เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 500 โชคชะตาเล่นตลก

บทที่ 500 โชคชะตาเล่นตลก

บทที่ 500 โชคชะตาเล่นตลก


ซูจื่อโม่เก็บกระบี่บิน ค่อยๆ ร่อนลงกลางลานบ้านอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง

เขาก้าวไปข้างหน้า ผลักประตูเข้าไป กลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้า

ในกลิ่นนั้น ยังเจือไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ บนกายหญิงสาว และกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้ว เดินทอดน่องเข้าไป

สตรีผู้หนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาปิดสนิท ใบหน้าซีดขาว แม้แต่ริมฝีปากก็ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างกายห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ ลมหายใจรวยริน

ซูจื่อโม่เดินมาที่ข้างเตียง มองดูสตรีบนเตียงอย่างเงียบงัน ในใจไร้ความยินดีและไร้ความเศร้าโศก

ภายในร่างกายของนาง เต็มไปด้วยไอมรณะที่เสื่อมสลายผุพัง ชีพจรของนางเต้นแผ่วเบา

อวัยวะภายในทั้งห้าล้วนเริ่มหยุดทำงาน

ต่อให้เป็นเทพเซียนลงมา ก็ช่วยชีวิตไม่ได้แล้ว!

แปดปี

ใครจะไปคาดคิดว่า แปดปีก่อน เด็กสาวที่ถูกเซียนคัดเลือกตัวไปและมีอนาคตรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด วันนี้กลับต้องมาลงเอยในสภาพเช่นนี้

ได้แต่ถอนใจว่าโชคชะตาช่างเล่นตลก

อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ ขนตาของเฉินเมิ่งฉีสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ในความทรงจำของซูจื่อโม่ ดวงตาคู่นั้นที่เคยสดใสมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับกลายเป็นว่างเปล่าไร้ประกาย แข็งทื่อและขุ่นมัว

ดูเหมือนจะยังไม่ชินตานัก สายตาของนางจึงดูเหม่อลอยอยู่บ้าง

เมื่อสายตาตกลงบนใบหน้าของซูจื่อโม่และหยุดนิ่งอยู่นาน ดวงตาของนางจึงค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น แววตาไหววูบ ปรากฏประกายแสงขึ้นมาสายหนึ่ง

บนใบหน้าของเฉินเมิ่งฉี ก็เริ่มมีสีเลือดฝาดกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย

"จะ... เจ้ามาแล้ว"

มุมปากของเฉินเมิ่งฉีขยับเล็กน้อย เผยรอยยิ้มออกมาจางๆ

เพียงแต่ นางแทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว แม้แต่เสียงพูด ก็ยังเบาราวกับเสียงยุงบิน

"ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?"

ยืนนิ่งอยู่เนิ่นนาน ซูจื่อโม่จึงเอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง น้ำเสียงสงบนิ่ง

"เป็นข้าที่รีบร้อนเกินไป อยากจะฝืนทะลวงด่านวิถีแห่งแก่นโอสถ

เฮ้อ วิถีแห่งแก่นโอสถ ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น"

เฉินเมิ่งฉียิ้มอย่างสมเพชตัวเอง กล่าวว่า "รากฐานของข้าไม่มั่นคง การทะลวงด่านวิถีแห่งแก่นโอสถจึงล้มเหลว พลังปราณเสียการควบคุม เส้นชีพจรขาดสะบั้น ธาตุไฟเข้าแทรกจนเกือบจะสิ้นชีวิต โชคดีที่ท่านอาจารย์ลงมือช่วย ข้าจึงรอดมาได้"

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า 'ท่านอาจารย์' เฉินเมิ่งฉีก็ชำเลืองมองซูจื่อโม่แวบหนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจ จึงกล่าวต่อว่า "ข้ารู้ตัวว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน จึงคิดอยากกลับมาที่เมืองผิงหยาง กลับคืนสู่บ้านเกิด"

"ท่านอาจารย์สงสารข้า จึงมาส่งข้ากลับมาด้วยตัวเอง"

ซูจื่อโม่นิ่งเงียบไม่กล่าววาจา เพียงแต่ในแววตา แฝงไว้ด้วยความเวทนาสายหนึ่ง

ไม่ใช่เวทนาในชะตากรรมของเฉินเมิ่งฉี แต่เวทนาในความเขลาของนาง

จนถึงตอนนี้ นางยังไม่รู้ตัวอีกว่า นางถูกคังหลางเจินเหรินเสียสละ และใช้เป็นหมากที่ถูกทิ้งไปแล้ว!

เฉินเมิ่งฉีพึมพำเบาๆ ว่า "ข้ารู้ ข้าติดค้างเจ้าไว้มากเหลือเกิน

จะ... เจ้าอุตส่าห์มาพบข้า ยอมฟังข้าพูดคุย ในใจของข้าก็ไม่มีเรื่องใดให้เสียใจอีกแล้ว"

สายตาของซูจื่อโม่กวาดมองสำรวจไปรอบห้อง สุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ดอกไม้สีแดงสดดอกหนึ่งที่บานสะพรั่งอยู่บนโต๊ะไม้ข้างเตียง เขาขมวดคิ้วมุ่น

"ดอกไม้ดอกนี้..."

ซูจื่อโม่หรี่ตาลง ครุ่นคิดบางอย่าง

ทันใดนั้น!

กลางอากาศด้านนอกประตู ก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้นกะทันหัน

"เปิด!"

สิ้นเสียง แสงสว่างเจิดจ้าสายแล้วสายเล่าก็สว่างวาบขึ้นที่นอกประตู สว่างไสวราวกับกลางวัน

แสงแห่งลวดลายค่ายกล!

ตัวซูจื่อโม่เองก็เป็นนักสร้างค่ายกลกระบี่ ต่อให้ไม่ออกไปดู เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการทำงานของค่ายกลขนาดใหญ่

เฉินเมิ่งฉีทำหน้างุนงง ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

วินาทีต่อมา หลังคาห้องนี้ก็ถูกพลังมหาศาลเปิดออก ฝุ่นควันตลบอบอวล เศษหินทรายปลิวว่อน

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เสียงหัวเราะที่ลำพองใจและอวดดีดังขึ้นในลานบ้าน สะท้อนก้องไม่ขาดสาย

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนี้ เฉินเมิ่งฉีมีสีหน้าตกตะลึง กล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อว่า "ท่านอาจารย์?"

ซูจื่อโม่หมุนตัวกลับ สีหน้าสงบนิ่งไม่ไหวติง

เมื่อฝุ่นควันจางหาย เหนือน่านฟ้าลานบ้าน มีจินตันเจินเหรินห้าคนยืนเรียงรายกันอยู่ แผ่รังสีสังหารรุนแรง สายตาคมกริบดุดัน

คนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ก็คือคังหลางเจินเหรินแห่งวังแก้วผลึก!

"ท่านอาจารย์ พวกท่าน..."

ริมฝีปากของเฉินเมิ่งฉีขยับ ความตกตะลึงในดวงตาค่อยๆ เลือนหายไป นางไม่ได้พูดต่อ

นางไม่ได้โง่ เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที

คังหลางเจินเหรินเหลือบมองเฉินเมิ่งฉีแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเย็นว่า "นังศิษย์ทรยศ หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้เจ้าล่อไอ้สัตว์เดรัจฉานน้อยซูจื่อโม่ให้ลงจากเขา ข้าคงตบเจ้าตายด้วยมือข้านานแล้ว!"

"ทำไม? ทำไมกัน?" เฉินเมิ่งฉีดิ้นรนลุกขึ้นนั่ง ตัวสั่นเทา จ้องมองคังหลางเจินเหริน ถามเสียงสั่นว่า

"หรือว่า... หรือว่าเป็นเพราะศิษย์ไม่ได้ติดตามท่านไปทำศึกที่ยอดเขาเพียวเหมียว?"

"เพราะว่า มีแต่เจ้าตาย ซูจื่อโม่ถึงจะยอมลงเขา!"

คังหลางเจินเหรินสีหน้าเย็นชา "อีกอย่าง วันนี้จะให้เจ้าตายตาหลับ! เจ้าเป็นผู้บรรลุขั้นสร้างฐานห้าชีพจร การทะลวงด่านวิถีแห่งแก่นโอสถ มีโอกาสสำเร็จสูงมาก แต่ทว่า เจ้ากลับล้มเหลว..."

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เฉินเมิ่งฉีอ้าปากค้าง ส่ายหน้าไม่หยุด ราวกับสังหรณ์ใจถึงเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่าง!

คังหลางเจินเหรินยิ้มเหี้ยมเกรียม กล่าวว่า "ยังจำยาวิเศษเม็ดนั้นที่อาจารย์มอบให้ก่อนเจ้าจะเก็บตัวได้หรือไม่?"

