เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 สำนักตานฉือ

บทที่ 380 สำนักตานฉือ

บทที่ 380 สำนักตานฉือ


บนถนนสายยาว พวกเดนตายที่เหลือต่างแตกฮือหนีตายกระเจิดกระเจิง ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน จึงไม่น่ากังวลอีกต่อไป

นับว่าโชคดีที่ถังอวี้วกกลับมา มิเช่นนั้นหากซูจื่อโม่กลายร่างเป็นอสูร จะต้องเกิดศึกนองเลือดขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างจะอยู่เหนือการควบคุม ผลที่ตามมายากจะคาดเดา!

ถังอวี้หยิบยาเม็ดจำนวนหนึ่งออกมาจากถุงเก็บสมบัติ ยื่นส่งให้พวกจี้เฉิงเทียน ทั้งสี่คนก็ไม่ปฏิเสธ

แม้ในถุงเก็บสมบัติของพวกเขาจะมียารักษาอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่สรรพคุณย่อมเทียบไม่ได้กับยาของสำนักตานหยาง

เมื่อส่งมาถึงตรงหน้าซูจื่อโม่ เขาเพียงปรายตามอง ไม่ได้รับไปกิน เพียงแค่ส่ายหน้าเล็กน้อย

"ทำไมหรือ?" ถังอวี้ไม่เข้าใจ จึงเอ่ยถาม

"เจ้าเองก็บาดเจ็บไม่เบา กินยาพวกนี้เข้าไป จะมีผลดีต่อบาดแผลของเจ้าอย่างมาก

เจ้าวางใจได้ ยาเม็ดของสำนักตานหยางข้า จะต้องเป็นยาที่ดีที่สุดในทวีปเทียนฮวงอย่างแน่นอน!"

สิ่งที่ถังอวี้พูดไม่ได้เกินจริง ยาเม็ดวิเศษที่นางหยิบออกมาเหล่านี้ระดับไม่เลวเลย ล้วนเป็นยาเม็ดวิเศษระดับสูง

แต่ซูจื่อโม่นับตั้งแต่เริ่มฝึกธรรมมา ยึดมั่นในหลักการข้อหนึ่งเสมอ หากจะกินยาเม็ด จะต้องเป็นยาเม็ดระดับสมบูรณ์แบบเท่านั้น!

เพราะมีเพียงในยาเม็ดระดับสมบูรณ์แบบเท่านั้น ที่ฤทธิ์ยาบริสุทธิ์ ไม่เจือปนสิ่งสกปรกแม้แต่น้อย

อย่าว่าแต่ยาเม็ดวิเศษระดับสูงเลย ต่อให้เป็นยาเม็ดวิเศษระดับสุดยอด ซูจื่อโม่ก็ไม่หวั่นไหว

ซูจื่อโม่ยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแค่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ในศึกครั้งนี้ ดูเหมือนซูจื่อโม่จะบาดเจ็บสาหัส บนร่างกายมีบาดแผลกว่าสามสิบแห่ง จนกลายเป็นมนุษย์โลหิตไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้บาดเจ็บถึงรากฐาน

อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะน้อยทั้งหกยังสมบูรณ์ดี เส้นเอ็นและกระดูกไร้รอยขีดข่วน

เพียงเวลาครู่เดียว บาดแผลบนร่างของซูจื่อโม่ก็เริ่มสมานตัว เลือดหยุดไหลแล้ว

ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองที่น่าสะพรึงกลัวของเขา เพียงแค่สองสามวัน ก็สามารถกลับมาหายดีดังเดิม!

......

ภายในเมืองเสวียนเทียน แบ่งออกเป็นสี่เขตใหญ่ๆ

เขตเมืองทิศตะวันออก ถูกวังแก้วผลึกยึดครอง เขตเมืองทิศตะวันตก ถูกสำนักตี้ซายึดครอง เขตเมืองทิศใต้ ถูกขุมกำลังวิถีนอกรีตยึดครอง

เขตเมืองทิศเหนือ ผู้ฝึกตนในเขตนี้ค่อนข้างวุ่นวายสับสน

เดิมที นอกจากสี่สำนักวิถีรองอย่างสำนักตานหยางและสำนักเชียนเฮ่อแล้ว ก็มีสี่ขุนโจรขี่สัตว์อสูรที่มีอิทธิพลมากที่สุด

แต่บัดนี้ สี่ขุนโจรขี่สัตว์อสูรตกตายไปแล้ว พวกเดนตายที่เหลือส่วนใหญ่ก็ฝังกระดูกอยู่บนถนนสายยาว มีเพียงส่วนน้อยที่หนีออกจากเมืองเสวียนเทียนไปได้

พวกเดนตายเหล่านี้หมดเรี่ยวแรง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและกลิ่นคาวเลือด หากเตร็ดเตร่อยู่นอกเมืองเกรงว่าคงไม่พ้นคืนแรก ก็คงถูกสัตว์ร้ายและสิ่งมีชีวิตโบราณรุมทึ้งจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!

สี่ขุนโจรขี่สัตว์อสูรถูกลบชื่อ เขตเมืองทิศเหนือจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสองสำนักใหญ่ คือสำนักตานหยางและสำนักเชียนเฮ่อ

ก่อนเกิดศึกนองเลือดบนถนนสายยาว ถังอวี้ให้ความสำคัญกับซูจื่อโม่เป็นอย่างมาก ถึงขนาดยอมคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ เพื่อทำข้อตกลงที่จะช่วยเหลือซูจื่อโม่จัดการกับสี่ขุนโจรขี่สัตว์อสูร

การตัดสินใจนี้ ในเวลานั้นดูบ้าบิ่นเกินไปและขาดความยั้งคิด

แต่ในวันนี้ ไม่เพียงแค่สำนักตานหยาง แม้แต่ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ต่างก็รู้ว่า สำนักตานหยางกำไรมหาศาล!

แทบไม่ต้องเสียไพร่พล ก็สามารถดึงตัวผู้ฝึกตนที่มีพลังแข็งแกร่งและศักยภาพน่าหวาดหวั่นอย่างซูจื่อโม่มาอยู่ใต้สังกัด แถมยังกำจัดสี่ขุนโจรขี่สัตว์อสูรได้อีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

สิบวันต่อมา

เขตเมืองทิศเหนือ ณ ห้องโถงหารือของสำนักตานหยาง

หลายวันมานี้ อาการบาดเจ็บของพวกจี้เฉิงเทียนทั้งสี่คนดีขึ้นมากแล้ว ส่วนซูจื่อโม่หายเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อน

กลุ่มของซูจื่อโม่ทั้งหกคน ถังอวี้ ลุงเหลียง และยังมีเหยียนจวิ้น ผู้ฝึกตนจากหอประจัญบานของสำนักตานหยางอีกคนหนึ่ง รวมตัวกันอยู่ที่นี่

"วันนี้ ที่เรียกทุกท่านมาที่นี่ ก็เพื่อจะแจ้งข่าวเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งหนึ่ง" ถังอวี้กล่าวเสียงขรึม

"ในเมื่ออยากขอให้ทุกท่านช่วย ข้าก็จะบอกเล่าทุกอย่างที่รู้โดยไม่ปิดบัง"

ซูจื่อโม่และพวกพยักหน้า พวกเขาล้วนมองเห็นความจริงใจของถังอวี้

หลายวันมานี้ เพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของพวกจี้เฉิงเทียน สำนักตานหยางได้มอบยาเม็ดวิเศษให้ไม่น้อย ซึ่งล้วนเป็นยาคุณภาพสูง สรรพคุณยอดเยี่ยม

"โบราณสถานแห่งนี้ จริงๆ แล้วมีความเกี่ยวข้องกับสำนักใหญ่ในยุคโบราณสำนักหนึ่ง สำนักใหญ่นี้มีนามว่าสำนักตานฉือ"

ฟังจากชื่อ ก็รู้ว่าสำนักนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการปรุงยา และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อถังอวี้กล่าวต่อว่า

"สำนักตานฉือมีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคโบราณ เป็นสำนักปรุงยาอันดับหนึ่งของทวีปเทียนฮวง! ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักตานหยางของข้า ก็คือนักปรุงยาของสำนักตานฉือ"

ได้ยินถึงตรงนี้ ซูจื่อโม่และพวกต่างตกตะลึง

นักปรุงยาของสำนักตานฉือ แยกตัวออกมาตั้งสำนัก ถึงกับกลายเป็นสำนักตานหยาง หนึ่งในสี่สำนักวิถีรองของทวีปเทียนฮวงในปัจจุบัน แล้วสำนักตานฉือในอดีต จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดไหน?

"โบราณสถานสำนักตานฉือ มีความสำคัญอย่างยิ่ง"

ถังอวี้สีหน้าจริงจัง กล่าวเสียงเข้มว่า "ในโบราณสถานแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะมียาเม็ดวิเศษจำนวนมหาศาล ยังมีตำรับยาที่สาบสูญไปแล้วอีกมากมาย!"

ซูจื่อโม่พยักหน้าเงียบๆ จากยุคโบราณจวบจนปัจจุบัน มีสิ่งของที่สาบสูญไปมากมายเหลือเกิน

ยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้ ก็เพราะตำรับยาของมันสาบสูญไปนานแล้ว

หากสามารถได้ตำรับยาเม็ดเปิดเส้นชีพจรจากโบราณสถานสำนักตานฉือแห่งนี้ มันจะหมายความว่าอย่างไร?

"แน่นอน นอกจากตำรับยาแล้ว ในโบราณสถานของสำนักบางแห่ง หากโชคดี ก็อาจจะได้รับมรดกตกทอดของสำนักนั้นๆ ด้วย มรดกตกทอดเช่นนี้ ย่อมล้ำค่ายิ่งกว่าตำรับยาเสียอีก

แต่โอกาสเช่นนี้มีน้อยมาก เว้นเสียแต่ว่าจะมีของแทนใจของสำนักตานฉือ จนได้รับการยอมรับจากสำนัก..."

ถังอวี้ยิ้มขื่นๆ "สำนักในยุคโบราณ ขนาดตำรับยายังสาบสูญ แล้วจะเหลือของแทนใจอะไรได้อีก"

ได้ยินถึงตรงนี้ หัวใจของซูจื่อโม่กระตุกวูบ

เสี่ยวหนิงหันไปมองซูจื่อโม่โดยสัญชาตญาณ สีหน้าผิดปกติ เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ยั้งไว้

ซูจื่อโม่หลุบตาลง แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

ในความเป็นจริง เขาและเสี่ยวหนิงต่างนึกถึงสิ่งเดียวกันพร้อมกัน

เตาปรุงยาลึกลับบนตัวเสี่ยวหนิง!

หลังจากเข้าสู่สนามรบโบราณ เตาปรุงยานี้ก็มีปฏิกิริยาผิดปกติบางอย่าง ดังนั้นซูจื่อโม่จึงพาเสี่ยวหนิงมุ่งหน้ามาทางทิศนี้

บัดนี้ เมื่อได้รับข่าวเรื่องโบราณสถานสำนักตานฉือ ทั้งสองจึงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับเตาปรุงยาใบนี้

ทว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อนเกินไป

คนธรรมดาหาได้มีความผิดไม่ แต่การครอบครองสมบัติล้ำค่านั่นแหละคือความผิด

ตอนนี้คนมากเรื่องแยะ หากพูดเรื่องนี้ออกไป ย่อมชักนำภัยพิบัติมาสู่ตัว แม้แต่สำนักตานหยางก็อาจยอมเสี่ยงทำเรื่องบ้าระห่ำ!

เสี่ยวหนิงจิตใจใสซื่อ ไม่ได้คิดอะไรมาก สีหน้าจึงแสดงความผิดปกติออกมา

แต่ซูจื่อโม่ตระหนักดีถึงความอันตรายในโลกแห่งการฝึกเซียน จึงไม่สบตากับเสี่ยวหนิง เพียงส่ายหน้าเบาๆ อย่างแนบเนียน เสี่ยวหนิงเองก็ฉลาดเฉลียว รีบละสายตาและไม่พูดอะไร

ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวหนิง

เหยียนจวิ้น ผู้ฝึกตนหอประจัญบานที่ยืนอยู่ด้านหลังถังอวี้เลิกคิ้วขึ้น จู่ๆ ก็ถามว่า

"เกี่ยวกับมรดกตกทอดของสำนักนี้ สหายเต๋าเสี่ยวหนิงดูเหมือนมีอะไรจะพูดหรือ?"

"มะ... ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ"

ถูกคนจับสังเกตได้ สีหน้าของเสี่ยวหนิงจึงดูตื่นตระหนก สายตาลอกแลก

ถังอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า

"เสี่ยวหนิง เจ้าคงอยากจะถามว่า ในสำนักตานฉือนี้มีตำรับยาที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้หรือไม่กระมัง?"

"อ๊ะ ใช่เจ้าค่ะ" เสี่ยวหนิงรีบพยักหน้า

ถังอวี้ยิ้มบางๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า

"เจ้าวางใจเถอะ ในสำนักตานฉือต้องมีตำรับยาเช่นนั้นแน่นอน เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้มันมา ของพวกนี้ล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนา"

"อ้อ" เสี่ยวหนิงพยักหน้า รับคำเบาๆ

ถูกถังอวี้ขัดจังหวะเช่นนี้ เหยียนจวิ้นจึงมองเสี่ยวหนิงด้วยความกังขาเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าตัวเองคงคิดมากไปเอง จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ

ซูจื่อโม่เงยหน้า กวาดสายตามอง แล้วแอบชำเลืองมองถังอวี้แวบหนึ่ง

เวลานี้ ถังอวี้กำลังมองเขาด้วยสายตามีความหมาย ดวงตาดุจสายน้ำ เป็นประกายวูบวาบ มุมปากมีรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม

‘แม่นางผู้นี้ร้ายกาจนัก!’ ซูจื่อโม่ถอนหายใจ

ในเมื่อเหยียนจวิ้นยังสังเกตเห็นความผิดปกติของเสี่ยวหนิง ถังอวี้ย่อมดูออกอย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่นี้ถังอวี้มีเจตนาดีอย่างเห็นได้ชัด จงใจเปลี่ยนเรื่อง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ของเหยียนจวิ้น เป็นการช่วยเสี่ยวหนิงไว้ครั้งหนึ่ง

ทั้งสองสบตากัน ใจกระจ่างดั่งคันฉ่อง ต่างฝ่ายต่างไม่พูดให้มากความ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 380 สำนักตานฉือ

คัดลอกลิงก์แล้ว