เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 499 สะสางให้จบสิ้น

บทที่ 499 สะสางให้จบสิ้น

บทที่ 499 สะสางให้จบสิ้น


ช่วงท้ายของลายมือ ดูเหมือนเรี่ยวแรงจะไม่พอ ตัวอักษรจึงดูยุ่งเหยิงไปบ้างเล็กน้อย

ซูจื่อโม่ดูจบ สีหน้าเรียบเฉย แววตาไร้ซึ่งระลอกคลื่นใดๆ

เนี่ยนฉีสงสัยใคร่รู้ อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าเข้าไปดู

"เป็นนาง!"

สำหรับเฉินเมิ่งฉีแล้ว เนี่ยนฉียังพอมีความทรงจำเกี่ยวกับนางอยู่บ้าง

ในวันที่หน้าโรงหลอมโม่หลิง สตรีที่ติดตามอยู่ด้านหลังคังหลางเจินเหริน ก็คือเฉินเมิ่งฉีนั่นเอง

เนี่ยนฉีกล่าวว่า "คุณชาย จะเป็นของปลอมหรือไม่ ระวังจะมีเล่ห์เหลี่ยมนะเจ้าคะ!"

"ลายมือไม่ผิดเพี้ยน" ซูจื่อโม่เอ่ยประโยคหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเย็นชา กล่าวว่า

"แต่ทว่า มีเล่ห์เหลี่ยมย่อมเป็นเรื่องแน่นอน"

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด คังหลางเจินเหรินก็ยิ่งหวาดระแวงและหวาดกลัว

ดังนั้น ซูจื่อโม่คาดการณ์ได้ว่า คังหลางเจินเหรินจะต้องลงมือแน่!

และเมื่อเขาอยู่บนยอดเขาไร้ตัวตน คังหลางเจินเหรินย่อมไม่มีโอกาสใดๆ

ฉะนั้น ไม่ว่าจะส่งข่าวอะไรมา ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเป็นเมืองผิงหยางหรือที่ใดก็ตาม คังหลางเจินเหรินย่อมมีเป้าหมายเดียว คือล่อเขาลงจากเขา!

เนี่ยนฉีเห็นซูจื่อโม่ยังคงเยือกเย็น ไม่ได้ขาดสติ นางจึงวางใจลง

แต่ทว่า ประโยคถัดมาของซูจื่อโม่ กลับทำให้เนี่ยนฉีต้องตกใจ

"ข้าเตรียมจะลงเขา"

"หา?" เนี่ยนฉีขมวดคิ้วมุ่น ถามว่า "รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกับดัก คุณชายยังจะไปอีกหรือเจ้าคะ?"

"ใช่"

ซูจื่อโม่ยิ้มบางๆ ทอดสายตามองไปยังที่ไกลแสนไกล

สายลมพัดโชย ผมสีดำปลิวไสวเบาๆ ซูจื่อโม่คล้ายจะตกอยู่ในห้วงความทรงจำบางอย่าง สีหน้าแฝงแววทอดถอนใจ กล่าวเสียงเบาว่า "อยู่กันพร้อมหน้าพอดี เรื่องราวในอดีต บุญคุณความแค้น จะได้ไปสะสางให้จบสิ้นกันเสียที"

"แต่ว่า ฝ่ายตรงข้ามเตรียมการล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี จะต้องมีสารพัดวิธีการไว้เล่นงานคุณชาย วางตาข่ายฟ้าฟางดินดักรออยู่แน่!"

เนี่ยนฉีมีสีหน้ากังวล วิเคราะห์อย่างใจเย็นว่า "คุณชายยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างแก่นทอง ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายเลยนะเจ้าคะ"

"ไม่ต้องกังวล หากเห็นท่าไม่ดี ข้าจะชิงหลบหนีออกมาก่อน"

ซูจื่อโม่ยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า "อีกอย่าง ช่วงนี้พยายามทะลวงด่านวิถีแห่งแก่นโอสถแต่กลับไม่คืบหน้า สงบนิ่งมานานก็อยากจะเคลื่อนไหว ถือโอกาสออกไปเดินเล่นเสียหน่อย"

ไม่รอให้เนี่ยนฉีเกลี้ยกล่อมต่อ ซูจื่อโม่ก็ขับเคลื่อนกระบี่บิน กลายเป็นแสงสว่างสายหนึ่ง แหวกอากาศจากไป

......

สิบวันต่อมา

เมืองผิงหยาง ยามดึกสงัด

บนถนนยาวเงียบเหงาวังเวง ไร้ผู้คนสัญจร เงียบสงัดไปทั่วบริเวณ

ห่างจากตระกูลเฉินไปไม่ไกลมีคฤหาสน์หลังหนึ่ง ภายในห้องห้องหนึ่งของคฤหาสน์ มืดสนิทไร้แสงไฟ

ทันใดนั้น!

ท่ามกลางความมืด มีดวงตาคู่หนึ่งสว่างวาบขึ้นมา ร่างผอมบางร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง

คนผู้นี้ขยับใบหู กล่าวเสียงต่ำว่า "มีคนมา!"

จากนั้น ด้านข้างก็มีเสียงกดต่ำอีกเสียงดังขึ้น "พี่เหลียงเหิงร้ายกาจสมคำร่ำลือ พลังวัตรลึกล้ำ พวกข้ายังไม่ทันรู้สึกตัวเลย"

ระหว่างที่พูดคุยกัน ภายในห้องก็มีดวงตาอีกหลายคู่สว่างขึ้น เงาร่างหลายสายทยอยปรากฏตัวออกมา พวกเขาคือกลุ่มของคังหลางเจินเหรินทั้งห้าคนนั่นเอง

ไม่นานนัก เสียงแหวกอากาศของชายเสื้อก็ดังแว่วมา รวดเร็วอย่างยิ่ง

ฟังจากทิศทางการมุ่งหน้าของคนผู้นี้ คือเมืองผิงหยางอย่างแน่นอน!

ทั้งห้าคนสบตากัน รังสีสังหารปรากฏขึ้นจางๆ

คังหลางเจินเหรินเดินมาที่หน้าต่าง มองลอดช่องว่างออกไปด้านนอก

ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างสีเขียวร่างหนึ่งก็มาถึงเหนือน่านฟ้าคฤหาสน์ตระกูลเฉิน แขนเสื้อกว้างปลิวไสว เท้าเหยียบกระบี่บิน ยืนตระหง่านกลางอากาศ สีหน้าสงบนิ่ง

เมื่อเห็นฉากนี้ มุมปากของคังหลางเจินเหรินก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ปลาติดเบ็ดแล้ว!"

คังหลางเจินเหรินหันกลับมา พยักหน้าให้เหลียงเหิงและคนอื่นๆ

"ลงมือเลยหรือไม่?"

เกาหู่ถูไม้ถูมือ แววตาฉายแววอำมหิต แทบจะรอไม่ไหว

"รออีกหน่อย ไม่ต้องรีบ" คังหลางเจินเหรินใจเย็นมาก กล่าวเสียงต่ำว่า "สังเกตดูเสียก่อนว่าเบื้องหลังไอ้เด็กนี่ มีผู้เชี่ยวชาญยอดฝีมือคอยปกป้องติดตามมาด้วยหรือไม่ อย่าให้พวกเราเป็นฝ่ายถูกมันวางแผนตลบหลังเสียเอง!"

"สมควรเป็นเช่นนั้น" ซือหม่าจื้อพยักหน้า

"ยอดฝีมือ? ยอดฝีมืออะไรกัน?" เหลียงเหิงแค่นเสียงหัวเราะ

"หากเป็นจินตันเจินเหรินตามมา ต่อให้มาเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ ข้าคนเดียวก็สามารถสยบได้! ส่วนเจินจวินขั้นหยวนอิน..."

"หึ พวกเจ้าคิดว่า จะมีเจินจวินขั้นหยวนอินคนไหนว่างงานถึงขนาดถ่อสังขารตามไอ้เด็กนี่ลงเขามาไกลเป็นพันลี้ เพียงเพื่อมาดูหน้าคนรักเก่าของมัน?"

เกาหู่พยักหน้าหงึกหงัก แสดงความเห็นด้วย

"รอบคอบไว้หน่อยไม่เสียหาย"

คังหลางเจินเหรินกล่าวอีกประโยค ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ซูจื่อโม่ตกลงไปในกับดักแล้ว ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกนั่งไม่ติดที่ ราวกับมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

"มันจะราบรื่นเกินไปหรือไม่?" ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ๆ คังหลางเจินเหรินก็ถามขึ้น

"เหอะ!" เหลียงเหิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ ส่ายหน้ากล่าวว่า "คังหลาง ท่านระแวงเกินเหตุไปแล้ว

พวกเราวางแผนอย่างรอบคอบมาเนิ่นนาน วางหมากซ่อนกลไว้ตั้งมากมาย ท่านยังจะกังวลอะไรอีก?"