"ยาเม็ดนั้น มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นพลังปราณและช่วยในการทะลวงด่านวิถีแห่งแก่นโอสถจริง

แต่ทว่า ข้าได้เติมของอย่างอื่นลงไปในยาเม็ดนั้นด้วย! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

"พรวด!"

เฉินเมิ่งฉีกระอักเลือดคำโตออกมา ใบหน้าขาวซีดดุจกระดาษ ระหว่างคิ้วถูกปกคลุมด้วยไอมรณะ จิตใจยิ่งอ่อนแอลงไปอีก

"ข้าดูออกตั้งนานแล้ว ว่าเจ้ายังตัดใจจากไอ้สัตว์เดรัจฉานน้อยนี่ไม่ขาด" คังหลางเจินเหรินกล่าวต่อ

"เจ้าช่างเป็นศิษย์รักของข้าจริงๆ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย

หลังจากข้ามาส่งเจ้าด้วยตัวเอง เจ้าก็รีบร้อนส่งสารนกกระดาษไปยังยอดเขาไร้ตัวตนทันที ทุกอย่างล้วนอยู่ในความคาดหมายของอาจารย์ทั้งสิ้น"

"ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่คว้าเอาไว้เอง นังเด็กโง่ เจ้ากล้าขัดขืนข้า ก็มีแต่ทางตายสถานเดียว

ข้าพาเจ้าเข้าสู่ประตูเซียนได้ ก็ย่อมทำลายเจ้าได้เช่นกัน!"

"แปดปี ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์แปดปี หรือว่า..." เฉินเมิ่งฉีเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า

"หึหึ" คังหลางเจินเหรินหัวเราะเยาะ กล่าวว่า "ศิษย์รักของข้า อาจารย์จะสอนบทเรียนสุดท้ายให้เจ้า

ในโลกแห่งการฝึกเซียน ไม่มีคำว่าความผูกพัน! เจ้า... ในสายตาของข้า ก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น!"

น้ำตาอุ่นร้อนไหลริน ร้องไห้ไร้เสียง เวลานี้ เฉินเมิ่งฉีไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกายอีกแล้ว

นางรู้สึกเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ แทบจะหมดสติไป มือเท้าเย็นเฉียบ!

วาจาแต่ละคำของคังหลางเจินเหริน เปรียบเสมือนลูกธนูแหลมคม ทิ่มแทงร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของนางจนพรุนไปหมด

สายตาของคังหลางเจินเหรินเบนมาหยุดที่ซูจื่อโม่ เลิกคิ้วเล็กน้อย ถามว่า

"ซูจื่อโม่ ดูเหมือนเจ้าจะไม่แปลกใจเลยนะ?"

ซือหม่าจื้อลูบเคราหัวเราะร่า กล่าวอย่างได้ใจว่า "เจ้าไม่ต้องแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือหรอก ตอนนี้ในใจของเจ้าคงกลัวจนแทบตายแล้วกระมัง!"

"อาศัยแค่พวกเจ้าห้าคน กับค่ายกลผุพังนี่ ก็คิดจะขู่ขวัญข้า?" ซูจื่อโม่ก็หัวเราะเช่นกัน

ในสนามรบบรรพกาล เขาต่อสู้พัวพันกับอัจฉริยะจากสามวิถี เซียน พุทธ มาร เพียงลำพัง เข่นฆ่ากับผู้ถูกผนึก อันตรายกว่าตอนนี้ไม่รู้กี่เท่า!

"สามหาว!"

"ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"

เหลียงเหิง เกาหู่ และคนอื่นๆ ตวาดเสียงดัง ปลดปล่อยแรงกดดันของจินตันเจินเหริน ถาโถมใส่ซูจื่อโม่ไม่ขาดสาย

"ซูจื่อโม่ เพื่อวางแผนฆ่าเจ้า ข้าถึงขนาดงัดเอาบุปผามารบรรพกาลออกมาใช้!"

คังหลางเจินเหรินกล่าวเสียงเย็นยะเยือก

"คิดว่าเจ้าคงรู้สึกตัวแล้ว พลังปราณทั้งหมดในร่างของเจ้า ถูกผนึกเอาไว้จนหมดสิ้น ไม่สามารถเรียกใช้ได้เลยแม้แต่น้อย วันนี้ เจ้าต้องตายสถานเดียว!"

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 500 โชคชะตาเล่นตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว