- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 45 ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
บทที่ 45 ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
บทที่ 45 ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
ภายในถ้ำอันมืดมิดไร้แสงสว่าง สีหน้าของสามเฒ่าแห่งสำนักนิกายสุขารมณ์พลันแปรเปลี่ยนไปมาอย่างน่ากลัว เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งสามก็ได้สังเวยอุปกรณ์วิเศษของตนออกมาพร้อมเพรียงกัน เป็นอุปกรณ์วิเศษระดับต่ำสองชิ้น และอุปกรณ์วิเศษระดับกลางอีกหนึ่งชิ้น
ชวับ! ชวับ! ชวับ!
แสงสว่างอันเจิดจ้าได้สาดส่องออกจากตัวอุปกรณ์วิเศษเหล่านั้น พร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารอันเย็นเยียบพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ฉึก! ฉึก!
ศิษย์สองคนของสำนักนิกายสุขารมณ์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกสังหารคาที่ด้วยอุปกรณ์วิเศษของเหล่าเฒ่าทั้งสาม
อุปกรณ์วิเศษยังคงพุ่งทะยานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ตรงเข้าจู่โจมจุดตายบนร่างกายของซูจื่อโม่!
พื้นที่ภายในถ้ำนั้นคับแคบ เหล่าศิษย์สำนักนิกายสุขารมณ์จึงมีที่ว่างให้หลบหลีกได้ไม่มากนัก ทว่านั่นก็หมายความว่า การเคลื่อนไหวของซูจื่อโม่เองก็ถูกจำกัดอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน
ซูจื่อโม่คาดไม่ถึงเลยว่าสามเฒ่าแห่งสำนักนิกายสุขารมณ์จะโหดเหี้ยมและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ถึงกับลงมืออย่างรุนแรงโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของศิษย์ในสำนักแม้แต่น้อย!
ซูจื่อโม่เอียงศีรษะหลบอุปกรณ์วิเศษรูปวงแหวนที่คุกคามเขามากที่สุด แล้วย่อตัวลงต่ำเพื่อหลบกระบี่บินอีกเล่มหนึ่ง ก่อนจะตวัดดาบในมือกลับไปฟาดฟันผู้ฝึกปราณที่อยู่เบื้องหน้าจนล้มลง
ฉึก!
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่หน้าอกของผู้ฝึกปราณผู้นั้นกลับปรากฏแสงเย็นเยียบสายหนึ่งขึ้นมา
กระบี่บินอีกเล่มหนึ่งได้แทงทะลุผ่านหน้าอกของคนผู้นั้นออกมา พุ่งตรงไปยังลำคอของซูจื่อโม่!
มันใกล้เกินไปแล้ว!
ในระยะห่างเพียงเท่านี้ ซูจื่อโม่ไม่มีทางหลบหลีกได้ทันท่วงที ซูจื่อโม่จึงชักดาบจันทร์ยะเยือกกลับมา พร้อมกับใช้มันปัดป้องกระบี่บินเล่มนั้น
เคร้ง!
เสียงดาบและกระบี่กระทบกันดังก้องกังวาน ประกายไฟแตกกระจายไปทั่วสารทิศ ร่างของซูจื่อโม่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ง่ามมือปริแตก โลหิตไหลรินดั่งสายน้ำ ดาบจันทร์ยะเยือกแทบจะหลุดลอยออกจากมือ
นับตั้งแต่ที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกัน ซูจื่อโม่ก็พยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยตรงกับผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานมาโดยตลอด และมันก็เป็นไปตามที่คาดไว้ พลังในการควบคุมกระบี่บินของผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายของเขาในปัจจุบันจะสามารถทนทานรับไหวได้เลย
แขนขวาของซูจื่อโม่ชาหนึบไปทั้งแขน ชั่วขณะหนึ่งไม่สามารถออกแรงได้เลย
แค่พลังของผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระดับต้นที่ใช้อุปกรณ์วิเศษระดับต่ำยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หากต้องรับมือกับอุปกรณ์วิเศษระดับกลางรูปวงแหวนของเฒ่าเฉียนโดยตรง เกรงว่าซูจื่อโม่คงต้องพิการคาที่อย่างแน่นอน!
แน่นอนว่า การตวัดดาบของซูจื่อโม่ในครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
เดิมทีแล้วกระบี่บินของเฒ่าเฉินควรจะแทงเข้าที่กลางอกของซูจื่อโม่ แต่เมื่อถูกดาบจันทร์ยะเยือกปะทะเข้า มันจึงเบี่ยงเบนไปเล็กน้อย ทะลวงผ่านกระดูกไหปลาร้าของซูจื่อโม่แทน โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่ว!
นับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ นี่เป็นครั้งแรกที่ซูจื่อโม่ได้รับบาดเจ็บ ความเจ็บปวดรวดร้าวที่บริเวณไหปลาร้าทำให้แขนซ้ายของเขาแทบจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไป!
“แข็งแกร่งมาก!”
ซูจื่อโม่ลอบอุทานในใจด้วยความตกตะลึง
แม้แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับผู้ฝึกปราณขั้นสมบูรณ์แบบ เขาก็ยังสามารถต่อกรได้อย่างสูสีโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่เพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระดับต้น พลังกลับก้าวกระโดดไปสู่ระดับที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!
สิ่งที่น่ายินดีก็คือ แม้แขนขวาของซูจื่อโม่จะรู้สึกชา แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพียงแค่พักสักครู่ก็น่าจะสามารถต่อสู้ต่อไปได้
ซูจื่อโม่ไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่นาน เขาหันกลับไปใช้ท่ากระแทกภูผา ผลักผู้ฝึกปราณหลายคนที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้าจนกระเด็นออกไป ก่อนจะโคจรพลังเพื่อเร่งความเร็ว พุ่งทะยานออกจากถ้ำไป
ซูจื่อโม่หารู้ไม่ว่า ในขณะนี้ สามเฒ่ากลับรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่าเขาเสียอีก ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ยังไม่ตายอีกหรือ?”
“สามารถป้องกันกระบี่ของเฒ่าเฉินไว้ได้อย่างนั้นรึ?”
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“ยังกระโดดโลดเต้นได้อยู่เลย ยังมีแรงหนีออกไปอีกหรือ?”
เฒ่าเฉียนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในทันที พลางร้องสั่งการว่า “รีบตามไป บาดแผลของมันไม่ธรรมดา หนีไปได้ไม่ไกลแน่!”
สามเฒ่ารีบไล่ตามไปก่อนเป็นกลุ่มแรก ส่วนผู้ฝึกปราณของสำนักนิกายสุขารมณ์ที่เหลือก็รีบตามไปติดๆ พวกเขาไม่อยากจะอยู่ในถ้ำแห่งนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
ก่อนที่จะเข้ามาในถ้ำ ยังมีผู้ฝึกปราณอยู่กว่าแปดสิบคน แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่ห้าสิบกว่าคนเท่านั้น
ส่วนใหญ่ล้วนตายด้วยน้ำมือของซูจื่อโม่ และมีบางส่วนที่ต้องมาตายด้วยน้ำมือของเฒ่าในสำนักของตนเอง
ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่า ไม่ว่าผลลัพธ์ของภารกิจในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร สำนักนิกายสุขารมณ์ก็ได้พ่ายแพ้ไปแล้ว ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานห้าคน นำผู้ฝึกปราณกว่าร้อยคน ซึ่งนับเป็นกำลังเกือบครึ่งหนึ่งของสำนัก ออกไล่ล่าคนธรรมดาเพียงคนเดียว แต่กลับถูกสังหารไปเกือบครึ่ง!
เฒ่าสองคนต้องตายจากไป ส่วนผู้ฝึกปราณที่เหลือรอดก็ยังคงขวัญหนีดีฝ่อ หวาดผวาจนถึงขีดสุด
“ต้องฆ่ามันให้ได้!” เฒ่าเฉียนกัดฟันกรอด ใบหน้าบึ้งตึงน่ากลัว
เฒ่าเฉินเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม กล่าวอย่างดุร้ายว่า “ถ้าจับเป็นได้จะดีที่สุด ข้าจะทำให้ครึ่งชีวิตหลังของมันต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จากนั้นค่อยบดกระดูกมันให้เป็นผง สับร่างมันให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น!”
“ตระกูลซูนั่นก็ต้องไม่ปล่อยให้รอดไปได้ ต้องฆ่าให้เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ ไม่ให้เหลือแม้แต่ไก่หรือสุนัขสักตัว!” กงเหลียงจิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
เหล่าคนของสำนักนิกายสุขารมณ์ไล่ตามออกมาจากถ้ำ แม้ว่าข้างนอกจะยังคงมีหิมะตกโปรยปราย แต่ทัศนวิสัยก็พลันสว่างวาบขึ้นมาในทันใด ในที่สุดก็ได้หลุดพ้นจากความรู้สึกกดดันที่น่าอึดอัดภายในถ้ำ
“อยู่นั่น!”
เฒ่าเฉียนชี้ไปข้างหน้า ในที่ไม่ไกลนัก ซูจื่อโม่ยังคงวิ่งหนีอย่างไม่หยุดยั้ง แขนซ้ายห้อยต่องแต่ง เลือดหยดลงบนพื้นหิมะเป็นภาพที่บาดตาอย่างยิ่ง
“ตามไป!”
เหล่าคนของสำนักนิกายสุขารมณ์ทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“พี่เฉียน พลังวิเศษบนยันต์ป้องกันตัวคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน พวกเราต้องรีบจัดการเจ้าเด็กนี่ให้เร็วที่สุด”
เฒ่าเฉินกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เมื่อยันต์ป้องกันตัวหมดฤทธิ์ พวกเราเองก็จะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้!”
เมื่อยันต์ถูกใช้งานแล้ว มันจะไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป
หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง พลังวิเศษบนยันต์จะค่อยๆ สลายไป และจะหมดฤทธิ์ลงในที่สุด
เฒ่าเฉินมียันต์ป้องกันตัวอยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น เมื่อมันหมดฤทธิ์ลง เขาก็จะไม่ต่างอะไรกับกงเหลียงจิ่ง
หมากต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดียวกับในถ้ำอีกครั้ง เขาก็คงยากที่จะรอดพ้นจากความตายไปได้
เฒ่าเฉียนพยักหน้า
ในความเป็นจริงแล้ว ในถุงเก็บของของเขายังมียันต์ป้องกันตัวอยู่อีกหนึ่งใบ แต่ยันต์นั้นล้ำค่า เขาจึงไม่อยากจะสิ้นเปลืองมันไปโดยใช่เหตุ
เฒ่าเฉียนเหยียบกระบี่บินขึ้นไปกลางอากาศ สองมือร่ายอาคม ท่ามกลางลมพายุหิมะ พลังลึกลับสายหนึ่งพลันหลั่งไหลเข้ามา ราวกับได้รับการอัญเชิญ พุ่งตรงไปยังปลายนิ้วของเฒ่าเฉียน
“วิชาแผ่นดินถล่ม!”
เฒ่าเฉียนชี้ไปยังทิศทางที่ซูจื่อโม่กำลังหลบหนีไปในทันใด
ก่อนหน้านี้ ซูจื่อโม่ก็รู้สึกใจสั่นอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงของเฒ่าเฉียน เขาก็รีบหยุดฝีเท้าในทันที
ครืน!
ตรงหน้าของซูจื่อโม่ พื้นดินราวกับถูกพลังบางอย่างกระแทกเข้าใส่ พลันถล่มลงไป เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา หากซูจื่อโม่ไม่ทันได้ระวังตัว เท้าของเขาคงจะอ่อนยวบลง และร่วงหล่นลงไปในหลุมลึกนั้นอย่างแน่นอน
“นี่มันอะไรกัน?”
ซูจื่อโม่มองด้วยแววตาประหลาดใจและไม่แน่ใจ
เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานอาจจะมีวิชาลึกลับบางอย่าง แต่ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันเกินกว่าความเข้าใจของเขาไปมากนัก
“วิชาเถาวัลย์รัดพัน!”
ในชั่วพริบตาที่ซูจื่อโม่กำลังตกตะลึงอยู่นั้น เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของเขาอีกครั้ง
“หืม?”
ซูจื่อโม่ตกใจ คิดในใจว่าไม่ดีแล้ว เขากำลังจะอ้อมหลุมขนาดใหญ่เบื้องหน้า เพื่อหนีไปยังอีกด้านหนึ่ง
ทว่าไม่คาดคิด ซูจื่อโม่เพิ่งจะขยับตัว ใต้ฝ่าเท้าของเขากลับมีเถาวัลย์แห้งเหี่ยวหลายเส้นเลื้อยออกมาจากพื้นหิมะ พันธนาการเท้าทั้งสองข้างของเขาไว้อย่างแน่นหนา!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงอุปกรณ์วิเศษแหวกอากาศดังขึ้นข้างหู สั่นสะเทือนจิตใจของผู้คน
ในตอนนี้ ร่างกายของซูจื่อโม่ถูกพันธนาการไว้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวหลบหลีกได้ หากถูกอุปกรณ์วิเศษโจมตีเข้า คงต้องตายคาที่อย่างแน่นอน
ซูจื่อโม่ยังคงสงบนิ่งในยามคับขัน เขาล้มตัวลงกับพื้นโดยตรง มืออีกข้างคว้าดาบจันทร์ยะเยือกไว้แน่น แล้วฟันไปยังเถาวัลย์ที่พันอยู่บนเท้าทั้งสองข้างอย่างแรง
เปร๊าะ!
เถาวัลย์ขาดสะบั้น
ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์วิเศษจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาใกล้แล้ว ซูจื่อโม่กัดฟันแน่น ร่างกายบิดเบี้ยวถึงขีดสุด เส้นเอ็นยืดหด กระดูกในร่างกายส่งเสียงดังกรอบแกรบ เขาสามารถหลบหลีกอุปกรณ์วิเศษทั้งสามชิ้นของเฒ่าแห่งสำนักนิกายสุขารมณ์ไปได้อย่างฉิวเฉียด
.แม้จะหลบอุปกรณ์วิเศษทั้งสามชิ้นนี้ไปได้ แต่ซูจื่อโม่ก็ไม่สามารถหลบหลีกอุปกรณ์วิเศษกว่าห้าสิบชิ้นที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันได้เลย
แม้ว่าผู้ที่ลงมือจะเป็นเพียงผู้ฝึกปราณ แต่การที่ผู้ฝึกปราณกว่าห้าสิบคนลงมือพร้อมกันนั้น นับเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจมองข้ามได้!
ในชั่วพริบตาเดียว สถานการณ์กลับกลายเป็นอันตรายถึงขีดสุด ชีวิตของซูจื่อโม่แขวนอยู่บนเส้นด้าย!
-สองสิงห์:ผู้แปล-