- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 399 งั้นก็ไปตายซะ
บทที่ 399 งั้นก็ไปตายซะ
บทที่ 399 งั้นก็ไปตายซะ
ผู้ฝึกตนหน้ายาวคล้ายม้าผู้นี้คิดไม่ถึงอย่างแน่นอน ว่าซูจื่อโม่จะครอบครองสัมผัสวิญญาณชนิดหนึ่ง ซึ่งมีการตอบสนองต่อสิ่งที่ดูเหมือนว่างเปล่าอย่างจิตสังหารได้อย่างรุนแรงยิ่ง!
ผู้ฝึกตนคนอื่นมีความเป็นศัตรูต่อซูจื่อโม่ นี่ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย
แต่ผู้ฝึกตนหน้ายาวผู้นี้ กลับมีจิตสังหารต่อเขา!
ลุงเหลียงถอนหายใจ กล่าวว่า "ซีอวี้ซาน เจ้าสารภาพมาเถอะ บางทีอาจจะยังมีโอกาสรอดชีวิต"
ผู้ฝึกตนหน้ายาวนามซีออวี้ซานผู้นี้สีหน้าตื่นตระหนก พบว่าศิษย์ร่วมสำนักที่เดิมทียืนอยู่ข้างกาย ต่างพากันถอยห่างออกไป มองดูเขาด้วยสีหน้าหวาดระแวง
ซีอวี้ซานกลืนน้ำลายลงคอ หันไปมองซูจื่อโม่โดยไม่รู้ตัว
สายตาของซูจื่อโม่คมกริบดุจดาบ เปล่งประกายแสงอันน่าสะพรึงกลัวจนแสบตา แฝงไว้ด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ดุดันเฉียบขาด ทลายปราการด่านสุดท้ายในใจของซีออวี้ซานจนพังทลายในพริบตา
นี่คือพลังทางสายตา ไร้เสียงไร้รูป
หลังจากที่ซูจื่อโม่ทะลวงจุดปราณดวงตาคู่ ไออสูรได้ชุบเลี้ยงดวงตา จึงได้สัมผัสถึงระดับขั้นนี้
ในโลกปุถุชน พวกเดนตายที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน มักจะเผลอแสดงแววตาอำมหิตโหดเหี้ยมออกมาโดยไม่ตั้งใจ คนธรรมดาเพียงสบตาด้วย ก็จะรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง รู้สึกหวาดกลัวจับใจ
ดวงตาและขวัญกล้านั้นเชื่อมโยงถึงกัน
ดังนั้น ในการเผชิญหน้าต่อสู้ หากฝ่ายใดสายตาสู้ไม่ได้ ขวัญกล้าก็จะอ่อนแอลง จนเผยช่องโหว่ออกมา
ในยุทธภพ ระหว่างยอดฝีมือขั้นหลังนภาและขั้นก่อนนภา มีคำกล่าวที่ว่าฝึกความกล้าต้องฝึกตาก่อน เรียกวิชาแขนงนี้ว่าวิชาเนตรสังหาร
ในโลกแห่งการฝึกเซียน วิชาที่สามารถฝึกฝนดวงตาได้จริง ย่อมเป็นเคล็ดวิชาลับที่ไม่ถ่ายทอดสู่ภายนอก!
"เนตรเสน่หา" ของนิกายธิดาพรหมจรรย์แห่งสำนักมาร หรือ "นัยน์ตาวัชระพิโรธ" ของสำนักพุทธ ล้วนเป็นวิชาชั้นยอดที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
ยามนางปีศาจจีสังหารคน น้อยครั้งนักที่จะลงมือด้วยตนเอง เพียงส่งสายตาไปครั้งเดียว คู่ต่อสู้ชิงปลิดชีพตนเองคาที่ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ก่อนที่จะทะลวงเจ็ดจุดปราณมหา แม้แต่ซูจื่อโม่เองก็ยังไม่กล้าสบตากับนางปีศาจจีโดยง่าย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดซูจื่อโม่พอเห็นนางปีศาจจี ก็รู้สึกปวดหัว และพยายามหาทางหลบเลี่ยง
"พูด!"
ซูจื่อโม่ก้าวเท้าไปข้างหน้า สายตาคมปลาบดุจคบเพลิง ตวาดเสียงดุจอสนีบาตฤดูใบไม้ผลิ
คำคำนี้ ได้ใช้เทคนิคการเปล่งเสียงของวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีเล็กน้อย
บวกกับซูจื่อโม่ได้ทะลวงจุดปราณปากและลิ้นแล้ว เสียงนี้จึงดุจดั่งอสนีบาตแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ ระเบิดดังสนั่นข้างหูของซีอวี้ซาน
ซีอวี้ซานถูกสายตาของซูจื่อโม่จ้องมอง ก็รู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้ว บัดนี้มาถูกตวาดใส่อีก จิตใจจึงพังทลายลงในพริบตา เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือด
"ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว!"
ซีอวี้ซานเสียงสั่นเครือ กล่าวว่า "ข้ากับศิษย์น้องผู่ถูกตู้ไคแห่งสำนักพิษวางยาผงสิ้นชีพ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีเม็ดยาขจัดพิษ ศิษย์ทำไปเพราะจนปัญญาจริงๆ"
ตู้ไคแห่งสำนักพิษ!
ถังอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย อธิบายให้ซูจื่อโม่ฟังว่า "ตู้ไคคือหัวหน้าของสำนักพิษในการเดินทางครั้งนี้ ขั้นสร้างฐานเจ็ดเส้นชีพจร วิชาพิษลึกล้ำสุดหยั่งคาด เป็นตัวอันตรายคนหนึ่ง"
ซูจื่อโม่สีหน้าไร้อารมณ์ พยักหน้ารับรู้
ซีอวี้ซานเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขา ในใจก็ยิ่งหวาดกลัว รีบกล่าวว่า
"อีกอย่าง อีกอย่างศิษย์ไม่เคยทำเรื่องทรยศสำนัก ไม่เคยทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก
ตู้ไคเพียงแค่ให้ข้าจับตาดูพวกซูจื่อโม่ ถ้าหากฆ่าพวกเขาได้สักคน ก็จะแลกยาแก้พิษได้"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ความสงสัยส่วนใหญ่ในใจของทุกคนก็คลี่คลายลง
ศิษย์สำนักตานหยางที่ถูกเย่หลิงสังหาร ก็ถูกสำนักพิษวางยาผงสิ้นชีพเช่นกัน ถึงได้มีพฤติกรรมแปลกประหลาดก่อนหน้านี้
ลุงเหลียงแค่นหัวเราะเสียงเย็น กล่าวว่า "ถึงตอนนี้ค่อยมาพูด เจ้าก็ได้ทรยศสำนักไปแล้ว! หากตู้ไคสั่งให้เจ้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเพื่อแลกยาแก้พิษ เกรงว่าเจ้าก็คงไม่ลังเลเช่นกัน"
ศิษย์สำนักตานหยางจำนวนมากใจหายวาบ รู้สึกหวาดกลัวย้อนหลัง
"ไม่ ศิษย์ไม่มีทางทำ" ซีอวี้ซานหวาดวิตก รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
ถังอวี้เผยสีหน้าเสียดาย กล่าวว่า "ศิษย์น้องซี เจ้าหารู้ไม่ ผงสิ้นชีพไม่ใช่เจ็ดมรณะสำนักพิษ แม้ข้าจะไม่มีวิธีแก้พิษ แต่ก็สามารถรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้จนกว่าจะกลับถึงสำนัก ด้วยวิธีการของผู้อาวุโสในสำนัก การช่วยเจ้าขจัดพิษผงสิ้นชีพย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่เจ้า..."
"ข้าผิดไปแล้ว ศิษย์น้องสำนึกผิดแล้ว!"
ซีอวี้ซานร้องขอความเมตตาไม่หยุด
ถังอวี้เห็นสภาพน่าสมเพชของเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่น สีหน้าฉายแววทนดูไม่ได้
ลุงเหลียงลอบถอนหายใจ
ในตัวของถังอวี้ ท้ายที่สุดก็ยังขาดความเด็ดขาดในการสังหาร
คนอย่างซีอวี้ซาน ไม่มีสำนักไหนยอมยกโทษให้ง่ายๆ หรอก!
ขณะที่ลุงเหลียงกำลังจะก้าวออกมา ตัดสินใจแทนถังอวี้ด้วยการสังหารซีอวี้ซานทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น เสียงของซูจื่อโม่ก็ดังขึ้นแผ่วเบา
"ในเมื่อเจ้ากลัวตายขนาดนี้..."
"งั้นก็ไปตายซะ!"
ซูจื่อโม่ยกเท้าขึ้นกะทันหัน ปัง! ถีบเข้าที่หน้าอกของซีอวี้ซานอย่างแรง
กร๊อบ!
ซีอวี้ซานกระเด็นปลิวไปทันที ร่างทั้งร่างอัดกระแทกติดกับผนัง แล้วค่อยๆ ไหลรูดลงมา ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวไว้บนผนังด้านหลัง
หน้าอกทั้งหมดของซีอวี้ซานยุบลงไป แววตาแตกซ่าน ศีรษะพับไปด้านหนึ่ง สิ้นใจคาที่!
ผู้ฝึกตนจำนวนมากมองดูด้วยความตื่นตะลึงอ้าปากค้าง
ถังอวี้อ้าปากค้าง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ
"อือ..."
ในขณะนั้นเอง ที่มุมห้อง เสี่ยวหนิงที่สลบไสลอยู่เดิมพลันส่งเสียงละเมอออกมา
ซูจื่อโม่รีบสาวเท้าเข้าไปทันที ย่อกายลง ยื่นฝ่ามือไปอังที่หน้าผากของเสี่ยวหนิงเพื่อตรวจสอบ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เสี่ยวหนิง รู้สึกอย่างไรบ้าง?"
"พี่รอง?"
ดวงตาของเสี่ยวหนิงปรือขึ้นเล็กน้อย ยังมองเห็นภาพตรงหน้าไม่ชัดเจน เพียงแต่ได้ยินเสียงข้างหูที่คุ้นเคยยิ่งนัก จึงเรียกออกไปโดยสัญชาตญาณ
"ข้าเอง"
ซูจื่อโม่กุมมือเล็กๆ ของเสี่ยวหนิงเอาไว้
ความอบอุ่นที่คุ้นเคย ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ เสี่ยวหนิงรู้สึกสดชื่นขึ้นมากทันที พยายามลืมตามอง ขยับมุมปาก ยิ้มกล่าวว่า "พี่รอง ท่านกลับมาแล้วหรือ? ข้าไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องห่วง"
เมื่อเห็นรอยยิ้มของเสี่ยวหนิง ซูจื่อโม่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ปัดเส้นผมที่หน้าผากของเสี่ยวหนิงออกอย่างทะนุถนอม เอ่ยตำหนิเล็กน้อยว่า "ทำไมถึงไม่ระวังตัวอย่างนี้?"
เสี่ยวหนิงแลบลิ้น กะพริบตาปริบๆ
ถังอวี้เดินเข้ามาใกล้ ล้วงขวดหยกใบหนึ่งส่งให้ กล่าวว่า "นี่คือยาเม็ดบำรุงแก่นขนานใหญ่ ให้เสี่ยวหนิงกินเสียเถิด พิษตกค้างในกายนางเพิ่งขจัดออก ร่างกายยังอ่อนแออยู่บ้าง"
"ขอบคุณ"
ซูจื่อโม่พยักหน้า รับขวดหยกมา เทเม็ดยาขนาดเท่าปลายนิ้วออกมาหนึ่งเม็ด ป้อนใส่ปากเสี่ยวหนิง
ในใจของถังอวี้ยังมีความสงสัยอีกข้อหนึ่ง จึงอดถามไม่ได้ว่า
"สหายเต๋าซู พวกท่านมีความแค้นกับสำนักพิษมาก่อนหรือ?"
ซูจื่อโม่ลุกขึ้นยืน ในห้วงความคิดหวนนึกถึงผู้ฝึกตนสำนักพิษที่เขาเคยสังหารในถ้ำพำนักของจินตันเจินเหริน ณ ชายขอบสนามรบโบราณ
'เจ้ากล้าฆ่าข้า พวกเจ้าทุกคนในสนามรบโบราณ จะต้องตายกันหมด!'
นั่นคือคำพูดที่ผู้ฝึกตนสำนักพิษคนนั้นทิ้งไว้ก่อนตาย
ซูจื่อโม่ไม่ได้ปิดบัง พยักหน้ากล่าวว่า "ก่อนหน้านี้เคยลงมือสังหารผู้ฝึกตนสำนักพิษไปคนหนึ่ง"
"มิน่าล่ะ"
ถังอวี้เข้าใจแจ่มแจ้ง ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า "ผู้ฝึกตนสำนักพิษมีนิสัยอำมหิต เจ้าคิดเจ้าแค้น
ผู้ฝึกตนที่สามารถโปรยพิษศพเน่าม่วงครามได้ สถานะในสำนักพิษย่อมไม่ต่ำต้อย คนผู้นี้มายังเขตเหนือ เกรงว่าคงตั้งใจจะวางยาพิษสังหารพวกท่านทุกคน น่าเสียดาย..."
ในความเป็นจริง การคาดเดาของถังอวี้นั้นถูกต้องเกือบทั้งหมด
ผู้ฝึกตนสำนักพิษผู้นี้มีนามว่าลู่อ๋าง เป็นขั้นสร้างฐานเจ็ดเส้นชีพจรเช่นกัน รับคำสั่งมาเพื่อวางยาพิษสังหารกลุ่มของซูจื่อโม่ให้หมดสิ้น แต่กลับมาเจอเย่หลิงเสียก่อน
พิษศพเน่าม่วงครามโปรยใส่ร่างเย่หลิง แต่ไร้ผลโดยสิ้นเชิง!
ลู่อ๋างต้านทานไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ก็ถูกเย่หลิงตะปบสังหารคาที่!
-สองสิงห์:ผู้แปล-