามกึกก้อง ราวกับยอดเขาสีทองที่มีมังกรยักษ์ขดพัน ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ

วูบ!

ซูจื่อโม่ควบคุมตราประทับมังกรขด บดขยี้ใส่ผู้ฝึกตนสำนักดาราจันทร์หลายคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

โพละ โพละ โพละ!

ตราประทับมังกรขดฟาดลงมา จินตันเจินเหรินสามคนไม่อาจต้านทานได้เลย ร่างกายถูกบดขยี้จนระเบิด แม้แต่อุปกรณ์วิเศษระดับสูงในมือ ก็ยังถูกตราประทับมังกรขดกระแทกจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!

ผู้ฝึกตนจำนวนมากหน้าถอดสี

บัณฑิตหนุ่มท่าทางอ่อนแอผู้นี้ แม้จะเป็นเพียงขั้นแก่นทองระดับต้น แต่กายเนื้อกลับแข็งแกร่งจนน่ากลัว พลังการต่อสู้ระยะประชิดช่างน่าตื่นตะลึง!

ลงมือเด็ดขาด รวดเร็วฉับไว ล้วนเป็นกระบวนท่าสังหาร ไม่มีความยืดยาดเยิ่นเย้อแม้แต่น้อย!

ขอเพียงถูกเขาเข้าประชิดตัว แทบจะยากจะหนีพ้นความตาย

เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็มีจินตันเจินเหรินเกือบสิบคน ตกตายด้วยน้ำมือของซูจื่อโม่

"ฮึ!"

เฉียนซิงอวี่มองดูศิษย์ร่วมสำนักทยอยสิ้นชีพ สีหน้าก็ปั้นยาก

ในสายตาของเขา การจัดการกับขั้นแก่นทองระดับต้นเช่นนี้ ต่อให้ซูจื่อโม่มีอุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภา ก็เป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

อย่างไรเสียก็มีจินตันเจินเหรินหลายสิบคนลงมือพร้อมกัน ต่อให้ซูจื่อโม่มีสามเศียรหกกร ก็ไม่อาจต้านทานได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นเฉียนซิงอวี่หรือหวังเหยียน ต่างก็รู้สึกว่ารับมือได้ยาก

ซูจื่อโม่ผู้นี้ น่ากลัวกว่าที่ทั้งสองคนจินตนาการไว้มาก!

คนผู้นี้มีพลังการต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง แถมวิชาตัวเบายังพลิ้วไหวพิสดาร อาศัยปีกปราณคู่หนึ่ง พุ่งทะยานไปมาในฝูงชน ไม่มีใครทำอันตรายเขาได้เลย!

ผ่านไปครู่ใหญ่ กลับกลายเป็นจินตันเจินเหรินของสามสำนักใหญ่ที่ทยอยสิ้นชีพ บาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้ทั้งสองคนลงมือ ศิษย์ร่วมสำนักของพวกเขาก็คงถูกซูจื่อโม่สังหารจนหมดสิ้น!

ความจริงแล้ว ที่เฉียนซิงอวี่และหวังเหยียนไม่ได้ลงมือทันที ก็เพราะหวาดระแวงอีกฝ่าย

ในความคิดของทั้งสองคน หลังจากซูจื่อโม่ตายไป สำนักดาราจันทร์และหุบเขาเมฆอัคคีจะต้องเกิดศึกใหญ่อย่างแน่นอน

ไม่ใช่เพียงเพื่อแย่งชิงสวนสมุนไพรวิญญาณแห่งนี้ แต่ยังรวมถึงอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาชิ้นนี้ด้วย!

ทั้งสองคนต่างก็ระวังป้องกันอีกฝ่าย

แต่ทว่าบัดนี้ สถานการณ์กลับพัฒนาไปเกินกว่าที่ทั้งสองคาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง!

เฉียนซิงอวี่หรี่ตาลง จู่ๆ ก็กล่าวว่า "พี่หวัง เจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องยื้อเวลากันแบบนี้"

"โอ้? หมายความว่าอย่างไร?" หวังเหยียนถามกลับ

"เจ้ากับข้าร่วมมือกัน สังหารคนผู้นี้เสียก่อน ส่วนอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาและสวนสมุนไพรวิญญาณจะเป็นของใคร ค่อยมาตัดสินกันทีหลัง!" เฉียนซิงอวี่กล่าวเสียงขรึม

"ตกลง!"

