- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 260 ทำลายความสงบ
บทที่ 260 ทำลายความสงบ
บทที่ 260 ทำลายความสงบ
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แม้ว่าโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิงจะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา แต่ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถหลอมได้เพียงอุปกรณ์วิเศษระดับกลางเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้ฝึกปราณและผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐาน ทำให้มีอิทธิพลที่จำกัด
แต่เมื่อข่าวที่ว่าสามารถสั่งทำอุปกรณ์วิเศษระดับสูงได้แพร่กระจายออกไป จึงทำให้ชื่อเสียงของโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิงโด่งดังกระฉ่อนไปทั่วอย่างแท้จริง!
อุปกรณ์วิเศษระดับสูง ส่วนใหญ่แล้วถือเป็นสัญลักษณ์ของจินตันเจินเหริน
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งแก่นโอสถแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการยกระดับขั้นของอุปกรณ์วิเศษของตนเองขึ้นไป
ทว่าอุปกรณ์วิเศษระดับสูงที่ราคาถูกที่สุด ก็ยังคงต้องการหินวิเศษระดับสูงถึงสามพันก้อน
หากเป็นการสั่งทำอุปกรณ์วิเศษระดับสูง ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก และยังต้องเตรียมวัตถุดิบมาเองมากถึงสิบชุด!
ผู้ฝึกตนที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างแก่นทอง โดยทั่วไปแล้วยังไม่มีความสามารถที่จะซื้อหามาได้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากต้องรอจนกระทั่งระดับพลังของตนเองบรรลุถึงขั้นสร้างแก่นทองกลาง หรือแม้กระทั่งขั้นสร้างแก่นทองปลาย จึงจะสามารถครอบครองอุปกรณ์วิเศษระดับสูงที่เป็นของตนเองได้หนึ่งชิ้น
และการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง ได้ทำให้จินตันเจินเหรินจำนวนมากที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วิถีแห่งแก่นโอสถได้มองเห็นความหวัง
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ในทุกๆ เที่ยงวัน ที่หน้าประตูโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง ผู้ที่มารวมตัวกันไม่ใช่เหล่าผู้ฝึกปราณหรือผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นกลุ่มของจินตันเจินเหริน!
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ นับว่ายิ่งใหญ่ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
ในเมืองหลวงแห่งนี้ เกรงว่านอกจากโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์โจวแล้ว คงไม่มีบุคคลที่สองใดที่จะมีอำนาจเรียกประชุมเช่นนี้ได้อีก!
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่จินตันเจินเหริน ก็ยังไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง เกรงว่าจะถูกตัดสิทธิ์ในการสั่งทำอุปกรณ์วิเศษระดับสูง
“เจ้าโม่หลิงผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ ช่างหยิ่งผยองเสียจริง ถึงกับกล้าให้พวกเราเหล่าจินตันเจินเหรินต้องมารอคอยอยู่ด้านนอกเช่นนี้”
“ท่านไม่เห็นรึว่าเจินเหรินหลิวที่อยู่ทางนั้นก็มาติดต่อกันเจ็ดวันแล้ว? แม้แต่ผู้ที่มีระดับพลังขั้นสร้างแก่นทองปลายก็ยังต้องรอคอยอย่างสงบเสงี่ยม พวกเราก็รอต่อไปเถิด”
“อัจฉริยะที่แท้จริงนั้น ล้วนมีนิสัยที่ไม่ธรรมดา ท่านผู้นี้ก็คงจะเป็นผู้ที่หยิ่งในพรสวรรค์ของตนเองเช่นกัน”
…
วสันต์ผ่านพ้นสารทฤดูมาเยือน
ในชั่วพริบตา ซูจื่อโม่ก็ได้อาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่งแล้ว
ระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงการประลองยุทธ์ระหว่างสำนัก ก็เหลือเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น
หนึ่งปีครึ่ง สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว แทบจะผ่านไปในชั่วพริบตา
แต่สำหรับซูจื่อโม่แล้ว ในช่วงหนึ่งปีครึ่งนี้ ทุกชั่วขณะของเขาล้วนมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น!
การเปลี่ยนแปลงที่มาจากทุกๆ ด้าน!
ในด้านการหลอมยุทโธปกรณ์ ฝีมือของซูจื่อโม่ยิ่งเชี่ยวชาญมากขึ้น ความเข้าใจในศาสตร์แห่งการหลอมก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น
ชุดวิชานิ้วพันค้อนที่เป็นของเขาเอง ก็ได้รับการขัดเกลาและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆ สมบูรณ์แบบขึ้น จนใกล้จะถึงจุดสูงสุดแล้ว
เมื่อชุดวิชานิ้วพันค้อนนี้สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ซูจื่อโม่ก็มีความมั่นใจ ว่าจะสามารถหลอมอุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอดออกมาได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์!
ภายใต้การสนับสนุนของทรัพยากรหินวิเศษที่เพียงพอ ระดับพลังของซูจื่อโม่ก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างมั่นคง ค่อยๆ เข้าใกล้สู่ขั้นสร้างฐานสมบูรณ์ทีละน้อย
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ซูจื่อโม่ดีใจมากที่สุด ก็คือแก่นแท้จากไข่มังกรในร่างกายของเขาได้ถูกหลอมรวมไปแล้วกว่าครึ่ง!
อีกหนึ่งปีให้หลัง ซูจื่อโม่จะสามารถหลอมรวมแก่นแท้จากไข่มังกรได้ทั้งหมด และตามแนวโน้มในปัจจุบัน เมื่อถึงเวลานั้น คัมภีร์ฝึกอวัยวะภายในของเขาก็จะบรรลุถึงขั้นสูงสุดเช่นกัน!
เมื่อคัมภีร์ฝึกอวัยวะภายในบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว หากซูจื่อโม่ไม่ปิดบังพลังอสูรของตนเองอีกต่อไป และปลดปล่อยพลังแห่งปราณโลหิตออกมาทั้งหมด ก็แทบจะสามารถกวาดล้างผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานทั้งหมดได้เลยทีเดียว!
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่สมจริง เว้นแต่ว่าซูจื่อโม่จะอยากกลายเป็นเป้าหมายของทุกคน
ในช่วงเวลาหนึ่งปีครึ่ง เย่หลิงได้หลอมรวมและดูดซับแก่นแท้จากไข่มังกรในร่างกายของตนจนหมดสิ้นแล้ว ซึ่งเร็วกว่าซูจื่อโม่เป็นอย่างมาก
ร่างกายของเย่หลิงใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม มีความสูงถึงครึ่งร่างคน ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้
เกล็ดเหล่านั้นไม่มีความแวววาวแม้แต่น้อย ทำให้เย่หลิงสามารถหลอมรวมเข้ากับความมืดมิดในยามราตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ถูกค้นพบ!
เมื่อมองดูร่างกายของเย่หลิง ในความคิดของซูจื่อโม่ก็มักจะปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นมาเสมอ
ร่างกายเช่นนี้ ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อการสังหารโดยแท้!
ความคล่องแคล่ว พละกำลัง การระเบิดพลัง การป้องกัน ความเร็ว เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ ได้หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบบนร่างกายของเย่หลิง
นับตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่หนูเงามายาลอบเข้ามาสังหาร ในเรือนแห่งนี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันขึ้นอีกหลายครั้ง
ทว่ายังไม่ทันที่ซูจื่อโม่จะได้ลงมือ ผู้ฝึกตนและอสูรวิเศษที่ลอบเข้ามาสืบสวนทั้งหมด ก็ต้องจบชีวิตลงภายใต้กรงเล็บของเย่หลิง แม้แต่เสียงร้องก็ยังไม่ทันได้เปล่งออกมา!
ธุรกิจของโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิงยิ่งเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จินตันเจินเหรินที่มาสั่งทำอุปกรณ์วิเศษระดับสูงในแต่ละวันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
โรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง ในเมืองหลวงแห่งนี้ก็มีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ขุนนางชั้นสูง ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าเร่ ทุกคนต่างก็เคยได้ยินชื่อเสียงของโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง
ในบรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นโรงหลอมยุทโธปกรณ์เพลิงแท้
ก่อนหน้านี้ โรงหลอมยุทโธปกรณ์เพลิงแท้คืออันดับหนึ่งในเมืองหลวง
แต่ในตอนนี้ โรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง กลับมีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่อย่างเห็นได้ชัด!
แม้ว่าภายนอกแล้ว โรงหลอมยุทโธปกรณ์ทั้งสองจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ได้มีปัญหากระทบกระทั่งกัน แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นี่เป็นเพียงความสงบที่ผิวเผินเท่านั้น
สักวันหนึ่ง ความสงบนี้จะต้องถูกทำลายลงอย่างแน่นอน!
…
ในเช้าวันหนึ่ง ที่นอกโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิง พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ร่างของเนี่ยนฉีพลันปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เมื่อเปิดประตูออกไป ก็พบผู้ฝึกตนร่างท้วมคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก แต่งกายคล้ายพ่อค้า มีสีหน้าที่ค่อนข้างประหม่า
“สหายเต๋า การสั่งทำอุปกรณ์วิเศษจะเริ่มในช่วงบ่าย ท่านมาเช้าเกินไปแล้ว”
เนี่ยนฉีกล่าว
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่ข้า”
พ่อค้ารีบโบกมือปฏิเสธ กระแอมเบาๆ แล้วกล่าวว่า: “ข้าคือ ข้าคือเจ้าของเรือนแห่งนี้”
“หา?”
เนี่ยนฉีตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“ให้เขาเข้ามาเถิด”
ในขณะนั้นเอง เสียงของซูจื่อโม่ก็ดังขึ้นมา
เนี่ยนฉีเอียงตัวหลีกทางให้ พ่อค้ารีบประสานมือคารวะ กล่าวขอบคุณหนึ่งครั้ง แล้วเดินเข้ามาในโรงหลอมยุทโธปกรณ์โม่หลิงอย่างระมัดระวัง ราวกับว่าพื้นดินใต้เท้าของเขามิใช่ของตนเอง แต่เป็นของผู้อื่น
“นี่คือค่าเช่าสำหรับสองปีข้างหน้า ท่านลองดู”
ซูจื่อโม่วางถุงเก็บของใบหนึ่งลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าพ่อค้า
พ่อค้ามีสีหน้าตื่นตระหนก เขารีบโบกมือปฏิเสธแล้วกล่าวว่า
“อย่าเลย ข้าจะกล้ารับค่าเช่าจากท่านได้อย่างไร สหายเต๋าช่างถ่อมตนเกินไปแล้ว”
ซูจื่อโม่ยิ้มพลางถามว่า
“มิใช่มาเพื่อเก็บค่าเช่า เช่นนั้นแล้วมีธุระอื่นรึ?”
“อืม”
พ่อค้ามีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ในดวงตาของเขาปรากฏแวววอนขอ เขาลูบมือไปมาแล้วกล่าวว่า
“ข้าอยากจะขอให้สหายเต๋าลงมือ ช่วยสร้างอุปกรณ์วิเศษระดับสูงให้สักชิ้นหนึ่ง”
ซูจื่อโม่คิดที่จะปฏิเสธในทันที
แต่เมื่อคิดได้ว่าหากมิใช่เพราะเรือนของคนผู้นี้ เขาก็คงจะไม่มีที่พักพิงในเมืองหลวงแห่งนี้
ยิ่งไปกว่านั้น การหลอมอุปกรณ์วิเศษระดับสูงหนึ่งชิ้นสำหรับเขาแล้ว ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูจื่อโม่ก็พยักหน้าตอบตกลง
เมื่อกลับมาถึงห้องหลอมยุทโธปกรณ์ลับ ซูจื่อโม่ก็ได้เคลื่อนย้ายติ่งหลอมยุทโธปกรณ์ออกมา แล้วเริ่มลงมือหลอมยุทโธปกรณ์
สิ่งที่พ่อค้าร้องขอให้หลอมนั้นคือกระบี่บิน ซึ่งถือเป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด และง่ายที่สุดในการหลอมอุปกรณ์วิเศษ
ถึงกระนั้น ซูจื่อโม่ก็ยังคงไม่ได้ทำอย่างลวกๆ เขาทำทุกขั้นตอนอย่างจริงจัง
เมื่อถึงขั้นตอนการหลอม ในความคิดของซูจื่อโม่พลันมีประกายแสงวาบขึ้นมา ปัญหาที่ค้างคาใจมานานครึ่งปีก็พลันคลี่คลายลง!
วิชานิ้วพันค้อน สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง!
พร้อมกับเสียงดังกังวานใส สิบนิ้วของซูจื่อโม่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ราวกับภูตน้อยที่กำลังเริงระบำ เคาะลงบนตัวกระบี่ สิ่งเจือปนในตัวกระบี่ค่อยๆ ถูกขจัดออกไปทีละน้อย
เมื่อการหลอมสิ้นสุดลง ซูจื่อโม่ก็ตระหนักได้แล้วว่า เขาอาจจะกำลังจะหลอมอุปกรณ์วิเศษระดับสุดยอดชิ้นแรกออกมา!
การรวบรวมวิญญาณเริ่มต้นขึ้น
ลวดลายวิเศษสายหนึ่ง
ลวดลายวิเศษสองสาย
สองสายแรก ซูจื่อโม่แทบจะไม่ได้ใช้ความพยายามเลย
เมื่อถึงลวดลายวิเศษสายที่สาม ซูจื่อโม่จึงได้พบกับอุปสรรคอยู่บ้าง แต่หลังจากที่ใช้สัมผัสวิญญาณทดลองอยู่หลายครั้ง ก็ยังคงสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ซูจื่อโม่สูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้หยุดลง แต่กลับเลือกที่จะพยายามหลอมรวมลวดลายวิเศษสายที่สี่ต่อไป!
-สองสิงห์:ผู้แปล-