- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 379 เจ็บช้ำระกำใน
บทที่ 379 เจ็บช้ำระกำใน
บทที่ 379 เจ็บช้ำระกำใน
"คนผู้นี้ ข้าคุ้มครองเอง!"
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าซูจื่อโม่ต้องตายแน่ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา น้ำเสียงเด็ดขาดไม่อนุญาตให้โต้แย้ง
ไม่ไกลออกไป แสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
บนตัวกระบี่มีคุณชายรูปงามยืนตระหง่าน คิ้วตาคมคายดั่งภาพวาด ที่แท้ก็คือถังอวี้แห่งสำนักตานหยางผู้ชื่นชอบการแต่งกายเป็นชาย
ในจังหวะที่ความสนใจของทุกคนเบนไปที่ถังอวี้ ลึกในดวงตาของเผยฉุนอวี่พลันฉายแววอำมหิตลึกลับ กำหมัดแน่น แล้วลงมือทันที
หมัดนี้พุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของซูจื่อโม่ ความเร็วสูงลิบ เพียงพริบตาก็ถึงตัว!
บนผิวหมัดถึงกับส่องประกายแสงวิญญาณห้าสาย ระเบิดออกฉับพลันดุจดวงตะวันอันร้อนแรง สาดแสงเจิดจ้าหมื่นจั้ง บาดตาผู้คน!
ลวดลายวิเศษห้าสาย อุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบ!
บนฝ่ามือของเผยฉุนอวี่ สวมถุงมือระดับสมบูรณ์แบบที่บางเฉียบดั่งปีกจักจั่น จนเกือบจะมองทะลุได้
หากไม่โคจรพลังวิญญาณกระตุ้น ถุงมือนี้ยากที่จะถูกค้นพบ!
การโจมตีสังหารในหมัดเดียว!
"ระวัง!"
ถังอวี้หน้าเปลี่ยนสี ร้องเตือนเสียงหลง
ระยะห่างระหว่างเผยฉุนอวี่กับซูจื่อโม่นั้นใกล้เกินไป เพียงยื่นมือก็ถึงตัว
ถังอวี้ราวกับมองเห็นภาพอนาคตที่หน้าอกของซูจื่อโม่ถูกเจาะทะลุเป็นรูเลือดน่าสยดสยอง!
หมัดนี้ไร้ซึ่งสัญญาณเตือน ดูเหมือนการลอบโจมตีเสียมากกว่า อีกทั้งรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ไม่มีใครสามารถตั้งตัวได้ทัน นอกจาก... ซูจื่อโม่
ต้องยอมรับว่า เผยฉุนอวี่สมกับเป็นศิษย์สายตรงของวังแก้วผลึก ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระดับสุดยอด
จังหวะการลงมือ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
การปรากฏตัวของถังอวี้ ดึงดูดแม้กระทั่งความสนใจของซูจื่อโม่ไป
และในเสี้ยววินาทีที่ซูจื่อโม่เผลอไผลไปชั่วขณะ เผยฉุนอวี่ก็ลงมือ
หากไม่ใช่เพราะมีสัมผัสวิญญาณ หมัดนี้เพียงพอที่จะปลิดชีพซูจื่อโม่ได้!
แต่ถึงแม้จะมีสัมผัสวิญญาณ ซูจื่อโม่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ไม่ทันได้ชักดาบเซวี่ยชุ่ยออกมาต้านรับ ทำได้เพียงใช้มือเปล่าเข้าปะทะอย่างหักโหม
เห็นฉากนี้ แววตาของถังอวี้หม่นแสงลง
ต่อให้ซูจื่อโม่ตั้งตัวทัน ผลลัพธ์ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ต้องรู้ว่า ระดับการฝึกตนของเผยฉุนอวี่เดิมทีก็สูงกว่าซูจื่อโม่ถึงสองระดับ แถมวิชาหลอมกายาของวังแก้วผลึกยังเป็นเลิศในทวีปเทียนฮวง พละกำลังของเผยฉุนอวี่ มีแต่จะสูงกว่าซูจื่อโม่ ไม่มีทางต่ำกว่า!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ บนมือของเผยฉุนอวี่สวมอุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบ แต่ซูจื่อโม่เป็นเพียงร่างกายเนื้อ
ในสายตาของถังอวี้ การปะทะกันครั้งนี้ ซูจื่อโม่มีโอกาสแปดเก้าส่วนที่จะถูกต่อย ตายในหมัดเดียว
หากโชคดี เขาอาจรักษาชีวิตรอดมาได้ แต่แขนข้างนั้นต้องพิการอย่างแน่นอน พลังรบย่อมลดฮวบ เส้นทางการฝึกธรรมอาจต้องหยุดชะงักเพียงเท่านี้
ปัง!
หมัดปะทะหมัด บังเกิดเสียงทึบหนักดั่งตีหนังแห้ง
แสงสว่างบนอุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบ หดหายไปในฉับพลัน
เผยฉุนอวี่ยืนนิ่งไม่ไหวติง
ซูจื่อโม่ร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ถอยกรูดไปสามก้าว จึงหยุดยั้งแรงปะทะได้
ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไป ล้วนใช้ท่าย่างก้าวไถสวรรค์ถ่ายเทน้ำหนักโดยสัญชาตญาณ ทิ้งรอยเท้าลึกสามรอยไว้บนพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
บนหลังหมัดของซูจื่อโม่เนื้อหนังฉีกขาด เผยให้เห็นกระดูกด้านในลางๆ
ไม่ใช่สีขาว แต่เป็นกระดูกสีแดงฉาน!
"หือ?"
ฝูงชนอ้าปากค้าง ลูกตาแทบถลนออกมา จ้องมองฉากนี้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ถึงกับไม่ตาย?
แขนก็ไม่ได้พิการ?
แค่เลือดออกที่หมัด บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น?
เป็นไปได้อย่างไร?
ต่อให้อุปกรณ์วิเศษระดับสูงถูกหมัดนี้เข้าไป ก็ยังต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกายเนื้อของซูจื่อโม่ที่อยู่ตรงหน้า เป็นไปได้อย่างไร...
ผู้ฝึกตนจำนวนมากที่มุงดูอยู่ถึงกับงุนงงไปหมด หากไม่ได้เห็นกับตา พวกเขาไม่มีทางเชื่อฉากนี้อย่างเด็ดขาด
จอมมารน้อยเซวี่ยหยางแห่งสำนักตี้ซาขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่มือขวาของซูจื่อโม่ อย่างครุ่นคิด
รูม่านตาของเผยฉุนอวี่หดเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะเก็บมือไพล่หลังอย่างแนบเนียน
"หึๆๆ"
มองดูมือที่ไพล่หลังของเผยฉุนอวี่ ซูจื่อโม่พลันหัวเราะออกมา
นอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปะทะกัน เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ร่างกายเนื้อของซูจื่อโม่แม้จะแข็งแกร่ง แต่ไม่มีทางต้านทานพลังของอุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน
ในสถานการณ์เมื่อครู่ ต่อให้กลายร่างเป็นอสูร ซูจื่อโม่ก็เพียงแค่ยกระดับพละกำลังขึ้นขั้นหนึ่ง แต่ก็ยังต้านทานอุปกรณ์วิเศษสมบูรณ์แบบไม่ได้อยู่ดี
เปรียบเสมือนเด็กน้อยที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ พละกำลังเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ด้วยร่างกายเนื้อ ย่อมไม่อาจต้านทานคมมีดแหลมคมได้
แต่บนร่างของซูจื่อโม่ มีจุดหนึ่งที่พิเศษมาก
มือขวาของเขา
ภายนอกของมือขวาคือเลือดเนื้อ แต่ภายในห่อหุ้มด้วยฝ่ามือกระดูกโลหิตที่ไม่ทราบที่มา แข็งแกร่งทนทาน แม้แต่คมดาบเซวี่ยชุ่ยยังมิอาจฟันขาด!
ดังนั้น การปะทะกันครั้งนี้ แม้เผยฉุนอวี่จะได้เปรียบเรื่องพละกำลัง ผลักดันซูจื่อโม่ให้ถอยไปได้ถึงสามก้าว
แต่ในความเป็นจริง ซูจื่อโม่ไม่ได้รบกระทบกระเทือนมากนัก เพียงแค่บาดเจ็บภายนอกเล็กน้อย
ทว่าเผยฉุนอวี่กลับต้องกลืนความเจ็บช้ำระกำใน เจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า มือที่เผยฉุนอวี่ไพล่ไว้ด้านหลัง ภายใต้การปกปิดของแขนเสื้อ กำลังสั่นระริก
รสชาติของการต่อยถูกแผ่นเหล็ก ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย
ชั่วพริบตาเดียว ถังอวี้ก็มาถึง ร่อนลงตรงกลางระหว่างทั้งสอง ลุงเหลียงติดตามมาติดๆ
"สหายเต๋าซู ท่าน... ไม่เป็นไรใช่ไหม?"
ถังอวี้งุนงงสงสัย มองซูจื่อโม่ที่อยู่ด้านหลัง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลังเล
"ไม่เป็นไร"
ซูจื่อโม่ส่ายหน้า
"ไม่เป็นไรจริงหรือ?"
ถังอวี้หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเก็บสมบัติแล้วยื่นให้ พลางกระซิบว่า
"อย่าฝืน สังขารบาดเจ็บภายในใช่หรือไม่? กลืนยานี้ลงไป ระงับอาการบาดเจ็บไว้ก่อน"
ซูจื่อโม่ยิ้มบางๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ
"เผยฉุนอวี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" ถังอวี้หันกลับไป สายตาเกรี้ยวกราด คาดคั้นถามว่า
"ข้าบอกแล้วว่าคนผู้นี้สำนักตานหยางของข้าคุ้มครอง เจ้ายังกล้าลงมือกับเขาอีกหรือ?"
"หึหึ" เผยฉุนอวี่หัวเราะเบาๆ กล่าวอย่างไม่ยี่หระว่า
"เห็นสหายเต๋าซูมีกายาแข็งแกร่ง พลังการต่อสู้ระยะประชิดไม่ธรรมดา ข้าแค่นึกสนุกอยากลองวิชา
แลกเปลี่ยนฝีมือกันสักกระบวนท่า สหายเต๋าถังอวี้จะตื่นตระหนกไปไย?"
"แลกเปลี่ยนฝีมือ?"
ถังอวี้แค่นหัวเราะ
หมัดนั้นของเผยฉุนอวี่ เห็นชัดๆ ว่าต้องการเอาชีวิตซูจื่อโม่!
ก่อนหน้านี้ถูกซูจื่อโม่ตวาดไล่ เสียหน้าไปมาก มาตอนนี้ยังต้องเจ็บตัวฟรีๆ เผยฉุนอวี่ยิ่งไม่มีวันตัดใจ ยังคงมองหาโอกาสที่จะสังหารซูจื่อโม่ให้ตายตกไปเสียที่นี่
ถังอวี้ที่อยู่ตรงหน้าไม่น่ากลัว
แต่เมื่อเห็นชายชราด้านหลังถังอวี้ แววตาของเผยฉุนอวี่ก็ฉายแววหวาดระแวง
เผยฉุนอวี่สูดหายใจลึก ถอนหายใจ มีสำนักตานหยางเข้ามาแทรกแซง คิดจะสังหารซูจื่อโม่ในวันนี้ เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้ว
อีกทั้ง บริเวณใกล้เคียงยังมีจอมมารน้อยสำนักตี้ซายืนมองดูอย่างเย็นชา
เวลานี้ ไม่เหมาะที่จะปะทะกับสำนักตานหยาง มิเช่นนั้นอาจถูกสำนักตี้ซาชุบมือเปิบเอาได้ง่ายๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ เผยฉุนอวี่ก็ประสานมือคารวะถังอวี้ แล้วปรายตามองซูจื่อโม่ลึกซึ้ง กล่าวด้วยรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้มว่า "สหายเต๋า วันพระไม่ได้มีหนเดียว ท่านกับข้ายังมีโอกาสได้ 'แลกเปลี่ยนฝีมือ' กันอีกแน่!"
คำว่าแลกเปลี่ยนฝีมือ เผยฉุนอวี่เน้นเสียงหนักแน่น
ซูจื่อโม่ยิ้มเล็กน้อย กล่าวเรียบๆ ว่า
"แลกเปลี่ยนฝีมือคราวหน้า ข้าจะเอาชีวิตสุนัขของเจ้า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" เผยฉุนอวี่เงยหน้าหัวเราะร่า กล่าวรัวๆ ว่า
"ดี ดี ดี! ข้าจะรอเจ้า!"
กล่าวจบ เผยฉุนอวี่ก็สะบัดแขนเสื้อ นำผู้ฝึกตนวังแก้วผลึกหันหลังเดินจากไป
อีกด้านหนึ่ง เซวี่ยหยางก็ถอยกลับไปเช่นกัน
ชั่วพริบตา สองขุมกำลังระดับสุดยอดในเมืองเสวียนเทียนก็ถอยกลับไปจนเกลี้ยง ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
พวกจี้เฉิงเทียนถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
โดยไม่รู้ตัว ทั้งสี่คนเหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนชุ่มโชก
-สองสิงห์:ผู้แปล-