เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 309 เชิญขึ้นสู่อัฒจันทร์ผู้ชม

บทที่ 309 เชิญขึ้นสู่อัฒจันทร์ผู้ชม

บทที่ 309 เชิญขึ้นสู่อัฒจันทร์ผู้ชม


“ช่างต่ำช้า!” เสวียนอี้กำหมัดแน่น กัดฟันสบถออกมาคำหนึ่ง

การประลองยุทธ์ระหว่างสำนักครานี้ ยอดเขาไร้ตัวตนมีกำลังเพียงน้อยนิดอยู่แล้ว มีเพียงผู้สร้างฐานห้าเส้นชีพจรผู้เดียวที่พอจะต่อกรได้ หากยังถูกหมายหัวเล่นงานอีก เช่นนั้นก็คงสิ้นหนทางโดยสิ้นเชิง

“โฮกกก!”

ในขณะนั้นเอง สุดขอบฟ้าอันไกลโพ้น พลันมีเสียงคำรามสะเทือนฟ้าสะเทือนดินดังแว่วมา สั่นสะเทือนไปทั่วห้วงมิติ เปี่ยมล้นไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างที่สุด

หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน ต่างหันไปมองตามต้นเสียง

พลันปรากฏร่างของสิงโตห้าตัว รูปร่างสูงใหญ่ตระหง่าน หน้าตาดุร้ายน่าเกรงขาม กำลังควบตะบึงเคียงข้างกันมา ท่วงท่าดุดันน่าสะพรึงกลัว ขนทั่วร่างของพวกมันล้วนเป็นสีทองอร่าม ปราศจากสีอื่นเจือปน ราวกับทั่วทั้งร่างกำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีทอง

“สิงโตทองคำ!”

“เผ่าพันธุ์ที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณ ทั้งยังเป็นสิงโตทองคำขั้นสร้างแก่นทอง!”

บนร่างของสิงโตทองคำทั้งห้าตัวมีโซ่เหล็กและบังเหียนรัดไว้ ด้านหลังลากจูงรถศึกโบราณคันหนึ่ง

บนรถศึกปรากฏบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีทอง ดวงตาทั้งสองสาดประกายดุจสายฟ้า แม้มิได้โกรธาแต่ก็แผ่บารมีน่าเกรงขาม ทั่วร่างแผ่ซ่านไอแห่งความยิ่งใหญ่ครอบครองใต้หล้า!

บุคคลผู้อยู่บนรถศึก ก็คือโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวนั่นเอง!

“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

เหล่าทหารองครักษ์หลวงและทหารยามที่อยู่ ณ ที่นี้ ทั้งหมดคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ตะโกนกู่ก้องขึ้นพร้อมเพรียง เสียงดังสะท้านน่าครั่นคร้ามยิ่งนัก!

เหล่าจินตันเจินเหรินบนอัฒจันทร์ผู้ชมรีบลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะ พยักหน้าเป็นสัญญาณทักทาย

“เหล่าทหารตามสบาย เหล่าสหายเชิญนั่ง”

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ก่อนจะกระโจนลงจากรถศึก มายังตำแหน่งสูงสุดของอัฒจันทร์ผู้ชม แล้วจึงนั่งลง

...

“ในที่สุดก็ได้ยลโฉมโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวแล้ว การประลองยุทธ์ระหว่างสำนักครานี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ”

“ช่างเปี่ยมด้วยบารมีอันยิ่งใหญ่ เมื่อครู่ข้าเองก็เกือบจะคุกเข่าลงไปแล้ว”

รอบบริเวณเสาหยกสี่ทำเนียบ เหล่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานจำนวนไม่น้อยต่างประทับใจในบารมีของโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจว พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

ซูจื่อโม่มีสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาทั้งสองสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ราวกับการมาถึงของโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจว มิได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

เฉินเมิ่งฉีกวาดสายตามอง พลางเอ่ยถามอย่างเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจว่า

“ซูจื่อโม่ เจ้าไปรู้จักกับองค์หญิงแห่งราชวงศ์โจวได้อย่างไร?”

“เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้ารึ?” ซูจื่อโม่ไม่แม้แต่จะชายตามองเฉินเมิ่งฉี กล่าวถามย้อน

เฉินเมิ่งฉีแค่นเสียงฮึ่มคราหนึ่ง กล่าวว่า

“ซูจื่อโม่ เจ้าอย่าได้ลำพองใจไป การที่เจ้ารู้จักกับองค์หญิงแห่งราชวงศ์โจวมิได้วิเศษวิโสอันใดนักหรอก!”

“อีกอย่าง ข้าขอเตือนเจ้าสักหน่อย เดิมทีเจ้าก็เป็นศัตรูกับตำหนักเมฆาหยกและสำนักเพลิงแท้อยู่แล้ว เพราะเรื่องขององค์หญิงแห่งราชวงศ์โจว ข้าเห็นว่าเหล่าศิษย์สำนักชิงซวงก็เริ่มมองเจ้าเป็นศัตรูเช่นกัน”

เฉินเมิ่งฉีหัวเราะเยาะ

“การกระทำขององค์หญิงแห่งราชวงศ์โจว ได้สร้างศัตรูที่แข็งแกร่งให้เจ้าเพิ่มขึ้นมากมายโดยไม่รู้ตัว ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะจัดการเช่นไร!”

ซูจื่อโม่เพียงยิ้มบางๆ

บนอัฒจันทร์ผู้ชม

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวผายมือทั้งสองออกเป็นเชิงให้สงบลง ท่ามกลางฝูงชนก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“การประลองยุทธ์ระหว่างสำนักจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า แต่ก่อนอื่น ข้าขอแนะนำนักหลอมยุทโธปกรณ์ท่านหนึ่ง เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินนามของเขามาบ้างแล้ว”

“นักหลอมยุทโธปกรณ์อันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์โจว!”

“คุณชายโม่หลิง คุณชายโม่!”

“พวกเราย่อมรู้จักดีอยู่แล้ว”

บนอัฒจันทร์ผู้ชม เหล่าจินตันเจินเหรินจำนวนไม่น้อยต่างกล่าวพลางยิ้ม พยักหน้าด้วยแววตาคาดหวัง

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวกล่าวต่อ

“แม้พวกท่านจะเคยได้ยินนามของเขา แต่เชื่อว่าคงมีคนไม่มากนัก ที่เคยได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา”

“ไม่ผิด” อี๋หนิงเจินเหรินหัวเราะอย่างขมขื่น

“คราวก่อน ข้าต้องการจะขอบคุณคุณชายโม่ซึ่งๆ หน้า น่าเสียดายที่ไม่ได้พบ”

อวิ๋นซานเจินเหรินแห่งนิกายหนานเยว่ก็พยักหน้ากล่าว

“นั่นสิ คุณชายโม่ช่างลึกลับนัก”

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวยิ้มเล็กน้อย กล่าวต่อ

“ครานี้ข้าได้เชิญคุณชายโม่มา เพื่อเป็นผู้ตัดสินในการประลองส่วนของการหลอมยุทโธปกรณ์ในการประลองยุทธ์ระหว่างสำนักครานี้ ทุกท่านจะได้พบเขาเดี๋ยวนี้แล้ว”

เหล่าจินตันเจินเหรินจำนวนมากพลันรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา

นักหลอมยุทโธปกรณ์ที่สามารถสร้างอุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอดตามสั่งได้ จินตันเจินเหรินคนใดบ้างเล่าจะไม่อยากผูกมิตรด้วย?

คังหลางเจินเหรินหรี่ตาทั้งสองข้าง กวาดสายตามองไปรอบๆ เช่นกัน

เขาอยากจะเห็นนักว่า คุณชายโม่ผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่ มีความแค้นอันใดกับเขา เหตุใดจึงต้องหยามหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัล!

รอบบริเวณเสาหยกสี่ทำเนียบ เหล่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานจำนวนมากต่างก็เบิกตากว้าง ชะเง้อมองไปยังท้องฟ้าอันไกลโพ้นไม่หยุดหย่อน อยากจะเห็นคุณชายโม่ในตำนานผู้นี้เป็นคนแรก

“พวกเจ้าว่า คุณชายโม่จะปรากฏตัวเช่นไร?”

“วางใจเถอะ ย่อมต้องไม่ยิ่งใหญ่น้อยไปกว่าขบวนขององค์ชายองค์หญิงเป็นแน่”

“ด้วยพลังฝีมือและสถานะของคุณชายโม่ ต่อให้เขาจะขี่อสูรที่ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์มา ข้าก็เชื่อ”

ทุกคนต่างรู้สึกสงสัยใคร่รู้ พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรส

เจ้าอ้วนน้อยก็หันกลับมา ถามอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่ใหญ่ ท่านเดาว่าคุณชายโม่จะอายุราวเท่าใด หน้าตาเป็นเช่นไร?”

ซูจื่อโม่กล่าว “ราวๆ ยี่สิบกว่าปีละมั้ง...”

“ฮ่าๆๆ!”

ซูจื่อโม่เพิ่งจะเอ่ยปาก รอบข้างก็พลันระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น หลายคนมองซูจื่อโม่ด้วยสายตาราวกับกำลังมองคนปัญญาอ่อน

แววตาของเถาเฟิงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน หัวเราะเบาๆ

“นักหลอมยุทโธปกรณ์ของยอดเขาไร้ตัวตน ช่างเป็นตัวตลกเสียจริง หึๆๆ!”

เฉินเมิ่งฉีขมวดคิ้วกล่าว

“ซูจื่อโม่ หากเจ้าไม่รู้ ก็บอกว่าไม่รู้ ไม่มีผู้ใดว่าเจ้าหรอก เจ้าเอาแต่กล่าววาจาเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้ มีแต่จะชักชวนให้ผู้อื่นมาหัวเราะเยาะ เผยให้เห็นความโง่เขลาของเจ้าเท่านั้น!”

“โอ้?” ซูจื่อโม่เลิกคิ้วเล็กน้อย

เฉินเมิ่งฉีกล่าวเสียงเคร่ง

“คุณชายโม่สามารถสร้างอุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอดตามสั่งได้ เจ้าคิดว่านี่คือสิ่งที่คนอายุยี่สิบกว่าปีจะทำได้รึ? ต่อให้ข้าจะไม่เข้าใจเรื่องการหลอมยุทโธปกรณ์ ข้าก็ยังคิดเข้าใจเหตุผลง่ายๆ นี้ได้”

ในขณะนั้นเอง เสียงของโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ที่จริงแล้ว คุณชายโม่มาถึงนานแล้ว เขาอยู่ท่ามกลางพวกท่านทุกคนนั่นแหละ!”

“หา?”

“คุณชายโม่มาถึงแล้วรึ อยู่ที่ใดกัน?”

บนอัฒจันทร์ผู้ชม เหล่าจินตันเจินเหรินทั้งหมดต่างหันไปมองคนข้างๆ โดยสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายก็กำลังมองมาด้วยสีหน้างุนงงเช่นกัน

โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวเปล่งเสียงดัง

“คุณชายโม่ เชิญขึ้นสู่อัฒจันทร์ผู้ชม”

ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าจินตันเจินเหรินนับพัน และผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานอีกกว่าหนึ่งแสนคน พลันเงียบสงัดลงในบัดดล ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจ จดจ่อสายตา กวาดมองไปรอบทิศทางอย่างต่อเนื่อง

ผู้คนจากยอดเขาไร้ตัวตน เถาเฟิง จวินฮ่าว ซืออวิี้ถัง เฉินเมิ่งฉี และคนอื่นๆ ต่างก็กำลังมองหาโดยสัญชาตญาณเช่นกัน

ในทันใดนั้น ร่างหนึ่งพลันขยับเขยื้อน เดินผ่านร่างของผู้คนไป ดึงดูดสายตาของทุกคนให้จับจ้อง

“ซูจื่อโม่ เจ้าจะทำอันใด!”

เฉินเมิ่งฉีขมวดคิ้วมุ่น ตะโกนเรียกออกมา

ซูจื่อโม่ไม่หวั่นไหว

เถาเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

“ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง อยู่ต่อหน้าโอรสสวรรค์ ยังกล้าบังอาจ!”

“เขาเรียกคุณชายโม่ ไม่ได้เรียกเจ้า...”

เฉินเมิ่งฉีตะโกนขึ้นอีกครั้ง แต่พลันตระหนักได้ถึงบางสิ่ง สีหน้าพลันเปลี่ยนไป

ซูจื่อโม่ทำราวกับไม่ได้ยิน ยังคงก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเจ้าอ้วนน้อย เขาตบไหล่เจ้าอ้วนน้อยเบาๆ ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนออกไป

เมื่อมองแผ่นหลังของซูจื่อโม่ จวินฮ่าวแห่งสำนักชิงซวงพลันสะท้านไปทั้งร่าง คิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมาอย่างเลือนราง แม้ว่าความเป็นไปได้นี้จะดูไร้สาระและบ้าบอเพียงใดก็ตาม

ในชั่วพริบตา ซูจื่อโม่ก็ปรากฏกายอยู่ต่อหน้าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานกว่าหนึ่งแสนคน!

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่ร้อนแรงดังเพลิงจับจ้องมา สีหน้าของซูจื่อโม่กลับไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับสงบนิ่งสุขุม มือไพล่หลัง ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ก้าวข้ามพื้นที่ส่วนล่าง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของอัฒจันทร์ผู้ชม

“คนผู้นี้เป็นผู้ใดกัน เขาจะไปทำอันใดรึ?”

“เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าปี เป็นคุณชายโม่ไปไม่ได้หรอก”

“นั่นสิ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานคนหนึ่ง จะเป็นคุณชายโม่ได้อย่างไรกัน!”

ท่ามกลางฝูงชน เหล่าผู้ฝึกเทพยุทธ์จำนวนมากต่างพากันแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

หลังจากเสียงหัวเราะเยาะสิ้นสุดลง ทุกคนต่างจับจ้องไปยังซูจื่อโม่ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางฝูงชนกลับพลันเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด เสียงแผ่วเบาเสียงหนึ่งดังขึ้น

“พวกเราไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นคุณชายโม่ แล้วเหตุใดเขาจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานอายุยี่สิบกว่าปีไม่ได้เล่า?”

ไม่มีผู้ใดตอบ ทุกคนต่างกำลังรอคอยคำตอบ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 309 เชิญขึ้นสู่อัฒจันทร์ผู้ชม

คัดลอกลิงก์แล้ว