- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 450 สยบให้ราบคาบ
บทที่ 450 สยบให้ราบคาบ
บทที่ 450 สยบให้ราบคาบ
ไป๋อวี่สิ้นชีพ บริเวณโดยรอบตำหนักจักรพรรดิมนุษย์ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าในชั่วพริบตา
ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่หลบซ่อนตัวมุงดูอยู่ไกลๆ ใบหน้าตื่นตระหนก มองดูฉากนี้ด้วยความเหลือเชื่อ
แข็งกร้าวเกินไปแล้ว!
แม้แต่ภัยคุกคามจากผู้ถูกผนึก คนผู้นี้ก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา
ในสถานการณ์ที่ล่วงเกินสำนักเซียนและสำนักพุทธไปแล้ว ผู้สืบทอดแห่งเกาะเสินหวงผู้นี้ยังคงไร้ความกริ่งเกรง ลงมือสังหารอย่างเด็ดขาด สยบสองจอมมารน้อยอย่างแข็งกร้าว!
ข้าจะมอบเหตุผลในการลงมือให้พวกเจ้า ความหมายแฝงก็คือ ต่อให้พวกเจ้าอัจฉริยะจากสำนักเซียน สำนักพุทธ และสำนักมารร่วมมือกัน ข้าก็ยังไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใด!
จักรพรรดิ คือตัวตนระดับสูงสุดบนทวีปเทียนฮวง ท่วงท่าอันสง่างามไร้เทียมทานนั้น ผู้ฝึกตนทุกคน ณ ที่นี้ รวมไปถึงเหล่าผู้ถูกผนึก ล้วนไม่มีวาสนาได้พบเห็น
แต่ในวินาทีนี้ ในห้วงความคิดของทุกคน ต่างก็มีความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามา
ยามที่จักรพรรดิยังอยู่ในขั้นสร้างฐาน ก็คง... เป็นเช่นนี้กระมัง
"แย่แล้ว!" จีเหยาจิงหัวใจดิ่งวูบ
ไป๋อวี่ตกตาย ทั้งสองฝ่ายไม่มีช่องว่างให้ประนีประนอมกันได้อีก สิ่งที่ซูจื่อโม่จะต้องเผชิญหน้า คือผู้ถูกผนึกที่กำลังบันดาลโทสะอย่างแท้จริง!
แม้จะอยู่ในวัยโรยรา แต่คนผู้นั้นก็คือจินตันเจินเหริน!
อัจฉริยะมากมายจากสำนักเซียน พุทธ และมาร มองดูซูจื่อโม่ที่อยู่ใจกลางสนามรบ ราวกับกำลังมองคนตาย แววตาแฝงไว้ด้วยความหยอกเย้าและเวทนา
ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาลงมือ เพียงแค่ผู้ถูกผนึกแห่งสำนักซิวหลัวที่ก้าวเข้ามาในสนามรบ ก็เพียงพอที่จะสยบสังหารซูจื่อโม่ได้แล้ว!
เมื่อมองดูชายชราชุดคลุมโลหิตที่พุ่งเข้ามา ซูจื่อโม่สีหน้าไม่เปลี่ยน ไออสูรสีแดงชาดรายล้อม กลิ่นอายไม่ลดทอน แววตาฉายประกายอำมหิต
"ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นตัวอะไร"
ชายชราชุดคลุมโลหิตจ้องมองซูจื่อโม่ ทั่วร่างแผ่ซ่านจิตสังหารเข้มข้น กลิ่นอายของทั้งร่างเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวช้าๆ ว่า
"ตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าตาย!"
สิ้นเสียงคำพูด ในมือของชายชราชุดคลุมโลหิต ก็ปรากฏดาบยาวเล่มหนึ่ง
วูบ!
แม้จะเป็นเพียงอุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอด แต่เมื่อประสานกับพลังของขั้นสร้างแก่นทอง ก็ระเบิดประกายดาบที่มีกลิ่นอายโลหิตพุ่งเสียดฟ้า โรยตัวลงมาตรงหน้าซูจื่อโม่ในชั่วพริบตา
วู่ว วู่ว
เสียงภูตผีโหยหวนดังระงม เบื้องหน้าซูจื่อโม่ ราวกับปรากฏภาพภูเขาซากศพและทะเลโลหิตลอยขึ้นมา ทำให้จิตใจปั่นป่วนไม่สงบ!
วินาทีถัดมา สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริดก็คือ ซูจื่อโม่ถึงกับก้าวเท้าไปข้างหน้า กำหมัดขวาแน่น ชกสวนดาบยาวที่ฟันลงมาอย่างดุดัน!
"ไม่เจียมตัวจริงๆ"
"ช่วยไม่ได้ ถอยก็ไม่ทันแล้ว สู้พุ่งเข้าใส่ ตายอย่างมีศักดิ์ศรีหน่อยยังดีกว่า"
เหล่าอัจฉริยะยิ้มเยาะ
จีเหยาจิงเบือนหน้าหนี ราวกับไม่อาจทนดูได้
ตูม!
หมัดปะทะดาบ ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนฟ้าดิน
ทุกคนตาค้าง อ้าปากค้าง มองดูฉากในสนามรบด้วยความเหลือเชื่อ ตะลึงงันอยู่กับที่
ไม่มีภาพนองเลือดอย่างที่ทุกคนจินตนาการไว้
ดาบนี้ฟันลงบนหมัดขวาของซูจื่อโม่ กลับไม่สามารถผ่ากำปั้นนั้นออกเป็นสองซีกได้!
ชะงักงันไปชั่วครู่ ซูจื่อโม่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายถูกแรงกระแทกจากดาบจนกระเด็นลอยไปไกล ตกลงบนพื้นดินแน่นิ่งไป ไออสูรสีแดงชาดบนร่างค่อยๆ สลายตัว
ในเวลาเดียวกัน ด้านหลังของชายชราชุดคลุมโลหิตก็ปรากฏรอยแยกที่มืดมิดลึกล้ำขึ้นหลายสาย ราวกับห้วงมิติถูกฉีกกระชาก ลมทมิฬพัดโชย ทำให้ผู้คนหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ!
รอยแยกมิติ!
ชายชราชุดคลุมโลหิตแววตาหมองหม่นลง
นี่คือชะตากรรมของผู้ถูกผนึก
ในเมื่อทำลายกฎเกณฑ์ของสนามรบโบราณ ก็ต้องยอมรับบทลงโทษ
ทว่า การได้สยบสังหารซูจื่อโม่ เขาก็นับว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว
แม้ว่าซูจื่อโม่จะต้านทานความคมของดาบวิเศษไว้ได้ แต่ชายชราชุดคลุมโลหิตเชื่อมั่นว่า ผู้สร้างฐานเจ็ดเส้นชีพจรผู้นี้ ย่อมไม่อาจแบกรับพลังของขั้นสร้างแก่นทองได้เด็ดขาด!
แรงดึงดูดอันมหาศาลโรยตัวลงมา
ชายชราชุดคลุมโลหิตถูกรอยแยกมิติดูดเข้าไปโดยไม่อาจควบคุม ใบหน้าปรากฏรอยเลือดขึ้นทีละรอยๆ ทำท่าว่าจะถูกรอยแยกมิติฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทันใดนั้น!
ซูจื่อโม่ที่เดิมทีนอนคว่ำอยู่กับพื้นพลันขยับตัว ไอโขลกๆ สองสามครั้ง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา!
หือ?
ถึงกับยังไม่ตาย?
ชายชราชุดคลุมโลหิตสีหน้าตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ อ้าปากกว้าง ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
วินาทีถัดมา เสียงดังปุ ชายชราชุดคลุมโลหิตทั้งร่างหายวับไป กลายเป็นหมอกโลหิตกลุ่มหนึ่ง ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!
ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยแยกมิติเหล่านั้นค่อยๆ สมานตัวเข้าหากัน
"ดาบคลั่งแห่งเกาะเสินหวงผู้นี้น่ากลัวจริงๆ ผู้ถูกผนึกทุ่มสุดตัว ยังฆ่าเขาไม่ได้!"
"ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้ว ข้าคาดว่า อวัยวะภายในของคนผู้นี้คงถูกแรงกระแทกจนแหลกเหลว มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"
"ดาบเมื่อกี้นี้ เขาใช้มือเปล่ารับไว้ได้อย่างไร?"
"ไม่รู้สิ"
หากสวมใส่อุปกรณ์วิเศษประเภทป้องกัน แสงแห่งลวดลายวิเศษย่อมต้องส่องประกายขึ้นบนฝ่ามือของซูจื่อโม่ แต่ในชั่วพริบตาที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันเมื่อครู่ ทุกคนต่างเห็นชัดเจนว่า ซูจื่อโม่ใช้มือเปล่าเท้าเปล่า
การที่สามารถใช้มือเปล่าต้านทานดาบยาวในมือของจินตันเจินเหรินได้ ย่อมต้องอาศัยฝ่ามือกระดูกโลหิต
หากเปลี่ยนเป็นใช้มือซ้ายรับ ดาบนี้ฟันลงมา แขนซ้ายทั้งข้างของซูจื่อโม่คงพิการไปแล้ว!
เพียงแต่ว่า แม้ฝ่ามือกระดูกโลหิตจะต้านทานความคมของอุปกรณ์วิเศษได้ แต่กลับไม่อาจต้านทานพลังของจินตันเจินเหรินได้ทั้งหมด
พลังเช่นนี้ สำหรับผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานแล้ว แทบจะเป็นการทำลายล้าง
แต่ร่างกายของซูจื่อโม่แข็งแกร่งเกินไป พลังการฟื้นตัวน่าตื่นตะลึง!
นี่คือร่างกายที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าอสูรดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์เสียอีก!
แม้อวัยวะภายในจะได้รับแรงสั่นสะเทือน จนซูจื่อโม่กระอักเลือดออกมา แต่ผ่านไปเพียงสองสามลมหายใจ อาการบาดเจ็บภายในของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาเกือบจะหายดีแล้ว
เพียงแค่ผู้ถูกผนึกคนเดียว ยังทำอันตรายถึงรากฐานของซูจื่อโม่ไม่ได้!
สวบ สวบ สวบ เสียงฝีเท้าดังขึ้น ร่างเงาจำนวนมากกลับมาล้อมรอบซูจื่อโม่ไว้
ครั้งนี้ นอกจากแปดยอดอัจฉริยะฝ่ายเซียนและพุทธ แม้แต่จอมมารน้อยอีกสามคนที่เหลือของฝ่ายมาร ก็เดินเข้ามา มองดูซูจื่อโม่ด้วยสายตาเย็นชา ต่างพากันชักอาวุธออกมา ใบหน้าเผยจิตสังหาร
ยกเว้นจีเหยาจิง อัจฉริยะทุกคนเตรียมจะร่วมมือกัน สยบสังหารซูจื่อโม่ให้สิ้นซาก!
ฉวยโอกาสตอนเจ็บ ซ้ำเติมให้ถึงตาย!
เพียงแต่ว่า เหล่าอัจฉริยะต่างคำนวณผิดไปเรื่องหนึ่ง
ซูจื่อโม่ไม่ได้บาดเจ็บหนักหนาสาหัสอย่างที่ทุกคนจินตนาการ
อาการบาดเจ็บเล็กน้อยเพียงเท่านี้ สำหรับเขาแล้ว แทบจะมองข้ามไปได้เลย
มิหนำซ้ำ การลงมือของผู้ถูกผนึก การร่วมมือกันของอัจฉริยะสามฝ่าย เซียน พุทธ และมาร ได้ปลุกกระตุ้นความดิบเถื่อนในจิตใจของซูจื่อโม่ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์!
ในโลกแห่งการฝึกเซียน ไม่มีความยุติธรรมอยู่เลย
อัจฉริยะจากสำนักใหญ่ต่างๆ ร่วมมือกัน เบื้องหลังของอัจฉริยะมากมายมีผู้ถูกผนึกของสำนักคอยหนุนหลัง ส่วนซูจื่อโม่ตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีทั้งผู้ช่วย และไม่มีผู้ถูกผนึกของสำนักคอยปกป้อง
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ซูจื่อโม่ยิ่งต้องสู้!
เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า สิ่งที่เตี๋ยเยว่ถ่ายทอดให้แก่เขา ย่อมไม่ด้อยไปกว่าวิชาลับของสามฝ่าย เซียน พุทธ และมาร!
เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ต่อให้อัจฉริยะมากมายร่วมมือกัน ก็กดเขาไม่ลง!
เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า แม้จะไม่มีสำนักที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง เขาก็สามารถทำลายทุกสรรพสิ่ง ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้!
"หึหึหึหึ"
ซูจื่อโม่หัวเราะออกมา กวาดสายตามองไปรอบด้าน แววตาฉายแสงประหลาดอันน่าหวาดหวั่น เจตจำนงแห่งการต่อสู้ท่วมท้นฟ้า กล่าวช้าๆ ว่า
"ดี ดี ดี! ในเมื่อพวกเจ้าจะร่วมมือกัน ข้าก็จะสยบพวกเจ้าให้ราบคาบเสียทั้งหมด!"
"สามหาว!"
หางชิวอวี่แห่งสำนักกระบี่แค่นหัวเราะ "ดาบคลั่ง เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นปากเก่ง! โดนการโจมตีเต็มกำลังจากผู้ถูกผนึก ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะยังมีแรงเหลือมาต่อสู้อีก!"
ซ่างกวนอวี่แห่งสำนักอวิ๋นอวี่กางพัดด้ามจิ้ว กล่าวเสียงเยียบเย็นว่า "ดาบคลั่ง เจ้าเป็นเผ่าพันธุ์อสูร! ต่อให้พวกเราสามฝ่าย เซียน พุทธ มาร ร่วมมือกัน นั่นก็คือการสยบสังหารเผ่าพันธุ์อื่น ผดุงคุณธรรมแทนสวรรค์!"
"ถูกต้อง!"
อ้าวอวี่เซียวกล่าวเสียงขรึม "มิใช่เผ่าพันธุ์เรา จิตใจย่อมแปลกแยก สำหรับสัตว์เดรัจฉานเช่นเจ้า ทุกคนล้วนมีสิทธิ์สังหาร!"
-สองสิงห์:ผู้แปล-