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" คังหลางเจินเหรินส่ายหน้า

ในหัวของเขา อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อแปดปีก่อน ในเมืองผิงหยาง ฉากที่ซูจื่อโม่จงใจใช้วาจายั่วยุเขาเพื่อรักษาชีวิต

หวนนึกถึงฉากหน้าโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง ที่ซูจื่อโม่ไม่ได้แม้แต่จะปรากฏตัว แต่กลับทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ปั่นหัวเขาเล่นราวกับของเล่นในฝ่ามือ...

"ไอ้เด็กนี่รับมือยากยิ่งนัก เหตุใดจึงหลงกลง่ายดายปานนี้?"

คังหลางเจินเหรินยังคงไม่วางใจ

ถานฮ่าวสีหน้าสงบนิ่ง ถามเสียงต่ำว่า "เมื่อครู่ที่ท่านเห็นไอ้เด็กนั่น มันมีตบะระดับใด?"

"ขั้นสร้างฐาน"

คังหลางเจินเหรินเพิ่งพูดจบ ตัวเขาเองก็ชะงักไปก่อน

อีกสี่คนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

"เป็นข้าที่คิดมากไปเอง" คังหลางเจินเหรินหัวเราะ "ในเมื่อเป็นขั้นสร้างฐาน ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลจริงๆ นั่นแหละ"

"ต่อให้ไม่ได้เตรียมลูกไม้พวกนี้ไว้ พวกเราห้าคนกลุ้มรุมเข้าไป สยบผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานคนหนึ่ง ยังจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามืออีกรึ!" เกาหู่ฉีกยิ้มกว้าง

......

เหนือน่านฟ้าตระกูลเฉิน

ซูจื่อโม่ยืนเหยียบกระบี่ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

ตั้งแต่ตอนที่สำเร็จ 'บทเปิดทวาร' เขาก็ฝึกฝนจนถึงขั้น 'เนตรสวรรค์โสตปฐพี' แล้ว

บัดนี้เมื่อควบแน่นแก่นอสูรได้ การได้ยินยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีก!

อย่าว่าแต่เสียงกระซิบกระซาบของพวกคังหลางเจินเหรินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลย หากซูจื่อโม่ต้องการจะฟัง ภายในรัศมีร้อยจั้ง แม้แต่เสียงมดแมลงคลานอยู่ใต้ดิน เสียงยุงแมลงวันขยับปีก เขาก็ได้ยินอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!

เดิมทีซูจื่อโม่ตั้งใจจะพุ่งเข้าไปสังหารพวกคังหลางเจินเหรินทั้งห้าคนให้สิ้นซากทันที

แต่ไม่นาน สายตาของเขาก็เบนไปตกที่ลานบ้านตระกูลเฉินเบื้องล่าง แววตาค่อยๆ เผยความฉงน

ตระกูลเฉินเงียบเหงามาก บ้านสี่หลังในลานบ้าน มีเพียงสองหลังที่มีคนอยู่

คนในห้องทางทิศใต้หัวใจเต้นเร็วมาก ดูเหมือนจะตื่นเต้นหวาดกลัวอย่างยิ่ง ลมหายใจหนักหน่วง เป็นชายธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์

หากไม่มีอะไรผิดพลาด คนผู้นี้น่าจะเป็นเฉินหนาน

ส่วนในห้องทางทิศตะวันตก อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสื่อมโทรมและใกล้ตาย ลมหายใจของผู้ที่อาศัยอยู่นั้นแผ่วเบา ขาดห้วงรอมร่อ น่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

จมูกของซูจื่อโม่ขยับเล็กน้อย ได้กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นโชยมา

คนในห้อง บาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก อาการป่วยเข้าขั้นวิกฤต!

"ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?"

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ในความคิดของเขา ในเมื่อลายมือบนนกกระดาษเป็นของจริง ก็หมายความว่าเฉินเมิ่งฉีกับคังหลางเจินเหรินเป็นพวกเดียวกัน เรื่องราวที่เขียนบนนกกระดาษย่อมต้องเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด เพียงเพื่อหลอกล่อให้เขามาที่นี่

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดเฉินเมิ่งฉีถึงได้บาดเจ็บสาหัสปางตายจริงๆ?

ในชั่วพริบตา ในหัวของซูจื่อโม่ก็นึกถึงความเป็นไปได้สองทาง

ข้อแรก ก่อนตายเฉินเมิ่งฉีต้องการหลอกให้เขามาที่นี่ เพื่อลากเขาลงนรกไปด้วยกัน

ข้อสอง นาง... เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกทิ้ง

สีหน้าของซูจื่อโม่ซับซ้อน ถอนหายใจเบาๆ ในใจ

ภายในใจของเขา บัดนี้มีคำตอบแล้ว

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 499 สะสางให้จบสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว