- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 43 หลบหนีสุดกำลัง
บทที่ 43 หลบหนีสุดกำลัง
บทที่ 43 หลบหนีสุดกำลัง
หนึ่งปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในเทือกเขาชางหลาง ทำให้ซูจื่อโม่มีความเข้าใจในการต่อสู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ปัจจัยที่มีผลต่อการต่อสู้มีอยู่มากมาย พลังฝีมือเป็นพื้นฐาน แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียว
ดินฟ้าอากาศ สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม การเตรียมตัว รายละเอียดต่างๆ ล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ หรือแม้กระทั่งส่งผลต่อชัยชนะและความพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด
การลงมือของซูจื่อโม่ในครั้งนี้ ก็ได้เปรียบจากการเตรียมตัวล่วงหน้าและสภาพอากาศ
ฝ่ายหนึ่งไม่ทันได้ระวังตัว ขณะที่อีกฝ่ายกลับรอคอยมานานแล้ว
ประกอบกับหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก บดบังทัศนวิสัย ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน เมื่อผู้ฝึกเซียนของสำนักนิกายสุขารมณ์รู้ตัว ลูกธนูทั้งห้าดอกก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้าแล้ว!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลูกธนูห้าดอก มีสองดอกยิงไปถูกม่านแสงบนร่างของเฒ่าสำนักนิกายสุขารมณ์สองคน ม่านแสงสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่ก็ดีดลูกธนูออกไปได้
อีกสองดอก ถูกกระบี่บินที่เฒ่าสำนักนิกายสุขารมณ์สองคนเรียกออกมาสกัดไว้ได้
แต่ลูกธนูที่ยิงถูกเฒ่าเกานั้น กลับสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักนิกายสุขารมณ์!
โดยไม่ทันได้ตั้งตัว เฒ่าเกาซึ่งอยู่ในขั้นสร้างฐานระดับต้นก็ถูกยิงสังหารด้วยลูกธนูดอกเดียว
และพลังของลูกธนูดอกนี้ แทบจะไม่มีการลดทอนลงเลย ยังคงพุ่งทะลวงต่อไปด้านหลัง
เรือวิเศษไม่ได้ใหญ่โตนัก ผู้ฝึกปราณร้อยกว่าคนแบ่งออกเป็นห้าแถว ยืนอยู่ด้านหลังเฒ่าทั้งห้า และด้านหลังเฒ่าเกานั้น ก็มีผู้ฝึกปราณยืนอยู่ยี่สิบคน!
แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานยังไม่ทันได้รู้ตัว นับประสาอะไรกับผู้ฝึกปราณที่อยู่ด้านหลัง?
ผู้ฝึกปราณยี่สิบคนนั้นกระทั่งยังไม่เห็นลูกธนูดอกนี้ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก พลังชีวิตในร่างกายเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว แววตาหม่นแสงลง ร่วงหล่นจากเรือวิเศษ
พลังของลูกธนูดอกนี้ช่างรุนแรงเหลือเกิน!
ทะลุผ่านเนื้อหนังของผู้ฝึกเซียนถึงยี่สิบเอ็ดคน ยังคงมีพลังเหลืออยู่ ยิงไปถูกต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่านต้นหนึ่ง หางลูกธนูสั่นไหวอย่างรุนแรง
ผู้ฝึกเซียนทั้งหมดถึงยี่สิบเอ็ดคน รวมทั้งผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานหนึ่งคน ถูกซูจื่อโม่ยิงสังหารด้วยลูกธนูดอกเดียว!
“คือมันนั่นเอง!”
“คือซูจื่อโม่!”
ผู้ฝึกปราณหลายคนบนเรือวิเศษจำซูจื่อโม่ได้ ตะโกนออกมาเสียงดัง
“เก็บเรือวิเศษล้อมสังหารคนผู้นี้ให้ข้า!”
เฒ่าเฉียนโกรธจัด ตะโกนเสียงดังลั่น
แม้ว่าลูกธนูดอกนี้จะไม่ได้ทำร้ายผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานทั้งสี่คน แต่กลับทำให้ทั้งสี่คนรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
เพียงแค่พวกเขาตอบสนองช้าไปนิดเดียว ตอนนี้ก็คงกลายเป็นศพไปแล้ว!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เหล่าผู้ฝึกปราณบนเรือวิเศษเหาะเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า เรียกอุปกรณ์วิเศษออกมา พร้อมกับลงมือโจมตีซูจื่อโม่ในเวลาเดียวกัน
ชั่วพริบตา กลางอากาศก็มีแสงวิเศษสว่างวาบขึ้นมาพร่างพราว พลังกระบี่คมกริบดั่งน้ำค้างแข็ง พุ่งทะยานฝ่าลมและหิมะถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
ซูจื่อโม่ย่อมไม่คิดว่าตนเองมีพลังพอที่จะต่อกรกับสำนักหนึ่งได้ ลูกธนูเมื่อครู่ที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานได้นั้น ถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งแล้ว
หลังจากยิงลูกธนูห้าดอกออกไป ซูจื่อโม่ก็ไม่ลังเล รีบหลบหนีไปยังที่ไกลทันที
“เร็วเข้า!”
เฒ่าสำนักนิกายสุขารมณ์สองคนลงมือพร้อมกัน บนกระบี่บินมีแสงวิเศษสว่างวาบ พุ่งตรงไปยังท้ายทอยของซูจื่อโม่ มาถึงในชั่วพริบตา ความเร็วสูงอย่างยิ่ง!
กระบี่ยังไม่ทันมาถึง ซูจื่อโม่ก็รู้สึกหนังศีรษะชา ความเย็นเยียบที่เสียดแทงกระดูกแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
“สู้ไม่ได้!”
ซูจื่อโม่ตระหนักได้ว่า ต่อให้เขาระเบิดพลังทั้งหมดออกมาสามารถต้านทานกระบี่บินของผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานได้ เกรงว่าก็คงต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส
เฒ่าเฉินเรียกธงยาวผืนหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ คลี่ออกรับลม บนผืนธงรูปแถบยาวนั้น วาดรูปสตรีเปลือยกายคนหนึ่ง งดงามเย้ายวนอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น!
บนธงยาวมีแสงวิเศษสว่างวาบขึ้น สตรีเย้ายวนนางนั้นพลันลืมตาขึ้น กะพริบตาโตที่ชุ่มฉ่ำมองมายังซูจื่อโม่ เรือนร่างเปลือยเปล่ากลับเคลื่อนไหวอยู่บนผืนธง แสดงท่าทางที่ทำให้เลือดลมสูบฉีด ยั่วยวน ดึงดูดวิญญาณอย่างถึงที่สุด
ซูจื่อโม่เพียงแค่เหลือบมองด้วยหางตา ก็รู้สึกคอแห้งผาก ในท้องน้อยมีไฟราคะลุกโชนขึ้นมา
“วิชามาร!”
ซูจื่อโม่ใจหายวาบ ไม่กล้ามองอีก วิ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนไหวไปมาในป่า หลบหลีกอุปกรณ์วิเศษมากมายที่ไล่แทงมาจากด้านหลังอย่างต่อเนื่อง
จนถึงตอนนี้ ซูจื่อโม่จึงได้สัมผัสอย่างแท้จริงถึงการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสวิญญาณนำมาให้เขา
ว่ากันตามตรงแล้ว หากต่อสู้ตัวต่อตัวกับผู้ฝึกเซียน ความช่วยเหลือของสัมผัสวิญญาณนั้นไม่ชัดเจนนัก
แต่ภายใต้การโจมตีที่หนาแน่นเช่นนี้ แสงวิเศษสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า แสบตาสว่างจ้า เสียงกระบี่เสียงดาบดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือการได้ยิน ล้วนถูกรบกวนอย่างหนัก ต่อให้ซูจื่อโม่เห็นกระบี่บินพุ่งเข้ามา เมื่อคิดจะหลบหลีก ก็สายไปเสียแล้ว แต่สัมผัสวิญญาณนั้นแตกต่างออกไป
ไม่ได้เห็นไม่ได้ยิน แต่รับรู้ถึงอันตรายแล้วหลีกเลี่ยง!
ซูจื่อโม่ไม่จำเป็นต้องมอง ไม่จำเป็นต้องฟัง อาศัยเพียงแค่ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายได้ เคลื่อนที่หลบหนีอยู่ท่ามกลางเงาดาบแสงกระบี่ที่หนาแน่น
เมื่อครู่ซูจื่อโม่ยิงลูกธนูออกไปห้าดอกพร้อมกัน ก็เพราะเขาตระหนักได้ว่า เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน อีกฝ่ายอาจจะไม่ให้โอกาสเขายิงธนูอีกครั้ง
เป็นไปตามคาด
ภายใต้การโจมตีที่ราวกับพายุโหมกระหน่ำ อย่าว่าแต่ยิงธนูเลย เพียงแค่ซูจื่อโม่หยุดชะงักเล็กน้อย ก็จะถูกสังหารในทันที!
วู้ววว!
เสียงที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้น
หัวใจของซูจื่อโม่เต้นแรงขึ้นมาทันที หยุดฝีเท้าที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ชักดาบจันทร์ยะเยือกออกมา ตวัดกลับไป ปัดกระบี่บินสิบกว่าเล่มที่พุ่งเข้ามา อาศัยพลังที่ส่งมาจากกระบี่บิน ร่างกายเอียงไปอีกด้านหนึ่ง แล้วกลิ้งตัวไปบนพื้น
ตูม!
เสียงดังสนั่น
ซูจื่อโม่เหลือบมองไป ที่ตำแหน่งห่างจากที่เขาเพิ่งหยุดฝีเท้าไปสามชุ่น พื้นดินถูกอุปกรณ์วิเศษรูปวงแหวนชิ้นหนึ่งทุบจนเป็นหลุมขนาดใหญ่!
หากเมื่อครู่เขาเดินไปข้างหน้าอีกครึ่งก้าว ทั้งร่างคงจะถูกอุปกรณ์วิเศษรูปวงแหวนนี้ทุบจนแหลกละเอียด!
ซูจื่อโม่มองอย่างละเอียด บนอุปกรณ์วิเศษรูปวงแหวนนี้มีลวดลายวิเศษสองเส้นส่องประกายอยู่
อุปกรณ์วิเศษระดับกลาง!
เมื่อเห็นซูจื่อโม่หลบการโจมตีสังหารที่เขาสะสมพลังมานานได้ เฒ่าเฉียนก็ฮึ่มเสียงเย็นชา ควบคุมอุปกรณ์วิเศษรูปวงแหวน พุ่งเข้าสังหารซูจื่อโม่อีกครั้ง
ซูจื่อโม่นอนราบอยู่บนพื้น ใช้ทั้งมือและเท้า เคลื่อนที่ไปตามพื้น ร่างกายอ่อนนุ่มและว่องไวดั่งงูเลื้อย ไถลไปบนพื้นหิมะ ทิ้งร่องรอยคดเคี้ยวไว้เบื้องหลัง
เห็นกระบี่บินกำลังจะแทงถูกซูจื่อโม่ เขากลับบิดเบี้ยวร่างกายอย่างประหลาด หลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด แต่ความเร็วกลับแทบไม่ได้ลดลงเลย
เหล่าผู้ฝึกเซียนยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้น การลงมือก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
อุปกรณ์วิเศษพลาดเป้า กระแทกลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง เฉียดผ่านร่างของซูจื่อโม่ไปหลายครั้ง
เศษดินเศษหินที่กระเด็นขึ้นมากระทบโดนร่างของซูจื่อโม่ ทำให้รู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง
ซูจื่อโม่เม้มปากแน่น สีหน้าสงบนิ่ง กัดฟันอดทน ผู้ฝึกเซียนของสำนักนิกายสุขารมณ์เคยเห็นวิชาตัวเบาเช่นนี้ที่ไหนกัน
บางครั้งก็ราวกับอาชาสวรรค์วิ่งตะบึง บางครั้งก็ราวกับวานรกระโดดโลดเต้น บางครั้งก็ราวกับอสรพิษยักษ์แหวกพง สับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามใจปรารถนา
สมรรถภาพทางกายของซูจื่อโม่ เกินกว่าความเข้าใจของผู้ฝึกเซียนจำนวนมากไปแล้วโดยสิ้นเชิง
ต่อให้เป็นสัตว์วิเศษที่ขึ้นชื่อเรื่องร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็ไม่มีทางทำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน!
“เจ้าหนู วันนี้เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ข้าจะดูซิว่าเจ้าจะหนีไปได้ถึงไหน!” เฒ่าเฉินตวาดเสียงดังลั่น โบกธงยาวในมือ สตรีเย้ายวนบนนั้นอ้าปากเล็กน้อย พ่นหมอกสีชมพูออกมาเบาๆ
ใครจะคาดคิดว่าตอนนี้ลมแรงหิมะตกหนัก หมอกสีชมพูเพิ่งจะพ่นออกมา ก็ถูกลมและหิมะพัดจนกระจายไป กลับพัดไปยังทิศทางของผู้ฝึกปราณของสำนักนิกายสุขารมณ์
ผู้ฝึกปราณจำนวนมากไม่ทันได้ระวังตัว กลับถูกหมอกสีชมพูสัมผัสเข้า ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที หายใจหอบถี่ สูญเสียการทรงตัวกลางอากาศ โซซัดโซเซ
ทุกคนรีบหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ กลืนลงท้องไป จึงจะบรรเทาลงได้เล็กน้อย
แม้ว่าธงวิเศษของเฒ่าเฉินจะเป็นเพียงอุปกรณ์วิเศษระดับต่ำ แต่ก็สามารถส่งผลต่อจิตใจของคู่ต่อสู้ได้ หมอกสีชมพูที่พ่นออกมาเมื่อครู่ยิ่งเป็นไพ่ตายของเขา หากผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐานระดับกลางไม่ระวังตัว ก็อาจจะพลาดท่าได้
เฒ่าเฉินไหนเลยจะคาดคิดว่า ไพ่ตายของตนเองไม่เพียงแต่ไม่ทำร้ายซูจื่อโม่ กลับทำให้ฝ่ายตนเองเกิดความวุ่นวายขึ้นมา
เมื่อเห็นฉากนี้ เฒ่าเฉียนก็ตวาดเสียงดังลั่น “โง่เขลา เก็บธงเน่าๆ ของเจ้าไปซะ แล้วไล่ล่าเด็กคนนี้อย่างจริงจัง มันทนได้อีกไม่นานหรอก!”
สีหน้าของเฒ่าเฉินดูน่าเกลียด โทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของซูจื่อโม่ ในใจยิ่งมีจิตสังหารรุนแรงขึ้น
-สองสิงห์:ผู้แปล-