เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 การสังหารเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 230 การสังหารเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 230 การสังหารเริ่มต้นขึ้น


เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ที่ด้านนอกของโบราณสถานยุคบรรพกาล มีผู้ฝึกตนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเมื่อได้ทราบข่าว

ประการหนึ่ง เป็นเพราะดูเหมือนว่าจะมีสมบัติโบราณปรากฏขึ้นในโบราณสถาน

อีกประการหนึ่ง โบราณสถานยุคบรรพกาลมีแรงดึงดูดต่อผู้ฝึกตนจำนวนมากเกินไป!

สนามรบโบราณเป็นพื้นที่ลับที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณ มีพื้นที่เป็นของตัวเอง

แม้แต่สนามรบโบราณยังดึงดูดผู้ฝึกตนจำนวนมากให้แห่แหนกันไป แล้วจะนับประสาอะไรกับสถานที่ลึกลับที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาลเล่า?

ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยที่ได้พบเจอกับโอกาสฝืนชะตาฟ้าลิขิตในสนามรบโบราณ และทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ในพริบตา

หากได้พบเจอกับโอกาสบางอย่างในโบราณสถานยุคบรรพกาล จะเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด?

หากผู้ฝึกตนได้รับมา ก็อาจจะมีทุนรอนที่จะท่องไปทั่วหล้าได้

หากสำนักได้รับมา ก็อาจจะก้าวกระโดดขึ้นเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์โจว หรืออาจจะกลายเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนรกร้างทางตอนเหนือทั้งหมด และอาจจะเทียบเคียงกับสำนักเซียนได้ก็เป็นได้!

ในบรรดาผู้ฝึกตนหลายหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนอิสระ และยังมีสำนักบางแห่งรวมอยู่ด้วย

ในจำนวนนั้น สำนักเทียนหลัวและสำนักจื่ออวิ๋นมีพลังแข็งแกร่งที่สุด

สองสำนักใหญ่นี้ในราชวงศ์โจว มีพลังและสถานะเป็นรองเพียงห้าสำนักใหญ่เท่านั้น ซูจื่อโม่ก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง

หยวนอิงเจินจวินสองสามคนนั้น ก็มาจากสองสำนักใหญ่นี้นั่นเอง!

“โฮก!”

ในที่ไม่ไกลนัก พลันมีเสียงคำรามดังขึ้น

สิงโตทองคำตัวหนึ่งที่มีลมหายใจน่าสะพรึงกลัววิ่งมาด้วยความเร็วสูง ร่างกายใหญ่โต ท่าทางน่าเกรงขาม ดวงตาทั้งสองข้างที่ใหญ่เท่ากระดิ่งทองแดงสาดประกายแสงเย็นเยียบ

สิงโตทองคำตัวนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นอสูรวิเศษที่ฝึกตนจนมีแก่นในแล้ว ท่าทางสง่างามไม่ธรรมดา

ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยตกใจกลัว ต่างก็พากันแยกย้ายกันไป

สิงโตทองคำตัวนี้เหยียบอากาศมา และมาถึงข้างกายของหยวนอิงเจินจวินคนหนึ่ง มันก้มศีรษะลงอย่างเชื่อฟัง และหมอบตัวลงต่ำ

“อืม”

หยวนอิงเจินจวินคนนี้พยักหน้า กระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน

“กุบกับๆๆ!”

เสียงกีบม้าที่เร่งรีบดังขึ้นมา

ม้าศึกตัวหนึ่งที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว และมีเขาเดียวงอกออกมาจากศีรษะ วิ่งมาจากท้องฟ้าที่ห่างไกล มันส่งเสียงร้องดังฟืดฟาด ความเร็วสูงอย่างยิ่ง และมาถึงข้างกายของหยวนอิงเจินจวินอีกคนหนึ่ง

ในไม่ช้า สัตว์อสูรของหยวนอิงเจินจวินสองสามคนที่อยู่ในที่นั้นก็มาถึงแล้ว

สัตว์อสูรเหล่านี้มีลมหายใจน่าสะพรึงกลัว ทุกตัวล้วนเป็นอสูรวิเศษที่ฝึกตนจนมีแก่นในแล้ว

แต่สัตว์อสูรเหล่านี้เมื่อมองไปยังโบราณสถานยุคบรรพกาลที่อยู่ห่างไกล ในดวงตากลับปรากฏความขลาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย

“ไป ออกเดินทาง!”

ในบรรดาคนเหล่านั้น หยวนอิงเจินจวินคนหนึ่งจากสำนักเทียนหลัวออกคำสั่ง นำพาศิษย์ในสำนักมุ่งหน้าไปยังทิศทางของโบราณสถานยุคบรรพกาล

ทันใดนั้น หยวนอิงเจินจวินจากสำนักจื่ออวิ๋นก็นำพาศิษย์ในสำนักตามไป

“โบราณสถานยุคบรรพกาลอันตรายขนาดนี้ พวกเราจะรอดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ก่อนดีหรือไม่?”

“หากรอดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ หากมีสมบัติโบราณปรากฏขึ้นจริงๆ ข้าเกรงว่าจะถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไป”

“เช่นนั้นก็ตามไปเถิด นี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว การติดตามกลุ่มของหยวนอิงเจินจวินไป แม้จะไม่ได้สมบัติโบราณ ก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต”

ผู้ฝึกตนที่เหลือต่างก็พากันถกเถียงกัน และในไม่ช้าก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่

ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ เลือกที่จะติดตามสำนักเทียนหลัวและสำนักจื่ออวิ๋นมุ่งหน้าไปยังโบราณสถานยุคบรรพกาล

มีเพียงผู้ฝึกตนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีสีหน้าลังเล และตั้งใจจะรอดูสถานการณ์อยู่ที่เดิม

ซูจื่อโม่เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปเร็วขนาดนี้ แต่เขาเพิ่งจะพบว่า บนท้องฟ้าได้เริ่มปรากฏร่องรอยของอีกาตาเลือดแล้ว!

และจำนวนก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!

นี่หมายความว่า อีกาตาเลือดที่อยู่ใกล้ที่สุด ได้ตามมาถึงแล้ว

ผู้ที่ไล่ล่าเขา คงจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า

“จะชักช้าไม่ได้แล้ว!”

ประกายความโหดเหี้ยมแวบผ่านนัยน์ตาของซูจื่อโม่

หากถูกดักจับอยู่นอกโบราณสถานยุคบรรพกาล เขาคงจะไม่มีที่หนีจริงๆ

ซูจื่อโม่ปะปนอยู่ในฝูงชน และมุ่งหน้าไปยังโบราถสานยุคบรรพกาล

บริเวณรอบนอกของโบราณสถานยุคบรรพกาล มีป่าทึบขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ ข้างในแสงสลัว

ยิ่งเข้าใกล้โบราณสถานยุคบรรพกาลมากเท่าไหร่ ต้นไม้รอบๆ ก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น แผ่กระจายกลิ่นอายโบราณออกมา

ต้นไม้โบราณทุกต้นล้วนใหญ่โตอย่างยิ่ง ต้องใช้คนสิบกว่าคนโอบจึงจะรอบ ลำต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า

ลมเย็นพัดโชยมา แสงอาทิตย์ที่แตกกระจาย สาดส่องลงมาจากกิ่งก้านใบไม้ที่หนาทึบ นำพาความอบอุ่นมาให้ผู้คนเล็กน้อย

แม้ว่ากลุ่มผู้ฝึกตนจะมีขนาดใหญ่ มีจำนวนถึงหลายหมื่นคน ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม แต่ในป่าโบราณแห่งนี้ กลับดูเล็กจ้อยอย่างหาที่เปรียบมิได้

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เย่หลิงก็มุดออกมา

มันหมอบอยู่บนหน้าอกของซูจื่อโม่ โผล่หัวออกมา จ้องมองด้วยดวงตาสีดำสนิทคู่หนึ่ง สีหน้าเย็นชา คอยสอดส่องไปรอบๆ

แม้แต่สิงโตทองคำและม้าเขาเดียวที่หยวนอิงเจินจวินขี่ ซึ่งเป็นสัตว์อสูรที่ฝึกตนจนมีแก่นในแล้ว ก็ยังเดินอย่างระมัดระวังในป่าโบราณแห่งนี้

แต่บนใบหน้าของเย่หลิง กลับไม่ปรากฏความขลาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

ทันนใดนั้น!

เสียงกรีดร้องดังมาจากข้างหน้าสุด

หัวใจของซูจื่อโม่สั่นไหว เขารีบหยุดฝีเท้า และมองไป

เพียงเห็นว่าข้างหน้าไม่ไกลนัก มีอสรพิษยักษ์ตัวหนึ่งขดอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้โบราณ ร่างกายของมันเกือบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้โบราณ

หากไม่ใช่เพราะในปากของอสรพิษยักษ์ตัวนี้คาบคนอยู่สองสามคน เลือดพุ่งกระฉูดออกมา ด้วยสายตาของซูจื่อโม่ ก็ยังยากที่จะสังเกตเห็น!

งูตัวนี้ใหญ่เกินไปแล้ว!

ร่างกายของมันกว่าครึ่งซ่อนอยู่ในใบไม้ แต่แค่ส่วนที่โผล่ออกมา ก็ยาวถึงสิบกว่าจั้งแล้ว!

ผู้ฝึกตนสองสามคนนั้น ไม่พอให้มันยัดซอกฟันด้วยซ้ำ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ แม้แต่จินตันเจินเหรินก็ไม่มีแรงต่อต้าน ถูกมันบดขยี้ร่างกายและกลืนลงท้องไปในคำเดียว!

“ตูม!”

ยอดฝีมือระดับหยวนอิงคนหนึ่งลงมืออย่างเด็ดขาด แขนเสื้อสั่นไหว พลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งปะทุออกมา กระแทกเข้าใส่ร่างของอสรพิษยักษ์อย่างแรง

อสรพิษยักษ์ถูกตีจนร่างกายเอียงไปข้างหนึ่ง เกล็ดหลุดออกมาสองสามชิ้น เผยให้เห็นเนื้อและเลือดข้างใน

แต่อสรพิษยักษ์ไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง กลับยิ่งแสดงความดุร้ายออกมา ในดวงตาปรากฏประกายแสงเย็นชาและโหดเหี้ยม!

ซี่!

อสรพิษยักษ์พลันอ้าปากกว้าง สูดลมหายใจเข้าอย่างแรง เกือบจะกลืนกินทั้งฟ้าดิน

ลมพายุพัดกระหน่ำ!

กระแสลมขนาดใหญ่ เกือบจะจับตัวเป็นรูปธรรมได้ คมดุจดาบ คมดุจกระบี่!

พัดโหมกระหน่ำมา แม้แต่กิ่งก้านบนต้นไม้โบราณก็ถูกลมร้ายนี้พัดหักโค่น ใบไม้ร่วงหล่นลงมา

ผู้ฝึกตนที่มีพลังต่ำต้อย จะควบคุมร่างกายของตนเองได้อย่างไร ถูกดูดเข้าไปทันที และตกลงไปในปากของอสรพิษยักษ์

นี่คืออสรพิษยักษ์กลืนตะวันที่แท้จริง!

แม้ว่าซูจื่อโม่จะเคยฝึกฝนกระบวนท่านี้มาแล้ว แต่เมื่อได้เห็นในตอนนี้ ก็ยังรู้สึกตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบมิได้

“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน เจ้าหาที่ตาย!”

ผู้ฝึกตนระดับหยวนอิงอีกคนหนึ่งลงมือ ตะโกนเสียงดัง กระบี่บินสามเล่มพุ่งออกไป

บนกระบี่บินสามเล่มนั้น มีพลังอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งไหลเวียนอยู่ ซึ่งเกินขอบเขตของวิชาเวทไปไกลแล้ว

เมื่อเห็นว่ากระบี่บินสามเล่มกำลังจะตกลงไปในปากของอสรพิษยักษ์ ยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่ลงมือราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ไม่ดีแล้ว รีบถอย!”

คนผู้นี้ร้องอุทานออกมา สบัดแขนเสื้อ ม้วนกระบี่บินสามเล่มที่พุ่งออกไปกลับมา และหนีไปไกลในทันที

หางตาของซูจื่อโม่กระตุก

เพียงเห็นว่าบนศีรษะของอสรพิษยักษ์ กลับมีตุ่มขนาดเท่ากำปั้นสองตุ่มนูนขึ้นมาอย่างลางๆ ดูเหมือนจะเป็นเขาสองข้าง!

“นี่ไม่ใช่งู นี่คือเจียว!”

หากเป็นอสรพิษยักษ์ ก็ถือได้ว่าเป็นเพียงอสูรเผ่าพันธุ์ที่หลงเหลืออยู่

แต่หากฝึกตนจนกลายเป็นเจียวแล้ว ก็จะเทียบเท่ากับอสูรที่ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์!

ยอดฝีมือระดับหยวนอิงสองสามคนในกลุ่มรีบหนีไปไกลในทันที กองทัพผู้ฝึกตนข้างหลังจะกล้าอยู่ต่อได้อย่างไร ต่างก็รีบตามไป

ฝูงชนแตกตื่นอลหม่าน พยายามหนีเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลัง

ตึง!

หางของเจียวพลันตกลงมา กระแทกเข้าใส่กลางฝูงชน และกวาดไปทั่ว ในอากาศพลันเกิดม่านโลหิตขึ้นมาทันที!

ช่างน่าสยดสยองเหลือเกิน!

ผู้ฝึกตนหลายร้อยคน ในชั่วพริบตาเดียว ทั้งหมดสิ้นชีพ

ไม่ว่าจะเป็นขั้นฝึกปราณ ขั้นสร้างฐาน หรือจินตันเจินเหริน ต่อหน้าเจียวตัวนี้ ก็เปรียบเสมือนมดปลวก ไม่สามารถต้านทานได้เลย!

และในขณะนี้ ผู้คนยังไม่ได้เหยียบย่างเข้าไปในเขตโบราณสถานยุคบรรพกาล!

นี่หมายความว่า การสังหารเริ่มต้นขึ้นแล้ว...

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 230 การสังหารเริ่มต้นขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว