เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 390 ข้ามทะเลวิญญาณ

บทที่ 390 ข้ามทะเลวิญญาณ

บทที่ 390 ข้ามทะเลวิญญาณ


สิ้นเสียง ดาบยาวที่ลอยอยู่เบื้องหน้าผู้ฝึกตนชุดคลุมสีเลือดก็ส่งเสียงกู่ร้องกังวาน ปลดปล่อยจิตสังหารอันเข้มข้นถึงขีดสุดออกมา ทำให้ผู้คนขวัญผวา

เหล่าผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่เดิมทียืนอยู่ข้างกายซูจื่อโม่หน้าถอดสี ต่างพากันแตกฮือถอยห่างออกไป

ผู้ฝึกตนชุดคลุมสีเลือดมีนามว่า ไป๋อวี่

"ตอนนั้นพวกข้าหนีรอดออกมาได้อย่างโชคช่วย นึกว่าเจ้าคงถูกฝังกลบตายไปใต้ดินนั่นแล้ว!"

ไป๋อวี่แววตาเร่าร้อน แลบลิ้นสีแดงฉานออกมา เผยให้เห็นฟันขาวเรียงราย ยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม กล่าวว่า "แต่พอได้ยินว่านางปีศาจจียังมีชีวิตอยู่ ข้าก็เดาได้ทันทีว่าเจ้าต้องยังไม่ตาย!"

ซูจื่อโม่ยืนนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าสงบเรียบ เอ่ยถามว่า "เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าจะมา?"

"ฮ่าฮ่า!" ไป๋อวี่กล่าวอย่างลำพองใจ

"ด้วยพรสวรรค์และฝีมือระดับเจ้า ย่อมต้องเข้ามาในสนามรบโบราณแน่ และเจ้าใช้ดาบ ในเมื่อเป็นผู้ฝึกดาบ ก็ย่อมต้องแวะเวียนมาที่ภูผาดาบทะเลวิญญาณแห่งนี้"

ภายในสำนักมาร การแย่งชิงตำแหน่งจอมมารน้อยนั้นดุเดือดเลือดพล่านอย่างยิ่ง

จอมมารน้อยแต่ละคน แทบทั้งหมดล้วนเหยียบย่ำซากศพกระดูกขาวนับไม่ถ้วนเพื่อก้าวขึ้นมา จะมีผู้ใดเป็นคนธรรมดาสามัญ

โดยเฉพาะสำนักซิวหลัว

สำนักที่ยึดถือการฆ่าเป็นวิถีแห่งมรรค การแข่งขันระหว่างศิษย์ร่วมสำนักยิ่งโหดร้ายทารุณ!

ในฐานะจอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัว วันนั้นถูกผู้ฝึกเทพยุทธ์ไร้ที่มาที่ไปผู้หนึ่งเอาชนะที่ใต้ดินลึก ในใจจะกลืนความอัปยศนี้ลงไปได้อย่างไร

"ดูเหมือนสองคนนี้จะมีความแค้นต่อกันลึกล้ำนะ?"

"คนผู้นี้มาจากสำนักไหนกัน ถึงกล้ามีเรื่องบาดหมางกับจอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัว แล้วยังรอดชีวิตมาได้อย่างอยู่ดีมีสุข?"

ไกลออกไป ผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน

สายตาของไป๋อวี่กวาดมองไปที่เอวของซูจื่อโม่รอบหนึ่ง ไม่เห็นป้ายประจำตัวสำนัก ก็อดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มเย็นชา กล่าวเสียงเหี้ยมว่า "ข้าไม่สนว่าเจ้ามีที่มาอย่างไร วันนี้ ข้าจะเอาชีวิตเจ้ามาเป็นฐานรองรับวิถีแห่งมรรคของข้า!"

"เกรงว่าเจ้าคงต้องผิดหวังแล้ว" ซูจื่อโม่กล่าวเรียบๆ

"ข้าเคยชนะเจ้าได้ครั้งหนึ่ง ก็ย่อมชนะเจ้าได้เป็นครั้งที่สอง!"

สิ้นเสียง ผู้คนโดยรอบส่งเสียงฮือฮา

"คนผู้นี้เคยเอาชนะจอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัวมาแล้ว?"

"คนผู้นี้มีที่มาอย่างไร?"

"ไม่ต้องพูดก็รู้ ต้องเป็นยอดอัจฉริยะจากเก้าสำนักเซียนแน่ๆ!"

วิ้ง วิ้ง วิ้ง!

ซูจื่อโม่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักดาบเซวี่ยชุ่ยออกจากถุงสมบัติทันที โคจรพลังวิญญาณ ตัวดาบเปล่งแสงวิญญาณเจิดจ้า ดุจดวงตะวันสีเลือดที่สั่นไหวไม่หยุด

ลวดลายวิเศษห้าเส้นสมบูรณ์แบบ กลิ่นอายโลหิตพุ่งเสียดฟ้า!

กลิ่นอายคาวเลือดที่แผ่ออกมาจากดาบเซวี่ยชุ่ย กลับมีความคล้ายคลึงกับกลิ่นอายบนร่างของไป๋อวี่อย่างยิ่ง!

"ดาบดี ดาบดี!" ไป๋อวี่ตาวาว หัวเราะลั่น

"ดาบเล่มนี้ สร้างมาเพื่อข้าโดยเฉพาะชัดๆ!"

"เจ้าคู่ควรหรือ?" ซูจื่อโม่กล่าวเรียบๆ

ดาบเซวี่ยชุ่ยเล่มนี้เขาหลอมขึ้นมากับมือ ในยามที่กำลังจะล้มเหลว ได้ผสานสายเลือดของเขาเข้าไป จึงสำเร็จลงได้ ควบแน่นลวดลายวิเศษเส้นที่ห้าออกมา

สายเลือดในกายของซูจื่อโม่ มีทั้งที่ฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร มีทั้งที่ฝึกฝนวิชาอสนีบาตไท่ซวี ทั้งยังแฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งเผ่าพันธุ์มังกร!

ทั่วหล้าฟ้าดิน นอกจากตัวเขาเอง ใครจะมีคุณสมบัติคู่ควร?

ซูจื่อโม่ ออกด้วยวิชาท่าร่างอาชาศักดิ์สิทธิ์ผ่านช่องว่าง พุ่งเข้าประชิดตัว ก้าวสุดท้ายใช้ออกด้วยท่าก้าวย่างไถสวรรค์ กระทืบเท้าลงบนโขดหินเบื้องหน้าไป๋อวี่ หยุดยั้งร่างไว้

ตูม!

โขดหินระเบิดกระจุย!

ดาบเซวี่ยชุ่ยฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า แสงโลหิตพุ่งพล่าน ครอบคลุมร่างของไป๋อวี่ไว้ในชั่วพริบตา

"อา ที่แท้เป็นผู้สร้างฐานห้าเส้นชีพจร?"

"ผู้สร้างฐานห้าเส้นชีพจร กล้าท้าทายจอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัวเชียวหรือ?"

"ระดับการฝึกตนต่ำเตี้ยเพียงนี้ รอดชีวิตเดินมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?"

ในฝูงชนเกิดเสียงอุทานด้วยความตกใจอีกครั้ง

เคร้ง!

ไป๋อวี่ไม่ถอยไม่หลบ สองแขนยกดาบยาวระดับสุดยอดขึ้นรับ พลิกข้อมือตวัดขึ้นต้านรับดาบ

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น กลบเสียงอุทานของฝูงชนจนหมดสิ้น และยังไขข้อข้องใจของทุกคนเมื่อครู่

ภายใต้เสื้อคลุมสีเลือดของไป๋อวี่ เส้นชีพจรวิญญาณเจ็ดสายส่องแสงวาบ พลังวิญญาณไหลทะลัก แผ่กลิ่นอายคาวเลือดเข้มข้น จิตสังหารแทบจะควบแน่นเป็นรูปร่าง

แต่เมื่อปะทะดาบกับซูจื่อโม่ ไป๋อวี่กลับไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย!

"พลังการต่อสู้ระยะประชิดน่ากลัวอะไรเช่นนี้!"

"สายเลือดของคนผู้นี้... ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงคลื่นสมุทรโหมซัดสาด"

"หูฝาดไปกระมัง น่าจะเป็นเสียงของทะเลวิญญาณต่างหาก"

"โลหิตดั่งคลื่นสมุทร จะเป็นไปได้อย่างไรที่มีคนฝึกฝนสายเลือดไปถึงขั้นนั้น"

ในแววตาของไป๋อวี่ ประกายจิตสังหารอำมหิตวาบผ่าน

ฝ่ามือของไป๋อวี่คลายออก ดาบยาวในมือหลุดลอย หมุนวนรอบตัวดาบเซวี่ยชุ่ยหนึ่งรอบ แล้วปาดเข้าใส่ใบหน้าของซูจื่อโม่โดยตรง!

ดาบนี้พิสดารยิ่งนัก เกินกว่าความรู้และความคาดหมายของซูจื่อโม่ไปโดยสิ้นเชิง

ซูจื่อโม่ตกใจ รีบถอยหลังหนี

แควก!

แม้ซูจื่อโม่จะหลบหลีกทันท่วงที แต่เสื้อคลุมสีเขียวบริเวณหน้าอกก็ยังถูกกรีดเป็นรอยยาว

หน้าอกรู้สึกเย็นวาบ เจ็บแปลบขึ้นมาจางๆ!

ไป๋อวี่แค่นหัวเราะเย็นชา ไม่ยอมปะทะตรงๆ กับซูจื่อโม่ ก้าวเท้าไปข้างหน้า คว้าดาบยาวกลับมา ร่างกายวูบไหว แทงเข้าใส่ชายโครงของซูจื่อโม่ ปลายดาบตวัดชี้ขึ้น!

ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วมุ่น เพลงดาบของไป๋อวี่ อันตรายถึงชีวิตยิ่งนัก

แต่ทว่ามุมที่ออกดาบนั้น กลับพิสดารเหลือเกิน ทำให้เขารับมือได้ยากลำบาก

ซูจื่อโม่ถอยหลังอีกครั้ง

ที่ผ่านมา ซูจื่อโม่อาศัยสายเลือดอันน่าสะพรึงกลัว และดาบเซวี่ยชุ่ยที่เป็นอุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ฟันผ่าลงไปง่ายๆ ก็เพียงพอที่จะบดขยี้สังหารคู่ต่อสู้

แต่หลายวันมานี้ ได้ประมือกับศิษย์ของสำนักยักษ์ใหญ่แห่งทวีปเทียนฮวงติดต่อกัน ซูจื่อโม่จึงตระหนักถึงจุดอ่อนของตนเอง

เขาไม่รู้เพลงดาบเลยแม้แต่น้อย ช่องโหว่เต็มไปหมด พอลงมือ คู่ต่อสู้ก็จะฉวยโอกาสจากช่องโหว่นั้น โจมตีจุดตายในครั้งเดียว!

ไป๋อวี่ไม่ยอมปะทะด้วยพละกำลัง อาศัยเพียงเพลงดาบที่เหนือชั้น บีบให้ซูจื่อโม่ต้องถอยร่นไม่เป็นท่า!

ซูจื่อโม่ไม่กล้าออกดาบเลย ออกดาบก็คือผิด!

ช่องโหว่จะมีแต่ใหญ่ขึ้น สถานการณ์จะยิ่งอันตราย!

กระบวนท่าดาบของไป๋อวี่ ยิ่งมายิ่งถี่ยิบ ต่อเนื่องไม่ขาดสาย

ทุกดาบล้วนเป็นกระบวนท่าสังหาร จิตสังหารหนาวเหน็บ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเสียดฟ้า!

หากประมาทเพียงนิดเดียว ซูจื่อโม่คงต้องกลายเป็นศพนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

ยังดีที่มีสัมผัสวิญญาณคอยช่วย ซูจื่อโม่จึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้หลายครั้ง

วันนั้น ที่ใต้ดินลึก ซูจื่อโม่หนึ่งต่อห้า ยังสามารถสังหารจอมมารน้อยไปได้หนึ่งคน

แต่บัดนี้ ไม่มีค่ายกลโบราณผนึกวิญญาณ จอมมารน้อยแห่งสำนักซิวหลัวสำแดงพลังรบถึงขีดสุด อาศัยเพลงดาบที่ลึกลับพิสดาร สามารถกดดันซูจื่อโม่ได้อย่างราบคาบ!

ถึงกระนั้น ในดวงตาของซูจื่อโม่ ก็ยังไร้ซึ่งความตื่นตระหนก

ตอนนี้หากต้องการพลิกสถานการณ์ ก็ง่ายนิดเดียว

กลายร่างเป็นอสูร ระเบิดพลังปราณโลหิต คือทางเลือกหนึ่ง

เมื่อถึงเวลานั้น พละกำลังและความเร็วของซูจื่อโม่จะพุ่งทะยานไปสู่อีกระดับ ไม่สนหรอกว่าเพลงดาบจะล้ำเลิศเพียงใด พุ่งเข้าไปสู้ระยะประชิด ใช้กำลังสยบกระบวนท่า!

แต่ที่นี่คนมากหน้าหลายตา หากกลายร่างเป็นอสูร เกรงว่าต่อไปเขาคงไม่มีที่ยืนในสนามรบโบราณและทวีปเทียนฮวงอีกแล้ว

ทางเลือกที่สอง ก็คือข้ามทะเลวิญญาณ!

ความคิดแล่นผ่านสมอง ซูจื่อโม่ตัดสินใจแน่วแน่ ส่งเสียงกู่ร้องยาว ร่างกายถอยกรูด วิ่งตะบึงเข้าใส่ทะเลวิญญาณ

"อะไรนะ!"

"คนผู้นี้จะข้ามทะเลวิญญาณ?"

"นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ ไม่ใช่หรือ?"

ไป๋อวี่กำลังฆ่าฟันอย่างมันมือ ไฉนเลยจะปล่อยซูจื่อโม่ไป ตวาดลั่น

"จะหนีไปไหน!"

ทั้งสองคนวิ่งไล่ตามกัน พริบตาเดียวก็พุ่งไปถึงเหนือทะเลวิญญาณ

ซูจื่อโม่กลั้นลมหายใจเฮือกหนึ่ง ท่าร่างเบาสบาย เหยียบย่ำระลอกคลื่น วิ่งตะบึงเข้าหาภูผาดาบ ชั่วพริบตาเดียวก็ห่างออกไปสิบลี้!

ไป๋อวี่คาบดาบยาวไว้ในปาก หมอบร่างราบต่ำ ราวกับจิงโจ้น้ำที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ แขนขาตวัดแหวกว่าย ความเร็วกลับไม่ด้อยไปกว่าซูจื่อโม่เลย!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 390 ข้ามทะเลวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว