- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 449 สังหาร!
บทที่ 449 สังหาร!
บทที่ 449 สังหาร!
เบื้องหน้าคล้ายมีเงาร่างวูบไหว นักฆ่าพันหน้ารีบหยุดยั้งร่างลงทันที
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ซูจื่อโม่ถึงกับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว กลิ่นอายกดดัน ปิดกั้นทางหนีทีไล่!
ความเร็วสูงเกินไปแล้ว!
ด้วยสภาพจิตใจของนักฆ่าพันหน้า ยามนี้ยังรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวระลอกแล้วระลอกเล่า สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ภายในดวงตาที่เหมือนปลาตายฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่ง
ร่างสูงใหญ่กำยำร่างหนึ่ง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นดิน ไออสูรสีแดงชาดม้วนตัวพลุ่งพล่าน เนรมิตภาพมายาของอสูรยักษ์บรรพกาลที่ดุร้ายอำมหิตขึ้นมาทีละตัวๆ เหมือนจริงราวกับมีชีวิต ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม เขี้ยวเล็บดุร้ายน่ากลัว!
ดุจดาราล้อมเดือน ท่ามกลางวงล้อมของอสูรยักษ์บรรพกาลเหล่านั้น ซูจื่อโม่ดวงตาดำสนิท สว่างไสวลึกล้ำ มองลงมาที่นักฆ่าพันหน้า
สายตาเช่นนั้น เย็นชา และหยอกเย้า ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีตายอย่างอลหม่าน!
นักฆ่าพันหน้ารู้สึกจิตใจสั่นสะท้าน สันหลังหนาววาบ!
วินาทีถัดมา ซูจื่อโม่พลันยื่นฝ่ามือขนาดใหญ่ออกมา บดบังแสงตะวันมืดฟ้ามัวดิน ตะปบลงไปที่ศีรษะของนักฆ่าพันหน้า อานุภาพคุกคามเสียดฟ้า
ปฏิกิริยาตอบสนองของนักฆ่าพันหน้ารวดเร็วยิ่งนัก ขณะที่บีบยันต์ป้องกันตัวจนแตก ก็ยกกระบี่แทงสวนขึ้นไป ตัวกระบี่เรียวยาวสั่นไหว เลื้อยคดเคี้ยวราวกับงู แผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกออกมา
ในสายตาของเขา ไม่ว่าอย่างไร ซูจื่อโม่ก็มือเปล่าเท้าเปล่า
ร่างกายเนื้อ จะต้านทานความคมกริบของอุปกรณ์วิเศษได้อย่างไร!
ทันใดนั้น!
รูม่านตาของนักฆ่าพันหน้าหดเกร็ง
ฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะของเขา ปลายนิ้วพลันงอกเล็บที่แหลมคมราวกับกริชออกมาทีละนิ้ว ดุจมีดดาบ เป็นประกายแสงเย็นเยียบ!
เล็บนี้ ดูไปแล้วเหมือนกรงเล็บของอสูรยักษ์บรรพกาล แข็งแกร่งทำลายไม่ได้!
ชั่วพริบตา เล็บทั้งห้าก็ปะทะเข้ากับกระบี่เรียวของนักฆ่าพันหน้า
วิง!
กระบี่ยาวในมือของนักฆ่าพันหน้า ราวกับอสรพิษที่ถูกบีบที่จุดตายเจ็ดนิ้ว ดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด แต่ไม่อาหลุดรอดไปได้ ทำได้เพียงส่งเสียงสั่นสะเทือนอู้อี้
เสียงดังเคร้ง กระบี่ยาวแตกละเอียด!
ผู้คนฮือฮา
อุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอด ถึงกับถูกซูจื่อโม่ใช้มือเปล่าทำลายจนแหลกละเอียด กลายเป็นเศษซากที่หม่นหมองไร้แสงกองหนึ่ง ร่วงหล่นลงแทบเท้านักฆ่าพันหน้า
วินาทีถัดมา เบื้องหน้าของนักฆ่าพันหน้ามืดดับ สูญเสียสติสัมปชัญญะไปโดยสิ้นเชิง
ยันต์ป้องกันตัวของเขา เมื่ออยู่ภายใต้ฝ่ามือของซูจื่อโม่ ก็เปราะบางราวกับเต้าหู้
เล็บทั้งห้าเจาะทะลุม่านแสงที่ยันต์ป้องกันตัวสร้างขึ้นโดยตรง ดังฉึก เจาะลงไปบนกระหม่อมของนักฆ่าพันหน้า
ยามที่ซูจื่อโม่ชักมือกลับ บนศีรษะของนักฆ่าพันหน้า ก็ปรากฏรูนิ้วเพิ่มขึ้นมาห้ารู ของเหลวข้นหนืดสีแดงขาวไหลทะลักออกมา
ดวงตาที่เหมือนปลาตายคู่นั้นของนักฆ่าพันหน้า ไม่สามารถเปล่งประกายแสงใดๆ ได้อีก ล้มตึงลงไป ร่องรอยแห่งชีวิตขาดสะบั้น
จอมมารน้อยแห่งสำนักสังหารเร้นกาย ตัวตายอยู่ใต้ตำหนักจักรพรรดิมนุษย์!
สรรพสำเนียงเงียบงัน
สงครามดำเนินมาถึงจุดนี้ อัจฉริยะคนหนึ่งต้องตัวตายวิชาสูญ
ไม่ว่าก่อนหน้านี้ นักฆ่าพันหน้าจะแข็งแกร่งเพียงใด เคยมีเกียรติยศมากเพียงไหน ในวินาทีนี้ เขาเป็นเพียงศพหนึ่งในกองซากศพอันเวิ้งว้างใต้ตำหนักจักรพรรดิมนุษย์ ไม่มีความแตกต่างใดๆ
ผู้ที่มีพรสวรรค์จนสวรรค์ยังริษยา เรียกว่าอัจฉริยะ
ในเมื่อถูกสวรรค์ริษยา ก็ย่อมต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมมากมายที่ผู้ฝึกตนทั่วไปนึกจินตนาการไม่ถึง
และอัจฉริยะที่ตกตาย ในท้ายที่สุดก็จะถูกผู้คนลืมเลือน
ในบรรดาขุมกำลังต่างๆ บนทวีปเทียนฮวง ไม่ใช่ทุกสำนักที่จะส่งผู้ถูกผนึกเข้ามา
อย่างเช่นสำนักพิษ สำนักมารนิกายธิดาพรหมจรรย์ รวมไปถึงสำนักสังหารเร้นกาย ล้วนไม่มีผู้ถูกผนึก
ในสายตาของคนสำนักสังหารเร้นกาย ด้วยวิธีการของนักฆ่าพันหน้า เพียงพอที่จะโลดแล่นในสนามรบโบราณ ต่อให้พ่ายแพ้สู้ไม่ได้ ลอบสังหารล้มเหลว ก็ยังสามารถหลบหนีไปไกลพันลี้ได้อย่างแน่นอน
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จอมมารน้อยแห่งสำนักสังหารเร้นกายในสนามรบโบราณ เคยมีความล้มเหลว แต่ไม่เคยมีการตกตายมาก่อน
บัดนี้ นักฆ่าพันหน้าเสียชีวิต ไม่มีผู้ถูกผนึกของสำนักสังหารเร้นกายมาแก้แค้นให้เขา
ซูจื่อโม่สังหารนักฆ่าพันหน้า ร่างกายไม่หยุดนิ่ง สาวเท้าก้าวยาวๆ เพียงสองสามก้าวก็มาถึงเบื้องหน้าไป๋อวี่แห่งสำนักซิวหลัว แววตาฉายประกายอำมหิตเจิดจ้า แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
"แย่แล้ว เขาจะฆ่าปิดปาก!"
