เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 490 คัมภีร์กระแสคลื่น

บทที่ 490 คัมภีร์กระแสคลื่น

บทที่ 490 คัมภีร์กระแสคลื่น


ผ่านไปครู่หนึ่ง เยี่ยนเป่ยเฉินก็เก็บดาบแล้วยืนนิ่ง

ซูจื่อโม่ระบายลมหายใจยาว ในแววตายากจะปิดบังความตื่นเต้นยินดี

"คัมภีร์สยบสมุทร" นอกจากกระบวนท่าสุดท้ายที่ยังไม่อาจใช้ออกได้ อีกสี่ท่าที่เหลือ เขาล้วนทำความเข้าใจจนบรรลุถึงระดับ 'สภาวะ' ได้จนหมดสิ้น!

การที่สามารถทำความเข้าใจได้รวดเร็วปานนี้ สาเหตุหลักคงเป็นเพราะแรงกดดันที่เยี่ยนเป่ยเฉินมอบให้แก่เขา

มิฉะนั้น ต่อให้เขาฝึกฝนกับอากาศธาตุไปอีกหลายปี หรือหลายสิบปี หากไร้ซึ่งวาสนา ก็คงจะไม่อาจก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ได้

ผู้ฝึกเทพยุทธ์หากปรารถนาจะเติบโตอย่างแท้จริง จำต้องขัดเกลาตนเองท่ามกลางความเป็นความตายอย่างต่อเนื่อง!

แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้ซูจื่อโม่ตื่นเต้นยินดีอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเพียงการบรรลุถึงขอบเขตแห่ง 'สภาวะ' เท่านั้น

แต่เป็นเพราะ ภายใต้เงื่อนไขที่พละกำลังเท่าเทียมกัน ในด้านเพลงดาบ เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งทวีปเทียนฮวงแดนเหนือในอดีตผู้นี้เลย!

แม้เยี่ยนเป่ยเฉินจะหมกมุ่นในวิถีแห่งดาบมาร่วมพันปี เขาก็ไม่ได้ตกเป็นรอง

"สะใจนัก!"

ซูจื่อโม่เหงื่อท่วมกาย แต่กลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

เยี่ยนเป่ยเฉินสีหน้าเย็นชา สายตาสงบนิ่ง ราวกับมองทะลุความคิดทั้งมวลของซูจื่อโม่

"เจ้าคิดว่าตัวเองเก่งกาจมากใช่หรือไม่ ที่สามารถต้านรับดาบของข้าได้?" เยี่ยนเป่ยเฉินเอ่ยถามเรียบๆ

ซูจื่อโม่เงียบงัน

ดูจากการประมือเมื่อครู่ แม้เยี่ยนเป่ยเฉินจะกดดันเขาอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่ได้เผยช่องโหว่ ซ้ำยังสามารถต้านรับกระบวนท่าเพลงดาบทั้งหมดของอีกฝ่ายได้!

เพียงแต่ เรื่องพรรค์นี้แม้จะถูกเยี่ยนเป่ยเฉินมองออก ซูจื่อโม่ก็ลำบากใจที่จะเอ่ยปากยอมรับ

แต่ประโยคถัดมาของเยี่ยนเป่ยเฉิน กลับทำให้ซูจื่อโม่ราวกับร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง หนาวสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย!

"เจ้าลองดูที่ตัวของเจ้าเองสิ"

ในดวงตาของเยี่ยนเป่ยเฉิน ฉายแววดูแคลนวูบหนึ่ง

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มลงมอง ดูแล้วถึงกับตะลึงงัน รูม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด เสื้อคลุมสีเขียวบริเวณหน้าอกของเขา ถูกกรีดเป็นรอยขาดสายแล้วสายเล่า อยู่บริเวณใกล้หัวใจ พาดไขว้ไปมา ประกอบกันเป็นคำว่า 'ตาย' ตัวใหญ่เป้ง!

"นี่..."

ซูจื่อโม่รู้สึกเพียงมือเท้าเย็นเฉียบ

นี่หมายความว่า หากเป็นการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ประมือกันเมื่อครู่ เขาตายไปแล้วถึงหกครั้ง!

ที่น่ากลัวที่สุดคือ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย!

ซูจื่อโม่ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตระหนก ความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น

หากไม่มีข้อจำกัด อาศัยท่าร่างและความเร็วจากคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร บวกกับร่างกายเนื้อที่น่าสะพรึงกลัว ซูจื่อโม่อาจจะไม่แพ้

แต่อย่างน้อยในด้านเพลงดาบ ซูจื่อโม่พ่ายแพ้อย่างหมดรูป

เยี่ยนเป่ยเฉินปาดมือผ่านถุงเก็บของ ในฝ่ามือปรากฏคัมภีร์โบราณสองเล่ม แล้วยื่นส่งให้ซูจื่อโม่

ซูจื่อโม่เพ่งตามอง ถึงกับอุทานออกมา

"คัมภีร์กระแสคลื่น!"

จักรพรรดิดาบทิ้งมรดกไว้สองฉบับในสนามรบบรรพกาล หนึ่งคือ "คัมภีร์สยบสมุทร" ซึ่งซูจื่อโม่ได้ครอบครองไปแล้ว

ฉบับที่สอง ก็คือ "คัมภีร์กระแสคลื่น" ซึ่งถูกเยี่ยนเป่ยเฉินชิงไปได้เมื่อพันปีก่อน

เยี่ยนเป่ยเฉินกล่าวว่า ""คัมภีร์กระแสคลื่น" ไม่ใช่เพลงดาบ แต่เป็นวิชาลับแขนงหนึ่ง มีทั้งหมดเก้าชั้น จักรพรรดิดาบบัญญัติขึ้นจากการเฝ้าดูน้ำขึ้นน้ำลงที่ริมทะเล ผสานด้วยวิถีและหลักการ แฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน"

"คัมภีร์กระแสคลื่นและสยบสมุทร ทั้งสองเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การฝึกฝน "คัมภีร์กระแสคลื่น" จะฝึกปรือพลังชนิดหนึ่งเรียกว่า พลังกระแสคลื่น

เมื่อบรรลุถึงขั้นที่หนึ่ง ทุกครั้งที่ฟันดาบ จะระเบิดพลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน นี่ก็คือพลังกระแสคลื่น"

ซูจื่อโม่คล้ายจะเข้าใจ

เยี่ยนเป่ยเฉินกล่าวต่อว่า ""คัมภีร์กระแสคลื่น" ขั้นที่หนึ่ง จะเพิ่มพละกำลังหนึ่งส่วน ขั้นที่สอง ก็จะเพิ่มพละกำลังสองส่วน อย่าได้ดูแคลนหนึ่งส่วนหรือสองส่วนที่เพิ่มขึ้นมานี้ เมื่ออยู่ในการต่อสู้ฆ่าฟันจริงๆ

ความแตกต่างนั้นชัดเจนยิ่งนัก!"

ซูจื่อโม่เดาะลิ้นในใจ

หากฝึกฝนจนเกิดพลังกระแสคลื่นเก้าทบ ก็เท่ากับเพิ่มพละกำลังเก้าส่วน แทบจะเทียบเท่ากับการระเบิดพลังรบออกมาเป็นสองเท่า เพียงพอที่จะกวาดล้างคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้แล้ว!

"แน่นอนว่า ประโยชน์สูงสุดของ "พลังกระแสคลื่น" ก็คือการอุดช่องโหว่ใน "คัมภีร์สยบสมุทร""

"เพลงดาบสี่กระบวนท่าแรกของเจ้า บรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญช่ำชองแล้ว แต่ในการแปรเปลี่ยนกระบวนท่า ระหว่างการถ่ายเทความแข็งกร้าวและความอ่อนหยุ่น ยังมีการชะงักงันอยู่บ้าง ไม่กลมกลืนพอ"

"ช่องโหว่เหล่านี้ ในสายตาของผู้ฝึกเทพยุทธ์ทั่วไป แทบจะมองไม่เห็น แต่หากพบเจอกับคนอำมหิตที่แท้จริง เจ้าก็จะมีอันตรายถึงชีวิต!"

ซูจื่อโม่พลันเข้าใจแจ่มแจ้ง

ก่อนหน้านี้ตอนที่ร่ายรำเพลงดาบ เขาเคยมีความรู้สึกติดขัดเล็กน้อยเช่นนี้จริงๆ

แต่ในสนามรบบรรพกาล ตอนที่ฆ่าฟันกับอัจฉริยะจากสามสำนัก เซียน พุทธ และมาร ไม่มีใครค้นพบช่องโหว่นี้ จนทำให้ซูจื่อโม่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

นึกไม่ถึงว่า ช่องโหว่เพียงเล็กน้อยเช่นนี้ เมื่อตกอยู่ในสายตาของยอดฝีมือตัวจริง กลับกลายเป็นจุดตายที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้!

ซูจื่อโม่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาคาดไม่ถึงว่า เยี่ยนเป่ยเฉินจะใจกว้างถึงเพียงนี้ ถ่ายทอด "คัมภีร์กระแสคลื่น" ให้แก่เขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

"ผู้อาวุโส ให้ข้าร่ายรำ "คัมภีร์สยบสมุทร" สักรอบ เพื่อบอกเคล็ดความสำคัญในนั้นแก่ท่านเถิด"

ความคิดของซูจื่อโม่นั้นเรียบง่าย เขาต้องการถ่ายทอด "คัมภีร์สยบสมุทร" ให้แก่เยี่ยนเป่ยเฉิน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่ง

"ไม่จำเป็น" เยี่ยนเป่ยเฉินสีหน้าเรียบเฉย โบกมือกล่าวว่า "ข้าเริ่มสัมผัสวิถีของตนเองได้แล้ว คัมภีร์สยบสมุทรในสายตาข้า ก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก!"

ในคำพูดของเยี่ยนเป่ยเฉิน แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทระนง

เขามั่นใจว่า ในอนาคตจะต้องได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดิ และความสำเร็จจะต้องอยู่เหนือกว่าจักรพรรดิดาบ!

ซูจื่อโม่ไม่ดึงดันอีก รับ "คัมภีร์กระแสคลื่น" มาเก็บไว้ แล้วมองไปยังคัมภีร์โบราณเล่มที่สอง ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "เพลงดาบซิวหลัว?"

วิชาลับอีกฉบับหนึ่ง กลับเป็นความลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอกของนิกายซิวหลัว

"เพลงดาบซิวหลัว"!

"นี่..."

ซูจื่อโม่มึนงงไปบ้าง

การกระทำของเยี่ยนเป่ยเฉินเช่นนี้ หมายความว่าจะให้เขาเข้าร่วมนิกายซิวหลัวงั้นรึ?

ซูจื่อโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ยังคงยื่น "เพลงดาบซิวหลัว" คืนกลับไป กล่าวว่า "ข้าไม่เคยคิดจะออกจากยอดเขาไร้ตัวตน "เพลงดาบซิวหลัว" เล่มนี้ ขอผู้อาวุโสโปรดรับคืนไปเถิด"

เยี่ยนเป่ยเฉินปรายตามอง แต่ไม่ได้รับไป

"ต่อให้ไม่เข้านิกายซิวหลัว เคล็ดวิชาดาบเล่มนี้ เจ้าก็เอาไปฝึกได้"

"นี่... จะไม่เหมาะสมกระมัง?"

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้ว

สำหรับวิชาลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอกสำนักเช่นนี้ หากมีใครลักลอบถ่ายทอดออกไป ย่อมต้องถูกสำนักลงทัณฑ์ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้!

"ข้ากล้าให้ เจ้าไม่กล้าเรียนรึ?" เยี่ยนเป่ยเฉินแค่นหัวเราะ

ซูจื่อโม่เงียบงัน

ในสนามรบบรรพกาล ปัญหาที่เขาก่อไว้มีไม่น้อยจริงๆ ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าเรียนหรอก

ยิ่งไปกว่านั้น วิชาของพรรคมาร ซูจื่อโม่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยฝึกฝนมาก่อน

ปีนั้นในแม่น้ำใต้ดิน ซูจื่อโม่และจีเหยาจิงถูกขังอยู่ในโลงหินแคบๆ ก็เคยฝึกฝน "คัมภีร์มารโลหิต" ที่ทิ้งไว้ในโลงหินมาแล้ว

เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูจื่อโม่จึงเก็บคัมภีร์โบราณทั้งสองเล่มไว้

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูจื่อโม่นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า "นิกายซิวหลัวอยู่ไกลถึงจงโจว ผู้อาวุโสสามารถมาได้ทันเวลา เป็นเพราะกู้ซีส่งข่าวไปบอกหรือ?"

เยี่ยนเป่ยเฉินพยักหน้า มองดูซูจื่อโม่ด้วยสายตาที่แฝงแววแปลกประหลาดอยู่บ้าง กล่าวว่า

"คิดไม่ถึงว่า ธิดาพรรคมารในยุคนี้ จะเลือกเจ้าเป็นเตาหลอม"

นี่เป็นครั้งที่สองที่ซูจื่อโม่ได้ยินคำว่า 'เตาหลอม'

ครั้งแรก คือที่หน้าตำหนักจักรพรรดิมนุษย์ ผู้ถูกผนึกของสำนักมายาตั้งคำถามกับจีเหยาจิง ซึ่งนางก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

"เตาหลอมของนิกายธิดาพรหมจรรย์ มีความนัยลึกซึ้งอย่างไรหรือ?" ซูจื่อโม่อดถามไม่ได้

เยี่ยนเป่ยเฉินปิดปากเงียบ

ซูจื่อโม่เห็นดังนั้น จึงระงับความสงสัยในใจไว้ชั่วคราว คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามอีกว่า

"ในอาณาเขตราชวงศ์โจว เหตุใดสำนักและผู้ฝึกเทพยุทธ์ทั้งหมด รวมถึงราชวงศ์โจว ถึงได้หวาดกลัวเผ่าอูนัก?"

"ความหวาดกลัวนี้ มีต้นตอมาจากหายนะครั้งใหญ่เมื่อหมื่นปีก่อน"

เยี่ยนเป่ยเฉินกล่าวเรียบๆ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 490 คัมภีร์กระแสคลื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว