- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 420 บ่อเก็บยาเม็ดวิเศษระดับสอง
บทที่ 420 บ่อเก็บยาเม็ดวิเศษระดับสอง
บทที่ 420 บ่อเก็บยาเม็ดวิเศษระดับสอง
ทางด้านหุบเขา มีผู้ฝึกเทพยุทธ์กลุ่มหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ละคนหอบหายใจถี่กระชั้น ขวัญหนีดีฝ่อยังไม่หายตกใจ คนของตำหนักวังแก้วผลึกและสำนักตี้ซาก็รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
เพียงแต่ว่า สภาพของสองสำนักใหญ่นี้ดูน่าอนาถยิ่งกว่า
นอกจากเผยชุนอวี่แล้ว ผู้ฝึกเทพยุทธ์ของตำหนักวังแก้วผลึกเหลือรอดเพียงแปดคน แถมแต่ละคนยังได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าซีดเผือด
สำนักตี้ซาก็เช่นเดียวกัน
ตามความเป็นจริง หากไม่ใช่เพราะเย่หลิงลงมือสังหารอสูรที่ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์อีกสี่ตัวไป คนอื่นๆ คงยากจะมีชีวิตรอดฝ่าวงล้อมเข้ามาได้
เว้นเสียแต่ว่าจะมี 'ผู้ถูกผนึก' ยอมเสี่ยงตายลงมือ ระเบิดพลังระดับขั้นสร้างแก่นทองออกมาสังหารอสูรที่ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์!
และในครั้งนี้ ซูจื่อโม่ก็ได้พบเห็นผู้ถูกผนึกของทั้งสองสำนักใหญ่ในที่สุด
เบื้องหลังเผยชุนอวี่ มีชายชราสวมชุดคลุมเต๋าสีทองผู้หนึ่ง สายตาคมปลาบดุจคบเพลิง หว่างคิ้วแฝงความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องเกรี้ยวกราด แม้เส้นผมจะขาวโพลน แต่ผิวพรรณกลับยังคงเปล่งปลั่งแวววาวดุจทารก
ทางด้านสำนักตี้ซา เป็นชายชราร่างผอมแห้ง สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ สายตาเย็นเยียบดุจภูตผี ติดตามอยู่ด้านหลังเซวียหยางอย่างกระชั้นชิด
สองผู้ถูกผนึกปรากฏตัว!
ในบรรดขุมกำลังต่างๆ แห่งยุคบรรพกาล ไม่ใช่ทุกสำนักระดับสุดยอดจะมีผู้ถูกผนึกคอยติดตามมา อย่างเช่น ห้าสำนักรองที่ยิ่งใหญ่อย่างสำนักพิษ สำนักหุ่นเชิด และสำนักสุสาน ล้วนไม่มีผู้ถูกผนึกเข้ามาด้วย
เผยชุนอวี่และคนอื่นๆ มาถึงบริเวณใกล้ตำหนักปรุงยา กวาดสายตามองไปรอบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตื่นตะลึง
คาดไม่ถึงว่าจะมีศิษย์สำนักตานหยางกว่าสี่ร้อยคนรอดชีวิตมาถึงที่นี่ได้!
แม้ตำหนักวังแก้วผลึกและสำนักตี้ซาจะหมายปองของวิเศษในตำหนักปรุงยาเช่นกัน แต่เมื่อเห็นคนของสำนักตานหยางมีจำนวนมากขนาดนี้ จึงยังไม่กล้าปะทะด้วยซึ่งหน้า
ลังเลอยู่เพียงครู่เดียว ตำหนักวังแก้วผลึก สำนักตี้ซา และกลุ่มผู้ฝึกตนอิสระ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของโบราณสถาน
ซูจื่อโม่มองแผ่นหลังของผู้ฝึกเทพยุทธ์สองสำนักที่จากไป พลางครุ่นคิด
สักพักใหญ่ ซูจื่อโม่ก็ตบหน้าผากเย่หลิงเบาๆ กล่าวเสียงต่ำว่า "เจ้าเฝ้าเสี่ยวหนิงอยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูส่วนลึกของโบราณสถานเสียหน่อย"
"เจ้าจะไปแย่งชิงยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรสมบูรณ์แบบจริงๆ หรือ?"
เมื่อเห็นซูจื่อโม่ต้องการเข้าไปในส่วนลึกของโบราณสถาน ถังอวี้ก็ขมวดคิ้ว กล่าวว่า
"เสี่ยวหนิงกำลังรับการสืบทอดอยู่ที่นี่ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน พวกเราไม่อาจผละไปได้
หากเจ้าไปเพียงลำพัง ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ เกรงว่าจะไม่มีโอกาส"
"ยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรสมบูรณ์แบบ ข้าต้องเอามาให้ได้"
ซูจื่อโม่กล่าวอย่างเด็ดขาดหนักแน่น แววตามุ่งมั่น
เดิมที ซูจื่อโม่ก็ตั้งใจจะรอให้เสี่ยวหนิงรับการสืบทอดเสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยพาทุกคนเข้าไปในส่วนลึกของโบราณสถานพร้อมกัน
แต่ดูจากแนวโน้มในตอนนี้ เสี่ยวหนิงคงยากจะรับการสืบทอดเสร็จสิ้นในเวลาอันสั้น ในขณะที่สำนักอย่างตำหนักวังแก้วผลึกและสำนักตี้ซาต่างทยอยเข้าไปในส่วนลึก ซูจื่อโม่จึงไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป
"เจ้าต้องระวังตัวด้วย ฝ่ายตรงข้ามมีผู้ถูกผนึก หากเห็นท่าไม่ดี อย่าได้ฝืนปะทะเด็ดขาด" ถังอวี้กล่าว
"ข้าคาดว่า ในการสืบทอดที่เสี่ยวหนิงได้รับ ย่อมต้องมีตำรับยาของยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรอยู่ด้วย หากเจ้าไม่รีบร้อน ในอนาคตย่อมมีโอกาสได้กินยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรสมบูรณ์แบบแน่นอน"
"เข้าใจแล้ว"
ซูจื่อโม่พยักหน้า ร่างกายไหววูบ กลางหลังกางปีกวิเศษคู่หนึ่งออกมา ร่างทั้งร่างเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งทะยานเข้าไปยังส่วนลึกอย่างรวดเร็ว
ยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรของสำนักตานฉือถูกเก็บไว้ที่ใดกันแน่ ซูจื่อโม่เองก็ไม่รู้
เวลานี้ เขาอาศัยปีกไร้ตัวตน มองลงมาจากที่สูง อาศัยสายตาที่เฉียบคม ออกลาดตระเวนไปทั่ว สองหูขยับไหว คอยสดับรับฟังข่าวสารที่ลอยมาจากทิศทางต่างๆ
"ทางทิศตะวันออก เร็วเข้า พบสถานที่เก็บยาเม็ดวิเศษแล้ว!"
"อา รีบไปเร็ว!"
ซูจื่อโม่ได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ แว่วมา
ซูจื่อโม่ยืนหยัดกลางอากาศ กวาดสายตามองไปไกลยังทิศตะวันออก เห็นพื้นที่แห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกกำลังเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งเสียดฟ้า มีผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปรวมตัวกันที่นั่น
"ไม่ผิดแน่"
ร่างของซูจื่อโม่าวูบไหว ร่างทั้งร่างหายไปจากจุดเดิมในพริบตา
......
ทางทิศตะวันออกของโบราณสถานสำนักตานฉือ
เมื่อมองลงมาจากกลางอากาศ จะเห็นขวดหยกขนาดมหึมาที่สร้างจากหินผาเรียงรายอยู่บนพื้นดิน ดูคล้ายกับถ้ำพำนักแต่ละแห่ง
ปากขวดก็คือปากถ้ำ เหนือปากถ้ำมีตัวอักษรเขียนไว้ แม้จะเลือนรางไปบ้าง แต่ยังพอแยกแยะได้
ระดับหนึ่ง ระดับสอง ระดับสาม...
เช่นนี้ก็ชัดเจนแล้ว
ส่วนลึกของถ้ำพำนักระดับหนึ่ง ย่อมเก็บรักษายาเม็ดวิเศษระดับหนึ่ง
ส่วนลึกของถ้ำพำนักระดับสอง ก็เก็บรักษายาเม็ดวิเศษระดับสอง
ถ้ำพำนักระดับสาม...
ณ ที่แห่งนี้ มีถ้ำพำนักรูปร่างคล้ายขวดหยกอยู่ทั้งหมดแปดแห่ง!
นั่นหมายความว่า ในถ้ำพำนักรูปขวดหยกแห่งที่แปด มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเก็บรักษายาเม็ดวิเศษระดับแปด!
ต้องทราบว่า ยาเม็ดวิเศษที่จินตันเจินเหรินกิน ก็เป็นเพียงยาเม็ดวิเศษระดับสามเท่านั้น
ยาเม็ดวิเศษระดับแปด นั่นต้องเป็นผู้ฝึกเทพยุทธ์ระดับใดจึงจะมีสิทธิ์กิน?
แน่นอนว่า ต่อให้รู้เช่นนี้ ผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากที่มารวมตัวกันหน้าถ้ำพำนักทั้งแปดแห่ง ก็ได้แต่ถอนหายใจมองดูด้วยความเสียดาย
เพราะที่หน้าปากถ้ำแต่ละแห่ง ล้วนมีผนึกติดตั้งอยู่
แม้เวลาจะล่วงเลยมาเนิ่นนานปี ผนึกเหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
อย่าว่าแต่ผนึกหน้าปากถ้ำยาเม็ดวิเศษระดับแปดเลย ต่อให้เป็นผนึกหน้าปากถ้ำยาเม็ดวิเศษระดับสาม ผู้ฝึกเทพยุทธ์ในสนามรบโบราณแห่งนี้ ก็ไม่มีใครสามารถทำลายมันได้!
เวลานี้ สายตาของทุกคนต่างจ้องเขม็งไปที่ถ้ำพำนักยาเม็ดวิเศษระดับสอง
เพราะว่า ยาเม็ดเปิดเส้นชีพจร ก็คือยาเม็ดวิเศษระดับสอง!
"ทุกท่าน ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราต้องทำลายผนึกหน้าปากถ้ำนี้ให้ได้เสียก่อน"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เผยชุนอวี่ก็ก้าวออกมา กล่าวเสียงดังว่า "ยิ่งทำลายผนึกได้เร็วเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งเข้าไปในถ้ำพำนักได้เร็วเท่านั้น และจะได้ยาเม็ดวิเศษที่ตัวเองต้องการ
ยิ่งยื้อเวลาอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ ประเดี๋ยวจะมีผู้ฝึกเทพยุทธ์มาแบ่งส่วนแบ่งยาเม็ดวิเศษมากขึ้นเท่านั้น"
"ถูกต้อง พวกเรารวมพลังกันลงมือ ทำลายผนึกนี้ก่อน"
"ข้าเห็นด้วย ส่วนยาเม็ดวิเศษข้างใน หลังจากเข้าไปในถ้ำพำนักแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของใครของมัน"
ผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากต่างส่งเสียงสนับสนุน
"ตูม! ตูม! ตูม!"
สิ้นเสียงสั่งการของเผยชุนอวี่ ผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากก็ลงมือพร้อมกัน ซัดกระบี่บินออกมา กระแทกใส่ผนึกหน้าปากถ้ำยาเม็ดวิเศษระดับสองอย่างต่อเนื่อง
บริเวณปากถ้ำ ปรากฏม่านแสงขึ้นมาหลายชั้น สั่นไหวแปรเปลี่ยนไปมาไม่หยุด ปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้านับหมื่นจั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป แสงสว่างนี้ก็ค่อยๆ หม่นแสงลง
"ผนึกใกล้จะแตกแล้ว ทุกท่านเร่งมือหน่อย!"
ผู้ฝึกเทพยุทธ์คนหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นเต้น
ผู้ถูกผนึกของตำหนักวังแก้วผลึกและสำนักตี้ซาทั้งสองท่านไม่ได้ลงมือ ได้แต่ยืนกอดอกมองดูอย่างเย็นชาอยู่ด้านข้าง
แม้ว่าหากผู้ถูกผนึกไม่ระเบิดพลังระดับขั้นสร้างแก่นทอง ก็จะไม่ถูกรอยแยกมิติของสถานที่แห่งนี้กลืนกิน แต่ทั้งสองมีอายุมากแล้ว พละกำลังเสื่อมถอย เลือดลมไม่สมบูรณ์ ย่อมไม่ลงมือง่ายๆ
ด้วยวัยขนาดนี้ของทั้งสองคน การลงมือแต่ละครั้ง ล้วนเป็นการผลาญแก่นแท้แห่งชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของตนเอง เปรียบเสมือนคนชราวัยไม้ใกล้ฝั่งแปดเก้าสิบปีในโลกมนุษย์ หากอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก็อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี แต่หากออกแรงหักโหม ผลาญเลือดลม อีกไม่นานก็คงต้องสิ้นลม
ตูม! ตูม! ตูม!
หลังจากการระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งอีกระลอกหนึ่ง ที่ปากถ้ำก็มีเสียงดัง 'แกรก แกรก' ลอยออกมา
ชะงักไปครู่หนึ่ง ม่านแสงก็แตกกระจายดังเพล้ง!
ดวงตาของผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากสว่างวาบ ต่างขยับกายพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กรูเข้าไปในปากถ้ำราวกับฝูงผึ้ง
ถ้ำพำนักแห่งนี้ถูกผนึกมาเนิ่นนานปี ภายในถ้ำกลับไม่มีกลิ่นอับชื้นแม้แต่น้อย แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของตัวยาที่เข้มข้น ทำให้จิตใจกระชุ่มกระชวย!
วิ่งตะบึงมาตลอดทาง ไม่นานนักทุกคนก็มาถึงส่วนลึกของถ้ำพำนัก เบื้องหน้าพลันเปิดกว้าง
บ่อวิเศษขนาดมหึมาบ่อหนึ่ง ตั้งตระหง่านอยู่ที่ปลายสุดของถ้ำพำนัก
ภายในบ่อวิเศษ มีขวดหยกเนื้อละเอียดลอยตุ๊บป่องอยู่เต็มไปหมด มองปราดเดียวก็เห็นว่ามีจำนวนมากมายมหาศาล
ในขวดหยกทุกใบ ล้วนบรรจุยาเม็ดวิเศษเอาไว้
ต้องใช้ของเหลววิเศษหล่อเลี้ยงยาเม็ดวิเศษ จึงจะสามารถรักษายาเม็ดวิเศษไว้ไม่ให้เน่าเสียได้นับหมื่นปี
นี่คือบ่อเก็บยาที่แท้จริง!
-สองสิงห์:ผู้แปล-