ไป๋อวี่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ เลือดสูบฉีดรวดเร็ว หัวใจแทบระเบิด!
ตั้งแต่ตอนที่ซูจื่อโม่หดตัวเป็นก้อนเนื้อเพื่อหลบหลีกกระบวนท่าสังหารของพวกเขาทั้งสี่คน ความสงสัยในใจของไป๋อวี่ก็ถูกคลี่คลายจนหมดสิ้น
หากสามารถย่อกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นได้ถึงขั้นนี้ เช่นนั้นการเปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนหน้าตา สำหรับคนผู้นี้แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือหรอกหรือ?
เมื่อเผชิญหน้ากับแปดยอดอัจฉริยะที่เหลือ คนผู้นี้กลับทำเป็นมองไม่เห็น พุ่งตรงมาที่หน้าเขาโดยตรง
ไป๋อวี่ยิ่งมั่นใจว่า คนผู้นี้กับผู้ฝึกตนชุดเขียวคนก่อนหน้านั้นคือคนคนเดียวกัน!
ไป๋อวี่อย่างไรเสียก็เป็นถึงจอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัว ตั้งสติได้ในชั่วพริบตา พลิกดาบซิวหลัว ฟันสวนใส่ซูจื่อโม่ที่พุ่งเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม ปากก็ตะโกนเสียงดังว่า
"เจ้าคือ..."
"สู้!"
ยังไม่ทันที่ไป๋อวี่จะพูดจบประโยค ซูจื่อโม่ก็เอ่ยปากตะโกนก้องขึ้นมาก่อน
ระยะห่างใกล้เกินไป
ไป๋อวี่ร่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คำพูดที่อยู่ที่ริมฝีปาก ถูกแรงสั่นสะเทือนกระแทกกลับเข้าไป หูทั้งสองข้างดับสนิท เลือดไหลซึมออกมา เจ็บปวดจนเครื่องหน้าบิดเบี้ยวไปหมด!
ซูจื่อโม่ตั้งฝ่ามือเป็นดาบ ฟันลงที่ข้อมือข้างที่ถือดาบของไป๋อวี่
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกดังขึ้น ข้อมือหักสะบั้น
ซูจื่อโม่แค่นหัวเราะเย็นชา รุกประชิดตัว ยื่นฝ่ามือออกไป บีบคอไป๋อวี่แล้วยกตัวลอยขึ้นมาโดยตรง
ซูจื่อโม่สะบัดแขน บีบคอไป๋อวี่แล้วเขย่าอย่างรุนแรง
เปรี๊ยะ พับ!
พร้อมกับเสียงดังกรอบแกรบ โครงกระดูกภายในร่างของไป๋อวี่ ถูกแรงเขย่าของซูจื่อโม่จนหลุดเคลื่อนไปหมดสิ้น ต่อให้มีพละกำลังหมื่นจวิน ก็ไม่อาจใช้ออกมาได้แม้แต่ครึ่งส่วน
ไป๋อวี่ทั้งร่างอ่อนระทวย ถูกซูจื่อโม่หิ้วไว้ในฝ่ามือ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืน
เนื่องจากถูกบีบคอ ใบหน้าของไป๋อวี่จึงบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำ แม้แต่คำพูดยังพูดไม่ออก
"เจ้ากล้า!"
"หยุดมือ!"
"อย่านะ!"
เสียงแรก มาจากชายชราชุดคลุมโลหิตที่ชมการต่อสู้อยู่ไกลๆ คนผู้นี้คือผู้ถูกผนึกแห่งสำนักซิวหลัว
เสียงที่สอง ดังมาจากจอมมารน้อยทั้งหลาย
เสียงสุดท้าย เป็นจีเหยาจิงที่ตะโกนออกมา
"ผู้ถูกผนึกสำนักซิวหลัวกำลังเร่งรุดมาทางนี้แล้ว เจ้าฆ่าเขา ย่อมต้องยั่วยุให้ผู้ถูกผนิกระเบิดพลังขั้นสร้างแก่นทอง ลงมือกับเจ้าแน่นอน เจ้า เจ้าอย่าได้วู่วามเด็ดขาด"
จีเยาจิงร้อนรนใจ รีบกล่าวเตือน
ซูจื่อโม่ไม่เอ่ยปาก เพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ไป๋อวี่ลงมือกับเขาหลายครั้งหลายครา ลำพังแค่ไป๋อวี่ล่วงรู้ฐานะของเขา เขาก็ไม่อาจยั้งมือไว้ชีวิตได้!
จีเยาจิงใจหายวาบ ร้องแย่แล้วในใจ
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้ากล้าทำร้ายชีวิตเขา ข้าจะให้เจ้าตายตกตามกันไป!"
ไม่ไกลออกไป ชายชราชุดคลุมโลหิตพุ่งทะยานมาทางนี้อย่างรวดเร็ว ตะโกนก้อง ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยจิตสังหาร ราวกับม้วนเอาคลื่นลมพายุโลหิตมาด้วย!
ได้ยินประโยคนี้ ซูจื่อโม่ไม่สะทกสะท้าน เพียงแค่มองผู้มาเยือนด้วยสายตาเย็นชา
อีกด้านหนึ่ง ผังเยว่แห่งตำหนักป้าหวางกล่าวเสียงขรึมว่า
"ดาบคลั่ง ปล่อยคนซะ! มิเช่นนั้น เจ้าก็คือเป็นศัตรูกับสำนักมารของข้า บีบให้พวกข้าต้องลงมือ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ได้ยินประโยคนี้ ซูจื่อโม่แหงนหน้าหัวเราะลั่น กวาดตามองเหล่าผู้กล้าด้วยสายตาดูแคลน ตะโกนก้องว่า
"อนุญาตให้แต่สำนักมารของพวกเจ้าลงมือกับข้า แต่ไม่อนุญาตให้ข้าฆ่าคน ทั่วหล้านี้ มีเหตุผลพรรค์นี้ด้วยรึ!"
จอมมารน้อยทั้งหลายเงียบกริบ
"พวกเจ้าเดิมทีก็คิดจะร่วมมือกับสำนักเซียนและสำนักพุทธอยู่แล้ว แต่ดันดื้อด้านจะหาข้ออ้างมาบังหน้า"
ซูจื่อโม่หัวเราะเย็นชา "จอมปลอมสิ้นดี!"
ผังเยว่แววตาไหววูบ เห็นได้ชัดว่าถูกซูจื่อโม่พูดแทงใจดำ
หากเบื้องหน้าไม่ใช่ตำหนักจักรพรรดิมนุษย์ ด้วยความทระนงของสำนักมาร พวกเขาไม่มีทางร่วมมือกับสำนักเซียนและสำนักพุทธเด็ดขาด
แต่ นั่นคือการสืบทอดของจักรพรรดิมนุษย์เชียวนะ!
ทั่วหล้านี้ ใครบ้างไม่หวั่นไหว?
พลังการต่อสู้ที่ซูจื่อโม่แสดงออกมานั้นน่าหวาดกลัวเกินไป พวกเขาจำใจต้องร่วมมือกัน จึงจะสามารถสยบเขาลงได้!
ทันใดนั้นเอง เสียงอันเยือกเย็นของซูจื่อโม่ก็ดังขึ้น กล่าวเน้นทีละคำว่า .
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะมอบเหตุผลในการลงมือให้พวกเจ้าเอง!"
กร๊อบ!
ซูจื่อโม่ระเบิดพลังฝ่ามือ ลำคอของไป๋อวี่ถูกบีบจนแหลกละเอียดโดยตรง
จอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัว สิ้นชีพ!
-สองสิงห์:ผู้แปล- “ฮึ่มมมม!! ไป๋อวี่…. สักทีนะ”