สิ้นเสียงลง ทั้งสองคนรู้กันโดยนัย ลงมือพร้อมกันทันที

"ดาวตกร่วงหล่น!"

นิ้วมือของเฉียนซิงอวี่ขยับไหว ร่ายเคล็ดวิชา ชี้ไปข้างหน้าพร้อมตวาดเสียงเบา

พลังวิญญาณไหลบ่าเข้ามารวมตัวที่ปลายนิ้วของเฉียนซิงอวี่อย่างต่อเนื่อง

ตูม!

ชั่วพริบตา ดวงดาวขนาดมหึมาดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฉียนซิงอวี่ ร่วงหล่นลงใส่ศีรษะของซูจื่อโม่ด้วยความรวดเร็ว!

ดวงดาวดวงนี้ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว พื้นผิวถึงกับลุกไหม้เป็นเปลวเพลิงโชติช่วง แผ่แรงกดดันที่น่าหวาดหวั่น ราวกับจะเจาะทะลวงผืนปฐพีให้เป็นรู!

ซูจื่อโม่สีหน้าไม่เปลี่ยน ตบฝ่ามือลงบนถุงเก็บของ เบื้องหน้าพลันปรากฏกระบี่บินระดับสุดยอดสิบแปดเล่ม

ภายใต้การควบคุมของซูจื่อโม่ กระบี่บินสิบแปดเล่มพุ่งทะยานไปมา ทิ้งร่องรอยปราณกระบี่ไว้เป็นสาย แผ่ไอเย็นยะเยือกเข้ากระดูก

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

กระบี่บินสิบแปดเล่มสั่นสะเทือนส่งเสียงร้อง ควบรวมเป็นค่ายกลกระบี่อย่างรวดเร็ว ราวกับดวงตะวันอันเจิดจ้า หมุนวนไม่หยุด พุ่งเข้าบดขยี้ดวงดาวที่พุ่งเข้ามาปะทะ!

ตูม!

ดาวตกปะทะกับค่ายกลกระบี่ บังเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

พลังสองสายปะทะกัน วงแหวนพลังขนาดมหึมาระเบิดออกและแผ่ขยาย ม้วนกวาดไปทั่วสารทิศ!

คลื่นพลังตกค้างนี้รุนแรงอย่างยิ่ง พุ่งเข้าใส่สวนสมุนไพรวิญญาณที่อยู่ไม่ไกล

ผลจูหมื่นปีที่อยู่ใจกลางที่สุดสั่นไหวเบาๆ แผ่พลังไร้สภาพสายหนึ่งออกมา สลายคลื่นพลังตกค้างนี้ไปอย่างเงียบเชียบ

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!

ค่ายกลกระบี่กลืนกินดวงดาวเข้าไป คมมีดเชือดเฉือนลงบนตัวดวงดาว บดขยี้ไม่หยุด ทิ้งร่องรอยเอาไว้มากมาย

หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ดวงดาวก็ระเบิดออก!

ค่ายกลกระบี่สุริยาส่องหล้าไม่อาจคงสภาพได้อีกต่อไป แตกสลายไปในทันที

เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของเฉียนซิงอวี่ก็มืดครึ้มลง

วิชาวิญญาณกระบวนท่านี้ นับเป็นท่าไม้ตายของสำนักดาราจันทร์!

ความร้ายกาจที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ชั่วขณะที่ดาวตกร่วงหล่นลงมา แต่อยู่ที่พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกมาในตอนท้าย

หากผู้ฝึกตนไม่ทันระวังตัว จะต้องถูกแรงระเบิดของดวงดาวทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!

น่าเสียดาย วิชาวิญญาณกระบวนท่านี้ ถูกค่ายกลกระบี่สุริยาส่องหล้าสกัดกั้นไว้ภายนอก บดขยี้ดวงดาว ไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายซูจื่อโม่

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 530 มหาสงครามหมู่ผู้ฝึกตน

คัดลอกลิงก์แล้ว