เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 เจ็ดจุดมหาปราณ

บทที่ 350 เจ็ดจุดมหาปราณ

บทที่ 350 เจ็ดจุดมหาปราณ


ตลอดหลายปีแห่งการฝึกวิชา ซูจื่อโม่ได้บ่มเพาะนิสัยอย่างหนึ่งขึ้นมา นั่นคือเขาจะฝึกฝนคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารในยามค่ำคืน

คัมภีร์ฝึกอวัยวะภายในของซูจื่อโม่บรรลุขั้นสำเร็จนานแล้ว แม้แต่คัมภีร์ทะลวงจุดปราณ เขาก็ฝึกฝนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

สิ่งที่เรียกว่าการทะลวงจุดปราณ ก็คือการทะลวงเปิดเจ็ดจุดมหาปราณบนศีรษะ!

สำหรับเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่แล้ว ศีรษะถือเป็นส่วนที่ลึกลับที่สุด สำคัญที่สุด และเปราะบางที่สุดในร่างกาย

หากศีรษะถูกโจมตีอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่ก็จะจบลงด้วยความตาย

ในตำนานกล่าวไว้ว่า ในศีรษะมีตำหนักม่วง มีวังสวรรค์ มีแท่นเซียน...

รวมถึงสิ่งที่เรียกว่าจิตแรกกำเนิดในวิชาเซียน และสิ่งที่คัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารเรียกว่า 'เทพหยิน' ก็ล้วนอยู่ลึกเข้าไปในศีรษะเช่นกัน

เพียงแต่ว่า ระดับพลังของซูจื่อโม่ในตอนนี้ ยังมิอาจสัมผัสถึงสิ่งเหล่านั้นได้

คัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร หลังจากที่ฝึกฝน หนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูก และอวัยวะภายในทั้งห้าแล้ว ถึงจะเริ่มฝึกฝนส่วนศีรษะ ก็เพราะความสำคัญของศีรษะนั่นเอง

ที่เรียกว่าเจ็ดจุดมหาปราณบนศีรษะ ก็คือดวงตาทั้งสอง หูทั้งสอง จมูก ปาก และลิ้น

คัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร แต่ละบทแต่ละบท ล้วนก้าวหน้าไปตามลำดับขั้น ห้ามมีข้อผิดพลาดหรือสลับสับเปลี่ยนแม้แต่น้อย

หากอวัยวะภายในทั้งห้าไม่ประสานกัน จุดปราณทั้งเจ็ดก็มิอาจทะลวงได้ ฝึกอวัยวะภายในแล้ว จึงจะสามารถทะลวงจุดปราณได้

การฝึกอวัยวะภายใน จะสร้างเสริมแก่นแท้พลังของอวัยวะภายในทั้งห้า หรือที่เรียกว่าไออสูร

อวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับจุดปราณทั้งเจ็ด ไออสูรย่อมสามารถส่งผ่านไปยังจุดปราณทั้งเจ็ดได้เช่นกัน

ตับในอวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับดวงตาทั้งสอง ไตในอวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับหูทั้งสอง ปอดในอวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับจมูก ม้ามในอวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับปาก หัวใจในอวัยวะภายในทั้งห้าสอดคล้องกับลิ้น

กล่าวคือ แก่นแท้พลังของตับจะส่งผ่านไปยังดวงตาทั้งสอง แก่นแท้พลังของไตจะส่งผ่านไปยังหูทั้งสอง แก่นแท้พลังของปอดจะส่งผ่านไปยังจมูก แก่นแท้พลังของม้ามจะส่งผ่านไปยังปาก แก่นแท้พลังของหัวใจจะส่งผ่านไปยังลิ้น

เมื่อไออสูรบำรุงหล่อเลี้ยงและทะลวงผ่านจุดปราณทั้งเจ็ด ก็จะถือว่าคัมภีร์ทะลวงจุดปราณบรรลุขั้นต้น สามารถบรรลุถึงขอบเขตตาทิพย์หูทิพย์ได้

ก่อนหน้านี้ หนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูก ล้วนสอดคล้องกับอวัยวะภายในทั้งห้า ก่อเกิดเป็นวัฏจักรขนาดเล็กขึ้นภายในร่าง

หลังจากทะลวงเปิดเจ็ดจุดมหาปราณแล้ว หนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูก อวัยวะภายในทั้งห้า และจุดปราณทั้งเจ็ด จะสัมผัสเชื่อมโยงถึงกัน ก่อเกิดเป็นวัฏจักรขนาดใหญ่!

เมื่อถึงจุดนี้ คัมภีร์ทะลวงจุดปราณก็จะบรรลุขั้นสำเร็จ!

การฝึกฝนมาถึงขั้นตอนนี้ ก็หมายความว่าสามารถที่จะสร้างแก่นในของเผ่าพันธุ์อสูรได้แล้ว

การทะลวงจุดปราณ ไม่เพียงแต่หมายถึงการเสริมสร้างประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเช่นการได้ยินและการมองเห็นให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะจุดปราณทั้งเจ็ดเชื่อมโยงกับหนัง เนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูก และอวัยวะภายในทั้งห้า พลังทางกายภาพก็จะเพิ่มพูนขึ้นด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากทะลวงจุดปราณขั้นสำเร็จ ร่างกายจะเกิดวัฏจักรขนาดใหญ่ ร่างกายเนื้อทั้งหมดของซูจื่อโม่จะยิ่งประสานสอดคล้องและสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ร่างกายสามารถคล่องแคล่วดั่งนกนางแอ่น หนักแน่นดั่งหมี ความคล่องแคล่วว่องไวและความมั่นคงอยู่ร่วมกัน ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน นิ่งสงบดุจสาวพรหมจรรย์ เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งกระต่ายป่า ทุกการเคลื่อนไหว จะสามารถระดมพลังทั้งร่างกายมารวมไว้ที่จุดเดียว ส่งผลให้พลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล!

ในตอนท้ายของคัมภีร์ทะลวงจุดปราณ เตี๋ยเยว่ได้ทิ้งประโยคหนึ่งไว้

“ฝึกฝนถึงขั้นนี้ บรรลุผลสำเร็จ สร้างตาทิพย์หูทิพย์ ทั้งยังมีสัมผัสวิญญาณคอยช่วยเหลือ แม้มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ก็สามารถรับรู้ถึงภยันตรายและหลีกเลี่ยงได้

ไม่ว่าจะเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง นั่ง หรือนอน ขอเพียงใจสัมผัสได้ ก็สามารถจู่โจมศัตรูในระยะหนึ่งจั้ง สังหารอีกฝ่ายได้ในพริบตา!”

ทุกครั้งที่เห็นประโยคนี้ที่เตี๋ยเยว่ทิ้งไว้ ซูจื่อโม่จะรู้สึกราวกับโลหิตในกายเดือดพล่าน

ความหมายแฝงของประโยคนี้ จริงๆ แล้วก็คือสี่คำ ‘ไร้เทียมทานในระยะหนึ่งจั้ง!’

ยิ่งไปกว่านั้น ซูจื่อโม่ก็เชื่อมั่นว่า คัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดารมีอานุภาพเช่นนี้จริงๆ

แม้ว่าตอนนี้จะยังฝึกฝนคัมภีร์ทะลวงจุดปราณไม่ถึงขั้นสำเร็จ แต่หากซูจื่อโม่ไม่ปิดบังเรื่องที่ตนฝึกฝนวิถีอสูร ระเบิดพลังปราณโลหิต ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ในระยะหนึ่งจั้ง ผู้ฝึกเทพยุทธ์ที่จะสามารถต่อกรกับการต่อสู้อันดุเดือดของเขาได้นั้นมีน้อยคนนักจริงๆ

ซูจื่อโม่มาถึงเนินเขาเหนือถ้ำ กลืนยาเม็ดโลหิตเนื้อระดับสมบูรณ์แบบลงไปหนึ่งเม็ด นั่งขัดสมาธิ หลับตาทั้งสองข้าง ระหว่างการหายใจเข้าออก ไออสูรอันมหาศาลและเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาจากปากและจมูก รวมตัวกันรอบร่างกายหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนที่จะเข้ามายังสนามรบโบราณ ซูจื่อโม่ก็ได้ทะลวงจุดปราณทั้งเจ็ดไปแล้วสี่จุด คือ จุดปราณหูทั้งสอง จุดปราณลิ้น และจุดปราณจมูก ตอนนี้เขากำลังเริ่มฝึกฝนจุดปราณปาก

เช่นเดียวกับอสูรสัตว์จำพวกกิ้งก่าสวรรค์ หรืออสูรดูดวิญญาณ ลิ้นของพวกมันคืออาวุธสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย เพียงแค่ตวัดลิ้นเข้าออก ก็สามารถสังหารศัตรูได้ การฝึกฝนจุดปราณลิ้น ย่อมทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากโดยธรรมชาติ

ซูจื่อโม่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ การทะลวงจุดปราณหู จุดปราณจมูก และจุดปราณลิ้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ของเขาอย่างชัดเจนนัก

แต่จุดปราณปากนั้นแตกต่างออกไป

ซูจื่อโม่ได้ฝึกฝนวิชาลับเสียงอย่างหนึ่ง นั่นคือ สังหารด้วยเสียงอสนี

แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคัมภีร์ที่ไม่สมบูรณ์ แต่เนื่องจากซูจื่อโม่มีลมหายใจที่ยาวนาน อวัยวะภายในทรงพลัง หากสามารถทะลวงจุดปราณปากและจมูกได้ อานุภาพของวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีก็จะเพิ่มขึ้นอีกขั้นอย่างแน่นอน!

นี่คือสุดยอดท่าไม้ตายที่แท้จริง และยังเป็นไพ่ตายใบหนึ่งของซูจื่อโม่อีกด้วย

ภายในถ้ำ ไออสูรพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว

หากมีคนมาเห็นฉากนี้เข้า จะต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ท่ามกลางไออสูรที่เข้มข้นและบริสุทธิ์นี้ กลับมีร่างของมนุษย์คนหนึ่งนั่งอยู่ ปรากฏให้เห็นรางๆ

ในเขตชายขอบของสนามรบโบราณ เหล่าชีวิตยุคโบราณและอสูรสัตว์ที่สามารถทำร้ายเย่หลิงได้นั้นแทบจะไม่มี ที่สามารถทำร้ายซูจื่อโม่ได้ ก็น้อยยิ่งกว่าโดยธรรมชาติ

เมื่อสัมผัสได้ถึงไออสูรอันแข็งแกร่งบนภูเขา อสูรสัตว์จำนวนมากต่างก็พากันหลีกเลี่ยง

หนึ่งคืนผ่านไป รอบๆ ถ้ำไม่มีอสูรสัตว์ตัวใดปรากฏกายเลย

เมื่อแสงอรุณเริ่มสาดส่อง ซูจื่อโม่สูดลมหายใจเข้าลึก ไออสูรที่คลุ้งอยู่ก็ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก

ซูจื่อโม่ลืมตาขึ้น ยืดตัวลุกขึ้นยืน ขยับร่างกายเล็กน้อย กระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างก็ส่งเสียงดังลั่น ประสานกันดังเปรี๊ยะปร๊ะ

ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้าแล้ว

ซูจื่อโม่กลับเข้าไปในถ้ำ พวกของจีเหยาเสวี่ยตื่นกันหมดแล้ว

“ข้าบอกการตัดสินใจของเรากับคนอื่นๆ แล้ว สิบวันให้หลัง พวกเราจะออกเดินทาง”

จีเหยาเสวี่ยเดินเข้ามากล่าว

“อืม” ซูจื่อโม่พยักหน้า

เหล่าผู้ฝึกเทพยุทธ์ต่างกินอาหารกันเล็กน้อย แล้วเริ่มตั้งใจฝึกวิชาอย่างจริงจัง ซูจื่อโม่ก็เช่นกัน

ในวินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่สนามรบโบราณเมื่อวานนี้ เขาก็สัมผัสได้ว่าเส้นชีพจรวิญญาณสายที่สี่ในร่างกายกำลังปรากฏขึ้นรางๆ ประกอบกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป คาดว่าอีกสองสามวัน เขาก็น่าจะสามารถทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณสายที่สี่ได้อย่างสมบูรณ์!

ในระหว่างนี้ ซืออวี้ถังออกไปเดินสำรวจรอบหนึ่ง กลับมาก็พูดจาอย่างจริงจังว่า

“ตำแหน่งของถ้ำแห่งนี้ช่างซ่อนเร้นดีจริงๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา แถวนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสัตว์ปีกหรืออสูรร้ายเลย”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ คนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่มีคนสองสามคนที่สายตาจับจ้องไปยังซูจื่อโม่ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

หลายวันต่อมา ซูจื่อโม่ยังคงออกไปข้างนอกในยามค่ำคืน ฝึกฝนจุดปราณปากต่อไป ส่วนตอนกลางวันก็จะอยู่ในถ้ำ ดูดซับพลังวิเศษ เตรียมพร้อมที่จะทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณสายที่สี่

จนกระทั่งวันที่เจ็ด พลันมีเสียงดังสนั่นขึ้นจากภายในร่างกายของซูจื่อโม่

ตูม!

ภายใต้เสื้อคลุมสีเขียว เส้นชีพจรวิญญาณสายที่สี่ปรากฏชัดเจน ส่องประกายใสดุจผลึก พลังวิเศษภายในไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงดังครืนๆ ราวกับคลื่นยักษ์

เจ็ดวัน ผู้สร้างฐานสี่เส้นชีพจร!

วันที่แปด ซูเสี่ยวหนิงฝึกฝนจนบรรลุขั้นสร้างฐานช่วงปลาย

วันที่เก้า เหลิ่งโหรวและเจ้าอ้วนน้อยต่างก็ทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณสายที่สี่ได้สำเร็จ ระดับพลังเลื่อนขึ้นสู่ผู้สร้างฐานสี่เส้นชีพจร

ระดับพลังของพวกเขานับว่าต่ำที่สุด เมื่อเข้ามาในสนามรบโบราณ ภายใต้พลังวิเศษที่เข้มข้นอย่างหาที่เปรียบมิได้ พวกเขาจึงได้รับการกระตุ้นมากที่สุด และทะลวงระดับพลังได้เป็นกลุ่มแรก

วันที่สิบ ก็มีคนทะลวงระดับพลังอีก

จี้เฉิงเทียนแห่งยอดเขาไร้ตัวตน ทะลวงผ่านเส้นชีพจรวิญญาณสายที่หกได้ในคราเดียว กลายเป็นผู้สร้างฐานหกเส้นชีพจร!

นับตั้งแต่ผู้สร้างฐานสี่เส้นชีพจรเป็นต้นไป การทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งมีผู้ฝึกเทพยุทธ์มากมาย ที่ติดอยู่ที่ระดับผู้สร้างฐานสามเส้นชีพจรไปตลอดชีวิต มิอาจก้าวหน้าต่อไปได้

ที่จี้เฉิงเทียนสามารถทะลวงระดับพลังได้เป็นคนแรกในหมู่ผู้สร้างฐานห้าเส้นชีพจร

ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาสั่งสมพลังมาอย่างเพียงพอ เมื่อมีโอกาสจึงระเบิดพลังออกมาได้

อีกประการ ก็คือผลจากวิชาลับของยอดเขาไร้ตัวตน คัมภีร์สร้างฐานไร้ตัวตน

และที่สำคัญที่สุด คือการต่อสู้ครั้งใหญ่เมื่อสิบวันก่อน จี้เฉิงเทียนเฉียดตายรอดชีวิตมาได้ จึงกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในร่างกายออกมา บัดนี้จึงสามารถทะลวงระดับพลังได้สำเร็จ

สิบวันผ่านไป พลังของกลุ่มซูจื่อโม่ล้วนเพิ่มพูนขึ้น

ทุกคนต่างก็มีความมั่นใจต่อการเดินทางไปยังโบราณสถานยุคโบราณในครั้งนี้มากขึ้น

เมื่อเห็นทุกคนเตรียมพร้อมแล้ว ซูจื่อโม่ก็โบกมือสลายค่ายกลของถ้ำ เอ่ยเสียงทุ้ม

“ออกเดินทาง!”

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 350 เจ็ดจุดมหาปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว